สืบเนื่องจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือกับสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (SIPA) ฝ่ายโอเพนซอร์ส เพื่อร่วมกันจัดงาน เปิดใจใช้โอเพนซอร์สในภาครัฐ ซึ่งงานจัดขึ้นวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551 เวลา 09.00 – 15.30 น. ณ.ห้องประชุม 30410 ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี โดยในงานมีผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานราชการเข้าร่วมฟังการสัมนาในครั้งนี้มากมาย ซึ่งทางทีมงาน thaiopensource ได้ติดต่อประสานงานเพื่อขอแบบสอบถามที่ได้จากงานนี้กับทางสำนักลิขสิทธิ์ ของกระทรวงพาณิชย์ ได้ข้อมูลแบบสอบถามจำนวน 74 ชุด โดยสามารถสรุปผลจากแบบสอบถามได้ดังนี้

ข้อที่ 1 ท่านมีความรู้เกี่ยวกับ Open Source Software ก่อนการสัมมนา

      คำถามแรกเลยนั้นเป็นคำถามเกี่ยวกับการวัดว่าเจ้าหน้าที่ในภาครัฐนั้นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Opensource มากขนาดไหน ก็พบว่าผลที่ออกมาเป็นไปตามความคาดคิดนั่นคือมีความรู้ความเข้าใจน้อยถึง 45% นำมาเป็นอันดับหนึ่ง และตามมาด้วยมีความรู้ความเข้าใจในระดับปานกลาง 42% ส่วนมีความรู้ความเข้าใจอย่างมาก 8% และไม่รู้จัก Opensource เลย 5% สำหรับ 5% นั้นคงจะได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง Opensource จากงานสัมนาครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับผม
 

ข้อที่ 2 ท่านมีความรู้เกี่ยวกับ Open Source Software หลังการสัมมนา

    จากคำถามข้อสองทำให้เราได้ทราบว่าหน่วยงานภาครัฐมีความรู้ความเข้าใจหลังสัมนาในเรื่อง Opensource ปานกลางเท่านั้นโดยเมื่อวัดเป็นเปอร์เซนต์ก่อนสัมนาจะเห็นได้ว่าขั้นตอนการส่งเสริมหรือกระตุ้นภาครัฐนั้นมีผลเหมือนกัน โดยประมาณสัดส่วนของผู้ที่รู้จัก Opensource มีถึง 39% และปานกลาง 59% ซึ่งต่างกันประมาณ 20% ส่วนพวกที่ไม่รู้จัก Opensource หรือรู้จักน้อยมีเพียง 1% เท่านั้น

ข้อที่ 3 ท่านจะนำ Open Source Software ไปใช้ในองค์กรหรือไม่

     สำหรับข้อสามนั้นเป็นเรื่องที่น่าดีใจเป็นอย่างมากที่หน่วยงานภาครัฐของเรามีการนำเอา Open Source Software ไปใช้กันในหน่วยงานเป็นเปอร์เซนต์สูงมากเลยทีเดียว คือมีหน่วยงานที่นำเอา Open Source Software ไปใช้สูงถึง 86% และหน่วยงานที่ยังไม่ใช้มีเพียง 14% เท่านั้น (เดียวตอนท้ายผมจะสรุปว่าทำไมเขาถึงไม่ใช้กันให้ฟัง) แต่สำหรับคำถามข้อนี้ผมก็ขอขอบคุณหน่วยงานที่นำ Open Source Software ไปใช้ในองค์กรทำให้ประเทศชาติประหยัดงบประมาณในการซื้อ Software จากต่างประเทศได้เป็นอย่างมาก

ข้อที่ 4 ท่านใช้ Open Office ในองค์อยู่แล้วหรือไม่

    คำถามข้อสุดท้ายทำให้ผู้เขียนไม่ค่อยประทับใจกับสัดส่วนของการใช้งาน Openoffice ในหน่วยงานภาครัฐเท่าไหร่โดยคิดเป็นร้อยละ 65% ที่ไม่ใช้ และหน่วยงานที่ใช้ร้อยละ 35% ถือเป็นสัดส่วนที่ทางหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐต้องทำการผลักดัน Opensource ให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะว่ายิ่งผลักดันเท่าไหร่ยิ่งช่วยชาติประหยัดเงินได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น

– สำหรับหัวข้อต่อไปเป็นการสรุปเหตุผลที่ใช้ Opensource Software หรือไม่ใช้ Opensource Software ในหน่วยงาน
    – เหตุผลที่ใช้ Opensource Software
         – ประหยัดและสอดคล้องกับนโยบายรัฐ
         – อยากทดลองใช้งาน
         – ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์ และถูกกฎหมาย        
         – ถูกบังคับให้ใช้
         – นำมาพัฒนาต่อยอดได้ และเป็นทางเลือกใหม่สำหรับองค์กร
    – เหตุผลที่ไม่ใช้ Opensource Software
         – ปัจจุบันใช้ไมโครซอฟออฟฟิต ทำให้กลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะใช้งาน Open Source
         – ยังไม่พร้อมที่จะนำไปใช้เพราะมีปัญหาขัดข้องกับนโยบายของผู้บังคับบัญชา
         – เจ้าหน้าที่ยังยึดติดกับ Software ที่ใช้อยู่เดิม
         – ขาดการผลัดดันให้มีการใช้งานอย่างกว้างขาวจากภาครัฐ
         – หน่วยงานไม่ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่มีการส่งเสริมจากหน่วยงาน
         – มี Function การทำงานไม่ตรงตามความต้อง
         – ยังไม่มีนโยบายการใช้งานจาก CIO หน่วย

– สำหรับข้อเสนอแนะอื่น ๆ สรุปไดดังนี้
         – อยากให้หน่วยงานของรัฐอบรมการใช้ Open Source Software อย่างจริงจังและให้กำหนดเป็นนโยบาย
           เกี่ยวกับการใช้ Software ในภาครัฐที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
         – อยากให้ภาครัฐเป็นผู้นำในการผลักดัน และกำหนดนโยบาย
         – หน่วยงานราชการทหารควรผลักดันให้มีความตื่นตัวในเรื่องนี้เยอะ ๆ
         – ควรกำหนดนโยบายจากรัฐบาล/กระทรวง/กรม ให้มีการใช้งาน Open Source Software กันอย่าง
           จริงจังโดยให้มีการกำหนดกลยุทธและวางแผนที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และควรผลักดันในสถานศึกษาก่อน
         – ควรส่งเสริมการใช้งาน Open Source และผลักดันเข้าไปอย่างสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้เด็กมีความรู้
           มากยิ่งขึ้น และทำเป็นกำลังในการเผยแพร่ Open Source ให้กระจายไปอย่างรวดเร็ว
         – ถ้าจะให้มีผลอย่างรวดเร็วความบังคับออกเป็นกฎหมาย
         – ควรพัฒนาบุคคลากรทางด้าน Open Source ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อไป
         – ควรมีการจัดหลักสูตร e-learning ชุด Open Office Online ที่สามารถเข้าไปเรียนฟรีได้ โดยให้
           บริการผ่านสำนักงาน กพ. เพื่อให้หน่วยราชการสามารถเรียนรู้การใช้งานได้
         – ควรให้มีการจัดอบรมทุกหน่วยงาน กรมเพื่อขยายฐานผู้ใช้ Open Source Software ในวงกว้างขึ้น
         – มีการกำหนดนโยบายให้ Open Source Software เป็นวาระแห่งชาติ
         – ควรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ โทรทัศน์ ในเรื่อง Open Source Software ให้มีมากขึ้น
         – ควรให้มีการจัดประกวดแข่งขันการเขียนโปรแกรม Open Source ในระดับสถานศึกษาหน่วยราชการ
           เพื่อพัฒนาบุคคลากรทางด้าน Open Source ให้มากยิ่งขึ้น
         – ควรเปิดเว็ปไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับ Open Source Software เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้
           ความคิดเห็นด้าน Open Source Software ของคนไทย
         – สถานที่มีความคับแคบห้องเต็มไม่มีที่นั่งควรจัดหาสถานที่ให้เพียงพอกว่านี้
         – ควรทำ Active Multimedia Training Disc แล้วแจกจ่ายไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ

    สำหรับบทสรุปนี้ก็คงพอเป็นเครื่องกระตุ้นให้หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่าเราจะเดินหน้าขับเคลื่อนโอเพนซอร์สให้ใช้งานกับภาครัฐเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและผลอีกหลาย ๆ อย่างจะตามมาทั้งทางตรงและทางอ้อม สุดท้ายผมก็ขอฝากให้ท่านผู้เกี่ยวข้อทั้งหลายรวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลช่วยกันผลักดันส่งเสริมอย่างจริงจังและจริงใจกันหน่อย เพื่อประเทศชาติจะได้ประหยัดงบประมาณปีละหลายหมื่นล้านบาทและพนักงานทุกคนในองค์กรทำงานด้วยความสบายใจเนื่องจากทำตัวถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือละเมิดลิขสิทธิ์ใคร

หมายเหตุ สำหรับท่านที่ต้องการอ่านเอกสารรวมถึงสรุปรายชื่อผู้เขาสัมนาสามารถ Download PDF ไฟล์ได้ ที่นี่

Comments are closed.