ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน NECTEC ACE 2008 ซึ่งจัดวันที่ 24-25 กันยายน 2551 เผอิญได้ไปยืนประจำบูธ Software Freedom Day คนที่เดินผ่านไปผ่านมาที่ทราบว่า Ubuntu Club มาจัดบูธ คู่กับ Software Freedom Day พากันเดินตามหา Ubuntu กันยกใหญ่ ส่วนใหญ่จะมาหาแผ่น Ubuntu และสอบถามในรุ่นต่อๆ ไป  แต่มีผู้ร่วมงานหลายท่านสอบถามถึงสถานะของ SIPA และกระทรวง ICT ที่มีต่อโอเพนซอร์ส เช่น

1. SIPA สนับสนุนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่างไร
2. ชุมชนโอเพนซอร์สได้รับการสนับสนุนจาก SIPA หรือไม่
3. SIPA และกระทรวง ICT ควรมีวิธีในการผลักดันและส่งเสริมการใช้งานและการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สให้ดีกว่านี้
4. หาก SIPA และกระทรวง ICT ไม่ต้องการสนับสนุนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ สนับสนุนแบบไม่เต็มที่ ควรจะออกมาบอกกล่าวว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ดีหรือมีข้อเสียอย่าไร ถึงไม่ต้องการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการใช้และการพัฒนาให้มากขึ้น
5. SIPA และกระทรวง ICT มีแรงผลักดันได้มาก แต่ทำไมยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่การใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ การพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สให้มากขึ้น

แหม เจอคำถามแบบนี้เล่นเอาผมสะอึกไปเลย คำถามแบบนี้ตอบยากครับในทัศนะของคนที่อยู่ในชุมชนโอเพนซอร์สและนักพัฒนา ซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส "การไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นเรื่องปกติครับ" และชุมชนโอเพนซอร์สในประเทศไทยสามารถอยู่ได้ด้วยแรงใจของสมาชิกทุกๆ คนในชุมชน และทุกๆ ท่านที่แวะเวียนเข้ามาถามว่าใช้งานยังไง ติดตั้งยังไง ช่วยบริจาคโดยอุดหนุนซื้อหนังสือ เสื้อ ของที่ระลึก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกำลังใจที่ทำให้คนชุมชนโอเพนซอร์สอยู่ได้ สำหรับคำถามข้างต้นผมมีคำตอบ แต่คำตอบอาจไม่ตรงใจผู้ตั้งคำถามมากนัก ดังนั้นไม่ขอตอบจะดีกว่าครับ คำถามนี้ไม่เพียงแค่คนไทยถามเท่านั้นยังมีชาวต่างชาติถามคำถามแบบนี้กับผม เช่นกัน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (23/09/2008) ผมเข้าห้องประชุมถกปัญหาให้แนวคิดเรื่องการพัฒนาและสร้างผู้ประกอบการ ธุรกิจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในประเทศไทย ผมคงไม่ขอพูดในรายละเอียด แต่ได้ให้แนวคิดทั้งในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ 2 ระดับ และสร้างผู้ประกอบการ 3 ระดับ คือ ผู้ที่ประกอบกิจการอยู่แล้ว และ ผู้ที่ spin-off มาจาก Incubator center ด้านการพัฒนาผู้ประกอบตั้งแต่เริ่มแรก (Incubation) ว่าต้องมีอะไรบ้าง รวมไปถึงแนวคิดการสร้าง Innovation จากโอเพนซอร์ส (ในรายละเอียดผมไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะเดี๋ยวอธิบายไปแล้วผู้อ่านอาจเกิดอาการท้อหรือมองธุรกิจจากโอเพนซอร์ส ในแง่ลบขึ้นมาได้) เอาล่ะเรียกได้ว่าใส่ Idea กันไปหมดเปลือกแล้ว อะไรที่ควรบอกก้อบอกไปหมดแล้วครับ

ตอนนี้ได้แต่เพียงเฝ้ารอว่า Idea และสิ่งที่บอกกล่าวไปแล้วจะถูกนำไปขยายผลต่อไปในทิศทางใดและทำได้มากน้อยแค่ ไหน ลองติดตามโครงการที่เกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์สของกระทรวงไอซีทีและ SIPA ในปีหน้าดูสิครับ ว่าจะเป็นความหวังและที่พึ่งพิงให้กับผู้ประกอบการ ชุมชน และประเทศได้มากน้อยเพียงใด :)
 

Comments are closed.