ผมคลุกอยู่กับโอเพนซอร์สมาเกือบ 10 ปีเห็นจะได้ ทั้งเป็นคนพัฒนาแอพลิเคชั่นให้คนอื่น contribute ต่อและ contribute ซอฟต์แวร์คนอื่น ทำให้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นและเกิดทุกๆ ครั้งที่พัฒนาหรือใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส นั่นคือ ใช้อย่างไร พัฒนาอย่างไร ฯลฯ หากหาคำตอบไม่ได้ ก้อโพสไว้ในเว็บบอร์ดมีคนมาตอบบ้างไม่มีคนมาตอบบ้างเรียกกว่ารอกันจนมีผู้รู้มาตอบบ้างก้อมี บางกระทู้ก้อไม่มีใครมาตอบเลยก้อมี

กระดานสนทนาเป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ของชุมชนโอเพนซอร์สมายาวนานมาก รองจาก IRC แต่การตั้งคำถาม เพื่อต้องการได้รับคำตอบ ก้อไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเคยอ่าน Cathedral & The Bazaar มีอยู่ตอนหนึ่งที่ Eric Redmond เขียนถึงวิธีการตั้งคำถามอย่างไรให้มีคนมาตอบ และตอบได้ตรงประเด็น ซึ่งผมมองว่าคนส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามด้วยความไม่รู้ และ อยากได้คำตอบมากกว่าการโพสคำถาม และคำตอบที่แก้ปัญหานั้นๆ ได้กลับจมลึกอยู่ก้นกระดานสนทนาหากอยากรู้ต้องไปงมหากันเอาเอง ทำให้วิธีการการแลกเปลี่ยนความรู้ของชุมชนโอเพนซอร์สนั้นทำได้ยากมากขึ้น

ความรู้สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้สองประเภท คือ ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้แฝงเร้น (Tacit Knowledge) ความรู้ชัดแจ้งคือความรู้ที่เขียนอธิบายออกมาเป็นตัวอักษร เช่น คู่มือปฏิบัติงาน หนังสือ ตำรา ส่วนความรู้แฝงเร้นคือความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน ไม่ได้ถอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบางครั้งก็ไม่สามารถถอดเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ความรู้ที่สำคัญส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นความรู้แฝงเร้น อยู่ในคนทำงาน และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง จึงต้องอาศัยกลไกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้คนได้พบกัน สร้างความไว้วางใจกัน และถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันและกัน ซึ่งความรู้แบบความรู้แฝงเร้นนี้เป็นองค์ความรู้ที่พบเห็นมากที่สุดและสำคัญมากที่สุดในชุมชนโอเพนซอร์ส ซึ่งยากต่อการเขียนบรรยายออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ทำได้เพียงแค่โพสคำถามและรอคำตอบเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีในการบริหารจัดการความรู้และการบันทึกองค์ความรู้นั้นๆ

Wiki Media ได้พัฒนา Wiki ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการบันทึกความรู้ชัดแจ้ง เพื่อใช้อ้างอิง ค้นคว้า ในองค์ความรู้นั้นๆ โดยถ่ายทอดออกมาในงานเขียน ซึ่งเครื่องมือประเภท Wiki เป็นที่แพร่หลายมาก ทั้งที่ถูกประยุกต์มาใช้ในงานด้านการจัดการความรู้องค์กร หรือการเป็นสาราณุกรมขององค์กร เป็นต้น หากแต่ความรู้แฝงเร้น ไม่ได้ถ่ายทอดออกมา วิธีการที่จะสกัดความรู้แฝงเร้น นั้นมีวิธีง่ายคือการถ่ายทอดความรู้นั่นเอง กลวิธีที่ใช้ได้ผลคือ COPs (Community of Practics) ซึ่งความรู้ที่ได้จาก COPs และกลวิธีการอื่นๆ เราสามารถเก็บไว้ในฐานความรู้ (Knowledge Base) อาจจะเป็น Wiki หรือ Bloging System อย่าง Gotoknow.org ก้อได้เช่นกัน

Blog มีความสัมพันธ์บางอย่างกับผู้ที่เป็นเจ้าของ Blog เป็นเหมือนเวทีแสดงความรู้สึก ความคิด ความเห็น งาน กิจกรรม ฯลฯ ผมเคยสังเกตคนที่เขียน Blog (Bloger) หลายคน หากไม่เขียนในแนวไดอารี ก้อมักจะเขียนเป็นบันทึกเรื่องราว ประสบการณ์ที่ได้พบ สิ่งที่ได้สัมผัส ผ่านแนวคิดทัศนะคติของผู้เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ ทำให้ Blog เป็นเครื่องมือในการสกัดความรู้แบบความรู้ชัดแจ้ง และความรู้แผงเร้นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการนำ Blog ไปใช้เป็นเครื่องมือ COPs ก้อยิ่งทำให้เราสร้างฐานความรู้ได้ง่าย และเร็วมากขึ้น นอกจากฐานควมรู้ที่ได้ยังสามารถระบุได้อีกว่า ใครสนใจ หรือมีความรู้ ในเรื่องนั้นๆ บ้าง และ มีใครที่มีความรู้เรื่องเหล่านั้นบ้าง เป็นต้น
 

Comments are closed.