เด็กไอทีรุ่นใหม่ที่ผมเจอส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทำงานผ่าน command line หน้าจอดำๆ มีแต่ตัวหนังสือสักเท่าไร การจะแนะนำให้ใช้งาน git ผ่าน command line ก็ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่กล้ำกลืนฝีนทนเสียจริง สำหรับเด็กสมัยนี้

วันนี้เลยมาแนะนำวิธีการใช้งาน Git ง่ายๆ ด้วย Source Tree ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการ git repository ของเรา ได้เฉกเช่นเดียวกับการใช้ command line นั่นละ เพียงแต่ใช้งานผ่าน Source Tree GUI แทน

เริ่มต้นเลยคือจะต้องไปดาวน์โหลด Source Tree สำหรับติดตั้งในเครื่องของเราก่อน ในที่นี้ผมดาวน์โหลด Soure Tree เวอร์ชันสำหรับ Windows มาติดตั้งบนเครื่องของผมเอง ที่เว็บไซต์ www.sourcetreeapp.com/download/

สำหรับผู้ที่ใช้ Mac ก็สามารถดาวน์โหลด SourceTree มาติดตั้งใช้งานได้เช่นกัน เพียงแค่เลือกดาวน์โหลดเวอร์ชันสำหรับ Mac เท่านั้น ส่วนวิธีการใช้งานก็ไม่ได้ต่างกันครับ

แต่สำหรับผู้ที่ใช้ Linux ขอบอกว่า SourceTree ไม่มีเวอร์ชันสำหรับ Linux ผู้ที่ใช้ OS เป็น Linux นั้น หากต้องการใช้ Git Client ที่เป็น GUI แนะนำว่าให้ใช้ตัวอื่นๆ เช่น SmartGit หรือ GitEye (หรืออื่นๆ) แทนนะครับ แต่สำหรับผมช่วงที่ใช้ Linux ผมก็ใช้การ commit source ด้วย command line ซึ่งผมก็ถือว่าสะดวกอยู่ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละครับนะครับ สำหรับ Git GUI ตัวอื่นๆ เดี๋ยวผมมาแนะนำอีกทีคราวหลังแล้วกันนะครับ

จากนั้นก็ติดตั้งบนเครื่องของเราตามปกติ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วสั่งรันครั้งแรก จะเจอกับหน้าจอต่างๆ ดังนี้

สำหรับใน Step แรก เพียงแค่ทำเครื่องหมายยอมรับเกี่ยวกับข้อตกลงในการใช้งาน และ license agreement ซึ่งถ้ามีเวลาลองคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดก่อนเริ่มใช้งานก็ดีนะครับ ถึงแม้ว่า Source Tree นี้จะไม่ได้มีข้อกำหนดในการใช้งานอะไรที่อันตรายก็ตาม แต่ควรจะทำให้เป็นนิสัย เช่นเดียวกับ อ่านรายละเอียดกรมธรรม์ก่อนทำประกันนั่นละครับ ^^

เมื่ออ่านรายละเอียด แล้วทำเครื่องหมายหน้า I agree to the license agreement เรียบร้อยแล้ว ก็ให้กดปุ่ม Continue เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไปได้เลยครับ

ขั้นตอนถัดมานี้ เป็นการแจ้งเตือนเราเกี่ยวกับการติดตั้ง ignore file ซึ่ง ignore file นี้ จะเป็นไฟล์ที่เอาไว้เก็บ config กรณีที่เราต้องการจะกำหนดว่ามีลิสต์ของไฟล์ใดบ้างที่ไม่ต้องการให้ track ถึงแม้ว่าจะอยู่ถูกบันทึกอยู่ใน git repository ก็ตาม

ซึ่งเขาถามว่าในเครื่องของเราไม่มีเจ้า ignore file อยู่เลย ให้โปรแกรม Source Tree นี้ทำการติดตั้งให้หรือไม่ หากต้องการก็เพียงแค่กดปุ่ม Yes เท่านั้นเองครับ

ในขั้นตอนถัดมา เป็นขั้นตอนเพื่อให้เรา log in เพื่อเชื่อมข้อมูลเข้ากับผู้ให้บริการที่มีอยู่ในลิสต์ เช่น Bitbucket, GitHub และ Stash หากเรายังไม่ต้องการเชื่อมต่อ account ใดๆ ก็ให้คลิกที่ปุ่ม Skip Setup ซึ่งเราสามารถไปเชื่อมต่อได้ในภายหลัง

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่การใช้งาน Source Tree

ข้อแนะนำแรกสำหรับการใช้งานคือ การสร้าง repository ให้คลิกที่ปุ่ม Clone / New มุมบนซ้ายมือ

เมื่อเปิดหน้าต่าง Clone / Add / Create Repository ขึ้นมา ให้เลือกเมนู Create New Repository ดังรูปด้านล่าง

จากนั้นให้กำหนด Path สำหรับบันทึก repository ที่เราต้องการสร้าง พร้อมทั้งกำหนดชื่อของ repository นี้ แล้วกดปุ่ม Create

เมื่อสร้าง repository ขึ้นมาแล้ว เราสามารถเข้าถึง path ที่จัดเก็บข้อมูลได้โดยการคลิกปุ่ม Open in Explorer ที่ปรากฏบนหน้าต่างของ Source Tree

ผมได้ทดลองสร้างไฟล์ชื่อว่า TestFile01.txt ขึ้นมาใน path ของ repository ที่สร้างขึ้น เพื่อดูผลลัพธ์

หลังจากสร้างไฟล์ดังกล่าวบน repository ที่สร้างขึ้นแล้ว เมื่อกลับมายังหน้าต่างโปรแกรม Source Tree ก็จะพบว่ามีรายการเพิ่มเติม ชื่อเดียวกับชื่อไฟล์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งอยู่ในสถานะ Unstaged files ซึ่งก็คือไฟล์ดังกล่าวที่อยู่ภายใต้หัวข้อนี้ ยังไม่ได้ถูกนำ track บน git

ในขั้นตอนนี้หากเปรียบเทียบกับการใช้งานผ่าน git command ก็จะเทียบเท่ากับการใช้คำสั่ง git add นั่นเอง

เมื่อทำเครื่องหมายหน้ารายการที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว รายการนั้นก็จะถูกย้ายขึ้นไปอยู่ด้านบน โดยเปลี่ยนสถานะเป็น Staged files ทันที เมื่อเราต้องการ commit ข้อมูล เพื่อบันทึกทำ snapshot ให้กับข้อมูล เราสามารถกำหนดข้อความสำหรับการ commit นี้ได้ และเมื่อกำหนดข้อความเรียบร้อยแล้ว ก็ให้คลิกที่ปุ่ม commit ได้เลยครับ

หลังจาก commit เรียบร้อยแล้ว มาดูที่ Log/History จะพบว่า มีรายละเอียดของการ commit ไฟล์ดังกล่าวอยู่ ซึ่งในที่นี้เราสามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการ commit ได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับการใช้คำสั่ง git log บน command line นั่นเองครับ

Comments are closed.