โฉม หน้าเด็กเก่ง -ทีมนิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำโดย  นายภาธร เต็งเกียรติ์ตระกูล (ขวา) นายณัฐพงศ์ สุระเสถียร (กลาง) และนางสาวชยพร ศุภวิไล คว้ารางวัล Sun Entrepreneurial Spirit Award ในเวทีการประกวดระดับภูมิภาค ที่ประเทศสิงคโปร์

หลายคนคงคุ้นหรือผ่านตากับข่าวเด็กไทย คว้ารางวัลฟิสิกส์บ้าง เคมีบ้างจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศที่มีจัดขึ้นตามประเทศ ต่างๆทั่วโลกในทุกปียังมีอีกการแข่งขันหนึ่งในระดับภูมิภาคที่น่าสนใจไม่แพ้ กันคือ “Open Jive Regional Challenge 2009” เป็นเวทีวัดทักษะฝีมือในเชิงเขียนและพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชัน นับเป็นก้าวแรกสู่เวทีโปรแกรมเมอร์ตัวจริงในอนาคต

บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จัดให้มีการแข่งขันการพัฒนาโซลูชันสไตล์โอเพ่นซอร์ส "Open Jive Regional Challenge 2009" ขึ้น โดยมีทีมจากสถาบันการศึกษาต่างๆเข้าแข่งขันจนได้ผู้ชนะเลิศในระดับประเทศจาก นั้นก็ส่งไปชิงชัยกับทีมนักศึกษาจาก มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิบปินส์ โดยปี 2008 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีแรกของการแข่งขัน ทีมเด็กไทยเคยสร้างเกียรติประวัติมาแล้วด้วยการชนะรางวัลชนะเลิศระดับ ภูมิภาคมาครอง

ปีนี้หัวข้อของการแข่งขันและเทคโนโลยีที่ใช้มีการเปิดกว้างมากขึ้น โดยธีมของโปรเจกต์การแข่งขัน Open Jive Challenge ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคในปีนี้คือ: Change Tomorrow โดยแต่ละทีมจะได้รับภารกิจที่ท้าทายในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนทักษะ ฝีมือที่มีมาใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่โลกเรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า โดยเน้นส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ของชุมชนและอินเทอร์เน็ตไปด้วยพร้อมๆ กัน

ผลจากการขับเคี่ยวจากทีมของชาติอื่นๆ สมาชิกในทีม Frisky Wyvern จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นทีมตัวแทนจากไทย ประกอบด้วย นางสาวชยพร ศุภวิไล นายณัฐพงศ์ สุระเสถียร นายภาธร เต็งเกียรติ์ตระกูล โดยมี ผศ.ดร.สุขุมาล กิติสิน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสามารถนำเสนอผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันรอบสุด ท้ายที่สิงคโปร์ ได้รับความสนใจมากมาย จนสามารถคว้ารางวัล “Sun Entrepreneurial Spirit Award” จากการตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายชาติ ส่วนรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันปีที่สองนี้ ตกเป็นของทีมจากประเทศสิงคโปร์

ทีมเด็กไทยของเราได้นำเสนอโปรเจกต์ “ขุมทรัพย์จากกองขยะ” หรือใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Change Garbage into Treasure โดยเป็นโปรแกรมแอปพลิเคชันที่เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้ หรือ “ขยะ” และยังเน้นแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการรีไซเคิลขยะประเภทต่างๆเข้าไว้ด้วย กัน รวมถึงมีการแสดงสถิติและข่าวสารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ขยะเพื่อเป็นการช่วยกัน ลดปริมาณขยะในโลก โดยผู้ใช้สามารถใช้บริการผ่านทางเครือข่ายสังคม (social network) ต่างๆ ได้สะดวก โดยสามารถใช้ widget รวมทั้งศักยภาพของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย

สำหรับเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่ทีมเด็กไทยใช้พัฒนาโซลูชันนี้ขึ้นมา ก็มีตั้งแต่ mySQL , GlassFish ,JSP , NetBeans IDE, Ajax และอื่นๆ เป็นต้น

“งาน ในปีนี้ มีนักศึกษาหลายทีมได้เสนอโครงงานหลายชิ้นที่น่าสนใจ แปลกใหม่ในด้านไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ และมีความกล้าในการนำเสนอ” ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) การแข่งขันปีนี้ แสดงถึงศักยภาพของวงการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส และไอทีไทยที่กำลังเติบโตโดยมีหลายโปรเจกต์ที่มีศักยภาพพอที่จะต่อยอดไปสู่ แอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงในเชิงธุรกิจ หรือสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจต่อไป”

แม้จะเป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่ความเห็นของกรรมการและผู้จัด มองตรงกันว่า “เกินคาด” ในแง่พัฒนาการ และเปิดกว้างมากในแง่ความคิด โดยทีมโอเพ่นซอร์สจากทั่วอาเซียนได้แตกยอดการนำเสนอโปรเจกต์ไปหลายแบบหลาก สไตล์ แต่ละทีมได้หยิบเอาโปรแกรมทูล และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่แตกต่างและไม่เหมือนกันมาประยุกต์ใช้ หลายไอเดียน่าพัฒนาต่อไปอย่างยิ่ง

การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นตามแนวคิดที่ว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่กำลัง ศึกษาอยู่ในสถาบันต่างๆจะเป็นเสมือนผู้ผลักดันนวัตกรรมความสำเร็จต่างๆใน อนาคต ดังนั้นซันจึงเน้นการพัฒนาและส่งเสริมแนวคิดโอเพ่นซอร์สตั้งแต่ระดับฐานราก คือสถาบันการศึกษา ซึ่งจะต่อยอดนำวงการไอทีไทย และภูมิภาคนี้สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

“หัวใจ ของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สคือการเปิดกว้างในทุกระดับความคิดที่จะดึงความ สามารถสูงสุดของทั้งตัวฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ตลอดจนผู้พัฒนาแอปพลิเคชันหรือตัวโปรแกรมเมอร์ออกมา”

ผลของการสร้างสรรค์เหล่านี้จะเป็นก้าวแรกที่ช่วยนำวงการซอฟต์แวร์ไทย ก้าวต่อไปให้ข้ามพ้นขีดจำกัดของการผูกขาดเทคโนโลยี และนำโปรแกรมและทูลโอเพ่นซอร์สมาใช้งานได้อย่างอิสระต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งกับวงการไอทีและประเทศต่อไป

ที่มา : Manager Online

Comments are closed.