ยังคงเป็นคู่กัดกับไมโครซอฟท์เหมือนเดิม เมื่อ Mozilla เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “privacy mode” ใน Firefox 3.1 ซึ่งพร้อมให้ดาวน์โหลดในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยในโหมดการทำงานนี้บราวเซอร์จะไม่บันทึกรายการเว็บไซต์ที่เข้าชมหรือเก็บคุ้กกี้ของไซต์เอาไว้

ซึ่งในการพัฒนา Privacy Mode ขึ้นมานั้นจะมีเป้าหมายในการบริหารจัดการให้ดีขึ้นและแบ่งแยกให้ชัดเจนระหว่าง Public และ Privacy ซึ่งเมื่อทำงานในโหมด Privacy แล้วผู้ใช้จะไม่สามารถถูกติดตามได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่เพื่อให้คงความเป็นส่วนตัวที่สุด แต่ข้อมูลที่เข้าไปเปิดชมยังคงสามารถบันทึกเก็บเอาไว้ได้ รวมทั้งบุ๊กมาร์ก หรือสิทธิการเข้าถึงต่างๆ ข้อมูลที่โหลดมาทั้งหมดจะถูกลบออกไป และไม่มีการบันทึกพาสเวิร์ดเอาไว้ รวมทั้งฟังก์ชัน AutoComplete ถึงจะยังใช้ได้ แต่ก็ไม่มีการเก็บข้อมูลเช่นกัน และเมื่อออกจากโหมด Privacy เซสชันต่างๆ ที่เปิดเอาไว้จะถูกยกเลิกทั้งหมดทันที ซึ่งจะว่าไปแล้วมีส่วนเพิ่มเติมบราวเซอร์ชื่อ Stealthier ที่สามารถทำงานดังกล่าวได้ หากเปรียบเทียบกับฟีเจอร์ของ Google’s Chrome ก็ยังจะเห็นว่าทาง Google เองก็มี privacy mode เช่นเดียวกันในชื่อ Incognito ซึ่งก็เป็นเหมือนหนึ่งแรงผลักดันให้ Firefox ต้องเร่งพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวขึ้นมาแข่งขันอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่จุดแตกต่างอย่างหนึ่งของ Incognito ใน Chrome ก็คือเมื่อใช้ Google ใน Privacy mode บราวเซอร์กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาในเรื่องการขโมยข้อมูลหรือว่าแฮ็กเกอร์ที่ใช้เทคนิคอื่นในการโจมตี ส่วนถ้ามองดูผู้เล่นรายอื่นๆ ดูบ้าง อย่าง Internet Explorer เองก็มีฟีเจอร์ดังกล่าวนี้เช่นกันในชื่อ InPrivate ซึ่งมีมาให้ทดสอบแล้วใน IE8 Beta w ส่วนบราวเซอร์ Safari เองก็เตรียมพร้อมสำหรับไพรเวตบราวซิงเอาไว้แล้วเช่นกัน ซึ่งถ้ามองกันอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่าวันนี้ Google กำลังเปิดประเด็นและสร้างสงครามบราวเซอร์ครั้งใหม่ขึ้นมา หลังจากที่เคยเกิดสงครามบราวเซอร์ครั้งรุนแรงในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาระหว่าง Internet Explorer กับ Netscape Navigator ที่ครั้งนั้นถึงขนาดตายกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว แต่วันนี้ดูเหมือนว่าสงครามครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้น และมีผู้เล่นในสนามมากขึ้น รูปแบบของสงครามก็เปลี่ยนไป แต่สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนตุลาคม 2551

Comments are closed.