บก.ปศท.ยอมรับตามหลังพวกกระทำเรื่องอาชญากรรมตลอด เพราะเป็นฝ่ายป้องกัน ขณะที่อาชญากรเป็นฝ่ายคิดและทำ ย้ำตามจับการละเมิดลิขสิทธิ์ยุคนี้ยากมาก โจรรู้ช่องโหว่กฎหมาย ประกาศปีนี้ดำเนินการเชิงรุกบุกจับอย่างจริงจัง เผย 2-3 เดือนของปีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การจับกุมซอฟต์แวร์เถื่อนองค์กรธุรกิจ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ส่วนปีที่ผ่านมามูลค่าการจับกลุ่มประมาณ 170 ล้านบาท
      
พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปศท.) กล่าวว่า ปีนี้ตำรวจจะดำเนินการอย่างจริงจังกับการเข้าตรวจค้นบริษัทละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์องค์กร หลังจากมีการประกาศไว้เมื่อเปิดตัวโครงการรวมใจใช้ซอฟต์แวร์แท้แห่งชาติปี ที่ 2 ว่าจะกำจัดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ให้หมดไปจากประเทศไทย โดยบุกเข้าตรวจค้นห้างร้านหลายแห่งในไตรมาสแรกปีนี้ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์
      
ในช่วง 2-3 เดือนแรกของปีนี้ ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การจับกุมซอฟต์แวร์เถื่อนมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ซึ่งมีบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติในหลายหลากกลุ่มธุรกิจถูกดำเนินคดี ส่งผลให้ผู้บริหารของบริษัทอาจต้องรับโทษปรับและโทษจำคุกตามกฎหมาย ส่วนปีที่ผ่านมามีการจับกุมคิดเป็นมูลค่ากว่า 170 ล้านบาท
      
บริษัท ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการผลิตเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในเป้าหมายของการ ตรวจค้นขณะนี้ ตำรวจได้รับเบาะแสจำนวนมากจากพนักงานของบริษัทหรือผู้จัดการแผนกไอที และตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้จะมีการเข้าตรวจค้นบริษัทในทุกภาคของประเทศ ทั้งเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ
      
พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ บก.ปศท. กล่าวว่า การปราบปรามทรัพย์สินทางปัญญาทางรัฐบาลกำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่ง ปราบปรามและกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทาง บก.ปศท.ก็รับมาปฏิบัติการเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกเรื่อง โดยเฉพาะซอฟต์แวร์จะมีการร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทนเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ถ้ามีการสืบสวนจนแน่ชัดก็จะพร้อมเข้าไปดำเนินการจับกุมทั่วประเทศ
      
สำหรับแผนเชิงรุกจะดำเนินการใน 3 เรื่องหลักคือ

1.การให้ความรู้กับผู้ใช้และประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการกระทำที่ถูกกฎหมาย

2. การให้รางวัลนำจับซึ่งมีอยู่แล้ว

3.ร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องตรวจค้นมากขึ้น เพราะคดีการละเมิดลิขสิทธิ์จะทำโดยลำพังไม่ได้ ต้องทำงานร่วมกับเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์
      
รองผู้บังคับการ บก.ปศท. กล่าวว่า เป้าหมายในการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์องค์กรบก.ปศท.ตั้งไว้ว่าจะ สามารถสืบสวนได้เดือนละประมาณ 5 บริษัท หรือประมาณ 60 บริษัทในสิ้นปีนี้ แต่การจับกุมก็ขึ้นอยู่กับการแจ้งของเจ้าของลิขสิทธิ์หากแจ้งจับมากก็จับได้ มาก แจ้งน้อยก็จับน้อย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการจับกุมซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสมากสุดเพราะมีอยู่ทุกเครื่อง รองลงไปคือไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ และซอฟต์แวร์ออกแบบ
      
แต่การจับกุมในยุคนี้ทางบก.ปศท.ยอมรับว่า ยากมาก เพราะผู้กระทำผิดอาศัยช่องโหว่กฎหมายเป็นช่องทางทำมาหากิน เนื่องจากมีฎีกาออกมาว่ามีการล่อซื้อกับการล่อให้กระทำผิด ทั้งนี้ หากเป็นการล่อให้กระทำผิดศาลจะยกฟ้องทุกราย อย่างทุกวันนี้ผู้ค้าของผิดกฎหมายติดประกาศเลยว่าไม่ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิด ลิขสิทธิ์ในเครื่องให้ แต่ขายอย่างเดียว เพราะหากเข้าไปล่อซื้อแล้วขอให้เขา
ติดตั้งซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายให้ถือว่าเป็นการล่อให้กระทำผิด ถ้าฟ้องศาลก็มีการยกฟ้อง ซึ่งทำให้เป็นอะไรที่ยากขึ้น นอกจากนี้ผู้ค้าก็เริ่มรู้ว่าใครเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเจ้าพนักงานมีคนไม่มากเท่าไหร่

ที่มา : CYBER BIZ –Manager Online

Comments are closed.