ตามที่ได้แจ้งข่าวไว้นะครับ ว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทาง Ubuntu ThaiTeam ของเรา ได้มีการจัดกิจกรรม BugJam ขึ้น โดยกิจกรรมหลักๆเลยก็ แจ้งบั๊กแล้วก็ Confirm บั๊กนิดหน่อย

โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นนี้ได้สถานที่ ที่ ม. เกษตรครับ ขอบคุณ @sugree กับ @jittat ด้วยครับ สำหรับสถานที่ งานนี้ก็ทีมงานมาจัดการบั๊กกันที่ ชั้น2 ตึก 15ครับ

* ทีมงานที่ไปช่วยกันก็ตามนี้ครับ น้องวินหัวหน้าทีม
* มะระ
* คุณสมเจตน์
* คุณหมี TrendyTeddy
* อั้ม itcoolgang
* @DArKer08
* @ch_a_m_p

รวมตัวกันครบก็ประมาณ 10.30 น. ทีมงานก็เริ่มลงมือจัดการเรื่องบั๊กกันเลย โดยทีมตกลงกันว่าจะดูกันเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับภาษาไทย ก็เลยเข้าไปดูหน้า Launchpad แล้วค้นหาบั๊กที่เกี่ยวกับภาษาไทย ตัวงานแบ่งออกมาได้สองงาน คือแจ้งบั๊กใหม่ กับ Comfirm บั๊กใหม่ โดยแจ้งบั๊กใหม่ที่เรารู้ๆกันก็เจออยู่บั๊กเดียว คือบั๊กสระอำ อันนี้ @sugree ขอมา เลยให้เป็นของขวัญ

รายการบั๊กที่จัดการไปดูได้ที่ https://wiki.ubuntu.com/ThaiTeam/BugJam08 ส่วนเวลาทีเหลือทีมงานก็จัดการเรื่อง Club Distro กันต่อ ส่วนภาพบรรยากาศตามนี้ครับ http://picasaweb.google.co.th/aumpradya/Ubuntubugjam

ข่าวจาก blognone : ผมเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนในเว็บนี้พยายามบอกกับคนในชุมชนคือไมโครซอฟท์กับโลกโอเพนซอร์สไม่ได้เป็น ศัตรูกันแบบความดีและความชั่ว แม้ผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างของทั้งสองค่ายจะทับซ้อนกัน แต่ก็ยังคงความร่วมมือกันต่อไปได้ในอีกหลายๆ ส่วน และข่าวในวันนี้ก็ตอกย้ำภาพนี้อีกครั้ง เมื่อทางไมโครซอฟท์ได้ส่งซอร์สโค้ดในส่วนของ ADOdb ซึ่งเป็นไลบรารีเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลในภาษา PHP ให้กับทางโครงการ

ซอร์สโค้ดที่ส่งให้นี้ใช้สัญญาอนุญาตแบบ LGPL ทำให้คนที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์นี้สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ ให้กับไมโครซอฟท์แม้จะนำไปใช้งานในซอฟต์แวร์ปิดก็ตามที อีกทั้งในงาน OSCON ปีนี้ทางไมโครซอฟท์ยังระบุว่ายังมีแพตซ์อีกจำนวนมากที่เกี่ยวกับภาษา PHP กำลังจะตามมา

พร้อมๆ กับข่าวนี้ ทางไมโครซอฟท์ก็สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ Apache Foundation ด้วยค่าสมาชิก 100,000 ดอลลาร์ต่อปี และประกาศเข้าร่วมพัฒนาโครงการ POI ซึ่งเป็นชุดไลบรารีภาษาจาวาที่ใช้ในการเข้าถึงไฟล์ของไมโครซอฟท์ออฟฟิศ

ข่าวดีกว่าทั้งสองข่าวนั้นอีกคือไมโครซอฟท์ตกลงขยายโครงการ Microsoft Open Specification Promise ที่เปิดให้นักพัฒนาภายนอกเข้าถึงสเปคของไมโครซอฟท์ได้ฟรี โดยก่อนหน้านี้โปรโตคอลจำนวนมากต้องซื้อจากไมโครซอฟท์โดยเจรจาค่าใช้จ่าย เป็นครั้งๆ ไป เช่นเมื่อครั้งที่ทาง Samba ได้เข้าไปอ่านเอกสารของโปรโตคอล SMB

 

Linspire เป็น distribution หนึ่งที่โตมาจาก Lindows ซึ่งตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว หลังจากโดนซื้อกิจการจาก Xandros เมื่อไม่นานมานี้ Xandros ยังแปลงโฉม community ของ Linspire ที่ชื่อ Freespire ใหม่ด้วยการปรับ base distribution จาก Ubuntu มาเป็น Debian ให้เหมือนกับ Xandros โดยโครงการ Freespire จะเป็นโครงการต้นแบบให้กับ Xandros Desktop Profesional ต่อไป มองกันง่ายๆ ก้อคล้ายกับ SUSE OpenSUSE, RedHat Fedora แต่ Xabdros เองไม่ต้องการจ่าย 2 เท่าให้กับ Linux Desktop แต่ใช้ Linspire เป็นจุดเริ่มต้นแทน สำหรับการซื้อกิจการของ Xandros ทำให้ได้เทคโนโลยีดีๆ อย่าง Click n Run และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ Linspire สร้างขึ้น

ที่มา Linux.com

ยังไม่พ้นเดือนต้องกลับมาเขียน opinion กันอีกรอบเนื่องจากได้มีข้อกำหนดในการเขียนบทความ รีวิว ความคิดเห็น เป็นธีมเดียวกันในแต่ละเดือนโดยเดือนสิงหาคม เป็นเรื่อง security เลยได้จังหวะมาขอปิด opinion ของเดือนที่แล้วเพราะทิ้งหัวข้อไว้เรื่องโมเดลธุรกิจบนโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ เอาไว้ แต่ก่อจะเข้าเรื่องผมขอแจ้งงานเขียนของผมบน Thai Open Source.Org ไว้ก่อนเผื่อจะมีคนติดตามอ่านบ้าง (หวังว่าจะมีคนตามอ่านอ่ะนะ) ในเดือนนี้ผมจะเขียนเรื่อง security เป็นหลักนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย (Security Awareness) การโจมตีในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น เอาล่ะมาเข้าเรื่องโมเดลธุรกิจบนโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์กันดีกว่า

ผมขอออกตัวว่าผมไม่ใช่นักธุรกิจซอฟต์แวร์หรือคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจมาก่อน แต่ผมจะมายกตัวอย่างการทำธุรกิจจากโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์กันว่ามีแบบใดบ้าง ผมจะยกตัวอย่างจากรายเล็กๆ จนไปถึงธุรกิจโอเพนซอร์สขนาดใหญ่ๆ และขอแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่ม Support และกลุ่ม Contributor มาลงในรายละเอียดกันดีกว่าว่าโมเดลแต่ละแบบเป็นอย่างไร

โมเดลขอบริจาค (Donate)

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและซอฟต์แวร์เสรี ในช่วงแรกๆ จะมีค่าตอบแทนในการพัฒนา ค่าซัพพอร์ท ค่าเอกสาร ค่าคำปรึกษา ค่าแก้ปัญหา จะได้จากการบริจาค (Donate) ซึ่งอาจจะไม่ค่อยถูกนักหากมามองการบริจาคเป็นโมเดลทางธุรกิจ แต่มันเริ่มจากตรงนี้จริงๆ ครับ เรียกได้ว่ารักชอบซอฟต์แวร์ตัวไหนก้อบริจาคคนละเล็กละน้อย ค่าขนมนมเนย สมัยโครงการ SAMBA ช่วงเริ่มต้นก้อได้ค่าบริจาคเป็นเงินและบัตรลด Pizza Hut

โมเดลบริการซัพพอร์ท (Software Support, Feature Support, Software Customized)

ผมรวมเอาซัพพอร์ททั้งหมดมารวมอยู่ในหัวข้อเดียว แต่ขอแยกเป็น 2 แบบคือแบบ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สขึ้นเอง, ผู้ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และ หยิบเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาสร้างธุรกิจ คนที่ได้เปรียบมากที่สุดคงจะเป็น ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สขึ้นเอง เพราะเข้าใจซอฟต์แวร์ที่ตนเองสร้างขึ้นมากที่สุด แต่โมเดลการให้บริการซัพพอร์ทเป็นโมเดลที่ยอดฮิตมากที่สุด เพราะแทบจะไม่ได้ลงทุนอะไรมาก เพราะเป็นการหยิบซอฟต์แวร์จับมาผสมกัน หรือ Customized ให้ทำงานร่วมกันได้ เป็นต้น ตัวอย่างที่เราเห็นจนชินตา เช่น การบริการติดตั้ง บริการโฮสติ้งพร้อม CMS พัฒนาโมดูล, พัฒนาคอมโนเน้น เพื่อให้เข้ากับระบบงานเดิม หรือตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น ในแง่โมเดลธุรกิจแบบการบริการแบบนี้คงต้องอาศัยการบริการแบบครบวงจร น่ะครับ

โมเดลแตกสายการพัฒนา (Fork)

การแตกสายการพัฒนา หรือการฟอร์กเป็นวิธีการที่ยอดฮิตมากในการทำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพราะยังไงๆ ก้อมีโค้ดอยู่แล้วการจะแยกสายการพัฒนาเพื่อให้ได้วอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพและมี feature ที่แตกต่างกันสามารถทำได้และไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แต่จะกระทบเรื่อง brand กันนิดหน่อยเท่านั้น สำหรับการ fork ในแง่โมเดลทางธุรกิจเป็นแบบที่เรียกว่า fork มาทำเป็น product เฉพาะอย่าง เช่นโครงการ ERP บางตัว เป็นต้น ในประเทศไทยก้อมีโครงการที่ fork มาเป็น product ก้อหลายตัวอยู่เหมือนกัน แล้วก้อทำตลาดในแง่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง หรือบริการซัพพอร์ทดังตัวอย่างข้างต้น

โมเดลสร้าง Innovation ใหม่ 

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลายๆ ตัวอาศัยการ fork โครงการมาเพื่อสร้างโครงการใหม่ๆ ที่ใสปิ๊งกว่า บาง Linux Distro ก้อถูกยัดลงกล่องเป็น Embeded Linux ไป อยู่ในโทรศัพท์บ้าง อยู่ในกล่อง router บ้าง อยู่ในกล่อง firewall บ้าง หรือแม้กระทั่ง กล่อง Anti Virus เป็นต้น การสร้าง Innovation ใหม่จะได้ product ที่หลากหลายและอาจเป็นผู้นำในตลาดใหม่ได้เช่นกัน โมเดลการสร้าง Innovation ใหม่ จากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก้อเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียว

โมเดลซอฟต์แวร์แบบตัดคุณสมบัติ

ผมเห็นหลายโครงการที่เป็นแบบตัวคุณสมบัติ อย่างเช่น Group Office เป็นต้นโดยแกนการพัฒนาหลัก เหมือนกันทุกประการ แต่แตกต่างกันเพียง feature หรือโมดูลที่มีไม่เท่ากันเท่านั้น ผมจึงเรียกว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแบบตัดคุณสมบัติ นั่นหมายความว่าลูกค้าสามารถพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ขึ้นมาเองได้เช่นกัน หรือไม่อยากพัฒนาเพิ่มเติมก้อสามารถสั่งซื้อโมดูลหรือคอมโนเน้นเพิ่มเติมได้เช่นกัน หรือนักพัฒนาหัวใสอาจหยิบเอามาเป็นโมเดลการบริการได้เช่นกัน

โมเดลซอฟต์แวร์แบบแยกประเภท

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสมัยใหม่ มีการจัดการ การป้องกันการแยกสายการพัฒนาจากโครงการหลักๆ ได้ดีทีเดียวและเป็นโมเดลที่เยี่ยมมากในการใช้โอเพนซอร์สเป็นจุดขายทางการตลาด โดยแยกเป็น commercial version และ community version ซึ่ง commercial version เองจะถูกพัฒนาขึ้นมาก่อนเป็นแนวทางจะมีเพียงโครงสร้างของซอฟต์แวร์บางส่วนเท่านั้นที่ส่งมอบออกไปเป็น community version เพื่อรักษาฐานการพัฒนาของตัวหลัก และในส่วน community version ก้อสามารถพัฒนาต่อยอดออกไปได้เช่นกัน การทำเช่นนี้ถือว่ายังรักษาความสมดุลระหว่าง commercial ที่ต้องจ่ายเงินซื้อและ community version ที่ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อแต่ต้องเอาไปงมกันเอาเอง :) โมเดลแบบนี้เห็นได้ชัดเจนในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในยุคใหม่ๆ เช่น Alfreco, MindTouch เป็นต้น

แต่อย่างไรก้อตามการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วใช้ license แบบซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ ใช้ license แบบซอฟต์แวร์เสรี (GPL,LGPL,GFDL) นั้นเป้าหมายคงไม่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อการจัดจำหน่าย หากแต่เป็นเพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ใน community นั้นๆ เสียมากกว่า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าจะพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สแล้วคิดว่าจะเอามาขายนั้นขอให้ท่านพิจารณาข้อดีข้อเสียในหลายๆ อย่างและพิจารณาให้ถี่ถ้วน ทั้งในเรื่องการทำ branding การโปรโมท การกำหนดราคาซอฟต์แวร์ ฯลฯ

หลายๆ คนมองว่าทางออกในการทำธุรกิจจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ว่าจะทำซอฟต์แวร์ขึ้นมาเอง หรือไปหยิบของคุณอื่นมาทำเงินให้ตัวเอง ทางออกไม่ได้มีอยู่แค่ ธุรกิจบริการทางเดียว การเข้าไปร่วมพัฒนา การเข้าไปร่วมทดสอบ แก้ไข ต่างหากเป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส เพื่อให้ได้มาซึ่งซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ ถ้ายังจำกันได้ในเรื่องหลายหัวดีหว่าหัวเดียว เอาล่ะเท่าที่ผมพยายามนึกออกก้อมีเพียงอยู่เท่านี้ สำหรับท่านที่หลงเข้ามาอ่านแล้วอยากเสนอแนะ สามารถเขียน comment กันได้ครับ ;) สำหรับ Opinion ส่งท้ายและปิดท้ายเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สคงมีเพียงเท่านี้ อ้ออย่าลืมติดตามงานเขียนด้าน security กันครับคิดว่ามี trick เด็ดๆ สำหรับผู้ใช้และนักพัฒนาเยอะเลยล่ะ :)
 

IDG World Expo ผู้นำในการจัดงานระดับ world-class tradeshows และงาน event ต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้จัดงาน Linux World ด้วยครับ Linux World Expo จัดขึ้นในทุกๆปี และภายในงานจะออกรางวัลสำหรับ Linux ในแขนงต่างๆครับ ซึ่งก็ตามหัวข้อครับ สำหรับงาน Linux World Expo ในปี 2008 นี้ Linux ยอดนิยมของเราๆก็คว้ารางวัล “Best Desktop Solution” ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนรางวัลอื่นๆที่ออกก็มีดังนี้ครับ

Best Application Development Tool
• Ingres: Ingres CAFÉ (Consolidated Application Foundation for Eclipse)
• TWiki.net: Twiki OnDemand Enterprise
• Unicon Systems, Inc.: Pagasus Mobile Product Development Kit

Best Business Application
• xTuple: xTuple ERP 3.0
• Drupal: Drupal 6
• Concursive: ConcourseSuite 5.3

Best Clustering or Grid Solution
• IBM: iDataPlex
• Hyperic: CloudStatus
• DataSynapse: Fabric Server 2.6

Best Desktop Solution
• SugarCRM: Sugar Community Edition
• Canonical: Ubuntu Desktop Edition 8.04 LTS

Most Innovative Hardware Solution
• Violin Memory: Violin 1010 with 1 Million IOPS Linux Driver
• Unicon Systems, Inc.: Helios Digital Signage System
• Fusion-io: ioDrive

Best Integration Solution
• Openbravo: Openbravo Network
• ImageStream: Integration with PowerCode
• IPBrick International: IPBrick.GT

Best Messaging Solution
• Barracuda Networks: Barracuda Message Archiver 850
• Kerio technologies, Inc.: Kerio MailServer
• Unison Technologies: UnisonTM

Best Mobility Solution
• Unicon Systems, Inc.: Hermes Mobile Platform
• Openmoko: Openmoko Neo Freerunner

Best Security Solution
• Astaro Internet Security: Astaro Security Gateway 7.2
• Barracuda Networks: Barracuda Web Site Firewall
• Trusted Computer Solutions: Security Blanket Enterprise

Best System Management Tool
• Opengear: SDT for Nagios
• Altinity: Opsview v2.12
• Hyperic: Hyperic HQ

Best Virtualization Solution
• Oracle: Oracle VM 2.1.1
• GoGrid: GoGrid
• Pivot 3: Serverless Computing

ที่มา: linuxworldexpo.com

หลังจากที่ Fedora 9 ออกมาเมื่อต้นปีมี feature หนึ่งที่ทุกๆ คนให้ความสนใจกันมากคือ kernel-base mode-setting support ถ้ายังนึกภาพไม่ออกก้อนึกถึง dkms บน Mandriva และ PCLinuxOS ดูนะครับ และเวอร์ชั่น 9 ก้อออกมาพร้อมกับ NetworkMnager 0.7 สนับสนุนการเข้ารหัสข้อมูลตอนติดตั้ง (filesystem encryption) สนับสนุน EXT4 และอื่นๆ ซึ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Fedora อย่างแรง  และมาทำความรู้จัก Fedora 10 ในรุ่น Alpha กันบ้างว่าจะมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจบ้างกับรหัสการพัฒนา Fedora 10 ที่ให้ชื่อว่า Cambridge ซึ่ง Alpa 10 เพิ่งจะออกมาเมื่อวานนี้เอง ผมก้อเลยมี screenshot มาฝากเพื่อเรียกน้ำย่อย ของแฟนๆ F10 กันบ้าง และ F10 จะออกในปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน


 
 

อ่าน review เต็มๆ ได้ที่ phonronix ดาวน์โหลด F10 ได้ที่ fedoraproject.org

สำหรับ Ubuntu 8.10 ภายใต้ชื่อ Intrepid Ibex ที่จะวางแผงให้ได้เอามาซนกันในเดือนตุลาที่จะถึงนี้ ก็ได้ปล่อย Alpha ออกมาแล้วถึง 3 เวอร์ชั่นด้วยกัน พร้อมกับ Interface ที่ New look มากๆ ฉีกแนว Ubuntu เดิมๆไปพอสมควร แม้ว่าจะยังเป็นโทนน้ำตาลอยู่ก็ตามที

ซึ่งตามคำให้การของทีมพัฒนาแล้ว เขาบอกว่า มันยังอยู่ในขั้นทดลอง และรอดู Feed back กันอยู่ จะว่า Intrepid ตัวเต็มจะ Interface นี้เลยก็หาไม่ ส่วนหน้าตาใหม่ที่พูดถึงน้ ถ้าไม่เคยเห็นก็ประมาณนี้ครับ ออกแนว Ubuntu Netbook มากๆ

ก็ กลับเข้ามาที่หัวข้อข่าวครับ ก็ทาง Ubuntu เปิดให้โหวตชอบไม่ชอบสำหรับหน้าตานี้ ผ่านทาง brainstorm ของ Ubuntu หากคุณใช้และรัก Ubuntu ก็ไม่ควรนอนหลับทับสิทธิ์ครับ

ที่มา: digg.com
ร่วมโหวต: brainstorm.ubuntu.com

     Linux Mint เป็นระบบปฎิบัติการลีนุกซ์ตัวหนึ่งที่พัฒนาต่อยอดจาก Ubuntu Linux ได้ฤกษ์ปล่อย Linux Mint รุ่น 5 เวอร์ชั่นทดสอบ โดยใช้สภาพแวดล้อมการทำงานบน Xwindows โดยในเวอร์ชั่นนี้ได้เลือกใช้ KDE 4.1 (K Desktop Enviroment) เป็น GUI ในการติตด่อกับผู้ใช้ โดยในเวอร์ชั่นนี้ได้พัฒนาต่อยอดมากจาก Ubuntu Linux 8.04.1 ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้มีการนำเพิ่มเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ใช้ อาทิ เช่น mintInstall,mintWiFi,mintUpdate,mintAssistant,mintupload ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Linux Mint นี้ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อกับอุปกรณ์เครือข่ายหรือการอัพเดทระบบสามารถทำได้อย่างง่ายดาย สำหรับในเวอร์ชั่น 5 นี้มี Code Name ในการพัฒนาภายใต้ชื่อ Elyssa เรามาดูตัวอย่างหน้าจอของ Linux Mint กันครับผม

     สำหรับสาวกชาว KDE ทั้งหลายไม่ควรพลาดกับ Linux Distro ตัวนี้ครับผม เนื่องจากว่ามันได้แก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ บน KDE 4.1 และมีการเพิ่มเติมโปรแกรมส่วนต่าง ๆ เข้าไปอ่านข้อมูลการเปลี่ยนแปลงได้ที่  release announcement และ release notes
และสามารถดาวน์โหลดได้ที่: LinuxMint-5-KDE-BETA-045.iso (1,192MB, MD5).

 

หลังจาก Jeremy Katz ได้ออกไอเดียเกี่ยวกับ Fedora Persistence (ข่าวเก่า)  ซึ่งระหว่างนั้นมีเครื่องมือประเภท Live CD มาอยู่แล้วเลยทำให้มีนักพัฒนาหลายๆ คนแนะนำการทำ Live USB จาก Live CD แต่ก้อยังไม่เป็น persistence mode หลังจากไอเดียและงาน demo ของ Jeremy Katz ได้เผยแพร่ก้อมีนักพัฒนาโปรแกรม(Luke Macken, Kushal Das) ที่ชื่อว่า live usb creator อ้อไม่ต้องกังวลครับเพราะโปรแกรมนี้ออกแบบมาเป็น GUI คลิกๆ กันได้ไม่ต้องใช้คำสั่งบน command line นอกจากนั้นยังเป็นโปรแกรมที่ cross platform นั่นคือใช้บน Linux, Windows ได้อย่างสบายๆ สนใจทดสอบได้ที่เว็บ liveusb-creator ได้เลยครับ

ข่าวจาก blognone : กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดประกวด การประกวดเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ครั้งที่ 1/2551 เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การพัฒนาเว็บไซต์ ให้เป็นมาตรฐานและทุกคนเข้าถึงได้ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

การประกวดแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ ทีมเยาวชน อายุไม่เกิน 18 ปี และ ทีมประชาชนทั่วไป โดยในแต่ละทีมต้องมีสมาชิก 2-5 คน

กติกา

    * เป็นเว็บไซต์ใหม่ หรือเว็บไซต์ที่มีอยู่เดิม
    * ผ่านมาตรฐาน TWCAG2008 ระดับ A ขึ้นไป (ดาวน์โหลดเอกสาร PDF)
    * เป็นเว็บไซต์สวยงาม ไม่จำกัดเนื้อหา การออกแบบ ใช้งานได้ เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์
    * ส่งได้ทีมละ 1 เว็บไซต์เท่านั้น
    * ห้ามใช้ระบบบริหารจัดการเนื้อหาแบบสำเร็จรูป (CMS)

ระยะเวลาส่งเข้าประกวด ปิดรับสมัคร 15 สิงหาคม, ปิดรับผลงาน 30 สิงหาคม และประกาศผลผู้ได้รับรางวัล 11 กันยายน พ.ศ. 2551

ดาวน์โหลดใบสมัคร ข้อมูลระเบียบการแข่งขัน และสอบถามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ : http://www.equitable-society.com/webcontest.aspx

* งานนี้มีสนุกครับ นอกจากการจัดทำเว็บไซต์แบบใช้ทักษะ เทคนิค และ ฝีมือแล้ว ยังต้ิองคำนึงถึงเรื่อง accessibility อีกด้วย อ้ออย่าลืมพวงเรื่อง usibility เข้าไปด้วยนะครับผมกลัวว่าจะออกมาในแนว entertain กันมากไปน่ะครับ หวังว่าผู้เข้าแข่งขันทุกๆ ท่านตั้งใจส่งผลงานเพื่อสร้างสื่อทางด้านเว็บไซต์ให้ทุกๆ คนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง เอ้าใบ้ให้ินิดนึงอ่าน TWCAG2008 เยอะๆ นะครับ :)