ช่วงนี้เป็นฤดูกาลจับผู้กระทำความผิดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งทางเจ้าพนักงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้เดินสายตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งความเอาไว้ หลายจังหวัดเกิดความหวั่นวิตกเพราะทราบว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดอยู่หลายตัวเหมือนกันทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ส่วนใหญ่จะทราบและปล่อยปละละเลยไม่สนใจ คิดว่าไม่มีใครมาตรวจจับ ในท้ายที่สุดก็ต้องเป็นกังวลว่าจะโดนตรวจจับในอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์ไหน เท่าที่ทราบมาการตรวจจับจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของผู้เสียหายนั่นคือผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั่นเอง

หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ พยายามสื่อสารในสื่อต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า จับจริงๆ ปรับจริงๆ นะ หลังจากวันที่ 26 เดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็พบว่ามีโรงงาน สถานศึกษา บริษัท หน่วยงานรัฐ หลายแห่งโดนตรวจสอบ หลายแห่งไหวตัวทัน ซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายได้ทันท่วงที หลายแห่งต้องโดนจับ โดนปรับไปหลายล้านบาท! หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมแค่ซอฟต์แวร์ไม่กี่ตัวถึงมีราคาค่าปรับแพงมากนักเดี๋ยวค่อยมาดูตัวเลขค่าปรับกันทีหลัง การตรวจจับในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์นี้จะทำโดนเจ้าพนักงาน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น! ไม่ใช่ตำรวจในท้องที่ หรือตำรวจหน่วยงานอื่นๆ หลายท่านสงสัยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ดำเนินการก็หน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่แหละครับ

เราลองมาดูขั้นตอนการตรวจจับกันสักนิดเพื่อจะได้เข้าใจในขั้นตอนปฏิบัติจะได้ทราบว่าเป็นการตรวจจับจากเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจริง การตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  1. ผู้เสียหาย (บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์) หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
  2. เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและร้องขอหมายศาล กับศาล เพื่อขอตรวจค้น
  3. เจ้าพนักงานและผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แสดงเอกสารดังนี้ เพื่อขอตรวจค้น
    1. แสดงหมายค้น
    2. แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและแสดงตังของผู้เสียหายว่ามีรายใดบ้าง เช่น Microsoft, Adobe, Thai Software Enterprise, Cyber Link ฯลฯ
  4. หน่วยงานหรือองค์กรที่ตกเป็นผู้ต้องหาจะต้องมีตัวแทน เพื่อนำทีมตรวจค้นในแต่ละจุด
  5. เจ้าพนักงานทำแผนที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ Agent เพื่อตรวจสอบการติดตั้งซอฟต์แวร์ในทุกๆ เครื่อง และทำรายงานซอฟต์แวร์ที่มีการละเมิดที่มีข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
    1. ชื่อซอฟต์แวร์
    2. รหัสสินค้า
    3. หมายเลขผลิตภัณฑ์
    4. วันที่ลงโปรแกรม
    5. ชื่อแฟ้มปลายทางที่พบ
    6. วันเวลาปัจจุบันของคอมพิวเตอร์ที่เข้าตรวจสอบ
    7. ผู้นำตรวจ, ผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ, ช่างเทคนิค, ผู้ตรวจยึดจะต้องลงชื่อในรายงานการตรวจสอบทุกหน้า
  6. เจ้าพนักงานทำบันทึกการตรวจค้นพร้อมแนบเอกสารข้างต้น
  7. ฝ่ายกฏหมายของผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ จะทำเอกสารการประเมินค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฏหมาย รายการค่าเสียหาย ค่าดำเนินการทางกฏหมาย ค่าการตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายในการลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการขอโทษในการใช้โปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งทางผู้เสียหายจะเป็นผู้เลือกชื่อของหนังสือพิมพ์เอง

ขั้นตอนข้างต้นเป็นขั้นตอนคร่าวๆ นะครับ ทีนี้เรามาลองดูว่าหน่วยงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เท่าไร? ผมขอยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษา หากหน่วยงานหนึ่งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สัก 2 ค่ายเป็น Adobe และ Microsoft ละกัน ในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 200 เครื่อง ค่าเสียหายคร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ

ที่ตัวเลขมันหลายหลักก็อ่านเฉพาะตัวหนังสือสีแดงๆ ก็น่าจะพอเข้าใจว่าค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นเท่าไร? ทีนี้ท่านน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องมีการตรวจจับกันอย่างเข้มข้น ความเสียหายเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น มูลค่าก็เข้าหลักล้านบาทแล้ว! นี่เป็นเพียงตัวอย่างสมมุติเชื่อเถอะครับว่าประเทศไทยมีตัวเลขการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าสูงมาก ไม่ต้องแปลกใจที่เราติด black list อยู่ในอันดับต้นๆ ในกลุ่มเอเชีย หลายท่านอาจมองว่ากลุ่มบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เหล่านี้ขายราคาแพงเกินไป หรือไม่แฟร์ ฯลฯ ให้ท่านลองนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็ก ผู้ใหญ่มักจะสอนเด็กๆ ไม่ให้ลักขโมย ให้เป็นคนดี ก็เช่นเดียวกัน การที่ท่านละเมิดลิขสิทธิ์ก็เท่ากับท่านเป็นขโมย เป็นคนไม่ดี ฯลฯ ทีนี้หลายท่านน่าจะเข้าใจว่าต่างประเทศมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ว่าอย่างไร "ซ่องโจร" อย่างนั้นหรือ ?! น่าเศร้ามาก หากมาลองมองย้อนกลับมาถึงผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในบ้านเราบ้าง หากผู้ประกอบการไทยถูกละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนี้บ้างมูลค่าความเสียหลายน้อยกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ก็ส่งผลให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเราย่ำแย่ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้มีไม่กี่วิธี หลายท่านบอกว่าให้ภาครัฐไปต่อรองบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้ลดราคาลงมา แต่บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์คงไม่ลดให้เพียงรายเดียวก็คงต้องปรับลดราคาให้เท่าเทียมกันให้ บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำราคาถูกลงเฉพาะประเทศไทย ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการใช้โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ที่ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ (ค่าซอฟต์แวร์) เสียเพียงค่าบริการ (ในบางกรณี) และกำลังที่ต้องทุ่มเทศึกษาและเรียนรู้เท่านั้น องค์กรท่านจะเลือกอะไร? ขอถามคำถามใหม่ ท่านเลือกที่จะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี?
 

Comments are closed.