ผมได้เข้าร่วมสัมนาในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ได้พบปะกับคนที่ทำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและคนที่ทำซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช้โอเพนซอร์สและไม่ได้เปิดเป็นโอเพนซอร์ส หลายๆ คนต่างให้ความคิดเห็นในหลายๆ แง่มุมของการได้รับการบริการ สนับสนุน ช้วยเหลือจากองค์กร อย่าง SIPA, Software Park, สสว และอื่นๆ ที่พยายามที่จะผลักดันให้มีบริษัทซอฟต์แวร์ในประเทศให้มากขึ้น มีการบริการด้านแอพลิเคชั่น และเว็บแอพิเคชั่นมากขึ้น

แต่ทว่าการผลักดันนั้น ไม่ได้มีระเบียบแบบแผน หรือวางแนวทางที่ชัดเจน จึงทำให้เกิดบริษัทที่ทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน ออกมาห้ำหั่นกันเองบ้าง หรือแฟ้ซอฟต์แวร์ใหญ่ๆ จากต่างประเทศบ้าง ทำให้หลายๆ คนที่เข้าร่วมฟังสัมนาในวันนั้นกล่าวถึงองค์กรของรัฐได้อย่างถึงพริกถึงขิงจนผมตกใจเลยทีเดียว ประเด็นต่างๆ ก้อมีดังนี้

  1. ไม่ทราบความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ในแง่นี้ไม่ได้หมายถึง เรื่องการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง ทำอย่างไรเขาจึงจะเพิ่มศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของเอาให้เพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ได้จบที่การสอบ Certified ใช่ไหมครับ
  2. ไม่ได้สนับสนุนอย่างแท้จริง สนใจเพียงแค่ KPI ที่ต้องให้ได้ตามเป้า
  3. ไม่ได้รับการสนับสนุนในการออกบูธงานต่างๆ ในประเทศ ส่วนต่างประเทศไม่ต้องพูดถึงเพราะยังไงๆ ก้อต้องคัดไปอยู่ดี :P
  4. ขาดความต่อเนื่องเอาหน้าไว้ก่อน สงสัยอันนี้เกี่ยวพันกับข้อ 3
  5. สนับสนุนทางการตลาด
  6. เพิ่มศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ
  7. การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่อย่างมีขั้นตอน
  8. และอื่นๆ

ผมพยายามคิดทั้ง 2 ด้านในฐานะที่ผมเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ (หน้าใหม่จริงๆ แผนธุรกิจยังไม่ได้เขียนเลย) กับได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน Out Source กับองค์กรของรัฐว่า ทำอย่างไรถึงจะช่วยผลักดันหรือพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่และรายเก่าให้เดินไปได้ด้วยตัวของเขาเอง ซึงผมมองว่าธุรกิจซอฟต์แวร์ของประเทศเรายังมืดมน เพราะยังขึ้นกับปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายๆ ตัว เอาเป็นว่าหลังการสัมนานั้น ทำให้ทุกๆ กลุ่มผู้ประกอบการเข้าใจคำว่า "อย่ายึดติดว่าต้องทำธุรกิจซอฟต์แวร์" ทำธุรกิจต้องให้มองกว้างเข้าไว้ และไกลให้มากๆ เข้าใจถึงสถานะปัจจุบัน และปรับตัวให้ทันกระแสเศรษฐกิจ การทำธุรกิจคำนึงแค่ "ตัวคุณ" กับ "สินค้าของคุณ" เท่านั้น!

Comments are closed.