นักเขียนบล็อกในวงการไอทีตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อมีความเป็นไปได้สูงที่ไมโครซอฟท์จะใช้บริษัท Danger บริษัทพัฒนาบริการและซอฟต์แวร์บนโทรศัพท์มือถือซึ่งไมโครซอฟท์ซื้อมาเมื่อปี ที่แล้ว เป็นช่องทางในการแทรกตัวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวงการโอเพ่นซอร์ส

       
       การคาดเดาครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการประกาศรับนักพัฒนาโปรแกรมระบบ ปฏิบัติการ NetBSD สำหรับใช้งานบนโทรศัพท์มือถือซึ่งใช้ระบบ Sidekick ของบริษัท Danger ที่กลายเป็นบริษัทในเครือไมโครซอฟท์ไปแล้วในขณะนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่ NetBSD นั้นเป็นระบบปฏิบัติการมาตรฐานเปิดที่สามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่หลากหลายทั้ง คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์สารพัดชนิด นัยที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นว่า ไมโครซอฟท์กำลังทำให้ Sidekick ทำงานร่วมกับ NetBSD แทนที่จะเป็น Microsoft CE
       
       Sidekick คือยี่ห้อโทรศัพท์มือถือ ออแกไนเซอร์และเครื่องเล่นอินเทอร์เน็ตแบบพกพา ซึ่งใช้แอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการของ Danger ผู้ใช้ Sidekick สามารถเล่นเกม ใช้เว็บเครือข่ายสังคม อินเทอร์เน็ต รับส่งอีเมล และโปรแกรมสนทนา ได้รับความนิยมมากในวัยรุ่นต่างประเทศ ตัวเครื่องผลิตโดยชาร์ปและโมโตโรลา บางรุ่นจัดจำหน่ายโดยทีโมบายล์
       
       อย่างไรก็ตาม นักเขียนบล็อกเชื่อว่าผู้ใช้ Sidekick ดั้งเดิมจะไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่านักพัฒนาทั่วไปจะไม่ได้พัฒนาแอปพลิเคชันใหม่สำหรับ อุปกรณ์ Sidekick อย่างอิสระ ขณะเดียวกัน ข้อกำหนดไลเซนส์ BSD ซึ่งควบคุม NetBSD นั้นไม่ได้ผลักดันให้ไมโครซอฟท์ต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดทั้งหมดที่บริษัทให้การ สนับสนุนเพื่อพัฒนาขึ้นแก่นักพัฒนารายอื่น แม้ NetBSD จะมีพื้นฐานเป็นโปรแกรมโฮเพ่นซอร์สเต็มตัวก็ตาม
       
       จุด นี้ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ไมโครซอฟท์จะสร้างซอฟต์แวร์ระบบปิดไว้รอบ NetBSD นักเขียนบล็อกบางรายถึงกับเดาว่า ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile ในอนาคตอาจจะรันบนแพลตฟอร์ม NetBSD ก็ได้
       
       Garrett D’Amore นักพัฒนารายหนึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งมากหากไมโครซอฟท์เลือกแพลตฟอร์ม โอเพ่นซอร์สอย่าง NetBSD มาพัฒนาแกนประมวลผลในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดย D’Amore เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ "ไมโครซอฟท์จะสร้างซอฟต์แวร์ระบบปิดไว้รอบ NetBSD" อาจอยู่ในรูปการพัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้หรือ user interface ลักษณะเดียวกับ Windows ไปสร้างบนแพลตฟอร์ม NetBSD
       
       " เชื่อว่า NetBSD จะเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์มากสำหรับไมโครซอฟท์ เนื่องจากสามารถนำไปฝังในระบบหรือ embed ในอุปกรณ์ต่างๆได้ง่าย มีชื่อเสียง บำรุงรักษาได้ดี มีความปลอดภัย และทำงานโดยใช้ทรัพยากรระบบน้อยมาก" ที่สำคัญ ไมโครซอฟท์สามารถนำ NetBSD ไปใช้งานได้ฟรี เพียงแค่เขียนข้อความให้เครดิตไว้เท่านั้น NetBSD จึงเป็นที่สนใจของนักพัฒนาวงกว้างมาตลอด
       
       เช่นเดียวกับ Avi Greengart นักวิเคราะห์จากบริษิทวิจัย Current Analysis ซึ่งมองว่าการเข้าสู่วงการโอเพ่นซอร์สครั้งนี้จะเป็นการยกระดับโมเดลธุรกิจ ของไมโครซอฟท์ โดยชี้ว่าที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ยังคงสามารถทำเงินจากการขายซอฟต์แวร์ได้อยู่ แม้จะประกาศยึดเอาหลักการโอเพ่นซอร์สบางอย่างมาใช้แล้ว เช่น การรักษาให้บริษัท Powerset ซึ่งไมโครซอฟท์ซื้อมายังคงพัฒนาเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สต่อไป รวมถึงการเริ่มแบ่งปันข้อมูลซอร์สโค้ดซึ่งไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นแก่ โปรแกรมเมอร์รายอื่น แม้ว่าไมโครซอฟท์จะมีประวัติเป็นปรปักษ์กับสังคมโอเพ่นซอร์สมายาวนาน
       
       การประกาศซื้อบริษัท Danger ของไมโครซอฟท์ในครั้งนั้นเคยมีการคาดการณ์กันว่าเป็นการขยายตลาด Windows Mobile แต่บางส่วนไม่ปักใจเชื่อเนื่องจาก Windows Mobile นั้นขึ้นชื่อในเรื่องเครื่องมือทางธุรกิจและสนับสนุนอินเทอร์เฟสแบบไม่มี ลูกเล่นมากนัก ขณะที่ผู้ใช้ Sidekick ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ Danger มักเป็นคนหนุ่มสาวและใช้งานเอสเอ็มเอสมากกว่า
       
       ยัง มีหลักฐานอื่นที่ชี้ว่าการพัฒนาให้ Sidekick เป็นโอเพ่นซอร์สกำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือการที่ Danger เคยประกาศว่ากำลังพัฒนา NetBSD เมื่อปี 2007 ทำให้เป็นไปได้สูงมากที่ไมโครซอฟท์จะตัดสินใจให้ Danger พัฒนาโปรแกรมบน NetBSD ต่อไป ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่มีตัวแทนจาก Danger ออกมายืนยันการใช้งาน NetBSD ของบริษัทแต่อย่างใด

แหล่งที่มา: CyberBiz      

Company Related Links :
Danger

Comments are closed.