ช่วงงานสัมมนาของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) ที่งานคอมมาร์ตที่ผ่านมามีการจุดประเด็นใหญ่เกี่ยวกับโอเพนซอร์สหลายอย่าง คิดว่าเพราะการจัดตารางให้ดูน่าสนใจซึ่งบริษัทต่างชาติอย่าง Microsoft ก็มาเปิดตัว Microsoft Office 2010 ทางบริษัท OSDev ก็มาเสนอทางแก้ปัญหาในการเลือกใช้ Office Suite หากไม่ต้องการละเมิดลิขสิทธิ์หันมาใช้โอเพนซอร์สเพราะคุณสมบัติเพียงพอกับความต้องการพื้นฐานอยู่แล้ว ต่อด้วย BSA มาพูดเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ซึ่ง BSA ชี้จุดประเด็นเรื่องนโยบายที่เป็นกลางของรัฐต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ การช่วยให้ภาคอุตสหกรรมซอฟต์แวร์เติมโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่มุ่งส่งเสริมการใช้โอเพนซอร์ส การส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาจะนำสู่ความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการจุดประเด็นเล็กๆ ที่สามารถทำให้ NECTEC และ NSTDA ที่กำลังสัมนาเรื่อง New Trends in Library and Information Management อยู่สะเทือน เพราะเทคโนโลยีในการพัฒนาที่วางรากฐานการมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศ ใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์สและซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นหลัก ทำให้เกิดการโต้ข่าวกันผ่านทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจในวันเดียวกัน ว่า

รัฐยังให้โอกาสโอเพ่นซอร์สน้อยไป ทั้งที่ช่วยเพิ่มทางเลือกผู้เริ่มธุรกิจ และเปิดทางพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ จากซอร์สโค้ดที่เปิดกว้าง ตอบโจทย์เชิงเศรษฐกิจได้ดีกว่า นายวิรัช ศรเลิศล้ำวณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า ความเห็นของบีเอสเอ เป็นความเห็นของฝ่าย ธุรกิจ อาจมองประโยชน์จากธุรกิจมากกว่า ทั้งๆ ที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลาง ไม่ได้ขายสินค้า แต่เรื่องโอเพ่นซอร์สหากมองมุมสังคม เป็นการเพิ่มทางเลือกแก่สังคม และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สก็เป็นช่องทางการ สร้างนักพัฒนาขึ้นมา ต่างจากซอฟต์แวร์ผู้ขาดที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ (proprietary) ซึ่งไม่เปิดเผยซอร์สโค้ด

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือก หรือความเหมาะสมต่อกรณีที่มีธุรกิจมากพอ ไม่ต้องลำบากใจนักก็ซื้อซอฟต์แวร์ใช้ แต่จะซื้ออะไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจ หรือทุนน้อย ก็มีซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือกที่ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ไม่สามารถให้ได้ อย่างมากที่สุดจะเปิดทดลองให้ 2-3 เดือนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ในแง่การพัฒนา ก็เห็นว่า ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา หรือนำมาลงทุนพัฒนาให้ดีขึ้นได้ แต่ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมีซอร์สโค้ดให้ดู ให้ศึกษา จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักพัฒนาที่เข้าสู่วงการทีหลัง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์สังคมเชิงเศรษฐกิจได้ดีกว่า

อ่านฉบับเต็มได้ที่ – กรุงเทพธุรกิจ

Comments are closed.