สืบเนื่องจากงานของทางสมาคมการพิมพ์ ก็เลยได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในการตรวจงานจากการประกวดสร้างผลงานกราฟิก ซึ่งไม่ได้จำกัดเครื่องมือที่ใช้ในการออกแบบ ทางผมเองก็แอบหวังเล็กๆว่าจะมีงานที่ทำจาก OSS ส่งเข้ามาบ้าง เพราะครั้งก่อนที่ได้ไปสอนให้ก็ดูน้องๆใช้งานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่พอได้คุยกับคณะกรรมการท่านอื่นๆแล้ว พบว่าไม่มีงานที่ทำด้วยโอเพนซอร์สส่งเข้ามาเลย เลยแอบเศร้าเล็กน้อย แต่อันนี้ผมก็เข้าใจดีถึงเงื่อนไขในการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ OSS ในการทำงานหรือไม่ เพราะผมเองก็เคยผ่านจุดของการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว

ในแง่ของผู้ที่กำลังปรับตัวจากการใช้ซอฟต์แวร์หนึ่ง มาเป็นอีกซอฟต์แวร์หนึ่ง (ไม่จำเป็นว่าต้อง จาก Proprietary ไปเป็น OSS) เขาจะมีวิธีในการตัดสินใจในการเลือกว่าเวลาไหนจะใช้ซอฟต์แวร์ใดประมาณนี้ครับ

ระยะเวลาในการทำงาน ถ้ามีเวลาน้อยผู้ใช้จะเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคย
ความสำคัญของงาน ถ้างานนั้นสำคัญ หรือมีมูลค่าของงานที่สูง ผู้ใช้จะเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคย
ความสามารถที่ต้องการ ถ้างานนั้นจำเป็นต้องใช้ความสามารถเฉพาะของโปรแกรมที่ผู้ใช้ไม่แน่ใจว่าซอฟต์แวร์อีกตัวสามารถทำได้หรือไม่ ผู้ใช้จะใช้ซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคยในการทำงานนั้น

อันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาในการปรับตัวจากการใช้ซอฟต์แวร์หนึ่งไปสู้การใช้งานอีกซอฟต์แวร์หนึ่ง ในกรณีที่เป็นผู้ใช้งานเพียงคนเดียวก็จะไม่ยากมาก เพราะจะขึ้นกับตัวเราเพียงคนเดียว แต่ในการณีของงานประกวดที่ผมไปเป็นกรรมการนี้เป็นงานกลุ่ม ดังนั้นถ้าตัวเองใช้ซอฟต์แวร์ OSS ได้ แต่เพื่อนใช้ไม่ได้ งานก็จะสะดุด ซึ่งจะไม่คุ้มกับการเสียเวลา และเสี่ยงต่อการที่จะเจอปัญหาในการทำงาน

อันนี้ก็เล่าสู่กันฟังครับ ถึงปัญหาที่เราจะต้องเจอ เมื่อเราตัดสินใจที่จะย้ายมาใช้งาน OSS ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่มันต้องอาศัยเวลาและการเตรียมตัวที่ดีพอสมควร แล้วคุณล่ะครับ ย้ายมาใช้ OSS หรือยัง

Comments are closed.