ผมว่าจะเขียนงานเขียนในส่วนความคิดความเห็น ในทางที่สร้างสรรค์ สวยหรู หรืออย่าแล้วไม่เหมือนมาระบายอะไรประมาณนี้ ช่วงสัปดาห์นี้ ผมคิดหลายอย่างมากๆ ทั้งเรื่องของปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ และไม่คิดอะไรใหม่ดาวน์โหลดอย่างเดียว ผมมองย้อนกลับไปที่ free software เมื่อครั้งแรกๆ สมัยผมยังเด็ก ผมคิดว่าในตอนนั้นและตอนนี้คิดว่าสถานะการณ์มันแบบเดียวกัน แต่ต่างวิธีการเท่านั้นเอง ยังไงน่ะเหรอ?

 

ทุกวันนี้การโปรโมทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมักจะถูกโปรโมทไปที่ราคาที่ไม่ต้องเสีย หรือ เสียน้อยกว่า ผมขอฟันธงว่าเรื่องราคาที่ไม่ต้องเสียมันคงไม่จริง! ยังไงๆ ก้อต้องเสียเพราะเป้าหมายของการโปรโมทในแต่ละครั้งนอกจากโปรโมทซอฟต์แวร์แล้ว เบื้องหลังของการโปรโมทคือการแจ้งให้ทราบว่าหากคุณติดปัญหามีผู้สนับสนุนมีผู้ให้บริการหลายแห่งที่พร้อมจะให้บริการ ผมเลยไม่อยากจะพูดถึงในแง่ของธุรกิจมากนั้ก เอาเป็นว่าผู้ให้บริการนั้นมีน้อยมากละกัน

เอาล่ะมาว่าเรื่องเป้าหมายของโอเพนซอร์สกันอีกที คำว่า Open Sourceนี้คนที่คิดคำๆ นี้ก้อเคยอยู่ในทีมของ FSF มาก่อน อีกอย่างปัญหาคำว่า Free Software คนมักจะมองคำว่า Free เสียมากกว่า และ Free ที่ว่าคือไม่มีราคา ดังนั้นการสร้างคำใหม่เพื่ออธิบายกระบวนการเดิมคำว่า Open Source นั้น หมายถึง มีซอร์สโค้ดให้ดู แก้ไข ปรับเปลี่ยน ได้ แต่ต้องตรงตาม Open Source Definition  การที่จะระบุซอต์แวร์ตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะต้องดูตาม Open Source Definition วิธีการง่ายๆ คือดูตาม Open Source License  เอาล่ะการเปลี่ยนจาก Free Software มาเป็น Open Source Software ไม่ได้มีแค่เปิดโค้ดเท่านั้น หากเป็นการบ่งบอกว่าคุณสามารถนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของคุณมาทำธุรกิจได้อย่างอิสระ และจะไม่มีความกำกวมของคำว่า Free อีกต่อไป เพราะยังไงๆ คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะได้คนมาช่วยกันทำแล้ว ยังสามารถขายซอฟต์แวร์ และขายบริการเสริมอื่นๆ ได้อย่างอิสระ และไม่มีความข้องใจใดๆ อีกต่อไป ผู้รับบริการยังไงก้อต้องเสียเงินอยู่ดี :)

กลับมามอง Free Software กันบ้าง ธุรกิจบน Free Software ไม่มีหรืออย่างไร? มีครับ มีมานานมากๆ แล้ว ใครเคยใช้ Cygwin ที่เป็นโครงการของ Cygnus นั่นแหละครับ เป็นรายแรกๆ ที่ซัพพอร์ท Free Software ในทุกๆ เรื่อง ก้อเข้าสู่โมเดลธุรกิจเช่นกัน แต่ชื่อมันสื่อความหมายไปอีกแบบนึง คือ ไม่มีค่าใช้จ่าย เลยทำธุรกิจลำบาก!

ผมย้อนกลับไปศึกษาเบื้องลึกของ Free Software ความหมายในปรัชญาของคำว่า Freedom กฏเกณฑ์ข้อที่ 0-3 ที่อยากให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ปฏิบัติตาม ความหมายลึกๆ ของ Free Software คือ ปรัชญาการแบ่งปัน การให้ การพัฒนาร่วมกัน การลด Ego ของนักพัฒนาที่จะเปิดโค้ดให้คนอื่นดู วิจารณ์ หาข้อบกพร่อง เป็นแนวคิดคิดของการดูหลายตา ดีกว่าดูตาเดียว ทีนี้การที่มีหลายๆ คนช่วยกันพัฒนา ช่วยกัน debug จะทำให้ได้ซอฟต์แวร์ตรงตามที่กลุ่มคนเหล่านั้น (commuity) ต้องการได้ นั่นคือการพึ่งพออาศัยกันของ commuity เอาล่ะมันโยงกับปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างไร?

ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่พวกที่กลัวการทำธุรกิจ เกลียดระบบธุรกิจ หรือ ระบบทุนนิยมนะครับ การที่ผมพยายามอธิบายว่าสังคมผู้ใช้ซอฟต์แวร์ควรเป็นสังคมแบบ Free Software หรือปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างที่ผมนิยามนั้นหมายถึง

  • คุณอยากใช้ซอต์แวร์ตัวใด คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้
  • ซอฟต์แวร์ควรแบ่งปัน คุณมีสิทธิ์แจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ
  • ซอฟต์แวร์ควรพัฒนาต่อยอดได้ คุณมีสิทธิ์พัฒนาตามความต้องการของผู้ใช้
  • ซอฟต์แวร์ที่ยึดถือตามข้อข้างต้น ควรมอบสิทธิเหล่านี้ให้กับผู้ได้รับซอฟต์แวร์นั้นๆ ด้วย

ซึ่งแนวความคิดเหล่านี้มาจาก Free Software ล้วนๆ ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆ

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็มีความสุขที่ได้กินขนมอร่อยๆ ทุกคนมีความสุขที่ได้เป็นผู้รับ คนที่เป็นผู้ให้ก้อมีความสุขเช่นกัน”

แต่ถ้าเป็นแบบนี้

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ แต่คุณครูบอกกลับว่า อย่า อย่าแบ่งคนอื่น เก็บไว้กินคนเดียวนะ อย่าแบ่งนะ ถ้าเธอแบ่งจะเป็นเด็กเลวมากๆ เลย”

คิดว่ามองภาพแบบนี้แล้วเห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียว เอาล่ะหลายๆ คนอาจแย้งในหลายๆ เรื่อง เช่น ซอฟต์แวร์นะไม่ใช่ขนม ซอฟต์แวร์มีราคานะ ฯลฯ ซึ่งอันนั้นมันเป็นเรื่องของธุรกิจครับ ผมอยากเห็นสังคมซอฟต์แวร์ของการแบ่งปัน มากกว่าสิ่งเหล่านี้

  • ซอต์แวร์ที่เอาแต่ผลกำไร
  • ซอฟต์แวร์ที่เห็นแก่ตัว
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจอมปลอม
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลอกใช้
  • ฯลฯ

บ่มามากพอแล้วพอดีกว่าค่อยมาต่อเรื่อง Open Source Biz model ในครั้งหน้าใครอยากตามอ่านก้อตามอ่านหน้า Opinon ได้เลยครับ อ้อวันนี้ วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2551ได้อ่านข่าวของ mk ที่ blognone ซึ่งแทงใจดำผมมากๆ ที่บอกว่า

“อย่าคิดพึ่งพาหน่วยงานรัฐเลย มันไม่ได้ผลและไม่มีวันได้ผล (ด้วยปัญหาและข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว) ถ้าอยากได้อะไร มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องทำเอง”

คำตอบของปัญหานี้ก้ออยู่ที่ทุกๆ คน หลายทุกๆ community ว่าทุกๆ ท่านอยากให้ อยากให้ประเทศนี้เป็นอย่างไร? อยากให้สังคมซอฟต์แวร์ เป็นอย่างไร? ของฝากทิ้งท้ายมีเพลง Free Software  มาฝาก คำร้องโดย RMS ทำนองแบบ Sadi Moma

 

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2


Hoarders may get piles of money,
That is true, hackers, that is true.
But they cannot help their neighbors;
That’s not good, hackers, that’s not good.

When we have enough free software
At our call, hackers, at our call,
We’ll throw out those dirty licenses
Ever more, hackers, ever more.

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2

 

 

Comments are closed.