วันสบายๆ แบบนี้ก็ไม่อยากเอาเรื่องเครียดๆ มาให้อ่านกันก็เลยไปค้นเอาเรื่องราวของเบื้องหลังความสำเร็จ ของเจ้าหมีอ้วนที่ออกลีลากังฟูแบบพริ้วไหวเต็มจอมาฝากกัน นั่นก็คือคุณรู้ไหมว่าการสร้างภาพที่ไหลลื่นขนาดนั้นมีลีนุกซ์ทำงานอยู่ข้างหลัง

DreamWorks Animation ผู้ทำให้ Kung Fu Panda เข้าไปอยู่ในใจของผู้คน (ด้วยความที่มันดังระเบิดทำให้มันกลายเป็นโครงการหนังภาคต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย) การทำงานเบื้องหลังของเจ้าหมีตัวนี้และบรรดาสารพัดสัตว์ในเรื่องนี้อยู่บนลีนุกซ์ที่ทำงานบนเครื่องของเอชพีเวิร์คสเตชัน และที่น่าตกใจกว่าเดิมก็คือความจริงที่ว่าสตูดิโอแห่งนี้ใช้ลีนุกซ์มาตั้งแต่ปี 2001 (เอา 543 บวกเข้าไปก็จะได้ปี พ.ศ. ของเราพอดีอยู่ที่ปี 2544) คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจก็คือแล้วสตูดิโอบ้านเราทำอะไรกันอยู่ ล่าสุดยังซื้อฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ราคาสุดโหดมาทำอยู่เลย (อันนี้ถ้าไม่จริงอย่างไรก็ฝากคอมเม้นท์กันไว้ได้เลยครับ)

Ed Leonard CTO ของดรีมเวิร์คเล่าให้ฟังว่า "เราร่วมมือกับเอชพีมาตั้งแต่ปี 2001 นั่นคือเริ่มตั้งแต่เรื่อง เชร็ค ภาคแรกเลยทีเดียว และเราก็ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง จากความร่วมมือนี้เองที่ทำให้เรารู้ว่าลีนุกซ์แพลตฟอร์มเหมาะกับเรามากที่สุด ดังนั้นการทำงานของเราตั้งแต่ขั้นตอนแรกจะถึงสุดท้ายทำด้วยลีนุกซ์ทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องเวิร์คสเตชันไปจนถึงเรนเดอร์ฟาร์ม " อย่างที่เราทราบกันดีว่าทางสตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้มีเรนเดอร์ฟาร์มเพียงแห่งเดียว แต่ตอนนี้มันถูกเทคโนโลยีของการทำ virtualized ให้มันกลายเป็นเซิร์ฟเวอร์ฟาร์มใหญ่ๆ ไปแล้ว นั่นทำให้ทีมงานที่แยกย้ายกันอยู่ตามที่ต่างๆ สามารถส่งงานเข้ามาสร้างภาพได้ที่เดียวกัน ทำให้หมดปัญหาของการรวมพนักงานไว้ที่เดียวกันได้

ในเรื่อง Kung Fu Panda มีการใช้งานเครื่องเวิร์คสเตชันมากถึง 400 ตัว ใช้เซิร์ฟเวอร์มากถึง 1,500 ตัว ใช้เวลาในการ Render มากกว่าเรื่องเชร็คมากถึง 4 เท่า ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่ามีการก้าวกระโดดทางด้านภาพไปอย่างมากมาย นี่เป็นความจริงเล็กๆ น้อยๆ ของลีนุกซ์ที่ไปสร้างความสำเร็จในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อนิเมชัน

ที่มา : http://digitalproducer.digitalmedianet.com/articles/viewarticle.jsp?id=415193

Comments are closed.