กลุ่มไอที ปตท. รับงบประมาณหดตามกระแสโลกรุกตั้งทีมวิจัยพัฒนา"โอเพ่นซอร์ส"เพิ่มทางเลือกคาดทดแทนซอฟต์แวร์ไลเซ่นได้ 1 ใน 4

นายสันติพัฒน์ อรุณธารี หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (ซีทีโอ) บริษัท พีทีที ไอซีที โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เริ่มปรับนโยบายการพัฒนาระบบงานไอที เพื่อสนับสนุนงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บริษัทในกลุ่ม ปตท.ทั้งหมด โดยนำซอฟต์แวร์อิสระ หรือโอเพ่นซอร์ส เข้ามาทดแทนระบบบางส่วน เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

 เขาระบุว่า งบด้านไอทีของบริษัทลดลงพอสมควร ส่งผลให้จำเป็นต้องลดขนาดการลงทุน รวมทั้งชะลอโครงการใหม่ๆ ที่เคยวางแผนไว้ โดยปีนี้ส่วนใหญ่จะพัฒนางานที่ต่อเนื่องจากปีก่อน และอยู่ในขั้นที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์

ทั้งนี้ บริษัทยังยืนยันว่า ช่วง 6-7 เดือนนี้ ยังไม่มีแผนลดคน แต่ก็จะไม่เพิ่มจำนวน โดยนอกจากการลดงบประมาณโครงการต่างๆ แล้ว บริษัทยังมีนโยบายลดต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อาทิเช่น ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในองค์กรบางอย่าง

 "ถ้าถามว่าโปรเจคใหม่ๆ ยังมีไหม ก็มีบ้าง แต่อาจลดขนาดลง ยกตัวอย่างเช่นโปรเจค 10 ล้านบาท แต่งบลดลงเหลือแค่ 2-5 ล้านบาทเท่านั้น" นายสันติพัฒน์กล่าว

เขาระบุว่า บริษัทเริ่มตั้งทีมวิจัยและพัฒนาโอเพ่นซอร์สโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มทางเลือกนำซอฟต์แวร์อิสระเข้ามาทดแทนการใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ซึ่งเดิมโครงสร้างด้านไอทีของบริษัทจะใช้ซอฟต์แวร์อีอาร์พีของเอสเอพี กับงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนระบบงานสื่อสารจะใช้ไลเซ่นของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่ลงทุนสูง

 ด้านแผนการทำโอเพ่นซอร์สเข้ามาใช้ทดแทน นั้น ระยะเริ่มต้นเน้นแอพพลิเคชั่นที่จะไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจหลัก อาทิเช่น ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (ซีอาร์เอ็ม) ระบบบริหารจัดการ เอ็นเตอร์ไพร์ซ คอนเทนท์ แมเนจเมนท์ เว็บ คอนเฟอเรนซิ่ง และระบบวีพีเอ็น

 ทั้งนี้ คาดว่าประมาณ 12 เดือนนี้ จะสามารถนำโอเพ่นซอร์สเข้ามาทดแทนการใช้ซอฟต์แวร์ไลเซ่นได้ราว 25% หรือ 1 ใน 4 ของแอพพลิเคชั่นทั้งหมด

 นอกจากนี้ หากระบบข้างต้นได้รับการทดสอบ และยอมรับมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว บริษัทก็มีนโยบายที่จะนำออกไปต่อยอดกับบริษัทภายนอกที่สนใจ โดยระหว่างนี้เป็นช่วงการทดลองระบบ และกำลังทำแผนงานความคุ้มค่า และความสามารถในการลดต้นทุน ของการนำโอเพ่นซอร์สเข้ามาทดแทนระบบเดิม

 อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า อุปสรรคของการใช้โอเพ่นซอร์ส คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่คนในองค์กร

 "ต้องยอมรับว่าการใช้โอเพ่นซอร์ส ไม่ใช่ติดตั้งแล้วใช้ได้เลย เนื่องจากโอเพ่นซอร์สส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ใช้ และองค์กร และต้องอาศัยเวลา ซึ่งเราก็พยายามดูต้นแบบจากองค์กรรัฐวิสาหกิจแบบเดียวกัน อาทิเช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ที่เริ่มสนใจนำโอเพ่นซอร์สเข้ามาใช้เหมือนกัน" นายสันติพัฒน์กล่าว

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
link : http://www.bangkokbiznews.com/home/news/it/it/2009/02/10/news_14719.php

Comments are closed.