นับเป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟต์มีการแจกจ่ายโค้ดให้กับโปรเจ็กโอเพ่นวอร์ส Apache ซึ่งทำให้เห็นว่านโยบายต่าง ๆ ของบริษัทนั้นค่อนข้างจะอ่อนลง และจุดยืนของบริษัทเรื่องเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับโอเพ่นซอร์สมากยิ่งขึ้น

โดยล่าสุดไมโครซอฟต์ออกมาระบุว่าจะมีการพัฒนาโปรเจ็ค Stonehenge ซึ่งเป็นการสร้างชุดแอพพลิเคชันตัวอย่างในการพัฒนา SOA โดยอาศัยโพรโตคอลมาตรฐานอย่าง W3C และ OASIS ซึ่งทั้งสองนั้นเป็นกลุ่มหลักที่กำหนดทิศทางและมาตรฐานเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้าง SOA ขึ้นมา

โดย SOA นั้นจะอ้างกลับไปถึงสถาปัจยกรรมไอที รวมไปถึงความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ที่ออกมาโดยแยกฟังก์ชันของแอพพลิเคชันออกจากกันให้สามารถทำงานข้ามกันได้ในรูปแบบของเซอร์วิส ส่งผลให้นักพัฒนามีความยืดหยุ่นและสามารถใช้ชุดโค้ดดังกล่าวในหลาย ๆ โปรแกรมอย่างไม่อยากนัก โดยมาตรฐานนับเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานของ SOA เพราะจะช่วยให้การสร้างชุดเซอร์วิสต่างๆ นั้นทำงานได้ในแอพพลิเคชันเดียวกัน และสามารถส่งผลหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ผ่านทางโพรโตคอลมาตรฐาน

สำหรับข้อมูลจากเว็บของ Apache นั้นระบุว่า Stonehenge ถูกวางตัวเอาไว้เป็นชุดตัวอย่างที่นักพัฒนาสามารถใช้สร้างแอพพลิเคชันเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ โดยมีการสื่อสารและแยกกันชุดเจนระหว่างโพรโตคอลและโครงสร้างพื้นฐานของซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะจำลองการทำงานร่วมกันระหว่างแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ กันเพื่อช่วยค้นหาจุดที่อาจจะเกิดปัญหาในระหว่างขั้นตอนการทำงานข้ามระบบกันนั่นเอง

ที่ผ่านมาในช่วงหลายปีมานัก ไมโครซอฟต์ดูจะค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์กับการพัฒนาของกลุ่มโอเพ่นซอร์ส มากขึ้นเรื่อย ๆ และให้การสนับสนุนที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน โดยสำหรับโปรเจ็คร่วมกับ Apache นั้นเมื่อปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟต์สนับสนุนงบบริจาคให้กับโครงการโอเพ่นซอร์ส Apache ถึง 100000 ดอลลาร์เลยทีเดียว หลังจากนั้นไม่นานก็มีการประกาศสนับสนุนโครงการ Stonehenge แต่ยังไม่ได้มีการตกลงกันถึงรื่องค้ดในตอนนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มีการเปิดโค้ดให้ใช้งานกันได้อย่างอิสระเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

Comments are closed.