ก็ อันนี้เป็นความสงสัยส่วนตัวครับ จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไร ก็ในเมื่อ พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ผมีผลบังคับใช้ออกมาแล้วนี้ ประเด็นหลักๆเลย จะเป็นเรื่องของการยืนยันตัวตน ว่าข้อมูล หรือข้อความใดๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอินเทอร์เน็ตนั้น มันมีที่มามาจากผู้ได๋

ก็เลยเป็นเหตุให้เราต้องมาเก็บ Log กัน เพื่อใช้สำหรับยทนยันตนก่อนใช้งานอินเทอร์เน็ต ว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องนี้ ไอพีนี้ เวลานี้ ณ เว็บไซต์แห่งนี้นั้น เขาเป็นใคร เพื่อว่าในกรณีที่มีปัญหา จะได้ตามไปเอาเรื่องได้ถูกตัว

ทีนี้ ความสงสัยของผมมันก็เลยมาลงอยู่ที่ การเก็บ Log ในปัจจุบันนี้ หลักๆเลย คือการระบุตัวตนว่า ผู้ใช้ไอพีดังกล่าว ในเวลานั้นๆ เป็นใคร เพราะว่าค่าไอพีที่เราได้กันมานั้น มันเป็นเลขแบบสุ่ม เพราะฉะนั้น ไอพีที่ถูกบันทึกการกระทำบนอินเทอร์เน็ตจึงไม่ได้หมายความว่า จะเป็นคนๆเดียวกัน หากแต่จะต้องอ้างกิงกับผู้ให้บริการด้วย เรื่องมันเลยกลายเป็นว่า ทุกๆคนที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะต้องเก็บ Log กันซะหมด

กลับมาที่ IPV6 ตามหัวเรื่อง ตามความเข้าใจของผมนั้น IP ปัจจุบันที่เราใช้กันอยู่ จะเป็น IPV4 ซึ่งเลขมันไม่พอที่จะรองรับอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เชื่อมต่อกันอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเลขมันก็เลยต้องสุ่ม แต่ถ้าหากว่าเป็น IPV6 แล้ว ชุดตัวเลขมันจะเยอะมาก โดยที่จะสามารถใช้ได้โดยไม่ซ้ำกัน คล้าย Mac Address (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ)

ดังนั้น อีกหน่อย ถ้าเราใช้ IPV6 กันแล้ว เราจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องรับหมายเลขไอพีแบบสุ่ม จากผู้ให้บริการแล้ว หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว แปลว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็ไม่ต้องเก็บ Log แล้ว ใช่ไหม ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนที่จะต้องเก็บ Log ก็จะมาเหลือเพียงแค่ ผู้ให้บริการเช่าใช้อุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ว่าช่วงเวลานั้นๆ ใครใช้อุปกรณ์ดังกล่าว

อันนี้เป็นความสงสัยส่วนตัว ผมเข้าใจถูกรึเปล่า ใครมีคำตอบวานด้วยครับ

     โปรแกรม Ma.gnolia บริการ social bookmarking คู่แข่งของ Delicious ประกาศโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ Ma.gnolia เวอร์ชัน 2.0 (M2) ซึ่งจะนำมาใช้กับเว็บไซต์ Ma.gnolia ในเร็วๆ นี้ (ปัจจุบันยังเป็น 1.0 อยู่)

      ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคออกมาว่า M2 มีหน้าตาอย่างไร ใช้สัญญาอนุญาตแบบไหน และต้องการอะไรในการรัน ทาง Ma.gnolia ได้เปิดเว็บไซต์ Ma.gnolia.org ขึ้นมาเตรียมไว้ และบอกว่าโค้ดจะพร้อมเอาขึ้นในเดือนกันยายนนี้
      ฟีเจอร์ของ Ma.gnolia ที่น่าสนใจคือสนับสนุนมาตรฐานเปิดใหม่ๆ หลายตัว เช่น OpenID, OAuth และยังสามารถเชื่อมต่อกับ IM ได้
      การเปิดโค้ดของ Ma.gnolia รอบนี้จะคล้ายกับการเปิดตัวของ reddit ทั้งสองบริษัทเป็นหมายเลขสองในตลาดที่หวังว่าการพัฒนาแบบโอเพนซอร์สจะช่วย ให้ตามหมายเลขหนึ่งทันในแง่ฟีเจอร์ ทางเว็บไซต์ ReadWriteWeb ยังไม่ค่อยเชื่อมากนักว่า Ma.gnolia จะประสบความสำเร็จในการไล่ Delicious ทันเพราะมีปัจจัยเรื่องฐานผู้ใช้ประกอบด้วย แต่ในระยะอันใกล้นี้ ถ้าใครอยากทำระบบแชร์ลิงก์ภายในองค์กร ก็มี Ma.gnolia พร้อมให้ใช้กันแล้วครับผม

ที่มา – Ma.gnolia, ReadWriteWeb
 

      ทีแรกผมคิดว่า KDE 3.x.x จะหยุดการพัฒนาลงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทีมพัฒนา KDE น่าจะแบ่งทีมการพัฒนาออกเป็น2 ฝั่ง เพื่อพัฒนา KDE 4.X และแก้ไขข้อผิดพลาดของ KDE ตระกูล 3.x เพื่อให้เหล่าสาวก KDE ไม่ผิดหวังกับ KDE ตระกูล 3.x.x ทางชุมชนผู้พัฒนา KDE ได้เปิดตัว KDE 3.5.10 (ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันจะเป็นรุ่นสุดท้ายของ 3.x หรือไม่) การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 โดยในรุ่น 3.5.10 นั้นมีการแก้ไขข้อผิดพลาดของรุ่น 3.5.9 ไปหลายจุดยกตัวอย่างเช่น การแก้ไขข้อผิดพลาดของโปรแกรมอ่าน PDF อย่าง KPDF และการแก้ไขข้อผิดพลาดโปรแกรมเข้ารหัสอย่าง KGPG รวมถึงคุณสมบัติเพิ่มเติมต่าง ๆ อาทิเช่น

  • Improved visibility on transparent backgrounds
  • Themed arrow buttons in applets that were missing them
  • Layout and antialiasing fixes in various applets

ภาพตัวอย่างบน Desktop Gentoo Linux ของผมใช้ KDE 3.5.10

      ใน KDE 3.5.10 นั้นมีชุดภาษารองรับเพิ่มขึ้นถึง 65 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย โดยท่านสามารถดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของ KDE 3.5.10 ได้จาก KDE 3.5.10 Changelog. และเนื่องจาก KDE เป็น Windows Manager ที่ Opensource ท่านสามารถ Download Source Code เพื่อแก้ไขปรับปรุงและทำการ Compile ให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้ โดยสามารถ Download ได้ที่http://www.kde.org/info/3.5.10.php

blognone ได้แจ้งข่าวดีเรื่อง Firefox 3.0.2 จากความอุตสาหะของทีม thai-l10n และพี่ๆ ทีม House 2.0 ได้ทำการแปล FireFox และความอุสาหะตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาได้เห็นผลแล้ว ซึ่งFirefox 3.0.2 ที่กำลังจะออกในเร็วๆ นี้ จะมี locale เพิ่มมาอีก 8 ภาษา โดยหนึ่งในนั้นคือภาษาไทย ซึ่งจะทำให้ Firefox สนับสนุนภาษาต่างๆ ในโลก คิดเป็น 93.10% ของประชากรอินเทอร์เน็ตทั้งหมด (จากเดิม 88.64%)

ต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ช่วยกันแปล Firefox และขอเชิญชวนให้ผู้ใช้ช่วยกันดาวน์โหลด 3.0.2 รุ่นภาษาไทย (ตอนที่มันออก หรือถ้ารีบก็ดาวน์โหลด nightly ได้) ไปทดสอบ ถ้ามีคำไหนแปลแล้วแปลกๆ อ่านแล้วงงๆ ก็เข้าไปแจ้งบั๊กกันได้ที่โครงการ thai-l10n

ที่มา – blognone

     แฟนพันธุ์แท้โอเพ่นซอร์ส น้อยคนคงไม่มีใครไม่รู้จัก “มายเอสคิวแอล” แม้วันนี้บริษัทซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่แห่งนี้จะเปลี่ยนสถานภาพ กลายเป็นบริษัทใต้ร่มเงาใหญ่ของ “ซัน” แต่ทว่าความเป็นโอเพ่นซอร์สยังคงเดิม..และมีทีท่าว่าจะเข้มข้นกว่าเดิมเสีย ด้วย

     หลังการประกาศเข้าควบกิจการ “มายเอสคิวแอล” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ของซันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้แฟนพันธุ์แท้โอเพ่นซอร์สหลายรายเริ่มหวั่นวิตกถึงสถานภาพของผู้พัฒนา ระบบจัดการฐานข้อมูลแบบเปิดยักษ์ใหญ่รายนี้ว่า จะยังเป็นโอเพ่นซอร์สครองใจนักพัฒนาในแวดวงไอทีต่อไปอีกหรือไม่ เมื่อธุรกิจยังต้องเดินไปพร้อมการเติบโตของยอดขาย และผลประกอบการ

มายเอสคิวแอล”โกออน”

      หาก “เดวิด แอ็กมาร์ค” ผู้ร่วมก่อตั้งมายเอสคิวแอล ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แม้จะกลายเป็นบริษัทลูกในเครือของซัน ไมโครซิสเต็มส์ แต่ “มายเอสคิวแอล” ก็ยังคงเป็น “มายเอสคิวแอล” ที่โดดเด่นในเรื่องของระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยซอฟต์แวร์อิสระ และที่สำคัญยังมี “ตัวเขาเอง” ที่ยังคอยดูแลบริษัทที่เขาร่วมสร้างมากับมือ

     ”ผมเริ่มต้นมายเอสคิวแอลกับเพื่อนอีกคนสมัย เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ต้องบอกว่ายังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับวงการไอที เราเริ่มต้นด้วยการตั้งเป็นโปรเจคมายเอสคิวแอล เริ่มเขียนดาต้าเบส โค้ดปี 1982 (2525) พัฒนาเรื่อยๆ มาจนได้มายเอสคิวแอล โค้ด ปี 1995 (2538) แล้วเซ็ตอัพเป็นบริษัท เริ่มมีการลงทุน และมีซีอีโอบริหารอย่างจริงจังเมื่อราวปี 2001 (2544) กระทั่งซันเข้ามาซื้อกิจการเมื่อต้นปีนี้” แอ็กมาร์ค เล่า

     เขาบอกอย่างตรงไปตรงมาต่อคำถาม “ทำไมต้องเป็นซัน” ว่า ก็เป็นธรรมดาของโลกธุรกิจที่ใครที่ความสามารถจ่ายได้ดีกว่า ก็น่าจะเลือกคนนั้น ซึ่งหมายถึงความมั่นคง และศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต

     อย่างไรก็ตาม เขายังยืนยันว่า แม้จะเป็นบริษัทในเครือของซัน แต่บริษัทก็ยังจะคงใช้แบรนด์ “มายเอสคิวแอล” ต่อไป ลักษณะเป็นโคแบรนดิ้งระหว่างซัน และมายเอสคิวแอล

     พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับกับผู้ ใช้ในกลุ่มที่นิยมโอเพ่นซอร์ส ซึ่งจากสถิติการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไปใช้ขององค์กรต่างๆ ทั่วโลกยังคงทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีสถิติอยู่ที่ 5 หมื่น – 7.5 หมื่นดาวน์โหลดต่อวัน รวมถึงองค์กรในไทย ซึ่งล่าสุดก็มีสถิติการดาวน์โหลดที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้

โลกอิสระของโอเพ่นซอร์ส

      แอ็กมาร์ค บอกว่า เหตุผลที่ทำให้โอเพ่นซอร์ส ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และทำให้เขายังหลงใหลอยู่ในโลกของโอเพ่นซอร์สก็คือ “ความอิสระ” และ “ไม่ยึดติดกับอะไร” ทำให้ซอฟต์แวร์สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยเขายกตัวอย่างว่า ซอฟต์แวร์พาณิชย์ (Propitary Software) ที่แม้จะมีข้อดีในการใช้งานมาก โดยเฉพาะความสะดวกสบาย และง่ายต่อการใช้งาน

     แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยข้อจำกัดนับไม่ ถ้วน ตั้งแต่การใช้งานกับแพลตฟอร์มเฉพาะค่ายใดค่ายหนึ่ง และยังเป็นซอฟต์แวร์ปิดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของพนักงานเจ้าของ ซอฟต์แวร์นั้นๆ และที่สำคัญยังต้องใช้เงินลงทุนสูง

     อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่า การใช้โอเพ่นซอร์สก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีทั้งหมด เพราะประเด็นเรื่องของความปลอดภัย ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรยังไม่ตัดสินใจเทใจให้โอเพ่นซอร์ส หากข้อดีอีกข้อก็คือ แม้ว่าโอเพ่นซอร์ส จะมี “ปมด้อย” เรื่องของความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็มี “ปมเด่น” ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเห็นโค้ดของโอเพ่นซอร์สได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่นักพัฒนาทุกรายจะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างให้กับ โปรแกรมเปิดต่างๆ ได้

ขอโตอย่างโลมา

      เมื่อถูกถามถึงโลโก้ “โลมา” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงการเติบโตควบคู่กับมายเอสคิวแอลมาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็น “ฉลาม” ซึ่งนับว่าหนึ่งในจ้าวมหาสมุทรที่ปลาเล็ก-ใหญ่ พันธุ์อื่นยังต้องหลีกทางให้

      แอ็กมาร์ค บอกว่า โลมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความรื่นเริง และเป็นมิตรกับท้องทะเล ซึ่งสื่อให้เห็นว่า มายเอสคิวแอลไม่ได้เป็นบริษัทที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์เป็นหลัก เห็นได้จากผลิตภัณฑ์ที่เปิดทุกอย่างให้ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีๆ พร้อมกับนำเสนอทางเลือกหากลูกค้าต้องการสิ่งที่ดีกว่าก็มีซอฟต์แวร์ในรูปแบบ เชิงพาณิชย์เป็นตัวเลือกในการใช้บริการเช่นกัน ซึ่งจุดสนใจที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ Total Cost of Ownership ของการใช้ฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล ที่ลดลงได้มากถึง 90%

      นอกจากนี้การรวมตัวระหว่าง “มายเอสคิวแอล” กับ “ซัน” ยังทำให้ตลาดของทั้งคู่ขยายตัวได้มากขึ้น และช่วยผลักดันการเติบโตให้ตลาดฐานข้อมูลโดยรวม ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์

      ทั้งยังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รองรับความต้องการใช้งานกับตัวซอฟต์แวร์ได้มากยิ่งขึ้น โดยเขาตั้งความหวังว่า มายเอสคิวแอล จะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตให้ซันเชิงของลูกค้าใหม่ๆ เนื่องจากก่อนหน้าการควบรวมกิจการ แม้ทั้งคู่จะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มุ่งเน้นระบบเปิดเป็นหลัก แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน

     เขาย้ำว่า ก้าวต่อไปของมายเอสคิวแอลต่อจากนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้โอเพ่นซอร์ส และรองรับแนวโน้มของกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเว็บ 2.0 และกลุ่มโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง เช่น ไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค รวมถึงบริการต่างๆ บนเว็บ ซึ่งผู้ให้บริการระดับโลกหลายราย วางใจที่จะใช้บริการฐานข้อมูลระบบเปิดของมายเอสคิวแอล

     ”ความท้าทายที่สุดของผมในตอนนี้คือ จะดูแลบริหารบริษัทอย่างไร ให้บริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 400 คน ยังก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมว่ามันค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เพราะนอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องคิดถึงเรื่องกฎระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเราจะต้องทำให้ดีที่สุด” แอ็กมาร์ค ทิ้งท้าย

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

OpenSUSE อีกหนึ่ง Linux Distribution ชื่อดังที่เป็นที่นิยมมายาวนาน หลังจากปล่อยเวอร์ชั่น 11 ไปได้ยังไม่นานสักเท่าไหร่ ทีมงานก็เตรียมออก OpenSUSE เวอร์ชั่น 11.1 เพื่ออุดช่องโหว่และแก้ไขปัญหาต่างๆ มาให้ได้ใช้กันแล้ว ซึ่งวันนี้ทาง OpenSUSE ได้ปล่อย OpenSUSE 11.1 Alpha2 มาให้เหล่าสาวกได้ร่วมทดสอบกันแล้ว

รายการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆมีดังนี้

    Known issues / workarounds:

  • image-based installation on x86_64 will not work without problem, as the images on the ISO don’t match the RPMs. You’ll get errors around “unable to remove pam-config”.
    Workaround: always disable image-based installation on x86_64!

  • Bug 418619: Failsafe kernel is default in menu.lst
    Important: Please make sure to boot the right kernel — failsafe can cause trouble on some maschines

  • Bug 418592: gdm doesn’t start on some maschines
  • Bug 418577: Bootloader: cannot update the dynamic configuration policy
  • Bug 418729: Could not find /dev/disk/by-id/scsi-SATA_…
  • various AutoYast-related bugs
  • Bug 418574: AutoYast is ManualYast in 2nd stage
  • Bug 418707: Firewall services still enabled although disabled in Autoyast profile
  • Bug 418568: uuidgen missing

ลิงก์: ที่มา, release announcement, Download

Svetoslav P. Chukov (ชาวรัสเซีย) เขียนอีเมล์ถึง Fedora Marketing ว่าเขาแฟนพันธ์แท้ Fedora และต้องการเห็นคนใช้ Fedora กันเยอะๆ เขาได้ทำเว็บไซต์ที่ชื่อว่า spreadfedora.com ด้วยหวังว่าเว็บนี้จะทำให้คนหันมาสนใจ Fedora กันมากขึ้น สำหรับเว็บ spread fedora จะเน้นไปที่การประชาสัมพันธ์ Fedora ให้เป็นที่รู้จักช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ Fedora ให้ง่ายมากขึ้น มีขั้นตอนที่น้อยลง

ผมมองว่าในระยะนี้ Fedora หรือ Linux Distro ใหญ่ๆ อย่าง Mandriva ก้อพยายามใช้ แคมเปนจ์การ Migrate และได้ผลดีเลยทีเดียว หากคุณใช้ Mandriva คุณจะพบว่ามีโปรแกรมที่ช่วยให้คุณย้ายข้อมูลที่อยู่บนระบบปฏิบัติการ Windows หรือแม้กระทั่ง Linux Distro อื่นๆ เข้ามาทำงานบน Mandriva ได้ และนี่เป็นอีกกลยุทธหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ได้ดีเลยล่ะครับ สำหรับทีม Local Distro ในบ้านเราน่าจะทำแคมเปนจ์เหล่านี้บ้าง สร้างทรรศนคติที่ดีในการใช้ Linux บ้างก้อดีครับ ก้อคงฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายๆ ส่วน หากหัวไม่กระดิกหางคงไม่สั่นหรอกครับ ยกเว้นหางมันเป็นง่อยไปแล้ว :)

ฟรีสัมมนาจาก SUN เรื่องของ MySQL ซอฟต์แวร์ Database ฝั่ง Open Source ที่เป็นที่นิยมอย่างสุดๆ ในปัจจุบัน โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 22 สิงหานี้ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 12.20 น. ที่โรงแรม Grand Hyatt Erawan สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Khun Pariman Tel:029374518-19 #43 Email:mysql_th@sun.com

ลิงก์: ข้อมูลเพิ่มเติม, ลงทะเบียน

     ศูนย์ไทยกริดแห่งชาติจัดอบรม การติดตั้งและใช้งานระบบฐานข้อมูลแบบกริด MySQL Cluster ขึ้นในวันที่ 13-14 กันยายน 2551 เวลา 8.30 – 16.30 น. ทั้งนี้โครงการอบรมดังกล่าวได้จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่เกิน 60 ท่าน

     ในการจัดอบรมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเผยแพร่ความรู้ในการใช้งานระบบฐาน ข้อมูล MySQL Cluster ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการให้บริการข้อมูลขนาดใหญ่ และมีความคงทนสูง โดยการอบรมครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ความรู้แก่หน่วยงานต่างๆทั้งภาค รัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ของบริษัททางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ที่มีความ สนใจ ให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถติดตั้งใช้งานระบบได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเทคโนโลยีกริดไปประยุกต์ใช้ พัฒนาผลงานในอนาคตต่อไป

     สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ http://www.thaigrid.or.th/mysql/ การอบรมในครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

     บริการใหม่สำหรับคนรักการอ่าน pdfgeni เป็นเว็บเกี่ยวกับ Search Engine สำหรับคนรักการอ่านหนังสือโดยเวปจะเป็นเวปที่ออกแบบมาใช้ในการค้นหาข้อมูล Ebook หรือไฟล์ PDF ในรูปแบบ Ebook โดย การใช้ KeyWord ในการค้นหา Ebook โดยเฉพาะ ซึ่งก็สามารถใช้งานค้นห้าข้อมูล Ebook ทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นบริการที่คนรักการอ่านคงชื่นชอบ โดยบริการนี้ก็มียักใหญ่อย่าง Google เจ้าเก่าของเรานี่เอง ผมได้ลองทดสอบค้นหาดูแล้ว ก็น่าพอใจดีเหมือนกันคับ สามารถดาวน์โหลดมาอ่านบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของ เราได้เลย สำหรับใครที่กำลังหา Ebook เพื่อใช้ในการศึกษา ทดลองใช้เว็บนี้ดูนะคับ รับรองเด็ดแน่นอน