เครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรมที่เป็นโอเพนซอร์สยอดนิยมอย่าง Eclipse นั้นได้ออกเวอร์ชันล่าสุดคือ 3.4 แล้ว ภายใต้ชื่อ Ganymede (อ่านว่า แกนีมีด) ซึ่งเป็นการรวมโปรเจคย่อยต่างๆที่มีอยู่มากมายใน Eclipse เพื่อความเข้ากันได้ของโปรเจคต่างๆ

โดยฟีเจอร์ใหม่ๆที่สำคัญก็มีดังนี้

  • ปรับปรุงทางด้าย UI (User Interface) ให้ใช้สามาถใช้ง่านได้รวดเร็วยิ่งขึ้นมาก การย่อ ขยาย ซ่อนส่วนต่าง ๆ ของเครื่องมือพัฒนา ทำได้ดีกว่าเดิม เป็นผลดีสำหรับโปรเจคที่ต้องการใช้งานด้านภาพมากๆ อย่าง modeling หรือ uml
  • เปลี่ยนไปใช้ JDT compiler ซึ่งทำให้การทำงานโดยรวมเร็วขึ้น ใช้ความสามารถของ multi-core CPU ทั้งหลายได้เต็มที่
  • Alt+Shift+B หรือที่ใช้ชื่อว่า Breadcrumb เพื่อใช้ในการเลือกไฟล์ แพคเกจหรือโปรเจคที่ต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาเมาส์อีกต่อไป
  • สามารถ Import/Export ตัว Launch ได้แล้ว(กรี๊ด) เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในหลายโปรเจคและมีตัว Launch ต่างๆกันไป
  • แสดงความเร็วในการใช้ทำงานของ JUnit ในแต่ละเทสเคส
  • โปรเจคน้องใหม่ไฟแรง ECF ซึ่งเป็นการรวม IM, IRC รวมถึง Bittorrent เข้ามาในตัว IDE ด้วย โดยเราสามารถนั่งคุยกับเพื่อนร่วมโปรเจค ส่งหน้าจอ ส่งไฟล์ รวมถึงการคุยผ่านระบบอื่นๆข้างนอกอย่าง MSN, GTalk, Skype หรือแม้แต่ VOIP ได้ด้วย รูป1 รูป2 wiki

        สำหรับโปรเจค Eclipse นั้น มีกำหนดจะออกเวอร์ชันใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยใช้โคดเนมเป็นชื่อของดวงจันทร์บนดาวเสาร์ คือ แกนีมีด, ยูโรปา, คัลลิสโตและไอโอ

ที่มา – Eclipse Ganymede Project

 

ไม่สงสัยเลยว่าทำไม Microsoft ถึงเติบโตอย่างทุกวันนี้ เพราะบิล เกตส์ บอกว่า การส่ง email ถึงลูกน้องคืองานของเขา

หลัง จากที่มีข่าวการอำลาจากงานประจำที่ Microsoft อย่างถาวรของบิล เกตส์ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะรำลึกถึงวันเก่าๆ ของบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกคนนี้ ซึ่งได้สร้างความมหัศจรรย์ให้แก่โลกไอทีนับตั้งแต่เขาถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1955 หรือเมื่อ 53 ปีก่อน

ภาพวันเก่าๆ ของบิล เกตส์ ถูกบันทึกเอาไว้ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันในเว็บไซต์ของ Seattle Post-Intelligencer รวมถึงยังมี email ที่บิล เกตส์ เคยส่งถึงลูกน้องเพื่อต่อว่าการทำงานที่ย่ำแย่ของเว็บไซต์ Microsoft อีกด้วย ลองมาดูตัวอย่างอีเมลฉบับหนึ่งที่เขาส่งในปี 2003 หรือ 5 ปีก่อน ซึ่งอาจทำให้เห็นบุคลิกเฉพาะตัวและการทำงานของบิล เกตส์ ได้ดียิ่งขึ้น

—- Original Message —-
From: Bill Gates
Sent: Wednesday, January 15, 2003 10:05 AM
To: Jim Allchin
Cc: Chris Jones (WINDOWS); Bharat Shah (NT); Joe Peterson; Will Poole; Brian Valentine; Anoop Gupta (RESEARCH)
Subject: Windows Usability Systematic degradation flame

ผมค่อนข้างผิดหวัง ที่การใช้งาน Windows ดูเหมือนจะถอยหลังลงคลองมากขึ้นทุกวัน และกลุ่มที่ทำงานด้านบริหารจัดการโปรแกรมก็ไม่ยกเรื่องนี้มาถกเป็นปัญหากัน เสียที

ผมจะยกตัวอย่างสิ่งที่ผมเจอเมื่อวานนี้แล้วกัน

ผมต้องการดาวน์โหลด โปรแกรม Moviemaker และซื้อชุดโปรแกรม Digital Plus ผมก็เลยเข้าไปที่เว็บไซต์ Microsoft.com แล้วก็ไปที่หน้าดาวน์โหลด แต่ปรากฏว่า 5 ครั้งแรก ผมเข้าไปที่หน้าดาวน์โหลดไม่ได้ เพราะเว็บค่อนข้างช้าและแจ้งว่าหมดเวลาการใช้งาน (time out) แต่สุดท้ายผมก็พยายามเข้าไปจนได้

เมื่อเข้าไปได้แล้ว โปรแกรม Moviemaker ไม่ได้อยู่ใน 5 อันดับแรกของโปรแกรมที่จะให้ดาวน์โหลด ผมก็เลยคลิกไปดูอีก 45 อันดับที่เหลือ แต่ก็ไม่เจอ จึงหันมาลองใช้ระบบกรองคำค้นหา โดยใช้คำว่า

Media…ไม่เจอ
movie…ยังไม่เจอ
movie maker…ไม่พบอะไรเลย

ผมหมดความอดทน จึงอีเมลไปหา Amir ถามว่าโปรแกรม Moviemaker ที่จะให้ดาวน์โหลดอยู่ที่ไหน มันมีอยู่ในเว็บหรือเปล่า เขาตอบว่าให้ผมเข้าไปที่หน้าแรกของเว็บ และพิมพ์คำว่า movie maker (ไม่ใช่ moviemaker) ลงในช่อง search

ผมจึงลองดู แล้วก็พบว่าเว็บนี้ช้าอย่างน่าสมเพช มันใช้เวลาถึง 6 วินาทีในการค้นหา พอหาเจอแล้วผมก็หวังว่าจะมีปุ่มให้ดาวน์โหลดเสียที แต่ปรากฏว่าระบบบอกให้ไปที่หน้า Windows Update ก่อน เพื่อลง hotfix และอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด

นี่เป็นเรื่องประหลาดสำหรับผมเอามากๆ ทำไมผมต้องไปที่หน้าอื่นๆ และสแกนอะไรอีกมากมาย เพื่อที่จะดาวน์โหลด Moviemaker แค่นั้นเอง

สุดท้ายผมก็จำเป็น ต้องไปหน้า Windows Update แล้วมันก็บังคับให้ผมต้องดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมด แถมไม่ได้โหลดพร้อมกันด้วย มันให้ผมเลือกโหลดทีละตัวๆ

คำถามก็คือ Windows Update มันไม่รู้จักวิธีที่จะคุยกับ Windows กันเองหรือไงว่าอันไหนจำเป็นก็ให้ดาวน์โหลดไปเลย

จากนั้นผมก็สั่งให้มันสแกน ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนาน เมื่อสแกนเสร็จ มันบอกว่าผมต้องดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมด 17 MB

ช่วงดาวน์โหลดถือ ว่าเร็วใช้ได้ แต่ช่วง Install กลับใช้เวลานานถึง 6 นาที และทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้ามากจนผมไม่สามารถใช้ทำงานอย่างอื่นได้เลย มันบ้ามากๆ

เท่านั้นยังไม่พอ หลังจาก Install เรียบร้อย มันบอกให้ผม reboot เครื่อง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้อง reboot ทั้งๆ ที่ผมก็สั่ง reboot ทุกคืนอยู่แล้ว แล้วนี่จะมาให้ reboot อีกทำไม

เอาล่ะ ถึงยังไงผมก็ต้อง reboot เพราะระบบบังคับให้ต้องทำอย่างนั้น ซึ่งแน่นอนว่างานที่ผมทำค้างอยู่นั้นหายไปหมด พอเครื่องเปิดขึ้นมาใหม่ ผมก็แทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองต้องการจะทำอะไรในตอนแรก

ผมกลับไปที่หน้า เว็บ Microsoft อีกครั้ง และเข้าไปจนเจอที่ดาวน์โหลด Moviemaker แต่ระบบให้คลิกเลือก OS ที่ใช้อยู่เสียก่อน ซึ่งผมใช้ Windows XP แต่…

ทำไมผมต้องแจ้งว่า ผมใช้ XP ด้วย ทั้งๆ ที่ตอนทำ Windows Update มันก็รู้ว่าผมใช้ XP อยู่ มันประหลาดมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อผมคลิก XP แล้ว ในที่สุดก็พบ Moviemaker จนได้

ช่วงดาวน์โหลดเร็ว เหมือนเดิม แต่ช่วง Install ก็ช้ามากเหมือนเดิม และในระหว่างนั้น ระบบบอกว่าต้องมีโปรแกรม Windows Media Series 9 ด้วย ผมจึงต้องไปดาวน์โหลดมาอีก

คราวนี้มีหน้าต่าง ขึ้นมาว่าจะ Open หรือ Save ผมไม่รู้ว่าต้องคลิกอันไหน ประหลาดมากที่ไม่มีคำอธิบายบอกความแตกต่างของมัน ผมจึงเลือก Open ซึ่งก็เช่นเคย ช่วงดาวน์โหลดเร็ว แต่ Install นานถึง 7 นาที

ถึงตอนนี้ผมก็คิด ว่าน่าจะได้โปรแกรม Moviemaker มาแล้ว จึงลองไปดูที่ add/remove programs ในเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าดาวน์โหลดสำเร็จจริงๆ

ปรากฏว่า…ไม่มี!!!

มีแต่ขยะอะไรก็ไม่ รู้เต็มไปหมด อย่างพวก Microsoft Autoupdate Exclusive test package, Microsoft Autoupdate Reboot test package, Microsoft Autoupdate testpackage1, Microsoft Autoupdate testpackage2, Microsoft Autoupdate test package3

บางคนลองลบตัวที่ คิดว่าไม่ได้ใช้ออกไป ปรากฏว่าระบบไฟล์ใช้ไม่ได้อีกเลย พวก registry ก็ใช้ไม่ได้ รายชื่อโปรแกรมพวกนี้ก็กลายเป็นขยะไปในทันที เท่านั้นยังไม่พอ ผมลองไล่ดูไปเรื่อยๆ ก็พบไฟล์ที่มีชื่อแปลกๆ อย่างเช่น

Windows XP Hotfix see Q329048 for more information

มันคืออะไรเหรอ…Q329048

อะไรมันจะเละเทะขนาดนี้ มีขยะเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มี Moviemaker

ผมจึงล้มเลิกความ ตั้งใจ หันไปดาวน์โหลด Digital Plus แทน แต่ระบบบอกให้ผมใส่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองให้ครบเสียก่อน พอใส่เรียบร้อย ระบบบอกว่าผมพิมพ์บางอย่างผิด ต้องพิมพ์ใหม่ แล้วมันก็ลบข้อมูลที่ผมใส่ไปแล้วออกเกือบหมด ผมต้องนั่งกรอกข้อมูลใหม่อย่างนี้ 5 ครั้ง เพราะมันลบข้อมูลทุกครั้งที่ผมพิมพ์ผิด จนผมไม่รู้ว่าพิมพ์ผิดตรงไหนบ้าง

กว่า 1 ชั่วโมงที่ผมต้องงมกับการใช้งานบนหน้าเว็บไซต์ Microsoft ซึ่งพบว่ามันเลวร้ายและบ้าเอามากๆ และสุดท้ายผมก็ไม่ได้โปรแกรม Moviemaker และ Digital Plus จนได้


นี่เป็นอีเมลที่บิล เกตส์ ส่งให้ลูกน้องอ่านเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสะท้อนถึงประสิทธิภาพการใช้งานของเว็บ Microsoft ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บิล เกตส์ บอกว่า “ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะไม่ส่งอีเมลถึงพนักงาน เพราะนั่นคืองานของผม”

ที่มา: bangkokbiznews.com

       ในโลกที่ยุคการสื่อสารไร้พรมแดน คงไม่มีใครปฎิเสธปัจจัยพื้นฐานที่ 5 อย่างโทรศัพท์มือถือได้ (ขนาดคนกวาดขยะยังมีใช้เลย) สงครามการแข่งขันด้านการตลาดโทรศัพท์มือถือในยุคต่อไปกำลังระอุขึ้น เรื่อยๆ จากการเข้ามาของ iPhone 3G และ Android ที่กำลังวางตลาดในปลายปีนี้ อีกด้านนั้น Blackberry และ Windows Mobile ก็กินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามสำหรับหลายๆ คนคือเจ้าตลาดโทรศัพท์อย่างโนเกียนั้นจะทำอย่างไรต่อไป

       ในวันนี้ภาพก็ชัดเจนขึ้นมาแล้วเมื่อทางโนเกียจ่ายเงินซื้อหุ้นบริษัท Symbian คืนทั้งหมดร้อยละ 52 แล้วบริจาคซอร์สโค้ดของ Symbian, UIQ, และ MOAP (ได้รับบริจาคมาจาก DOCOMO ของญี่ปุ่นอีกที) เข้าไปยัง Symbian Foundation ที่จะดูแลซอร์สโค้ดของ Symbian ในรูปแบบสัญญาอนุญาต Eclipse Public License 1.0 ต่อไป

       เรื่องนี้ทำให้ SymbianOS เป็นระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์สที่มีโทรศัพท์ในท้องตลาดมากที่สุดถึง 235 รุ่น รวมส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 60

แต่สำหรับใครที่อยากไปโหลดซอร์สโค้ดมาแฮกกันวันนี้อาจจะผิดหวังซักหน่อย เพราะกระบวนการทางกฏหมายยังไม่จบ ต้องไปถึงประมาณกลางปีหน้า

น่าสนใจมากว่าทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อโทรศัพท์ราคาเจ็ดพันกว่าบาทที่ใช้ SymbianOS ได้ ถ้า Android จะเข้ามาแทรกตลาดตรงนี้ก็นับว่าโจทย์ยากเอาเรื่องทีเดียว

ที่มา – Symbian Foundation, TechCrunch IT

 

วันที่ 3-6 กรกฎาคม 2551 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทีมโอเพนซอร์สของซิป้าจะบุกขึ้นเหนือไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องโอเพนซอร์ส งานนี้ไม่ไปแค่ตัวเปล่า ยังมีการนำเอาแผ่นซีดีจันทราเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชัน 3.1 (ออกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา) ไปแจกให้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่ด้วย  ใครที่ไม่เคยใช้โอเพนออฟฟิศแล้วอยากรู้ว่าคุณพร้อมที่จะใช้งานโปรแกรมตัวนี้ไหม เชิญเข้าร่วมทดสอบความสามารถได้ที่บูธ "C9" นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมสนุกรับของที่ระลึกมากมายจากซิป้า พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์งาน Open Source Summit ที่ฟิลิปปินส์ จัดขึ้นวันที่ 23-24 นี้ที่ Cebu International Convention Center ธีมงานหลักๆ จะเกี่ยวกับเรื่อง Understanding the Business Value of Open Source, Optimizing Open Source Investments และ Open Source Innovations for Tech Self-Reliance ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://oss.ph

เหมือนว่าจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของ Ubuntu ที่เวอร์ชั่น LTS จะต้องออก Release ย่อย เช่นเดียวกับ 6.06 ที่มี 6.06.1 ออกมาแล้ว และครั้งต่อไป ก็ถึงคราวของ 8.04.1 ครับ คิดว่าคงออกมาต้อนรับ Forefox3 ตัวเต็ม กับการอัพเดทของ OpenOffice.org 2.4.1 ด้วยล่ะมั๊งครับ (ไม่แน่ใจ เดาเอา) สำหรับ 8.04.1 ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ จะมีกำหนดวางแผงในวันที่ 3 ก.ค. ที่จะถึงนี้ครับ ใครที่กำลังจะเป็นสาวก Ubuntu ก็ เตรียมโหลดตัวนี้ได้เลยครับ

ที่มา: tectonic.co.za

Ubuntu MID edition หรือ Ubuntu สำหรับ Mobile ปล่อยเวอร์ชั่นแรกกออกมาให้ลองแล้ว (Ubuntu MID นี้ คนละอันกับ Ubuntu Netbook Remix นะครับ ส่วนความต่างของเจ้า Ubuntu MID กับ Ubuntu Netbook ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ หน้าตาที่ไม่เหมือนกัน เพราะเจ้าตัว Netbook นั้นเขาดีไซน์มาสำหรับเครื่อง UMPC ที่หน้าจอจะประมาณ 8 – 10 นิ้ว ส่วนเจ้าตัว MID นี้จะออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์มือถือ จำพวก เครื่องเล่นเน็ตของ Nokia ที่ใช้โทรไม่ได้นั่นล่ะครับ คิดว่าน่าจะนึกออก ซึ่งเครื่องพวกนี้เขาจะมีหน้าจอประมาณ 4 – 7 นิ้วครับ) สำหรับ Ubuntu MID edition นี้ก็ได้ปล่อยเวอร์ชั่นแรกออกมาให้ดาวน์โหลดแล้ว ท่านที่สนใจจะทดสอบก็เขามี image ที่เป็น kvm ไว้ให้ลองครับ

สำหรับรายละเอียดของ Ubuntu MID edition นี้ เชิญอ่านต่อได้ที่
http://www.ubuntu.com/products/mobile
http://blog.canonical.com/?p=13

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ จัดงานสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “การเข้าถึงสิทธิประโยชน์และแหล่งเงินทุนของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์” ในวันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 8.30 – 12.00 น. ณ ห้อง Salon B ชั้น 2 โรงแรม SWISSOTEL LE CONCORDE BANGKOK ท่านที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ 02-576-1491-4 ต่อ 526, 527 หรือ E-mail : Laddaporn.ni@sipa.or.th, Chonlada.am@sipa.or.th

กำหนดการ

8.30 – 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 – 9.15 น. กล่าวเปิดงาน
โดย นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
9.15 – 10.15 น. การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
โดย ผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 12.00 น. เสวนา “การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและช่องทางการตลาดของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์”
โดย ผู้แทนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
โดย ผู้แทนจาก กรมส่งเสริมการส่งออก
โดย คุณปริญญา กระจ่างมล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ

 

        ข่าวหนึ่งที่น่าสนใจมากในปีที่แล้วคือ OpenMoko มือถือที่เปิดสเปกทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จากบริษัท FIC ในไต้หวัน หลังจากพัฒนาและทดสอบนานนับปี ตัวเครื่องโทรศัพท์รุ่นแรกคือ FIC Neo1973 ซึ่งวางเป้าเป็นมือถือต้นแบบให้นักพัฒนาเอาไปลองแฮกเล่น ก็ได้วางตลาดเมื่อกลางปี 2007

 

        หนึ่งปีผ่านไป FIC ได้เตรียมวางจำหน่าย Neo Freerunner ซึ่งเป็น Neo1973 เวอร์ชันจับตลาดทั่วไปในสหรัฐแล้ว ข้อมูลจาก
เมลลิ่งลิสต์ของ OpenMoko ระบุว่าของจะเข้าสหรัฐและผ่านศุลกากรในวันที่ 1 กรกฎาคม และวางขายตามร้านได้ในช่วงต้นเดือน ราคา 399 ดอลลาร์ สเปกอย่างละเอียดดูได้จาก OpenMoko Wiki

         ใครที่ต้องการประกอบมือถือใช้เองก็เตรียมควักกระเป๋าซื้อกันได้แล้วครับผม โปรแกรมต่าง ๆ สามารถเขียนเพิ่มเติมเองได้ราคาอาจแพงกว่า iPhone 3G อยู่บ้าง แต่แน่นอนว่าไม่ติดสัญญา และไม่ต้อง jailbreak ระบบปฎิบัติการก็ใช้ Linux ได้ครับพี่น้อง

ที่มา – Engadget

 

เนื่องด้วยผมเองเรียนมาทางด้านงานออกแบบ (เรียนคณะสถาปัตย์มาหลายปี) ก็เลยพอมีความสามารถในการใช้งานซอฟต์แวร์กราฟิก ทีนี้ เวลามีงานออกแบบทีไร หน้าที่จึงตกเป็นของผมทุกทีไป

ทีนี้ผมมักจะเห็นผู้คนมากมายที่บอกว่า ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนั้นทำงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ไม่ได้ แต่เมื่อกี๊ผมเพิ่ง Prove ตัวอย่างก่อนสั่งพิมพ์จริงของ OO.o 2.4 ทั้ง CD Cover และ CD Label เลยครับ จริงๆผมก็เคยทำสิ่งพิมพ์ด้วย Open Source หลายรอบแล้วก็ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด มีบางท่านว่าสีเพียนบาง แต่ผมว่าผมไม่เห็นนะ

ส่วนงาน Art work ตัวนี้ใช้ Inkscape ครับ คราวหน้าใครต้องทำงานส่งโรงพิมพ์อย่าลืมใช้ Open Source ดูนะครับ

ตัวอย่างผลงาน
OpenOffice.org_2_icon