ช่วงนี้มีโอกาสได้ไปเรียนด้านธุรกิจมาบ้างเลยอยากนำแนวคิดบางอย่างมาเล่าสู่กันฟัง ผมเคยได้รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่สัมผัสกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สบางตัวและมีความรู้สึกบางอย่างที่แสดงให้คนนั้นรู้สึกว่า  "ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ห่วย!" เลยยกเอามาเป็นกรณีศึกษาเล็กๆ ว่า ถ้าในความรู้สึกของผู้ใช้ที่บอกว่า "ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ห่วย!" มัน "ห่วย" ยังไง และอะไรที่ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สต้องการจะสื่อ หากสื่อสารออกมาในรูปของแบรนด์ ผู้ใช้หรือผู้ที่กำลังจะเลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สควรรู้สึกอย่างไร มีความคิดอย่างไรกับแบรนด์โอเพนซอร์ส

หากจะนำเอาความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับโอเพนซอร์สของผมเป็นตัวตั้ง หากได้ยินคำว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ผมจะมองเห็นภาพในเรื่องของโมเดลการพัฒนาซอฟต์แวร์ มีความรู้สึกที่ว่าเดี๋ยวได้เห็นโค้ดมันแน่ๆ มันทำได้ยังไงว่างๆ ต้องแกะดู อันนี้ความรู้สึกของผมนะ แต่ก้อมีความรู้สึกนึกคิดจากหลากหลายผู้คนที่คลุกอยู่กับโอเพนซอร์ส และคนที่ไม่ได้คลุกอยู่กับโอเพนซอร์ส ทำให้ความรู้สึกนึกคิดที่เกิดกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมีมากขึ้น เช่น ราคาถูก, ฟรี, ไม่มีค่าใช้จ่าย, มีความปลอดภัยต่ำ, ห่วย, พัฒนาต่อได้, ต้องเก่งถึงใช้งานได้, ก้องั้นๆ เทียบกับโน่น นี่ นั่น ไม่ได้ เป็นต้น น่าแปลกที่เรามักไม่ได้มองถึงสิ่งที่โอเพนซอร์สสื่อออกมาจริงๆ ว่าคืออะไร แบรนด์โอเพนซอร์สหรือความรู้สึกนึกคิดของโอเพนซอร์สที่ต้องการสื่อสิ่งเหล่านี้คือ

1. คุณมีสิทธ์ใช้ได้
2. คุณแก้ไขได้
3. คุณช่วยพัฒนาต่อได้
4. คุณแจกจ่ายไปให้คนอื่นได้

รวมๆ ก้อคือกฏของ RMS นั่นเอง แต่สิ่งที่เราพบเห็นบ่อยๆ ในการโปรโมทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สคือ ราคาถูก, ฟรี, ไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ความรู้สึกในในด้านคุณค่าของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สลดลง เกิดความรู้สึกที่ว่า มีความปลอดภัยต่ำ, ห่วย, ใช้งานยาก, ต้องเก่งถึงใช้งานได้, ก้องั้นๆ เทียบกับโน่น นี่ นั่น ไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้เป็นเรื่องที่ปกติในบ้านเรา เพราะฉะนั้นซอฟต์แวร์ที่อยู่ในแบรนด์โอเพนซอร์สในบ้านเราจึงทุลักทุเลกัน แบรนด์โอเพนซอร์สในความรู้สึกที่ควรจะเป็นจึงไม่เกิดขึ้น นอกจากปัญหาที่เกิดจากการโปรโมทแล้วยังมีความรู้สึกจากผู้ใช้ทั่วไปว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็น "ซอฟต์แวร์ทดแทน" ทำให้ซอต์ฟแวร์โอเพนซอร์สถูกแบ่งแยกออกไปอีก บางคนคิดเลยเถิดไปจนต้องสร้างตลาดซอฟต์แวร์ใหม่สำหรับโอเพนซอร์สไปเลย เพราะไม่สามารถอยู่ในตลาดเดียวกันกับตลาดซอฟต์แวร์ทั่วไปได้ "เพราะกลัวขายไม่ได้" หรือ "ไม่มีสิ่งที่แตกต่างมากพอ"

แล้วการสร้างแบรนด์จากแบรนด์โอเพนซอร์สทำอย่างไร???

หากมองในแง่ของธุรกิจและการตลาด การนำเอาข้อดีของโอเพนซอร์สหรือแบรนด์โอเพนซอร์สมาใช้ในการทำตลาดนั้นเป็นเรื่องดี ซึ่งอย่างน้อยก้อได้กลุ่มคนที่เป็นสาวกโอเพนซอร์สและฐานลูกค้าจำนวนหนึ่ง แต่ต้องเป็นฐานลูกค้าที่เข้าใจว่าโอเพนซอร์สนั้นเป็นอะไร การใช้แบรนด์โอเพนซอร์สมาผูกกับตัวผลิตภัณฑ์ยังต้องคำนึงถึงหลายๆ สิ่งเช่นตลาดที่คุณกำลังเล่นอยู่เข้าใจโอเพนซอร์สมากน้อยเพียงใด หากตลาดที่คุณกำลังเล่นอยู่มีความเข้าใจที่ดีและเห็นว่าตัวผลิตภัณฑ์ใช้โมเดลการพัฒนาแบบโอเพซอร์สซึ่งลูกค้าได้รับประโยชน์สูงมากจากการพัฒนาและสร้างนวตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนการซัพพอร์ทที่ดีจากชุมชนหรือบริษัทนั้นๆ ก้อเป็นเรื่องที่ดีไป หากแบรนด์โอเพนซอร์สในความรู้สึกที่ควรจะเป็นไม่เกิดขึ้น ลูกค้าและตลาดก้อจะมองแบรนด์โอเพนซอร์ส คือ ราคาถูก, ฟรี, ไม่มีค่าใช้จ่าย ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ต้องการสื่อถึงอย่างแท้จริง

ในปัจจุบันมีหลายๆ บริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านโอเพนซอร์สจับผลิตภัณฑ์โอเพนซอร์สไปพัฒนาต่อ แล้วโปรโมทกับฐานลูกค้าจากชุมชน อาศัยกระแสในการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นในชุมชน สร้างการบริการ การซัพพอร์ท การพัฒนาเพิ่มเติม เป็นต้น หากพิจารณาดีๆ แบรนด์ของผลิตภิณฑ์ไม่เกิด จิตวิญญาณของผลิตภัณฑ์ไม่เกิด เกิดเพียงแบรนด์ชุมชน และเป็นชุมชนโอเพนซอร์สเพียงกลุ่มเดียว ดังนั้นลูกค้าจึงมีเพียงกลุ่มเดียว ในด้านการทำธุรกิจในการซัพพอร์ท เท่าที่ผมศึกษาดูพบว่ามีมากขึ้น แต่ไม่ได้สร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์โดยตรง เกิดจากการจ้างทำของ เสียมากกว่า ดังนั้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ควรมองจากหลายๆ ส่วนไม่ใช่แค่เพียงแบรนด์โอเพนซอร์สหรือปรัชญาจากโอเพนซอร์สเพียงด้านเดียว เพราะผลิตภัณฑ์ของคุณต้องขายให้กับลูกค้าได้ในทุกกลุ่มทุกตลาดที่คุณสนใจ

งานเขียน opinion ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่าสร้างแบรนด์โดยแอบอิงโอเพนซอร์สจะดีกว่า การสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเป็นสิ่งที่ดีกว่า ผมอยากให้ลองพิจารณาในความเหมาะสมเท่านั้น ผมขอขอบคุณแนวความคิด ความคิดเห็นที่มีต่อโอเพนซอร์สและการโปรโมทโอเพนวอร์ส จากผู้ร่วมงาน NECTEC ACE 2008 เมื่อวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้มองในอีกมิติหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์มากทีเดียวครับ หวังว่างานเขียน opinion นี้คงมีประโยชน์บ้างสำหรับผมที่คิดจะหยิบจับ พัฒนา สร้างบริการ จากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

Comments are closed.