Matthew Aslett ได้เขียนบล็อกเอาไว้เรื่องปัญหาของ Dual Licensing ที่เกิดขึ้นกับ Alfresco ซึ่งกระทู้ในฟอรัม ในส่วน Licensing กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาและกลายเป็นปัญหาของโมเดลการทำธุรกิจโอเพนซอร์สโดยใช้ Dual Licensing ซึ่งทำให้สับสนกันมากแม้กระทั่งพนักงานใน Alfresco เอง กระทู้นี้เขียนขึ้นโดย Jerico ซึ่งเป็น partner ที่มีปัญหาเรื่อง dual license นี้โดยปัญหาเกิดจากโปรดัก 2 ตัว คือ Alfresco Enterprise Edition และ Alfersco Labs (แต่ก่อนใช้ชื่อ Alfresco Community) สรุปใจความรวมได้ดังนี้

1. Alfresco partners สามารถยกเลิกสัญญาอนุญาติแบบ GNU/GPL ที่ได้รับในรุ่น Alfresco Community Edition ได้
2. Alfersco Community Edition เป็นรุ่นที่เข้ากันได้กับ OSI ว่าเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แต่ Alfersco Community Edition ไม่ใช่
3. พนักงานของ Alfresco ใช้คำว่า "open source" แทนกว่าคำว่า "shared source" หรือ "proprietary source" เมื่อพูดถึง Alfresco Enterprise Edition ทั้งๆที่ Alfersco Community Edition เป็นรุ่นที่เข้ากันได้กับ OSI

ผู้ที่ตอบกระทู้ตามมาอย่างรวดเร็วและเคลียมากที่สุดคือ Matt Asay ซึ่งเป็นสมาชิกในบอร์ดบริหารของ Open Source Initiative และเป็นที่ปรึกษา Alfresco ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาตอบคำถามของ Jerico โดยสรุปดังนี้

1. ไม่ใช่ ผิดถนัด 100%
2. ใช่ คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว
3. ไม่ใช่ ผิด 100% พนักงานไม่ควรพูดอะไรอย่างนั้น เพราะอาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือเป็นอย่างอื่น ที่เขาพูดอย่างนั้นเพราะว่า 100% ของโค้ดมาจาก GPL รวมไปถึงโค้ดที่อยู่ในรุ่น Enterprise ด้วย ที่ทำเป็น Dual License ก้อเพราะจุดประสงค์ในการขายแลเป็นะความต้องการของลูกค้าของเราด้วย

ซึ่งคำตอบของ Matt น่าจะจบปัญหาทั้งหมดแต่มันไม่ใช่อย่างนั้น กลับกลายเป็นปัญหาใหม่เกิดขึ้นมาอีก ปัญหาใหญ่ 2 ข้อคือ

1. Alfresco Enterprise Edition เป็น "โอเพนซอร์ส" หรือเปล่าตามความหมายและข้อกำหนดของ OSI
2. ทำไมพนักงานของ Alfresco ถึงบอกว่า Enterprise Edition เป็น GPL ในเมื่อมันไม่ใช่

Matt อธิบายต่อว่าทำไม Alfresco เชื่อว่ามันเป็นสิทธิที่สามารถพูดได้ว่าบริษัทและผลิตภัณฑ์ของเขาเป็นโอเพนซอร์สตาม Open Source Definition ซึ่งอ้างอิงกับการพัฒนาและสัญญาอนุญาติซึ่งแจ้งไว้ในโค้ด

แต่อย่างไรก้อตามผมเองก้อยังเห็นด้วยกับ Jerico ในเรื่องหน้า Alfresco comparison page ที่บอกว่าในรุ่น Enterprise Edition ไม่ได้ถูก Approve โดย OSI License นั่นหมายความว่า (Alfresco Enterprise Edition ไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สด้วย)  หลายคนอาจเห็นด้วยกับ Matt เพราะการแบ่งออกเป็น 2 License ถือว่ารับได้และ คงไม่มีใครในโลกที่แคร์ว่าถ้า Alfresco แบ่งแยกระหว่าง "Open Source Software" และ "Commercially-licensed open source-developed software" แต่วิธีการแบบนี้อันตรายนิดหน่อยเวลากล่าวถึงเรื่องนี้

Matt และ Jerico เห็นด้วยว่าถ้า Alfresco เพิ่มในส่วน proprietary extension (ส่วนเสียตังค์) ในรุ่น Alfresco Labs ที่เสถียรแล้วและทำตาม Open Core Licensing model และ Matt ก้อกำลังอภิปรายใน Blog ของเขาที่ Cnet ซึ่งเขาคิดว่าวิธีนี้ง่ายกว่าการแบ่งออกเป็น 2 รุ่นอย่างชัดเจน

Alfresco เองก้อคงไม่ทำตามนั้นเท่าที่ผมเดาแต่เท่าที่ผมคิดในฟอรัมนี้มีข้อมูลดีๆและเข้าใจได้ง่ายทีเดียวเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง 2 รุ่น แต่ผมไม่อยากให้ใครคิดตามผมนะว่ากลยุทธที่ Alfresco ใช้ไม่ดี แต่ผมคิดว่าฟอรัมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการอภิปรายของบริษัทที่ทำซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สในโลกปัจจุบัน

 

ที่มา – Afresco Forum , 541 CAOS

Comments are closed.