Bluemix เป็นบริการ Cloud Computing ของ IBM ซึ่งเน้นในด้าน Platform as a Service (PaaS) โดยใช้ Cloud Foundry ซึ่งเป็น OpenSource มาพัฒนาต่อและให้บริการ สำหรับท่านที่ใช้ Cloud Foundry มาก่อนก็ใช้งานเหมือนๆ กัน แต่ Bluemix สามารถใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ cli ผ่าน Cloud Foundry Cli ปกติ และการทำงานผ่านหน้าเว็บไซต์ Bluemix โดยตรง platform ที่ให้บริการใน Bluemix มี 4 platform หลักคือ java, node.js, ruby on rails และ ruby sinatra นอกจากนี้จะเป็น service, add-on ซึ่งสามารถเพิ่มเข้ามาได้ในภายหลังได้ นอกจากนี้ยังมี boilerplates ที่รวมเอา runtime และ service เข้ามาให้บริการร่วมกันสร้างเป็นบริการเฉพาะทาง เช่น Internet of Things platform, Mobile Cloud, Node Cached Starter, Big Data และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับการใช้งาน Bluemix ต้องสมัครสมาชิกก่อน สมัครได้ฟรีโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แต่ใช้งานได้ฟรี 30 วัน หากติดใจอยากให้งานต่อแนะนำให้ติดต่อเซล เพื่อขอเปิด Pay Account ครับ หากไม่คิดจะใช้งานต่อ แนะนำให้รีบเอาข้อมูลออกมาก่อนหมดระยะเวลาใช้งานฟรี 30 วัน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีโอกาสเอาข้อมูลกลับมานะครับ อันนี้ประสบการณ์ตรง :P เอาล่ะ เมื่อสมัครสมาชิกกันแล้วก็เริ่มใช้งานกันได้ อย่างที่บอกคือ ถ้าเคยใช้ Cloud Foundry มาก่อนไม่ยากเลยครับ ขั้นแรกไปดาวน์โหลด Cloud Foundry CLI กันก่อน เลือก Binary หรือ Installer ก็ได้ เลือกให้ตรงกับระบบปฏิบัติการที่คุณใช้นะครับ

ผมใช้ OSX ก็ดาวน์โหลด Binary OSX 64 bit มา จากนั้นแตกไฟล์ลงใน /usr/local/bin

sudo tar zxvf cf-darwin-amd64.tgz -C /usr/local/bin/

เมื่อแตกไฟล์แล้วให้กำหนด API Endpoint ไปที่ Bluemix ดังนี้

cf api https://api.ng.bluemix.net

จากนั้นสั่ง login ดังนี้

cf login

ตัว command line จะถาม username และ password ก็ให้ใส่ลงไป เท่านี้เราก็ตั้งค่า CLI ได้แล้ว กลับมาที่ Dashboard กดสร้่าง Node.js App กรอกชื่อ App ตัว Bluemix จะสร้าง Host Name ให้ จากนั้นกด Create

เมื่อสร้างเสร็จคุณจะเข้าสู่หน้ารายละเอียด, ทรัพยากรที่ใช้งาน, URL ของ App และ สถานะ App ว่าเป็นอย่างไร อยากจะเพิ่มลด instance หรือปรับขนาด memory ที่ต้องการก็สามารถปรับแต่งกันได้ในหน้ารายละเอียด App ครับ

หลังจาก Create App แล้ว Bluemix จะ deploy starter app เปล่าๆ ลงใน instance ถ้ากดไปดูหน้า Web App เราจะเป็น App ว่างๆ แบบนี้

เราต้องใช้ starter application package นี้เป็นจุดเริ่มในการ dev app ให้กดไปที่ Tab View Guide จะแสดง Help สั้นๆ มาให้ด้านข้าง

ให้คลิกที่ Download the starter application package คุณจะได้ไฟล์ zip ชื่อเดียวกับ App มา 1 ไฟล์ ให้แตกไฟล์ลงในเครื่องของเรา แล้ว dev app ตามที่คุณต้องการ เกือบลืม starter application package ไม่มี node module มาให้นะครับ ถ้าจะทดสอบ App ในเครื่องตัวเองอย่าลืม ติดตั้ง module เสียก่อน :) เมื่อทดสอบในเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องสั่ง push ผ่าน cli ดังนี้

cf push

คำสั่งนี้จะเอาไฟล์ที่อยู่ในเครื่องเรา upload ไปยัง Bluemix ติดตั้ง node module ที่เราใช้ และ restart instance ลองดู log ของ instance ได้ในหน้ารายละเอียด App จะพบว่ามี log บอกว่า App เรา stop ไปครั้งนึงแล้ว start ขึ้นมาใหม่

ลองเข้าไปดูหน้า App ดูได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงแล้ว … ผมแก้ body ไปบรรทัดเดียว อย่าคิดมากนะครับ :)

สำหรับการใช้งานโดยละเอียดก็สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหน้า Document ของ Bluemix ครับ เพิ่มอีกหน่อยสำหรับการเพิ่ม add-on และ service สามารถเพิ่มได้ที่หน้ารายละเอียด App กด Add Service หรือ Connect add-on ได้เลยครับ เช่น เพิ่ม Monitoring & Analytics Add-on สำหรับดู Availability และ Log Analytics ของ App หรือ เพิ่ม Database Service เพื่อใช้งานฐานข้อมูล เป็นต้น

สำหรับการประมาณการค่าใช้จ่ายก็สามารถลองคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนด้วยตัวเองได้ง่ายๆ

สำหรับนักพัฒนาการใช้ Cloud Foundry CLI ทำให้คุณหงุดหงิดแน่นอน เพราะโดยปกติ บริการ PaaS ควรจะมีบริการอย่าง Git Repository ด้วย ซึ่ง Bluemix มีบริการเชื่อมต่อกับ Jazz Hub ซึ่งเป็นบริการ Git Repository คล้ายๆ กับ GitHub ซึ่งเราสามารถใช้บริการจากหน้ารายละเอียด App โดยคลิกไปที่ tab Add Git สำหรับการใช้งานครั้งแรกต้องกรอกข้อมูลเพื่อผูกบริการกับ Jazz Hub ก่อน เมื่อ Jazz Hub สร้าง Git Repo ให้เสร็จก็จะได้ Git URL ดังนี้

นอกจากนี้ยังมี Git Dashbord ให้ใช้งานด้วย

สำหรับการใช้งานก็ง่ายมาก Clone Repository ลงมาทำงาน แล้ว push กลับไปที่ Git Repository หลังจากนั้น Bluemix จะดึงโค้ดจาก Git Repository ไป Deploy บน Instance ของเราอีกที วิธีการนี้สะดวกมากเหมาะกับนักพัฒนาครับ :)

Comments are closed.