Ubuntu GlobalBugJam เป็นกิจกรรมร่วมกันแจ้งบั๊ก คล้ายๆ BugAton ของทาง Mozilla นั่นเอง ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่กลุ่มผู้ใช้ Ubuntu ในบ้านเราจะมาร่วมกันค้นหาและแจ้งบั๊ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บั๊กที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของภาษาไทย ซึ่งงานนี้ตามกำหนดการแล้ว ทั่วโลกเขาจะจัดกันตั้งแต่วันที่ 8 – 10 สิงหานี้ครับ ส่วนของประเทศเราเป็น วันเสาร์ที่ 9 นี้ วันเดียวพอ
เจอกันได้ที่ ชั้น 2 ตึก 15 คณะ วิศว ม.เกษตร ตรงแยกบางเขนครับ วันเสาร์ที่ 9 นี้ เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป
ที่มา – ubuntuclub.com

ชุมชนผู้พัฒนา K Desktop Enviroment (KDE) เปิดตัว KDE 4.1.0
    
     เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมาทางชุมชนผู้พัฒนา KDE ได้ทำการเปิดตัว สำหรับ KDE รุ่น 4.1 Release อย่างเป็นทางการสำหรับ KDE 4.1  นั้นได้มีการเพิ่มเติมคุณสมบัติต่าง ๆ โดยใช้พื้นฐานในการพัฒนาจากรุ่น 4.0 โดยรูปแบบและโครงสร้างในการพัฒนายังคงใช้รูปแบบเดียวกับรุ่น 4.0 สำหรับ KDE 4.1 ได้มีการรวมคุณสมบัติบางประการที่ใช้งานได้บน KDE 3.5 เข้าไว้ในรุ่นนี้ด้วย


 
สำหรับ KDE 4.1 นั้นมาพร้อมกับ ชุุดโปรแกรมมากมายดังนี้

         1. KDE-PIM (Personal Information Manager)
         2. เครื่องมือเล่น VDO อย่าง (Dragon Player)
         3. เครื่องมือเล่น CD เพลงอย่าง (KSCD)
         4. เครื่องมือบริหารจัดการไฟล์ (Dophin)
         5. เครื่องอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับแผนที่ (Marble)

     นอกจากนี้ KDE 4.1 ยังได้มีการเพิ่มเติมและแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของ Plasma Desktop และการทำงานของ KWin รวมถึงส่วนควบคุมต่าง ๆ ที่ถูกปรับแต่งให้ดีขึ้น
     ในรุ่นKDE 4.1 ทางทีมผู้พัฒนา KDE ได้ทำให้ Desktop Enviroment ตัวนี้สามารถใช้งานกับระบบปฎิบัติการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็น Open Solaris,Windows หรือแม้กระทั่ง Mac OSX

   สำหรับ KDE 4.1 มี Linux Distributions ที่เน้นการใช้งานด้าน Desktop นำไปทำ Package ที่ง่ายสำหรับการติดตั้งแล้วบาง Distributionsเท่านั้น อาทิเช่น Ubuntu Linux,Opensuse Linux เป็นต้น

   สำหรับใน KDE รุ่น 4.2 นั้นทางชุมชนผู้พัฒนา KDE มีหมายกำหนดการจะออกในเดือนมกราคม ปี 2009 สาวก KDE ก็คอยติดตามข่าวคราวได้ครับผม
 

แฟนพันแท้ Ubuntu คงจะจำ Automatix กันได้ Automatix เป็นเครื่องมือช่วยติดตั้งโปรแกรม non-free และโปรแกรมยอดฮิต เช่น โปรแกรมเล่นเพลง เล่นหนัง และ codec ต่างๆ แต่มันตั้งหลายปีมาแล้ว แถมยังโดนวิจารณ์จากกลุ่มผู้พัฒนา Ubuntu และผู้คลั่งไคล้ Ubuntu ว่า "ห้ามใช้ เพราะจะเกิดปัญหาเรื่อง dependency ของ package ปัจจุบันได้" แหมแต่เจ้า Automatix ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับแพคเกจแบบ deb จากข่าวร้าย รีวิวร้ายๆ ทำให้ Automatix หยุดการพัฒนาไปเมื่อเดือนมีนา เพราะทีมนักพัฒนาแยกย้ายไปทำโครงการอื่นแทน มาวันนี้ Ultamatix เป็นความหวังใหม่ ที่จะมาแก้ปัญหาที่ Automatix ทิ้งไว้ Ultamatix 1.8.0 ออกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้งานได้กับ Ubuntu 8.04, Ubuntu Ultimate Edition 1.8 และ Debian Unstable ใช้ได้ทั้ง 32 bit และ 64 bit และที่สำคัญ Linux มือใหม่ Ultamatix ติดตั้งง่ายมากแค่ ชี้แล้วคลิก เท่านั้นไม่ต้องจิ้มใน terminal อีกต่อไป เอ้าอย่ารอช้า download deb ไปติดตั้งกันได้เลย

 

APC 2008

APC 2008 เป็นรายการทดสอบทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยภาษา C/C++ ออนไลน์ ซึ่งผู้เข้าทดสอบสามารถสอบจากที่ใดก็ได้ โดยในปีนี้ APC 2008 ได้เปิดลงทะเบียนให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ และผู้สนใจทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 สิงหาคม 2551

วันสอบจริง (16 ส.ค.) จะมีเวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง (เวลา 20.00 – 23.00 น.) โจทย์ทั้งหมด 4 ข้อ เพื่อให้ผู้เข้าทดสอบแก้ปัญหาตามที่โจทย์ต้องการด้วยภาษา C/C++ หลังจากนั้น จะมีการประกาศอันดับคะแนนของผู้เข้าทดสอบ ภายในเวลาไม่เกิน 21.00 น. ของวันเดียวกัน

การทดสอบรายการนี้ ไม่มีรางวัลใดๆ ให้ แต่จัดเพื่อเป็นการประเมินทักษะของผู้เข้าทดสอบเอง และเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบรายการต่อๆ ไป

Difficulty

ลักษณะของโจทย์ปัญหาทั้งหมด เป็นเป็นลักษณะเดียวกับข้อสอบแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิก สอบคัดเลือกรอบที่ 2 ซึ่งอยู่ในระดับง่ายถึงปานกลาง แต่ต้องอาศัยความรอบคอบ ซึ่งผู้เข้าทดสอบจำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C/C++ มาพอสมควร รวมไปถึงการออกแบบโครงสร้างข้อมูลพื้นฐาน จึงจะสามารถแก้ปัญหาโจทย์ได้

ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 สิงหาคม 2551 เวลา 21.00 น. จะเป็นช่วง Practice Session โดยผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว จะสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อดาวน์โหลดโจทย์ข้อสอบเก่า APC 2007 (จำนวน 4 ข้อ) และส่งโปรแกรมเพื่อทดสอบระบบการให้คะแนนได้ในทันที ทั้งนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับระบบตรวจ รวมไปถึงศึกษาแนวข้อสอบเก่าของการทดสอบด้วย

Scoring

ลักษณะการให้คะแนนจะเป็นลักษณะเดียวกับการให้คะแนนในการแข่งขัน คอมพิวเตอร์โอลิมปิก นั่นคือ ผู้เข้าทดสอบจะต้องส่ง Source code ภาษา C หรือ C++ ที่ได้ทำการเขียนไว้เพื่อแก้ปัญหาโจทย์แต่ละข้อ ผ่านทางแบบฟอร์มในหน้าเว็บไซต์ (หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว) โดยในแบบฟอร์มนั้น จะให้เลือกว่า Source code ที่ส่งนั้น เป็นโปรแกรมแก้ปัญหาโจทย์ข้อใด และเขียนด้วยภาษาอะไร ตรงนี้ต้องเลือกให้ถูกต้องตามที่ผู้เข้าทดสอบต้องการ หลังจากนั้นกดปุ่มเพื่อยืนยันการส่ง

เมื่อกดปุ่มส่งไฟล์โค้ดโปรแกรมไปแล้ว โปรแกรมของผู้เข้าทดสอบจะถูกนำไปเข้าคิวเพื่อรอตรวจโดยอัตโนมัติ จากนั้นเมื่อโปรแกรมของผู้เข้าทดสอบได้รับการตรวจ ระบบจะทำการแสดงผลของการตรวจโปรแกรมนั้นๆ ทางหน้าจอ (โดยปกติจะไม่เกิน 30 วินาที ขึ้นอยู่กับปริมาณงานในคิวของระบบ)

ในระหว่างการทดสอบจริง ระบบจะทำการตรวจโปรแกรมที่ส่งเข้ามาด้วย ชุดข้อมูลตัวอย่าง จำนวน 1-2 ชุดเท่านั้น และแสดงผลว่าโปรแกรมนั้นๆ ผ่านชุดข้อมูลตัวอย่างหรือไม่ ซึ่งชุดข้อมูลตัวอย่างนี้ เป็นเพื่อการตรวจสอบโปรแกรมในเบื้องต้นเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการให้คะแนนจริงแต่อย่างใด

การให้คะแนนจริง จะเกิดหลังจากหมดระยะเวลาการทดสอบ นั่นคือ โปรแกรมที่ส่งขึ้นมาล่าสุด ของโจทย์แต่ละข้อของผู้เข้าทดสอบ จะถูกนำมาตรวจใหม่อีกครั้ง ด้วย ชุดข้อมูลทดสอบจริง จำนวน 10-25 ชุด (โจทย์แต่ละข้ออาจไม่เท่ากัน) หากโปรแกรมของผู้เข้าทดสอบ สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องในแต่ละชุดข้อมูลทดสอบได้ จะได้รับคะแนน ซึ่งถ้าโปรแกรมนั้นตอบถูกในทุกๆ ชุดข้อมูลทดสอบของข้อนั้น จะได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนนสำหรับโจทย์ข้อนั้นทันที

การตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

Judgement and System Environments

หลังจากส่งโปรแกรมเข้าสู่ระบบแล้ว ระบบจะทำการตรวจและคืนค่าผลการตรวจกลับไปให้กับผู้ที่ส่ง ซึ่งผลการตรวจใช้อักษรย่อต่างๆ ดังต่อไปนี้ P หมายถึง คำตอบถูกต้อง (Corrected) | – หมายถึง คำตอบผิด (Incorrected) | X หมายถึง โปรแกรมผิดพลาด (Crashed) เช่น ประกาศหน่วยความจำไม่พอ หรือการหารด้วยศูนย์เป็นต้น | T หมายถึง รันนานเกินไป (Time Limit Exceeded) โจทย์แต่ละข้อจะระบุเวลามากสุดที่อนุญาตให้โปรแกรมใช้ เช่นผลการตรวจดังนี้ PPT– หมายความว่า โปรแกรมที่ส่งได้รับการตรวจจากชุดข้อมูลทดสอบจำนวน 5 ชุด โดยให้คำตอบที่ถูกต้องในชุดที่ 1 และ 2 ส่วนเมื่อทดสอบด้วยชุดที่ 3 พบว่าโปรแกรมรันนานเกินไป และโปรแกรมให้คำตอบที่ผิดในชุดที่ 4 และ 5 (รวมแล้วได้คะแนน 40% คือถูกต้อง 2 จาก 5 ชุด)

ระบบตรวจทำงานบน Linux OS และใช้ GNU GCC เป็น Compiler ไม่อนุญาตให้ #include <conio.h> และเรียกใช้ฟังก์ชัน system()

ชนิดข้อมูลทั้งประเภท int และ long บนระบบตรวจมีขนาด 32 bits ใช้ Format code เป็น %d และ %ld ตามลำดับ

ชนิดข้อมูล long long บนระบบตรวจมีขนาด 64 bits ใช้ Format code เป็น %I64d (ไอใหญ่ หกสิบสี่ ดีเล็ก)

Further Information

ในระหว่างการทดสอบ หากมีคำถามเกี่ยวกับโจทย์ข้อใดๆ หรือเกี่ยวกับระบบ ผู้เข้าทดสอบสามารถแจ้งผ่านแบบฟอร์มที่ทางระบบจัดทำไว้ หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ จะทำการตอบคำถามนั้นกลับไป โดยคำตอบที่ได้รับจะปรากฎในเมนู ประกาศ และหากว่าคณะกรรมการฯ เห็นว่าคำถามนั้นเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าทดสอบคนอื่นๆ ก็จะทำการประกาศให้ผู้เข้าทดสอบคนอื่นเห็นประกาศนั้นด้วย

นอกเหนือระยะเวลาทดสอบ ขอให้ส่งแจ้งปัญหามาทางอีเมล์ devteam

การทดสอบ APC 2008 นี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับการสอบแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิก สสวท. รอบที่ 2

คณะกรรมการฯ ได้รับความร่วมมือจากสาขาคอมพิวเตอร์ สสวท. ในการวางระบบไว้บนเครื่อง Server ของเว็บไซต์ Programming.in.th แต่ในส่วนของตัวระบบรวมถึงข้อสอบในการทดสอบครั้งนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการจัดการแข่งขันเพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับทางสาขาคอมพิวเตอร์ สสวท. แต่อย่างใด (ยังไงจะติดตามข่าวมานำเสนอ)

ดาวน์โหลดไฟล์รายละเอียดเต็ม ได้จากที่นี่

ที่มา – APC2008

วันสบายๆ แบบนี้ก็ไม่อยากเอาเรื่องเครียดๆ มาให้อ่านกันก็เลยไปค้นเอาเรื่องราวของเบื้องหลังความสำเร็จ ของเจ้าหมีอ้วนที่ออกลีลากังฟูแบบพริ้วไหวเต็มจอมาฝากกัน นั่นก็คือคุณรู้ไหมว่าการสร้างภาพที่ไหลลื่นขนาดนั้นมีลีนุกซ์ทำงานอยู่ข้างหลัง

DreamWorks Animation ผู้ทำให้ Kung Fu Panda เข้าไปอยู่ในใจของผู้คน (ด้วยความที่มันดังระเบิดทำให้มันกลายเป็นโครงการหนังภาคต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย) การทำงานเบื้องหลังของเจ้าหมีตัวนี้และบรรดาสารพัดสัตว์ในเรื่องนี้อยู่บนลีนุกซ์ที่ทำงานบนเครื่องของเอชพีเวิร์คสเตชัน และที่น่าตกใจกว่าเดิมก็คือความจริงที่ว่าสตูดิโอแห่งนี้ใช้ลีนุกซ์มาตั้งแต่ปี 2001 (เอา 543 บวกเข้าไปก็จะได้ปี พ.ศ. ของเราพอดีอยู่ที่ปี 2544) คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจก็คือแล้วสตูดิโอบ้านเราทำอะไรกันอยู่ ล่าสุดยังซื้อฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ราคาสุดโหดมาทำอยู่เลย (อันนี้ถ้าไม่จริงอย่างไรก็ฝากคอมเม้นท์กันไว้ได้เลยครับ)

Ed Leonard CTO ของดรีมเวิร์คเล่าให้ฟังว่า "เราร่วมมือกับเอชพีมาตั้งแต่ปี 2001 นั่นคือเริ่มตั้งแต่เรื่อง เชร็ค ภาคแรกเลยทีเดียว และเราก็ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง จากความร่วมมือนี้เองที่ทำให้เรารู้ว่าลีนุกซ์แพลตฟอร์มเหมาะกับเรามากที่สุด ดังนั้นการทำงานของเราตั้งแต่ขั้นตอนแรกจะถึงสุดท้ายทำด้วยลีนุกซ์ทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องเวิร์คสเตชันไปจนถึงเรนเดอร์ฟาร์ม " อย่างที่เราทราบกันดีว่าทางสตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้มีเรนเดอร์ฟาร์มเพียงแห่งเดียว แต่ตอนนี้มันถูกเทคโนโลยีของการทำ virtualized ให้มันกลายเป็นเซิร์ฟเวอร์ฟาร์มใหญ่ๆ ไปแล้ว นั่นทำให้ทีมงานที่แยกย้ายกันอยู่ตามที่ต่างๆ สามารถส่งงานเข้ามาสร้างภาพได้ที่เดียวกัน ทำให้หมดปัญหาของการรวมพนักงานไว้ที่เดียวกันได้

ในเรื่อง Kung Fu Panda มีการใช้งานเครื่องเวิร์คสเตชันมากถึง 400 ตัว ใช้เซิร์ฟเวอร์มากถึง 1,500 ตัว ใช้เวลาในการ Render มากกว่าเรื่องเชร็คมากถึง 4 เท่า ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่ามีการก้าวกระโดดทางด้านภาพไปอย่างมากมาย นี่เป็นความจริงเล็กๆ น้อยๆ ของลีนุกซ์ที่ไปสร้างความสำเร็จในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อนิเมชัน

ที่มา : http://digitalproducer.digitalmedianet.com/articles/viewarticle.jsp?id=415193

จอใหญ่กว่าเดิม คีย์บอร์ดเต็มไม้เต็มมือ ฮาร์ดดิสก์ความจุมากกว่าที่เคยเห็น น่าสนใจถ้าคุณกล้าพอที่จะจ่าย

ข้างต้นที่กล่าวมาคือคำนิยามของเครื่องรุ่นใหม่ในตระกูล Eee PC (นี่ก็ปาเข้าไปรุ่นที่ 5 แล้วในช่วงเวลา 2 เดือน) ด้วยการออกแบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาจากรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าจอที่ขยายพื้นที่ให้เห็นอะไรมากขึ้นบนขนาด 10 นิ้ว ส่วนคีย์บอร์ดที่เคยสร้างความอึดอัดให้นิ้วก็ได้รับการขยายให้วางนิ้วได้ง่ายขึ้น และที่เด็ดขาดกว่าเดิมก็คือรูปร่างหน้าตาแม้จะใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังคงความสวยงามไว้ได้เหมือนเดิม

ทางด้านซอฟต์แวร์ก็ยังคงยึดมั่นกับลีนุกซ์ไม่เปลี่ยนแปลง (แม้ว่าบางคนจะยังคอยเอาวินโดวส์มาลงอยู่ร่ำไป) ปรับเปลี่ยนการรวมกลุ่มของแอพพิลเคชันให้ลงตัวมากขึ้น แน่นอนว่ายังคงยกพลพรรคโอเพนซอร์สมาอย่างครบทีมไม่ว่าจะเป็น Pidgin, Skype, StarOffice, Thunderbird และ Wikipedia นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสอนภาษาจีนมาให้อีกต่างหาก

เรื่องความจุของหน่วยความจำคงจะพอใจกันได้เสียทีกับ Solid Stage Drive ขนาด 40 GB ที่อยู่ในตัวเครื่อง และถ้าหากคุณยังไม่พอใจ ASUS ใจดีมอบพื้นที่เก็บแบบออนไลน์ให้อีก 20 GB โดยใช้บริการของ YoStore เอาใจกันขนาดนี้คงลดเสียงบ่นไปได้เยอะ

เวลาในการเปิดเครื่องพบว่าหากบูตด้วยลีนุกซ์จะใช้เวลาอยู่ที่ 28 วินาที (งานนี้ขอบอกว่าเร็วกว่าการบูตด้วยวินโดวส์เอ็กส์พีถึง 12 วินาที) ก็ถือว่าทำการบ้านมาได้ดีขึ้นสำหรับเรื่องของการบูตระบบขึ้นมาใช้งาน และสามารถใช้งานได้นานถึง 5 ชั่วโมงกว่าๆ อันนี้ก็เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก

มาถึงเรื่องสำคัญแล้วเครื่องรุ่นนี้สนนราคา 699 เหรียญสหรัฐ (ลองคูณเข้าไปด้วย 32 ก็ตกอยู่ที่ 22,368 บาท) อาจจะแพงไปสำหรับเครื่องที่ตั้งใจเจาะกลุ่มมือใหม่แบบราคาสุดคุ้ม แต่ถ้าแลกด้วยคุณสมบัติดีๆ ที่ได้เพิ่มมาก็พอจะทำให้อยากซื้อกันบ้าง

ที่มา : http://www.laptopmag.com/review/laptops/asus-eee-pc-1000-linux.aspx?mode=specs

หลายคนอาจจะเคยเห็นหรือได้ยินชื่อโครงการ OpenRemote มาบ้างแล้ว วันนี้มาทำความรู้จักกันเพิ่มเติมดีกว่าว่าเนื้อแท้ของโครงการนี้มีไว้เพื่ออะไร คนที่ให้คำตอบได้ดีที่สุดก็ต้องเป็นเจ้าของโครงการที่ชื่อ Marc Fleury ที่ให้คำนิยามของโครงการนี้ว่า "นี่คือการส่งเสริมเรื่องของ open standards, open collaboration และ open implementation ในเรื่องของการสร้างบ้านอัจฉริยะหรือ home automation" เรียกว่างานนี้ใครอยากทำบ้านของตัวเองให้สามารถควบคุมผ่านรีโมทในเรื่องของความปลอดภัย ความบันเทิง เรื่อยไปจนถึงเรื่องของอุณหภูมิและแสงสว่าง

โครงการนี้ส่งเสริมให้ผู้ที่สนใจทั่วไปเข้าร่วมกันใช้ร่วมกันแก้ไขทั้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่จะใช้ในการควบคุมส่วนต่างๆ ของบ้าน โดยมุ่งหวังว่าในอนาคตจะมีระบบที่สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ในบ้านได้ด้วยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ชุดนี้ ก่อนจะขยายการควบคุมผ่านอุปกรณ์ประจำตัวอย่างพีดีเอและโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการปรับแต่งระบบและติดตั้งซอฟต์แวร์ผ่านระบบออนไลน์ งานนี้ใครเข้าไปศึกษาดีๆ ก็มีแนวทางทำมาหากินได้ กับการสร้างระบบบ้านอัจฉริยะที่ชื่อ OpenRemote ของแบบนี้ใครเร็วใครได้ ไม่แน่อาจจะมีคนกำลังเปิดบริษัทรับทำเรื่องนี้อยู่ก็ได้

ที่มา  : http://arstechnica.com/journals/linux.ars/2008/07/29/openremote-grows-in-popularity
Link : http://openremote.org/