ผมได้เขียนเหตุผลและรายละเอียดของกฏหมายฉบับนี้ไปในตอนที่แล้วเยอะมาก ซึ่งในตอนสุดท้ายก้อไม่อยากเขียนให้ยาวมากนัก เพราะเดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน เอาเป็นว่าผมจะสรุปให้เลยก้อแล้วกันครับว่าใครจะต้องทำอะไรยังไงบ้าง กฏหมายฉบับนี้ระบุว่าผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งผู้ให้บริการในที่นี้หมายรวมถึง ISP องค์กร บริษัท ร้านเน็ต และหมายรวมถึงผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตกับบุคคลอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดด้วย หากทราบว่าคุณอยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการเหล่านี้ก้อคงหนีไม่รอดครับ หากไม่ปฏิบัติโดนปรับ 500,000 บาทครับโดนปรับกันง่ายๆ แบบนี้เลย อ้อเจ้าหน้าที่ที่หวังว่าจะไปดำเนินการปรับแบบสุ่มสี่สุ่มห้า หวังเก็บสแปร์ทำไม่ได้นะครับ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องมีหมายศาลก่อนดำเนินการใดๆ

การเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่ว่านี้จะต้องมีข้อมูล ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร คือ IP Address ต้นทาง ปลายทาง คำสั่ง และ ข้อมูลที่ส่งไป เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสืบคดีของเจ้าหน้าที่และเป็นหลักฐานในการยืนยันตัวผู้ประทำผิดได้ การมีกฏหมายคอมพ์นี้ ทำให้ผู้ให้บริการระมัดระวังตัวมากขึ้น นอกจากการจัดเก็บ log แล้วผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต อย่างร้านอินเตอร์เน็ต ยังต้องเก็บข้อมูลลูกค้าด้วย เช่น ชื่อ-สกุล รหัสบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น ในปัจจุบันร้านเน็ตหลายร้าน รวมถึง TOT, True Coffee ก้อได้ออกมาทำให้เป็นตัวอย่างโดยการลงทะเบียนบัตรและผู้ใช้อินเตอร์เน็ตก่อน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ครับ ขอปรบมือให้ดังๆ เลย

เนื่องจากกฏหมายคอมพ์ได้บังคับใช้อย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว 2550 และมาบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนสิงหาปี 2551 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดบริการหลากหลายเพื่อมารองรับในเรื่องการเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ตรงตามที่กฏหมายกำหนด เรียกได้ว่าทำรายได้ให้กับผู้ประกอบการหลายรายเลยทีเดียว วันนี้เลยได้มาเขียนสรุปเสียทีว่ามีรายใดบ้าง ซึ่งเท่าที่ผมให้ความสนใจมีดังนี้

1. SRAN
2. OSRCA
3. Prosperous
4. iPassport
6. Pineaple
7. Plawan

ซึ่งลักษณะและฟังก์ชั่นก้อแตกต่างกันไป ผมขอไม่ลงในรายละเอียดเดี๋ยวจะกลายเป็นการโฆษณาไป รักใครชอบใครก้อติดต่อกันเอาเองนะครับ เอาละมาถึงเรื่องใครได้ใครเสียกันบ้าง เรื่องนี้ก้อคงจะหนีไม่พ้นเรื่องการบังคับใช้กฏหมายแต่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือหรือแหล่งความรู้ที่จะเข้ามาช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง (ผู้ให้บริการรายย่อยทั้งหลาย เช่น ร้านเน็ต ร้านกาแฟ ร้านไอติม ฯลฯ) จะมีทางเลือกเล็กน้อยเช่นการใช้ Plawan หรือ Osrca แทนที่จะไปลงทุนซื้อระบบเก็บ log ที่มีราคาสูงตั้งแต่ 30,000 – 500,000 บาท เอ แต่ถ้าคิดเรื่อง ROI ก้อถือว่าคุ้มนะครับ เอาเป็นว่าอยากให้ศึกษาข้อกฏหมาย และ ตัวผลิตภัณฑ์ให้ดีว่าครบคลุมตามที่กฏหมายระบุไว้หรือไม่ นอกจากนี้ตัวผลิตภัณฑ์เองสามารถเข้ามาช่วยในการจัดการหรือการเฝ้าดูระบบเครือข่ายของเราได้ก้อยิ่งดีครับ

Comments are closed.