เมื่อ 10 ปีที่แล้วผมเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่ท่านหนึ่ง (พี่ป้อม) ผมเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าแข่งขัน KMITNB ROBOT Festival และผมก็เรียนภาควิชาฟิสิกส์อุตสหกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ (imi) ตอนนั้นพี่ป้อมบอกผมว่าเอ้ยวุฒิมันมีระบบปฎิบัติการตัวหนึ่งนะฟรี Compiler ก็ฟรี มี C ด้วยเขียน micro controler ทำ DSP (Digital Signal Processing) ได้ด้วย (กูนึกขัดแย้งในใจ แม่งมีด้วย เหรอวะฟะเนี่ยของฟรี) ตอนนั้นผมรู้แต่ว่าผมซื้อชุด Boland C ด้วยราคาที่แสนแพง (กล่องละ 5 พันกว่าบาทจำได้) แต่ไอ้พี่ป้อมมันดันบอกว่ามีของฟรีมี internet มี modem ก็โหลดมาใช้ได้แล้ว แล้วผมจะเชื่อเขาดีไหมเนี่ย (แต่ไม่เชื่อไม่ได้บอกมัน URL มาเสร็จเลย) แล้วแถมด้วยการโชว์เครื่อง PC เก่า ๆ ที่ Run ไอ้เจ้าระบบปฎิบัติการนี้ให้ดูด้วย พร้อมทั้งโชว์ตัว Compiler ภาษา C ให้ดูอีก ผมก็เลยไม่อาจปฎิเสธต่อสิ่งที่พี่แกอุตส่าห์จัดหามาให้ผมดูได้ กลับบ้านด้วยความเร็ว Modem 14.4 KB/S (พยายาม Download อยู่นานแต่ก็ไม่เสร็จเสียที) เลยทนไม่ไหวพอดีได้มีโอกาสแวะไปงาน Computer ที่ไหนสักแห่ง (แต่ไม่ใช้ศูนย์ประชุมแห่งชาิติแน่นอน) และแล้วผมก็ได้เจอไอ้เจ้าระบบปฎิบัติการที่พี่ป้อมโชว์ให้ดู วางขายอยู่ในงานคอมแห่งนั้น เป็น KW Linux 1.0 (พัฒนามาจาก Redhat 4.0) ผมไม่พูดอะไรไม่ถามอะไรพี่ที่เขาพยายามจะอธิบายเสียด้วยซ้ำไป (ผมลงทุน ได้ไปเถียงพี่ป้อมแล้ววันนี้กูไม่ฟรีโว้ย เสียเงินซื้อ) วันนั้นซื้อไป 2 ชุด (ปกขาว Genesis ผลิต กะเต็มที่เลยกูมีเครื่อง 286 DX4 กับ 386 DX4 100 งานนี้สนุกแล้วหละไม่ต้องไปซื้อของแพงแล้ว 3 พันกว่าบาทจำได้ว่าอดค่าขนมเกือบครึ่งปี งานนี้ผมลงทุนนิดเดียวได้ของดีมาใช้) และแล้วมันก็เป็นของดีจริง ๆ ผมติดตั้งครั้งแรกไม่ผ่านครับพี่น้่องเจอปัญหาเยอะ แต่พี่ป้อมของผมก็ทดแทนให้ผมโดยการซื้อ KW Linux 1.0 ต่อจากผมไป 1 ชุด แต่ลงเครื่องผมไม่ผ่านแต่ลงเครื่อง มหาวิทยาลัยผ่าน เล่นได้ Compile GCC ใส่ MSC 8096 ได้ก็โอเคละ หลังจากนั้นผมก็เฝ้าดู Release ถัดไปของ KW Linux (บริษัท ไกวัล ซอฟแวร์เชน จำกัด เป็นผู้พัฒนา) ตอนนั้นก็นั่งรอ ๆ ว่าเมื่อไหร่ของใหม่จะออกจะได้ลงใส่เครื่องผมได้ที่บ้าน ผมจะได้ไม่ต้องนอนมหาวิทยาลัยแล้ว (เพราะยุ่งกับการเขียนโปรแกรมให้ Robot ยุ่งไปยุ่งมาเช้าเลย) และแล้วความฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อ KW Linux 2.0 ลงสู่ท้องตลาด ผมรีบไปซื้อ 2 กล่องอีกตามเคย ฝากพี่ป้อมด้วย ตอนนี้ผมเริ่มฟังการ Present คุณสมบัติมากยิ่งขึ้นใน Version นี้เริ่มมีคู่มือ ผมเริ่มมีคำถามมากขึ้น (วันนี้จำได้ว่าคุยกับคุณกานต์ ยืนยง นานมากอยู่ที่บูธงานคอมสักที่หนึ่งจำไม่ได้แล้วก็มันตั้ง 9 ปีแล้ว) สรุปผมสามารถลง KW Linux 2.0 ได้แต่ผมไม่สามารถที่ีจะทำให้ Sound Card ของผมมีเสียงได้ งานนี้ก็เลยเอาวะผมจะฟังเพลงแล้วก็เขียน DSP บน Linux ด้วย Fight บังคับอีกแล้วคับพี่น้อง ยกเครื่องแบกจากพระราม 2 ไปอุรุพงษ์ (ขึ้นรถเมล์นะครับผม ขอย้ำ) ไปถึงได้ไปเห็นภาพประทับใจสุด พี่กานต์ ต้อนรับผมให้คำแนะนำพร้อมทั้งพยายามแก้ไขปัญหาให้ผม จำได้ว่าใช้เวลา 1 วันก็แล้วเสียงมันก็ยังไม่มา (Sound Yamaha XG ครับผม มันดื้อ) พี่กานต์บอกทิ้งเครื่องไว้ พรุ่งนี้มาผมจะดูให้คืนนี้ ผมนึกในใจโอ้โหวพี่แกไม่หลับไม่นอนเลยช่วยกูเต็มที่ พรุ่งนี้ผมคงได้ยิ่งเสียงมันแล้ว แต่ก็เหมือนเิดิมผมมาวันรุ่งขึ้นก็ไม่มีเสียงเหมือนเดิม พี่กานต์ก็เลยบอกว่าต้อง Compile Kernel ใหม่ผมก็เริ่มอึ้ง ๆ ว่าอะไรว่าไอ้ Kernel เนี่ยกูไม่รู้จัก ???? เต็มหัวพี่เขาพูดอะไรมากูไม่รู้เรื่องเลย วันนั้นก็ยกเครื่องกลับบ้านด้วยอาการงง (แต่บอกกับตัวเองว่ากูต้องรู้จักไอ้ Kernel อะไรเนี่ยให้ได้) วันรุ่งขึ้นตอนบ่ายเลิกเรียน (อาจารย์ไม่สอนบ้าง โดดเรียนบ้าง อย่้าทำตามผมนำเสียนิสัย) ผมแวะมาที่เดิมอีก มาคุยกับพี่เขาก็สอน ๆๆๆๆ ผม (??? เต็มอีกแล้ว) จากนั้นผมย้ายมาอยู่หอแถวมหาลัย ทีนี้เลยกลายเป็นกิจวัตรประจำวันเหมืือนของอยากรู้ ต้องไปที่บริษัท Kaiwal เกีอบทุกวัน จนพี่ ๆ ในนั้นทั้งหมดถ่ายทอดพลังยุทธให้หลายกระบวนท่า ก็เลยมีส่วนในการพัฒนา KW Linux 2.0 Upgrade Kit (เป็นแผนของผมเองหละ ชุดนี้ทำให้เครื่องผมมีเสียง) หลังจากนั้นผมเริ่มเรียนรู้เจ้าระบบปฎิบัติการนี้อย่างเป็นกระบวนการมากยิ่งขึ้น จนพี่ ๆ เขามีแผนพัฒนา KW Linux 3.0 ซึ่งผมก็มีโอกาสในการช่วยพี่เขาพัฒนา ตอนนี้ผมรู้จัก Kernel แล้ว ผมรู้จักอะไรเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง และแล้ว KW Linux 3.0 ก็เป็นจุดเปลี่ยนเมื่อมันเป็น Release สุดท้ายของ KW Linux (ตำนาน Linux ไทยเจ้าแรก) หนึ่งในทีมบริหาร Kaiwal ได้แยกตัวไปทำ Linux อีก 1 ค่ายภายใต้ชื่อ Zion Interface พัฒนา Ziff 1.0 Linux ออกมาสู่ท้องตลาด (นี่ก็เป็น Version เดียวแล้วก็ไม่มีการพัฒนาต่อ) ช่วงนี้ผมหายไปจากวงการ Linux เนี่องจากปัญหาชีวิตคือประสบปัญหาเรื่องการเรียน ทำให้ต้องย้ายที่เรียน ทำให้ครอบครัวขาดความเชื่อถือในตัวผมไปเยอะ โครตซวยเลยกู) ตอนนั้นหายไปพวกพี่ที่ Kaiwal คงสังสัยผมไปไหนเนี่ย ผมไปแก้ไขปัญหาชีวิตของผมอยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง (ไม่ได้ยุ่งกับ Linux อีักเลย) จนเมื่อ Ziff วางจำหน่าย ผมก็เริ่มเข้าไปคุยกับพี่ ๆ อีก 1 ครั้ง ในตอนนั้นผมก็เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนของวงการธุรกิจ Opensource ในประเทศไทยแล้ว มีพี่ ๆ ที่เป็นทีิมพัฒนา KW Linux 4.0 (แต่ไม่ได้ทำ Production) แยกตัวออกมาเพื่อพัฒนา Linux ต่อภายใต้ชื่อ KWC Linux (ซึ่งก็ขายลำบากมาก ผมอยู่ในจุดนั้นด้วยเห็นแล้วก็อยากร้องไห้) หลังจากนั้นผมและพี่ ๆ ที่แยกออกมาก็มารวมตัวกันอีกครั้งประชุมโต๊ะกลมกันอีกละ เอาวะอีกรอบจะเป็นอะไรไป ตอนนั้นผมไม่มีปัญหาเรื่องเรียนแล้วเอากับเขาด้วยแล้วกัน ลุยเต็มที่เดินหน้าเปิด GrandLinux (ตอนนี้สมใจผมเพราะว่าผมเป็นคนกำหนด Production และควบคุมการพัฒนาในหลาย ๆ ส่วน) ผมได้เขียนความรู้ผมลงในหนังสือเพื่อเผยแพร่ และแล้ว GrandLinux ก็พัฒนา Linux Distribution ตัวแรกออกมาคือ GrandLinux 5.0 (V1-V4 ถือเป็นความหลังของ KW Linux ไป) เมื่อพิมพ์ ๆ ไปแล้วก็เริ่มนึกถึงคืนวันเก่า ๆ ของผมกับช่วงจุดเปลี่ยน Linux ในไทย ผมอยู่ในหลาย ๆ จุดที่ได้มองจุดเปลี่ยนของ Linux ในไทย ทั้งในส่วนดีและส่วนที่ไม่ดี และแล้วเมื่อ GrandLinux 5.0 ลงอาละวาดในท้องตลาด ผมก็ต้องงดภาระกิจเกี่ยวกับ Linux ไปอีก (เรื่องเดิมหละครับผม เรื่องเรียน) ผมก็หายไปจากวงการ 3 ปี (แต่ก็พยายามดูความเป็นไปตลอด) วันนี้ผมมีโอกาสหวนคืนสู่สังคมโอเพนซอร์สอีกครั้งแล้ว แล้วดูเหมือนว่าการหวนคืนครั้งนี้จะมีจุดเปลี่ยนอะไรให้ผมได้เห็นอีก (เหมือนหมอกควันสีจางที่ ค่อย จางหายและอยู่ในความทรงจำ) จะเป็นอย่างงั้นอีกหรือเปล่า ผมเริ่มไม่แน่ใจครับผม

 

Comments are closed.