ผลจากการสำรวจของ O’Reilly เกี่ยวกับเรื่อง "โอเพนซอร์สในธุรกิจเอนเตอร์ไพรส์" พบว่ามีการเติบโตอย่างมากมายเรียกได้ว่าเป็นที่นิยมกันเลยทีเดียว หลายบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การใช้งานยอดนิยมเห็นจะหนีไม่พ้นการลดค่าใช้จ่ายด้วยการเลือกเอา OpenOffice เข้าไปใช้งานแทน Microsoft’s Office 2007 และพบว่ามีการนำเอา Linux ไปใช้ในงานทั่วไปอย่างกว้างขวาง นั่นทำให้พบว่าลีนุกซ์ไม่ใช่เรื่องของพวก Geek (พวกบ้าเทคโนโลยี) อีกต่อไปแล้ว ทางด้านเว็บเซิร์ฟเวอร์อย่าง Apache ก็ไม่ต้องพูดถึงอะไรมาก เพราะพบว่าเว็บไซต์ Top 100 ของอเมริกามีการใช้งาน Apache มากถึง 51 เปอร์เซนต์

สำหรับเหตุผลที่ทำให้โอเพนซอร์สกำลังเป็นที่นิยมก็มาจาก ความง่ายและยืดหยุ่นในการขยับขยายต่อเติมระบบ หรือแม้แต่การเชื่อมต่อเข้ากับระบบเดิม บวกกับการที่นักพัฒนาโอเพนซอร์สเริ่มมีลักษณะของคำมั่นสัญญามากขึ้นในเรื่องของการอัพเดทต่างๆ ทำให้เกิดความมั่นใจของผู้ใช้มากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้บรรดาบริษัทวางระบบเชื่อมต่อระบบมั่นใจตามไปด้วย แต่เหตุผลที่ถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของการตัดสินใจก็คือเรื่องของ "ราคา" ส่วนเหตุผลสุดท้ายก็คือเรื่องของ "ความมั่นคงของระบบ" หรือเรื่องของ Security นั่นเองที่ตอนนี้ทุกคนเข้าใจและยอมรับแล้วว่าการเลือกใช้โอเพนซอร์สนั้น Secure มากกว่าระบบอื่น นั่นคือสาเหตุที่ทำให้โอเพนซอร์สเติบโตแบบก้าวกระโดด

ที่มา : http://arstechnica.com/journals/linux.ars/2008/07/29/oreilly-study-finds-multiple-reasons-for-the-popularity-of-open-source

จากข่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม FireFox 3.0 ยังไม่ทันออกทีมพัฒนาก้อออกแบบโครงร่างของ FireFox 3.1 เรียบร้อยแล้ว (ข่าวเก่า) มาวันนี้ FireFox 3.1 Alpha 1 ก้อได้ออกมาให้ยลโฉมกันแล้ว ในชื่อรหัสพัฒนาว่า "ชิรเโตโก๊ะ" (Shiretoko) FireFox 3.1 ใช้ Engine Gecko 1.9 ที่จะแก้ปัญหาเรื่อง XHR สำหรับเว็บที่บ้าพลัง AJAX นอกจากนี้ในตัว Gecko 1.9 เองก้อจะปรับให้เข้ากับมาตรฐานเว็บให้มากขึ้น มาดูควาสามารถใหม่ๆ กัน

– ใช้ <canvas> element ได้แล้ว อยู่ในส่วนของ TextAPI
– สนับสนุนการใช้ border-image ใน CSS
–  สนับสนุน JavaScript query selectors
– ปรับปรุง Location Bar ใหม่ให้สามารถกำหนด จุดค้นหาจาก TAG หรือ Bookmark ได้
– ปรับปรุงการ Switch tab

สำหรับท่าที่สนใจเจ้า Shiretoko นี้สามารถอ่าน release note เพิ่มเติม  หรือติดตามได้ที่ FireFox 3.1 for Developers สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบ มีให้ทดสอบในทุกๆ Platform เช่นเคย

– Windows: Shiretoko Alpha 1 Setup.exe
– Mac OS X: Shiretoko Alpha 1.dmg
– Linux: shiretoko-alpha1.tar.bz2

และเช่นเคยทีมพัฒนายังต้องการรับฟังความเห็นจากคุณ และหาคุณพบข้อผิดพลาดหรือบักต่างๆ สามารถแจ้งบักได้ที่นี่

* อ้อเกือบลืมไปครับ FireFox 3.1 ที่จะ release ในเวอร์ชั่นนี้จะมี official thai language pack ที่ทาง blognone ได้ระดมพลทีมแปลไปเมื่อเดือนเมษายนที่แล้ว แต่ยังมีข้อคิดเห็นบางอย่างในเรื่องการตั้งค่าใน Firefox เวอร์ชันไทย ถ้าคุณเป็นคนที่รัก FireFox และอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนา Firefox แสดงความคิดเห็นของคุณได้ที่ blognone ครับ

ผมว่าจะเขียนงานเขียนในส่วนความคิดความเห็น ในทางที่สร้างสรรค์ สวยหรู หรืออย่าแล้วไม่เหมือนมาระบายอะไรประมาณนี้ ช่วงสัปดาห์นี้ ผมคิดหลายอย่างมากๆ ทั้งเรื่องของปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ และไม่คิดอะไรใหม่ดาวน์โหลดอย่างเดียว ผมมองย้อนกลับไปที่ free software เมื่อครั้งแรกๆ สมัยผมยังเด็ก ผมคิดว่าในตอนนั้นและตอนนี้คิดว่าสถานะการณ์มันแบบเดียวกัน แต่ต่างวิธีการเท่านั้นเอง ยังไงน่ะเหรอ?

 

ทุกวันนี้การโปรโมทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมักจะถูกโปรโมทไปที่ราคาที่ไม่ต้องเสีย หรือ เสียน้อยกว่า ผมขอฟันธงว่าเรื่องราคาที่ไม่ต้องเสียมันคงไม่จริง! ยังไงๆ ก้อต้องเสียเพราะเป้าหมายของการโปรโมทในแต่ละครั้งนอกจากโปรโมทซอฟต์แวร์แล้ว เบื้องหลังของการโปรโมทคือการแจ้งให้ทราบว่าหากคุณติดปัญหามีผู้สนับสนุนมีผู้ให้บริการหลายแห่งที่พร้อมจะให้บริการ ผมเลยไม่อยากจะพูดถึงในแง่ของธุรกิจมากนั้ก เอาเป็นว่าผู้ให้บริการนั้นมีน้อยมากละกัน

เอาล่ะมาว่าเรื่องเป้าหมายของโอเพนซอร์สกันอีกที คำว่า Open Sourceนี้คนที่คิดคำๆ นี้ก้อเคยอยู่ในทีมของ FSF มาก่อน อีกอย่างปัญหาคำว่า Free Software คนมักจะมองคำว่า Free เสียมากกว่า และ Free ที่ว่าคือไม่มีราคา ดังนั้นการสร้างคำใหม่เพื่ออธิบายกระบวนการเดิมคำว่า Open Source นั้น หมายถึง มีซอร์สโค้ดให้ดู แก้ไข ปรับเปลี่ยน ได้ แต่ต้องตรงตาม Open Source Definition  การที่จะระบุซอต์แวร์ตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะต้องดูตาม Open Source Definition วิธีการง่ายๆ คือดูตาม Open Source License  เอาล่ะการเปลี่ยนจาก Free Software มาเป็น Open Source Software ไม่ได้มีแค่เปิดโค้ดเท่านั้น หากเป็นการบ่งบอกว่าคุณสามารถนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของคุณมาทำธุรกิจได้อย่างอิสระ และจะไม่มีความกำกวมของคำว่า Free อีกต่อไป เพราะยังไงๆ คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะได้คนมาช่วยกันทำแล้ว ยังสามารถขายซอฟต์แวร์ และขายบริการเสริมอื่นๆ ได้อย่างอิสระ และไม่มีความข้องใจใดๆ อีกต่อไป ผู้รับบริการยังไงก้อต้องเสียเงินอยู่ดี :)

กลับมามอง Free Software กันบ้าง ธุรกิจบน Free Software ไม่มีหรืออย่างไร? มีครับ มีมานานมากๆ แล้ว ใครเคยใช้ Cygwin ที่เป็นโครงการของ Cygnus นั่นแหละครับ เป็นรายแรกๆ ที่ซัพพอร์ท Free Software ในทุกๆ เรื่อง ก้อเข้าสู่โมเดลธุรกิจเช่นกัน แต่ชื่อมันสื่อความหมายไปอีกแบบนึง คือ ไม่มีค่าใช้จ่าย เลยทำธุรกิจลำบาก!

ผมย้อนกลับไปศึกษาเบื้องลึกของ Free Software ความหมายในปรัชญาของคำว่า Freedom กฏเกณฑ์ข้อที่ 0-3 ที่อยากให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ปฏิบัติตาม ความหมายลึกๆ ของ Free Software คือ ปรัชญาการแบ่งปัน การให้ การพัฒนาร่วมกัน การลด Ego ของนักพัฒนาที่จะเปิดโค้ดให้คนอื่นดู วิจารณ์ หาข้อบกพร่อง เป็นแนวคิดคิดของการดูหลายตา ดีกว่าดูตาเดียว ทีนี้การที่มีหลายๆ คนช่วยกันพัฒนา ช่วยกัน debug จะทำให้ได้ซอฟต์แวร์ตรงตามที่กลุ่มคนเหล่านั้น (commuity) ต้องการได้ นั่นคือการพึ่งพออาศัยกันของ commuity เอาล่ะมันโยงกับปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างไร?

ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่พวกที่กลัวการทำธุรกิจ เกลียดระบบธุรกิจ หรือ ระบบทุนนิยมนะครับ การที่ผมพยายามอธิบายว่าสังคมผู้ใช้ซอฟต์แวร์ควรเป็นสังคมแบบ Free Software หรือปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างที่ผมนิยามนั้นหมายถึง

  • คุณอยากใช้ซอต์แวร์ตัวใด คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้
  • ซอฟต์แวร์ควรแบ่งปัน คุณมีสิทธิ์แจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ
  • ซอฟต์แวร์ควรพัฒนาต่อยอดได้ คุณมีสิทธิ์พัฒนาตามความต้องการของผู้ใช้
  • ซอฟต์แวร์ที่ยึดถือตามข้อข้างต้น ควรมอบสิทธิเหล่านี้ให้กับผู้ได้รับซอฟต์แวร์นั้นๆ ด้วย

ซึ่งแนวความคิดเหล่านี้มาจาก Free Software ล้วนๆ ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆ

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็มีความสุขที่ได้กินขนมอร่อยๆ ทุกคนมีความสุขที่ได้เป็นผู้รับ คนที่เป็นผู้ให้ก้อมีความสุขเช่นกัน”

แต่ถ้าเป็นแบบนี้

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ แต่คุณครูบอกกลับว่า อย่า อย่าแบ่งคนอื่น เก็บไว้กินคนเดียวนะ อย่าแบ่งนะ ถ้าเธอแบ่งจะเป็นเด็กเลวมากๆ เลย”

คิดว่ามองภาพแบบนี้แล้วเห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียว เอาล่ะหลายๆ คนอาจแย้งในหลายๆ เรื่อง เช่น ซอฟต์แวร์นะไม่ใช่ขนม ซอฟต์แวร์มีราคานะ ฯลฯ ซึ่งอันนั้นมันเป็นเรื่องของธุรกิจครับ ผมอยากเห็นสังคมซอฟต์แวร์ของการแบ่งปัน มากกว่าสิ่งเหล่านี้

  • ซอต์แวร์ที่เอาแต่ผลกำไร
  • ซอฟต์แวร์ที่เห็นแก่ตัว
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจอมปลอม
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลอกใช้
  • ฯลฯ

บ่มามากพอแล้วพอดีกว่าค่อยมาต่อเรื่อง Open Source Biz model ในครั้งหน้าใครอยากตามอ่านก้อตามอ่านหน้า Opinon ได้เลยครับ อ้อวันนี้ วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2551ได้อ่านข่าวของ mk ที่ blognone ซึ่งแทงใจดำผมมากๆ ที่บอกว่า

“อย่าคิดพึ่งพาหน่วยงานรัฐเลย มันไม่ได้ผลและไม่มีวันได้ผล (ด้วยปัญหาและข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว) ถ้าอยากได้อะไร มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องทำเอง”

คำตอบของปัญหานี้ก้ออยู่ที่ทุกๆ คน หลายทุกๆ community ว่าทุกๆ ท่านอยากให้ อยากให้ประเทศนี้เป็นอย่างไร? อยากให้สังคมซอฟต์แวร์ เป็นอย่างไร? ของฝากทิ้งท้ายมีเพลง Free Software  มาฝาก คำร้องโดย RMS ทำนองแบบ Sadi Moma

 

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2


Hoarders may get piles of money,
That is true, hackers, that is true.
But they cannot help their neighbors;
That’s not good, hackers, that’s not good.

When we have enough free software
At our call, hackers, at our call,
We’ll throw out those dirty licenses
Ever more, hackers, ever more.

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2

 

 

กิจกรรม "การแข่งขันระบบปฏิบัติการลินุกซ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9" (The Ninth National Linux Competition: NLC9) ซึ่งจัดขึ้นโดย NECTEC เปิดตัวกิจกรรมครั้งที่9 แล้ว โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้ไปจนถึง 22 สิงหาคม นี้ครับ มีทั้งรอบนักเรียน และบุคคลทั่วไปครับ ท่าที่สนใจสามารถสมัครได้ทันทีครับ กำหนดการ

เริ่มรับสมัคร
  วันนี้ – วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2551
    (รับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของโครงการฯ)
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ   วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551
สอบคัดเลือกรอบแรก   วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551
    (รอบสอบภาคทฤษฎีพร้อมกันทั่วประเทศ)
ประกาศผลสอบรอบแรก   วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2551
    (ประกาศทางเว็บไซต์ของโครงการฯ เท่านั้น)
ยืนยันการเข้าร่วมรอบที่สอง   วันจันทร์ที่ 15 กันยายน – วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2551
    (ช่วงเวลาสำหรับการแจ้งยืนยันเข้าร่วมในรอบคัดเลือกรอบที่สอง)
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์อบรม (รอบที่สอง)
  วันอังคารที่ 30 กันยายน 2551
    (ประกาศทางเว็บไซต์ของโครงการฯ เท่านั้น)
สอบคัดเลือกรอบที่สอง   วันพุธที่ 22 ตุลาคม – วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2551 (อบรม)
    ใันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2551 (สอบ NLCP)
ประกาศผลสอบรอบที่สอง   วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2551
ยืนยันการเข้าร่วมรอบชิงชนะเลิศ   วันจันทร์ที่ 5 มกราคม – วันอังคารที่ 20 มกราคม 2552
    (ช่วงเวลาสำหรับการแจ้งยืนยันเข้าร่วมในรอบชิงชนะเลิศ)
รอบชิงชนะเลิศ**   วันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2552

รบกวนอ่านรูปแบบการแข่งขัน รายละเอียด และกติกาอื่นๆ ทีจำเป็นให้เข้าใจก่อนสมัครนะครับ ที่มา: opentle.org รายละเอียดเพิ่มเติม: nlc.opentle.org

 

OpenSource2Day เป็นนิตยสารนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโอเพนซอร์สในประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ นอกจากงานนิตยสาร OpenSource2Day แล้ว ทีมงานนิตยสารมีความตั้งใจเปิดโครงการรายการโอเพนซอร์สทูเดย์ ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์บนอินเตอร์เน็ตนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์บุคคลในวงการโอเพนซอร์ส เยี่ยมชมบริษัทโอเพนซอร์ส พาทัวร์กิจกรรม งานสัมนา ของโอเพนซอร์ส โดยผังรายการและเนื้อหารายการ กำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำ ขณะนี้ทาง OpenSource2Day ได้เปิดช่วงทดลองออกอากาศผ่านทางหน้าเว็บไซต์ http://www.opensource2day.com โดยนำสกู๊ปเรื่อง EEE PC touch screen ทำอย่างไรมาแผยแพร่ให้ได้รับชมกันก่อน หากท่านใดสนใจเชิญเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ OpenSource2Day ได้เลยครับ

กฟผ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน EGAT Open Source Day 2008 วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2551 เวลา 8.00 – 15.30 น. ณ หอประชุม กฟผ.1, 2 อาคารประชาสัมพันธ์ สำนักงานกลาง วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน รับทราบทิศทางและนโยบายการใช้ Open Source ในหน่วยงานภาครัฐ และแนะนำระบบงานที่ พนักงาน กฟผ. ได้พัฒนาขึ้น ด้วยซอฟต์แวร์ Open Source รวมถึงได้เสนอแนวทางในการพัฒนาระบบงาน ด้วยซอฟต์แวร์ Open Source และแนะนำซอฟต์แวร์ Open Source ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ในงานยังมีนิทรรศการ จาก หน่วยงานต่างๆ ร้านหนังสือ ลดพิเศษ 20 – 30% และร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในราคาพิเศษ โดยให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน กรอกใบลงทะเบียน ตามไฟล์แนบ แล้วส่งกลับมาที่ opensource@egat.co.th หรือ โทรสาร 024364490 กำหนดการ

8:00 – 9:00 ลงทะเบียน
9:00 – 9:15 กล่าวรายงาน โดย ผู้ช่วยผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดงานสัมมนา โดย รองผู้ว่าการนโยบายและแผน รวผ. มอบรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมประกวด หนังสือทำมือ
9:15 – 9:45 นโยบายและการส่งเสริมการใช้ Open Source ในหน่วยงานภาครัฐ โดย คุณเมธินี เทพมณี ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ
9:45 – 10:15 บทบาทของ Sipa ในการสนับสนุน Open Source ในหน่วยงานภาครัฐ โดย คุณไพฑูรย์ บุตรี ผู้จัดการฝ่ายโอเพ่นซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)
10:15 – 10:30 พัก
10:30 – 11:00 บทบาทของ Nectec ในการสนับสนุน Open Source ในหน่วยงานภาครัฐ โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
11:00 – 11:30 ระบบที่พัฒนาด้วยซอฟต์แวร์ Open Source ใน กฟผ. : Balloon Office โดย คุณชูเกียรติ พรศาลนุวัฒน์ นักคอมพิวเตอร์ ระดับ 7 สังกัด เขื่อนวชิราลงกรณ์
11:30 – 12:00 ระบบที่พัฒนาด้วยซอฟต์แวร์ Open Source ใน กฟผ. : ระบบช่วยบริหารงานความมั่นคงปลอดภัย ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย คุณคงศักดิ์ นันท์ธนะวานิช หัวหน้าแผนกจัดการระบบข้อมูล สังกัดฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า
12:00 – 13:00 พัก
13:15 – 14:15 Solutions ในการพัฒนาระบบงาน โดย บริษัท Sun Microsystems (Thailand) Ltd.
14:15 – 14:30 พัก
14:30 – 15:30 Solutions ในการพัฒนาระบบงาน โดย บริษัท Oracle Corporation (Thailand) Ltd.
13:15 – 14:15 ซอฟต์แวร์ Open Source ที่ใช้ บริหารโครงการ (OpenProj และ dot project) โดย คุณศิระ นกยูงทอง สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)
14:15 – 14:30 พัก
14:30 – 15:30 แนะนำ Joomla และการ Migrate จาก Mambo เป็น Joomla โดย คุณอัครวุฒิ ตำราเรียง บริษัท Marvelic Engine

รายชื่อผู้แสดงนิทรรศการ Sipa : นำเสนอซอฟต์แวร์ Open Source ต่างๆ Ubuntu : นำเสนอระบบปฏิบัติการ Ubuntu บ.Marvelic Engine : นำเสนอ Mambo และ Joomla บ.OSDEV : นำเสนอ OpenOffice.org ฝ่ายพัฒนาบุคลากร : นำเสนอระบบ E-learning ของ กฟผ. บ. Advanced Media Supplies : ขายหนังสือต่างประเทศ ลด 25 – 30% บ. Green Book : ขายหนังสือคู่มือภาษาไทย ลด 20 % ร้าน GOT : ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ราคาพิเศษ บ. Sun Microsystem บ. First Logic บ. Oracle Corporation บ. Regent Technologies

ถ้ายังจำกันได้ สมัยที่โครงการ OLPC เปิดตัวใหม่ๆ ที่ MIT ใช้ CPU จาก AMD ตอนนั้น INTEL ร่วมกับ Microsoft ออก โน๊ตบุครุ่นเล็กที่ชื่อ Classmate PC มาชนกับ OLPC ซึ่งนานมากแล้ว และในวันนี้ผมก็เพิ่งจะได้เห็นออกมาวางขายครับ (จำได้ว่าเคยมีให้สั่งจองใน Commart เมื่อนานมาแล้ว)

DSCF2454

สำหรับเจ้า Classmate ที่เอามาวางขายนี้ จัดจำหน่างโดย SVOA ครับ อยู่ในงานของ มหาวิทยาลัยนเรศวรที่พิศณุโลกนี้เองครับ ส่วนตัวเครื่องที่เปิดโชว์ในงานติดตั้งระบบปฏิบัติการ Ubuntu ที่ Customize สำหรับเครื่อง Eee ของ Asus ด้วยครับ (พอดีเก็บภาพไม่ทัน เขาปิดไปแล้ว) เท่าที่ลองเล่น ใช้ได้ดีเลย เจออุปกรณ์แทบครบครับ รัน Effect ด้วยครับ ว่าแต่ มาช้าไปไม๊ครับนี่

       เมื่อ 10 ปีที่แล้วผมเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่ท่านหนึ่ง (พี่ป้อม) ผมเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าแข่งขัน KMITNB ROBOT Festival และผมก็เรียนภาควิชาฟิสิกส์อุตสหกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ (imi) ตอนนั้นพี่ป้อมบอกผมว่าเอ้ยวุฒิมันมีระบบปฎิบัติการตัวหนึ่งนะฟรี Compiler ก็ฟรี มี C ด้วยเขียน micro controler ทำ DSP (Digital Signal Processing) ได้ด้วย (กูนึกขัดแย้งในใจ แม่งมีด้วย เหรอวะฟะเนี่ยของฟรี) ตอนนั้นผมรู้แต่ว่าผมซื้อชุด Boland C ด้วยราคาที่แสนแพง (กล่องละ 5 พันกว่าบาทจำได้) แต่ไอ้พี่ป้อมมันดันบอกว่ามีของฟรีมี internet มี modem ก็โหลดมาใช้ได้แล้ว แล้วผมจะเชื่อเขาดีไหมเนี่ย (แต่ไม่เชื่อไม่ได้บอกมัน URL มาเสร็จเลย) แล้วแถมด้วยการโชว์เครื่อง PC เก่า ๆ ที่ Run ไอ้เจ้าระบบปฎิบัติการนี้ให้ดูด้วย พร้อมทั้งโชว์ตัว Compiler ภาษา C ให้ดูอีก ผมก็เลยไม่อาจปฎิเสธต่อสิ่งที่พี่แกอุตส่าห์จัดหามาให้ผมดูได้ กลับบ้านด้วยความเร็ว Modem 14.4 KB/S (พยายาม Download อยู่นานแต่ก็ไม่เสร็จเสียที) เลยทนไม่ไหวพอดีได้มีโอกาสแวะไปงาน Computer ที่ไหนสักแห่ง (แต่ไม่ใช้ศูนย์ประชุมแห่งชาิติแน่นอน) และแล้วผมก็ได้เจอไอ้เจ้าระบบปฎิบัติการที่พี่ป้อมโชว์ให้ดู วางขายอยู่ในงานคอมแห่งนั้น เป็น KW Linux 1.0 (พัฒนามาจาก Redhat 4.0) ผมไม่พูดอะไรไม่ถามอะไรพี่ที่เขาพยายามจะอธิบายเสียด้วยซ้ำไป (ผมลงทุน ได้ไปเถียงพี่ป้อมแล้ววันนี้กูไม่ฟรีโว้ย เสียเงินซื้อ) วันนั้นซื้อไป 2 ชุด (ปกขาว Genesis ผลิต กะเต็มที่เลยกูมีเครื่อง 286 DX4 กับ 386 DX4 100 งานนี้สนุกแล้วหละไม่ต้องไปซื้อของแพงแล้ว 3 พันกว่าบาทจำได้ว่าอดค่าขนมเกือบครึ่งปี งานนี้ผมลงทุนนิดเดียวได้ของดีมาใช้) และแล้วมันก็เป็นของดีจริง ๆ ผมติดตั้งครั้งแรกไม่ผ่านครับพี่น้่องเจอปัญหาเยอะ แต่พี่ป้อมของผมก็ทดแทนให้ผมโดยการซื้อ KW Linux 1.0 ต่อจากผมไป 1 ชุด แต่ลงเครื่องผมไม่ผ่านแต่ลงเครื่อง มหาวิทยาลัยผ่าน เล่นได้ Compile GCC ใส่ MSC 8096 ได้ก็โอเคละ หลังจากนั้นผมก็เฝ้าดู Release ถัดไปของ KW Linux (บริษัท ไกวัล ซอฟแวร์เชน จำกัด เป็นผู้พัฒนา) ตอนนั้นก็นั่งรอ ๆ ว่าเมื่อไหร่ของใหม่จะออกจะได้ลงใส่เครื่องผมได้ที่บ้าน ผมจะได้ไม่ต้องนอนมหาวิทยาลัยแล้ว (เพราะยุ่งกับการเขียนโปรแกรมให้ Robot ยุ่งไปยุ่งมาเช้าเลย) และแล้วความฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อ KW Linux 2.0 ลงสู่ท้องตลาด ผมรีบไปซื้อ 2 กล่องอีกตามเคย ฝากพี่ป้อมด้วย ตอนนี้ผมเริ่มฟังการ Present คุณสมบัติมากยิ่งขึ้นใน Version นี้เริ่มมีคู่มือ ผมเริ่มมีคำถามมากขึ้น (วันนี้จำได้ว่าคุยกับคุณกานต์ ยืนยง นานมากอยู่ที่บูธงานคอมสักที่หนึ่งจำไม่ได้แล้วก็มันตั้ง 9 ปีแล้ว) สรุปผมสามารถลง KW Linux 2.0 ได้แต่ผมไม่สามารถที่ีจะทำให้ Sound Card ของผมมีเสียงได้ งานนี้ก็เลยเอาวะผมจะฟังเพลงแล้วก็เขียน DSP บน Linux ด้วย Fight บังคับอีกแล้วคับพี่น้อง ยกเครื่องแบกจากพระราม 2 ไปอุรุพงษ์ (ขึ้นรถเมล์นะครับผม ขอย้ำ) ไปถึงได้ไปเห็นภาพประทับใจสุด พี่กานต์ ต้อนรับผมให้คำแนะนำพร้อมทั้งพยายามแก้ไขปัญหาให้ผม จำได้ว่าใช้เวลา 1 วันก็แล้วเสียงมันก็ยังไม่มา (Sound Yamaha XG ครับผม มันดื้อ) พี่กานต์บอกทิ้งเครื่องไว้ พรุ่งนี้มาผมจะดูให้คืนนี้ ผมนึกในใจโอ้โหวพี่แกไม่หลับไม่นอนเลยช่วยกูเต็มที่ พรุ่งนี้ผมคงได้ยิ่งเสียงมันแล้ว แต่ก็เหมือนเิดิมผมมาวันรุ่งขึ้นก็ไม่มีเสียงเหมือนเดิม พี่กานต์ก็เลยบอกว่าต้อง Compile Kernel ใหม่ผมก็เริ่มอึ้ง ๆ ว่าอะไรว่าไอ้ Kernel เนี่ยกูไม่รู้จัก ???? เต็มหัวพี่เขาพูดอะไรมากูไม่รู้เรื่องเลย วันนั้นก็ยกเครื่องกลับบ้านด้วยอาการงง (แต่บอกกับตัวเองว่ากูต้องรู้จักไอ้ Kernel อะไรเนี่ยให้ได้) วันรุ่งขึ้นตอนบ่ายเลิกเรียน (อาจารย์ไม่สอนบ้าง โดดเรียนบ้าง อย่้าทำตามผมนำเสียนิสัย) ผมแวะมาที่เดิมอีก มาคุยกับพี่เขาก็สอน ๆๆๆๆ ผม (??? เต็มอีกแล้ว) จากนั้นผมย้ายมาอยู่หอแถวมหาลัย ทีนี้เลยกลายเป็นกิจวัตรประจำวันเหมืือนของอยากรู้ ต้องไปที่บริษัท Kaiwal เกีอบทุกวัน จนพี่ ๆ ในนั้นทั้งหมดถ่ายทอดพลังยุทธให้หลายกระบวนท่า ก็เลยมีส่วนในการพัฒนา KW Linux 2.0 Upgrade Kit (เป็นแผนของผมเองหละ ชุดนี้ทำให้เครื่องผมมีเสียง) หลังจากนั้นผมเริ่มเรียนรู้เจ้าระบบปฎิบัติการนี้อย่างเป็นกระบวนการมากยิ่งขึ้น จนพี่ ๆ เขามีแผนพัฒนา KW Linux 3.0 ซึ่งผมก็มีโอกาสในการช่วยพี่เขาพัฒนา ตอนนี้ผมรู้จัก Kernel แล้ว ผมรู้จักอะไรเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง และแล้ว KW Linux 3.0 ก็เป็นจุดเปลี่ยนเมื่อมันเป็น Release สุดท้ายของ KW Linux (ตำนาน Linux ไทยเจ้าแรก) หนึ่งในทีมบริหาร Kaiwal ได้แยกตัวไปทำ Linux อีก 1 ค่ายภายใต้ชื่อ Zion Interface พัฒนา Ziff 1.0 Linux ออกมาสู่ท้องตลาด (นี่ก็เป็น Version เดียวแล้วก็ไม่มีการพัฒนาต่อ) ช่วงนี้ผมหายไปจากวงการ Linux เนี่องจากปัญหาชีวิตคือประสบปัญหาเรื่องการเรียน ทำให้ต้องย้ายที่เรียน ทำให้ครอบครัวขาดความเชื่อถือในตัวผมไปเยอะ โครตซวยเลยกู) ตอนนั้นหายไปพวกพี่ที่ Kaiwal คงสังสัยผมไปไหนเนี่ย ผมไปแก้ไขปัญหาชีวิตของผมอยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง (ไม่ได้ยุ่งกับ Linux อีักเลย) จนเมื่อ Ziff วางจำหน่าย ผมก็เริ่มเข้าไปคุยกับพี่ ๆ อีก 1 ครั้ง ในตอนนั้นผมก็เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนของวงการธุรกิจ Opensource ในประเทศไทยแล้ว มีพี่ ๆ ที่เป็นทีิมพัฒนา KW Linux 4.0 (แต่ไม่ได้ทำ Production) แยกตัวออกมาเพื่อพัฒนา Linux ต่อภายใต้ชื่อ KWC Linux (ซึ่งก็ขายลำบากมาก ผมอยู่ในจุดนั้นด้วยเห็นแล้วก็อยากร้องไห้) หลังจากนั้นผมและพี่ ๆ ที่แยกออกมาก็มารวมตัวกันอีกครั้งประชุมโต๊ะกลมกันอีกละ เอาวะอีกรอบจะเป็นอะไรไป ตอนนั้นผมไม่มีปัญหาเรื่องเรียนแล้วเอากับเขาด้วยแล้วกัน ลุยเต็มที่เดินหน้าเปิด GrandLinux (ตอนนี้สมใจผมเพราะว่าผมเป็นคนกำหนด Production และควบคุมการพัฒนาในหลาย ๆ ส่วน) ผมได้เขียนความรู้ผมลงในหนังสือเพื่อเผยแพร่ และแล้ว GrandLinux ก็พัฒนา Linux Distribution ตัวแรกออกมาคือ GrandLinux 5.0 (V1-V4 ถือเป็นความหลังของ KW Linux ไป) เมื่อพิมพ์ ๆ ไปแล้วก็เริ่มนึกถึงคืนวันเก่า ๆ ของผมกับช่วงจุดเปลี่ยน Linux ในไทย ผมอยู่ในหลาย ๆ จุดที่ได้มองจุดเปลี่ยนของ Linux ในไทย ทั้งในส่วนดีและส่วนที่ไม่ดี และแล้วเมื่อ GrandLinux 5.0 ลงอาละวาดในท้องตลาด ผมก็ต้องงดภาระกิจเกี่ยวกับ Linux ไปอีก (เรื่องเดิมหละครับผม เรื่องเรียน) ผมก็หายไปจากวงการ 3 ปี (แต่ก็พยายามดูความเป็นไปตลอด) วันนี้ผมมีโอกาสหวนคืนสู่สังคมโอเพนซอร์สอีกครั้งแล้ว แล้วดูเหมือนว่าการหวนคืนครั้งนี้จะมีจุดเปลี่ยนอะไรให้ผมได้เห็นอีก (เหมือนหมอกควันสีจางที่ ค่อย จางหายและอยู่ในความทรงจำ) จะเป็นอย่างงั้นอีกหรือเปล่า ผมเริ่มไม่แน่ใจครับผม

 

ผมตามเรื่อง Fedora Persistence มาระยะหนึ่งแล้วเรื่องจาก Ambassador คนหนึ่ง ชื่อ Jeremy Katz คิดโครงการนี้ขึ้นมาเพราะ Fedora 9 ยังไม่สนับสนุนการทำ Live USB Persistence เท่าไรนัก เท่าที่ผมตามดูเคยเห็น How-To คร่าวๆ เกี่ยวกับ Persistence มาบ้าง แต่ยังไม่สามารถทำ Persistence ได้อย่างเต็มรูปแบบ คือ ต้องสร้าง overlay space เป็นไฟล์เปล่าๆ มาไฟล์หนึ่ง แล้วเรียกใช้ผ่าน RAM แล้วเขียนกลับลงไปใน overlay space นั้นๆ ซึ่งถ้า boot live usb ไม่ได้ก้อเอาไฟล์ออกจาก overlay space นั้นๆ ไม่ได้ ต่างกับ Ubuntu 8.04 Live USB Persistence ที่ผมเคยเขียน how-to ไประยะหนึ่งแล้ว

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มี Videoสาธิต Fedora Live ลงใน RedHat Magazine โดยมี Paul Frields (Fedora Project Leader) นั่งคุยกับ Jeramy Katz เจ้าของโครงการ Fedora Live Persistence ใน Video เป็นการสาธิตที่สนุกสนานมาก แต่ยังไม่ทราบว่ากระบวนการเก็บข้อมูลในส่วน persistence ยังคงใช้วิธีเดิมหรือไม่ เอาเป็นอว่าอยากทราบข้อมูลในรายละเอียด ก้อรับชม Video สาธิต Fedora Live กันเลยครับ
 

Thailand Next Web Apps (TNWA) จะจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ที่ ตึกไทยซัมมิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ  ก่อนที่จะไปงานกันมาทำความรู้จักกับงานนี้ก่อนว่าเป็นอย่างไร?

งาน Thailand Next Web Apps (TNWA) เป็นงานสัมนาแบบเปิดกว้าง (unconference) ในภาษาไทยและอังกฤษ เน้นเป้าหมายไปที่การรวมกลุ่มของเว็บโปรแกรมเมอร์, เว็บดีไซน์เนอร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเว็บ ให้ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ และเปิดโอกาสให้บริษัทหน้าใหม่ ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน

ใครควรจะสนใจงานนี้?

เว็บโปรแกรมเมอร์ และเว็บดีไซน์เนอร์ทุกคน เพราะในงานนี้จะมีเหล่า geek มาถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำเว็บของพวกเขาให้ฟังในแนวทางไปสู่ความสำเร็จ หรือว่าถ้าหากคุณทำเว็บที่สุดเจ๋ง เราก็ต้องการจะฟังการนำเสนอของคุณเช่นกัน! ได้ข่าวมาว่าทีมงาน duocore.tv และ noknok จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังด้วย

เป้าหมายอื่นๆ ของงานนี้

นอกจากการที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากเหล่า geek แล้ว เรายังต้องการที่จะให้งานนี้เป็นศูนย์กลางในการพบปะพูดคุยกัน สำหรับเว็บโปรแกรมเมอร์และเว็บดีไซน์เนอร์ ที่มีความสนใจทางด้านเดียวกันให้คุณได้มีเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจใกล้เคียง กัน และเราต้องการให้บริษัทหน้าใหม่ ได้ใช้เวทีของเราในการเปิดตัวผลงานที่น่าสนใจ เว็บเจ๋งๆ และไอเดียเจ๋งๆ ที่เรายังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

การจัดตารางเวลา

มีช่องเวลา (time slot) ให้สำหรับผู้นำเสนอทั้งแบบสั้น (25 นาที) หรือแบบยาว (55 นาที) โดยที่จะมีการเว้นช่วงเวลา 5 นาทีในระหว่างช่องเวลา และสำหรับผู้ที่ต้องการจะพูดสั้นกว่านี้ เรายังมีช่วงพูดแบบสายฟ้าแลบ (lightning talk) ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนพูดภายในเวลา 5 นาที ทั้งในช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยการจัดตารางเวลาจะถูกจัดเสร็จสิ้นก่อนที่งานจะเริ่มขึ้น

อยากเข้าร่วมงานต้องทำอย่างไร?

สิ่งที่คุณต้องทำ เพียงแค่ทำเครื่องหมายในปฎิทินของในวันที่ 16 สิงหาคม แล้วก็ไปลงชื่อของคุณในหน้าลงทะเบียน เท่านี้ก็เรียบร้อย (อย่าลืมบอกเราด้วยถ้าหากคุณต้องการช่องเวลาในการนำเสนอ) และเนื่องจากพื้นที่เรามีจำกัด เราขอแนะนำให้คุณลงชื่อตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ที่นั่งจะเต็ม

ที่มา – Thailand Next Web Apps