มีโปรเจค Cloud Computing เข้ามาให้ได้ลองขบคิดซึ่งผมโดนจับเข้าไปอยู่ในกลุ่ม Cloud Computing แบบงงๆ คงเป็นเพราะผมเคยเปรยๆ ไว้เมื่อต้นปีที่แล้วว่าน่าทำ Cloud เพราะเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเรามากในหลายๆ ด้าน หากมองข้อดีที่หลายๆ คนพยายามโฆษณา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ พันแปดร้อยข้อ แต่สำหรับผมแล้วผมมองในแง่ของการเสริมความต้องการและเติมในส่วนที่ขาดของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ซึ่งมี 3 ส่วนหลักๆ คือ

  1. ทรัพยากรในการพัฒนาซอฟแวร์ (development & testing)
  2. เครื่องมือในการประกอบธุรกิจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่าน SaaS เช่น เครื่องมือในการบริหารจัดการโครงการซอฟต์แวร์ ปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ลูกค้าสัมพันธ์ เอกสารอิเลคทรอนิกส์ ฯลฯ
  3. เป็นแหล่งทรัพยากรพื้นฐานบริการในรูปแบบของ IaaS สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมเข้าสู่ตลาด (ready2market) ลดรายจ่ายของผู้ประกอบการได้มหาศาล เช่น ใช้เป็น demo site, deployment site เป็นต้น

    สำหรับในส่วนอื่นๆ ก็คงแล้วแต่ model ทางธุรกิจ สำหรับการลงทุนในเรื่องของ Cloud Computing และการจัดทำ Cloud Infrastructure เพื่อใช้เป็น IaaS ก็ไม่ใช่เรื่องยากหรือลงทุนสูงอะไรมากนัก เพราะซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถทำได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Private Cloud หรือ Public Cloud ซึ่งความยากง่ายและงบประมาณในการบริหารจัดการขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของ Cloud Infrastructure นั้นๆ ผมคงไม่ลงในรายละเอียดมากนักสำหรับท่านที่สนใจอยากจะทำ Cloud Infrastructure ในองค์กรแบบเล็กๆ ผมแนะนำให้เข้าไปดูเอกสารเกี่ยวกับ KVM Virtualization ช่วยได้ครับ สำหรับองค์กรที่ต้องการทำ Cloud Infrastructure อยากจะสัมผัส Cloud infrastructure Amazon EC2 และ S3 การเริ่มต้นด้วย Eucalyptus ก็ไม่ได้ยากมากนัก สำหรับท่านที่สนใจอยากทำ Cloud Infrastructure สามารถดูแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wiki ของ Suriyan หลายคนที่ follow twitter ของผม @anoochit อาจเห็นว่าช่วงนี้บ่นเรื่อง Cloud เยอะ หลังจากนี้คงไม่บ่นแล้ว คิดว่ามีข้อมูลเพียงพอสำหรับอ้างอิงและผู้ที่สนใจเรื่อง Cloud สามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้ครับ

Comments are closed.