ผมเข้าร่วมงาน Training 11 ของ Ubuntu Club งานอบรมนี้ตั้งใจจะให้ผู้ที่เข้าร่วมสามารถสร้าง Ubuntu ในแบบที่ตัวเองต้องการได้ เผอิญได้ไปคุยกับผู้เข้าร่วมอบรมท่านหนึ่งซึ่งมีไอเดียเด็ด ว่าจะทำ Ubuntu เป็นแบบ ready system ติดตั้งครั้งเดียวมีครบหมดประมาณว่าไม่ต้องลงอะไรเพิ่มเติมแล้ว อืมมม ผมเลยตั้งคำถามว่าหาก iso ที่ได้เกินขนาด 1 แผ่น CD จะทำได้อย่างไร และหากเครื่องที่ไปติดตั้งไม่สามารถเปิดใช้ตัวติดตั้ง (แบบ ubiquity) ได้จะทำอย่างไร การอัพเกรด หรือ อัพเดทโปรแกรมที่ติดตั้งไปแล้วจะทำอย่างไร (ในกรณีที่ติดตั้งโปรแกรมที่ไม่มีใน repo ของ Ubuntu) ผมให้แง่คิดเอาไว้ว่าปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ใช่ไหมครับ

แนวความคิดเรื่องการเอาโปรแกรมที่เราเขียนขึ้น หรือโปรแกรมที่เราใส่ลงไปพิเศษแล้วทำเป็นแผ่น Live CD เพื่อติดตั้งให้กับลูกค้า (ในแง่ธุรกิจบริการหรือโซลูชั่น) การทำ Live CD เพื่อติดตั้งคงจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนักเพราะ Ubiquity ยังไม่สามารถทำงานได้เท่ากับ debian installer ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้ง RAID เป็นต้น อาจต้องใช้กำลังภายในตอนใช้ Live CD พอสมควร ผมจึงเห็นว่าน่าจะทำโดยใช้วิธีอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมมากกว่าเช่น การทำ repository บริการลูกค้า โดยโซลูชั่นนั้นๆ ติดตั้งเพียง Ubuntu Server จากนั้นค่อยทะยอยติดตั้งจาก repository ที่ทำไว้ ซึ่งจะทำให้ง่ายในการติดตั้ง หรืออาจทำเป็นแพคเกจให้ติดตั้งก้อได้ การอัพเดทโปรแกรมก้อจะทำได้ง่ายเช่นกัน คืออัพเดทจาก  repository นั่นเอง

ผมได้พูดคุยกับผู้เข้าร่วมอบรมไม่มาก แต่เข้าใจว่าทุกๆ คนอยากทำ Ubuntu ในแบบที่ตัวเองต้องการ แต่อยากให้คำนึงถึงปัญหาที่จะตามมา เช่น ขนาดของไฟล์แทนที่จะอยู่ในแผ่น CD แต่ต้องเขียนลงในแผ่น DVD แทน การอัพเดทซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งลงไปแล้ว การติดตั้งในระบบ RAID การติดตั้งใน Architecture ที่แตกต่าง เช่น Live CD build จาก i386 แต่ต้องติดตั้งบน amd64 เป็นต้น ผมเองอยากให้คนที่คิดจะเอาซอฟต์แวร์เยอะแยะอัดลงแผ่น CD/DVD หันมาเอาดีทางด้านทำ Debian Package (.deb) น่าจะดีกว่าเพราะจะดูแลรักษาง่าย อัพเกรดง่ายทั้งในฝั่งผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ใช้ Ubuntu มีโครงการ MOTU ซึ่งเป็นโครงการระดมผู้ใช้และผู้พัฒนาช่วยกันสร้าง package ใส่ลงใน repository ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก หากท่านใดที่สนใจอยากเป็นสมาชิก MOTU ประเทศไทยก้อสามารถติดต่อ Ubuntu Club ได้ครับ

Comments are closed.