Git เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยในการจัดการซอร์สโค้ด (SCM : Source Code Management) รวมไปถึงช่วยควบคุมการแก้ไข (Distributed Revision Control) พูดง่ายๆ คือ Git เป็นสิ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาในการจัดการซอร์สโค้ด แก้ไข และสามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันที่ก่อนหน้าได้

ที่กล่าวมาเป็นเพียงความสามารถเพียงส่วนหนึ่งของ Git เท่านั้น ในรายละเอียดแล้ว Git มาอะไรที่น่าสนใจ และเป็นเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่จะขาดไม่ได้ แต่ก่อนจะลงรายละเอียดอื่นๆ เรามาเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนว่า ถ้าเราจะเริ่มใช้ Git มีอะไรบ้างที่เราต้องเรียนรู้

การติดตั้ง Git บน Linux ทำได้ง่ายๆ สำหรับ Fedora เพียงแค่ใช้คำสั่ง yum

$ yum install git

หรือใช้คำสั่ง apt-get กรณีเป็น Debian-based

$ apt-get install git

Git Configuration : แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มใช้งานเครื่องมืออะไรก็ตาม ควรจะต้องปรับแต่ง หรือ config เครื่องมือเหล่านั้นก่อน และการใช้งาน Git ก็เช่นเดียวกัน Git มีเครื่องมือสำหรับปรับแต่งรายละเอียดที่เรียกว่า git config ซึ่งถูกแยกเก็บออกเป็น 3 ที่

  • /etc/gitconfig : ข้อมูลในส่วนนี้จะประกอบด้วยข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมด รวมไปถึง repository ทั้งหมดด้วย
  • ~/.gitconfig : ซึ่งเป็น config ตามแต่ละ user
  • config ไฟล์ที่อยู่ภายใน Git Directory ซึ่งจะเป็น config เฉพาะ repository ที่เรียกใช้อยู่

สำหรับ git config บน Windows นั้น จะถูกเก็บใน USERPROFILE Directory และมีชื่อไฟล์ว่า .gitconfig

สิ่งแรกที่เราควรจะกำหนดค่าลงใน git config คือข้อมูลของตนเอง เพราะจะเป็นรายละเอียดที่ใช้ในการ commit ข้อมูลส่วนตัวที่จะบันทึกลงใน git config อย่างเช่น ชื่อ และอีเมล ผ่านคำสั่ง

$ git config --global user.name "Manee Meeta"
$ git config --global user.email manee@example.co.th

*การกำหนดค่าโดยใส่ option –global จะทำให้มีผลกับ config ทั้งระบบ เช่นตัวอย่างด้านบน กำหนดชื่อ user เป็น “Manee Meeta” ด้วย option –global ทุก project ภายใต้ระบบนี้ ก็จะเป็นชื่อของ “Manee Meeta” แต่หากต้องการกำหนดชื่อในลักษณะ override แค่บาง project ก็เพียงตัด option –global ออก ค่าที่ระบุก็จะมีผลเฉพาะโครงการที่กำลังกระทำอยู่เท่านั้น

การกำหนด Editor ที่ใช้งานใน git config โดยทั่วไปแล้ว Git จะเรียกใช้ default editor อยู่แล้ว แต่หากต้องการกำหนดเป็นอย่างอื่น สามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง

$ git config --global core.editor vi

โดยเราสามารถเปลี่ยนตัว text editor ได้ตามความถนัดในการใช้งานของแต่ละบุคคล

การกำหนดเครื่องมือในการตรวจสอบความแตกต่างของไฟล์ (Diff Tool) เช่นเดียวกับการกำหนด text editor ซึ่งในการกำหนดเครื่องมือในส่วนนี้ทำได้ผ่านคำสั่ง

$ git config --global merge.tool vimdiff

รายละเอียดที่สามารถระบุใน git config มีอีกมากมาย ซึ่งหากเราต้องการทราบว่าภายใน git config นั้นมีการกำหนดรายละเอียดอะไรไว้บ้าง เราสามารถใช้คำสั่งดังตัวอย่างด้านล่างนี้ เพื่อลิสต์รายการที่อยู่ใน git config ได้

$ git config --list

หลังจากที่ใช้คำสั่ง –list แล้ว จะได้ผลลัพธ์ตามรูปตัวอย่างด้านล่าง

แต่หากต้องการตรวจสอบรายละเอียดใน git config โดยระบุรายการทำได้โดยใช้คำสั่ง

$ git config user.name

ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ดังรูปตัวอย่างด้านล่าง

นอกจาก git config แล้ว อีกเรื่องที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน Git เลยคือ การทำความรู้จักกับ Git Shell

สำหรับ Git Shell นั้นอธิบายง่ายๆ คือ เครื่องมือในการ login shell สำหรับ SSH account โดยใช้คำสั่งประเภท pull/push ไปยัง home directory ของ Git account ที่ต้องการความปลอดภัยในการเข้าถึงนั่นเอง

Comments are closed.