Linux Mint ออกเวอร์ชั่น 6 แล้วครับ Linux Mint ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Ubuntu ที่หลายๆท่านชื่นชอบ ออกเวอร์ชั่น 6 แล้ว ภายใต้ Code name ว่า Felicia

เวอร์ชั่นนี้มีอะไรใหม่

  • Base on Ubuntu 8.10 Intrepid Ibex
  • Linux Kernel 2.6.27
  • Gnome 2.24
  • Xorg 7.4
  • มาพร้อมกับ Software Manager (มันคืออะไร ไว้ต้องหามาลอง)
  • FTP support in mintUpload
  • proxy support and history of updates in mintUpdate
  • mint4win (มันคือ wubi นั่นเองครับ)
  • Nautilus เปิด tab ได้ เช่นเดียวกับ Ubuntu

ซอฟต์แวร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่

  • Giver โปรแกรมใช้สำหรับส่งไฟล์ภายในเน็ตเวิร์ค
  • Gufw ตัวจัดการตั้งค่า Firewall
  • Flegita โปรแกรม Utility สำหรับเครื่อง Scanner

ที่มา: http://linuxmint.com/relfeliciawhatsnew.php

Windows เจอปัญหาใหญ่นอกจากการอัพเดท patch ของ Windows เองแต่กับโปรแกรมที่ติดตั้งบน Windows ก้อเป็นด้วยซึ่งข่าวจาก InternetNews กล่าวถึงรูโหว่ของโปรแกรมที่ใช้กันบ่อยๆ แต่ทำไมยังเกิดปัญหาเหล่านี้อยู่ยนระบบปฏิบัติการ Windows การจัดอันดับโปรแกรมยอดฮิตแต่มีรูโหว่ได้ 12 ตัว ซึ่งมี Mozilla Firefox, Adobe Flash & Acrobat, EMC VMware player, workstation และอื่นๆ ที่น่าแปลกใจคือ Harry Sverdlove, Bit9 CTO บอกกับทีมงาน Internetnews.com ว่าความผิดพลาดที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เพราะว่าผู้ผลิตซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ patch และแก้ไขรูโหว่นั้นอยู่แล้วแต่ผู้ใช้มักไม่ได้ติดตั้ง patch เหล่านั้นเอง กลับกลายเป็นประเด็นให้กับ Sean Michael Kerner ผู้สื่อข่าวของ internetnews.com ได้บอกด้วยคำง่ายๆ ว่า "บทเรียนสำหรับไมโครซอฟต์ที่ต้องเรียนรู้จากโอเพนซอร์ส" Microsoft ควรมีโปรแกรมบริหารจัดการโปรแกรมเหมือนๆ กับ Linux ข้อดีสำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เป็นคนใช้ Linux การที่ผู้ผลิตอัพเดท patch หรืออะไรก้อตามที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้วอัพเดทใน repository ผู้ใช้จะมีโอกาสในการอัพเดทหรือได้รับ patch ใหม่ๆ นั้นสูงมากกว่า โดยไม่ต้องเขาไปที่เว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิตแล้วดาวน์โหลด patch มาติดตั้ง นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน สำหรับผู้ใช้ Linux อยู่แล้วผมคิดว่าการการอัพเดทเป็นเรื่องที่ต้องทำทั้งในส่วน software และ security ซึ่งเห็นได้ใน RedHat, Fedora หรือแม้กระทั่ง Ubuntu ไมโครซอฟต์ที่ต้องเรียนรู้จากโอเพนซอร์ส

ที่มา
1. Which Top Apps Have the Most Security Holes?
2. Windows need Linux package manager

แม้ว่า openSUSE 11.1 จะยังไม่ออกมาให้ได้เชยชมกัน แต่ทางทีมงานก็ได้เตรียมการณ์สำหรับแผนการของ openSUSE 11.2 กันแล้ว โดยมีการวางแผนกันคร่าวๆ สำหรับวันที่จะปล่อย openSUSE 11.2 แต่ละตัว ซึ่งก็คงจะเป็นไปตามนี้ครับ (อันนี้อยู่ระหว่าง Discuss ครับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงครับ)

กำหนดการณ์

  • 2009-02-05 openSUSE 11.2 Alpha 0
  • 2009-03-05 openSUSE 11.2 Alpha 1
  • 2009-04-02 openSUSE 11.2 Alpha 2
  • 2009-04-30 openSUSE 11.2 Alpha 3
  • 2009-05-28 openSUSE 11.2 Alpha 4
  • 2009-06-25 openSUSE 11.2 Beta 1
  • 2009-07-09 openSUSE 11.2 Beta 2
  • 2009-07-24 openSUSE 11.2 Beta 3
  • 2009-08-06 openSUSE 11.2 Beta 4
  • 2009-08-20 openSUSE 11.2 RC1
  • 2009-09-03 openSUSE 11.2 GM
  • 2009-09-10 openSUSE 11.2 Public Release

สำหรับ 11.1 ก็ อีกสองวันเท่านั้นครับ ท่านใดเผ้ารออยู่ก็ ห้ามพลาดครับ
ที่มา: http://suseclub.com/node/11

Google เริ่มมองหาตลาดใหม่ในการโฆษณา โดยเพิ่งจะออกมากล่าวว่ามีแผนจะขยายฐานในกลุ่มโฆษณาของตนเองให้ขยับเข้าไปยังกลุ่มผู้เล่นเกมส์ออนไลน์ เพื่อรองรับกับการเติบโตของตลาดเกมส์ออนไลน์ โดยมีการเปิดตัวซอฟต์แวร์ AdSense for Game ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์สามารถใส่โฆษณาในรูปแบบวิดีโอ, ข้อความ หรือรูปภาพลงไปในเกมส์ออนไลน์ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบการใช้งานเฉพาะภายในอเมริกา ซึ่งถ้าหากมองให้ลึกลงไปในตลาดกลุ่มนี้แล้ว ข้อมูลในเชิงสถิติแสดงให้เห็นว่ากว่าหนึ่งในสี่ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งปัจจุบันมีถึงประมาณ 200 ล้านคนนั้น เล่นเกมส์ออนไลน์ และมีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนเป็นอย่างมาก โดยเติบโตขึ้นประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเลยทีเดียว ซึ่ง AdSense for Game ก็จะช่วยให้นักพัฒนาเกมส์สามารถเข้าถึงผู้เล่นได้ดีขึ้น และสามารถปรับปรุงเกมส์ออนไลน์ของตนเองให้สามารถสร้างรายได้จากเกมส์ผ่านทางโฆษณาโดยใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ซึ่ง Google ก็ออกมาระบุว่าในปัจจุบันนั้นกำลังเร่งทำงานอยู่กับค่ายเกมส์หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Konami, Playfish, Zynga หรือแม้แต่ Mochi Media เป็นต้น และสำหรับผู้โฆษณาก็มีทั้ง Esurance, Sprint และ Sony Pictures แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคต อาจจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่ แล้วจะได้เห็นโฆษณาไทยๆ กันบ้างเหมือนกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนตุลาคม 2551

แหมเห็นพี่ BigTux ออก HP Mini มาเล่นผมเองก้อนึกว่า MIE (Mobile Internet Experience) มันมาแล้ว แต่ก้อผิดหวังเพราะ HP Mini 1000 MIE จะออกเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งราคาก้อไม่แตกต่างกันมากกับรุ่นที่มาพร้อมกับ Windows XP เอาล่ะประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมากนัก จอ 10 นิ้ว Wide  มีลำโพง USB 2 port ตัวเครื่องหนาไม่ถึง 1 นิ้ว ใช้ CPU Intel ATOM 270 มี WiFi 802.11b/g, Bluetooth, Web Cam, Microphone ในตัว ฯลฯ แต่ความน่าสนใจมันอยู่ที่ MIE ครับ ไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์เลย

จากที่ HP Mini-note  2133 ที่บ้านเราพยายามโหมโรงโฆษณาเมื่อ 2 เดือนที่แล้วก้อยังขายไม่ค่อยจะออก เพราะมันมากับ Via C-7 แต่ความเด่นมันอยู่ที่ Via Chrome ที่สามารถแสดงผลจอภาพขนาดความกว้างละเอียดถึง 1280pixels ซึ่งมากโขเมื่อต่อกับ Projector หรือ LCD Monitor และที่สำคัญมันมาพร้อมกับ SUSE Linux Desktop ซึ่งเรียกว่าเปิดปรากฏการณ์ใหม่ในแง่ของการสนับสนุน Linux ในผลิตภัณฑ์ของ HP

กลับมาที่ HP Mini 1000 MIE ตอนนี้เดือนธันวาคม อดใจรอสักนิด HP Mini 1000 MIE  ก้อจะมาในต้นปีหน้าพร้อมกับอุปกรณ์ต่อพวงชุดใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง และที่สำคัญคือ MIE ครับ MIE เป็น Linux ที่ HP ทำขึ้นมาเองโดยใช้ Ubuntu เป็น based distro (ข่าวจากวงใน) ซึ่งเจ้า MIE นี้หน้าตามันออกแนว MediaStyle คือมีทุกอย่างให้คลิกในหน้าเดียว (ดู Video จาก You Tube ข้างล่างนะครับ) และที่สำคัญมาครบสูตรทั้งหมดที่คุณต้องใช้ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเกี่ยวกับ Internet, Office, Photo Manager, Media Player และอื่นๆ อีกมากซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Linux ที่ HP ทำออกมาได้สุดยอดแล้วในเวลานี้ (ผมไม่เคยอยากใช้ Linux ที่ทำมาจาก HP เลยจริงๆ นะ แต่ตัว MIE นี้พลาดไม่ได้จริงๆ ครับ) สำหรับ MIE จะมีให้ดาวน์โหลดหรือเปล่าอันนี้ต้องติดตามดูกันอีกทีครับ ใครสนใจ MIE ดู Video จาก You Tube ข้างล่างเลยครับ

เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอย่าง Linutop หรือ (micro,nano)-ITX สามารถทำงานเป็น mini server ได้โดยการติดตั้งโปรแกรมอย่าง LAMP Stack (Linux,Apache,MySQL,PHP) แต่ที่แย่กว่านั้นคือการทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กนั้นทำงานเป็น Application Server ได้ยากมากเพราะต้องติดตั้ง package ต่างๆ เยอะแยะมากมาย การแก้ไขไฟล์เล็กๆ น้อยๆ จูนระบบไปมากว่าจะทำงานได้ก้อเล่นเอาแทบแย่ แต่โชคยังเข้าข้าง BitNami เป็นการบริการติดตั้งโปรแกรมหลายหลายตัวที่อยู่บน LAMP ไม่ว่าจะเป็น MediaWiki, WordPress, phpBB, Joomla, Drupal, DokuWiki และโปรแกรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อ้อนอกจาก LAMP แล้วยังมี Application Server อื่นๆ อย่าว Rails, Phython, Tomcat และโปรแกรมน่าใช้งานและติดตั้งได้ง่ายเพียงคลิกเดียว อ้อผมลืมบอกไปว่ามันเป็น GUI Installation เพราะฉะนั้นการติดตั้ง Application Server และโปรแกรมต่างๆ ก้อทำได้ง่ายมากขึ้น เบื้องหลังความสำเร็จของ BiNami คือ BitRock โปรแกรมติดตั้งที่สามารถ cross-platform ได้ไม่ว่าจะเป็น Windows, Linux, Mac และ Solaris เอาเป็นว่าอยากได้ซอฟตแวร์ตัวไหนก้อสามารถดาวน์โหลดแล้วติดตั้งได้เลย ไม่ต้องกลัวเรื่อง dependency หรือการติดตั้ง Application Server อย่าง Java, Tomcat ให้ปวดหัวอีกต่อไป ท่านใดสนใจก้อลองเลือกโปรแกรมแล้วดาวน์โหลดไปติดตั้งกันได้เลยครับ :) 

 

เกือบ 1 ปีมาแล้วที่ HP ค่อยๆ หยิบ Linux ใส่ลงในเครื่อง PC Desktop (pre-installed) เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วๆ ไป วันนี้ HP ได้ติดสินใจประกาศแล้วว่าจะใช้ Novell SLED (SUSE Linux Enterprise Desktop) 10 SP2 ลงในเครื่องราคาต่ำในรุ่น HP Compaq dc5850 ซึ่งเครื่องรุ่นนี้เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า SMB (small-to-medium sized businesses) และผู้ใช้ในกลุ่มนักศึกษา ใครสนใจ Linux Desktop จากการใช้ SLED จาก dc5850 ห้ามพลาด เครื่อง dc5850 เป็นเครื่อง desktop ขนาดเล็กที่ใช้ AMD processors โดยมีความเร็ว 2.2GHz สามารถใช้ AMD Sempron LE-1250 ถึง quad-processor 2.3Ghz AMD Phenom X4 9600B processor ระบบสามารถใส่ RAM ได้ถึง 8GB แต่เครื่องที่จัดจำหน่ายจะมี RAM ตั้งแต่ 512MB – 2GB อ้อสำหรับ graphic card กลัวว่าจะไม่แรงสามารถใช้ graphic card AMD Radeon 3100 หรือ Nvidia GeForce 8400 GS หรือ ATI Radeon HD 2400 XT สำหรับฮาร์ดดิสมีตั้งแต่ 80GB ไปจนถึง 500GB เอาล่ะยั่วน้ำลายกันมากพอแล้วดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ของ HP

ได้เลยครับ

เมื่อเร็วๆ นี้ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยระดับคอนซูเมอร์จาก Trend Micro ออกมาแนะนำผู้ใช้ว่าอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาด รวมทั้งผลิตภัณฑ์ของตนเองด้วย โดยระบุว่าปัจจุบันนี้ปัญหาด้านความปลอดภัยเกิดจากทั้งไวรัส, เครื่องมือดาวน์โหลด, โทรจัน, คีย์ล็อกเกอร์, รวมไปถึงปัญหาฟิชชิง อยู่ในอันดับต้นๆ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสแบบสแตนอโลนนั้นก็จะเหมาะสมเฉพาะกับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่บ่อยนัก หรือว่าติดตั้งเป็นอุปกรณ์ป้องกันบนไดรฟ์แบบ USB เท่านั้น ซึ่ง Trend Micro กล่าวว่าเหตุที่ผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสยังคงมีอยู่ในตลาดก็เพราะว่าตลาดยังคงต้องการมันอยู่เท่านั้นเอง แต่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดควรจะเป็นชุดเครื่องมือรักษาความปลอดภัยจากอินเทอร์เน็ตเสียมากกว่า เพราะว่าจะช่วยป้องกันการโจมตีในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นการป้องกันที่ปลายทางจริงๆ โดยมีทั้งไฟร์วอลล์, AV, ซอฟต์แวร์ป้องกันสปายแวร์, ควบคุมแอพพลิเคชัน, ควบคุมอุปกรณ์ และเครื่องมือมอนิเตอร์อื่นๆ อีกหลากหลายรูปแบบซึ่งจะช่วยให้ทั้งองค์กร และผู้ใช้ทุกระดับได้รับความปลอดภัยสูงสุด สรุปง่ายๆ ว่าเฮียแกคงไม่อยากขายของชิ้นเล็ก แต่จะดันให้ซื้อชิ้นใหญ่ว่างั้น แต่แน่นอนว่าของชิ้นใหญ่ก็มีประสิทธิภาพที่ดีเป็นเงาตามตัวไปด้วยเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนตุลาคม 2551

ยังคงเป็นคู่กัดกับไมโครซอฟท์เหมือนเดิม เมื่อ Mozilla เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “privacy mode” ใน Firefox 3.1 ซึ่งพร้อมให้ดาวน์โหลดในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยในโหมดการทำงานนี้บราวเซอร์จะไม่บันทึกรายการเว็บไซต์ที่เข้าชมหรือเก็บคุ้กกี้ของไซต์เอาไว้

ซึ่งในการพัฒนา Privacy Mode ขึ้นมานั้นจะมีเป้าหมายในการบริหารจัดการให้ดีขึ้นและแบ่งแยกให้ชัดเจนระหว่าง Public และ Privacy ซึ่งเมื่อทำงานในโหมด Privacy แล้วผู้ใช้จะไม่สามารถถูกติดตามได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่เพื่อให้คงความเป็นส่วนตัวที่สุด แต่ข้อมูลที่เข้าไปเปิดชมยังคงสามารถบันทึกเก็บเอาไว้ได้ รวมทั้งบุ๊กมาร์ก หรือสิทธิการเข้าถึงต่างๆ ข้อมูลที่โหลดมาทั้งหมดจะถูกลบออกไป และไม่มีการบันทึกพาสเวิร์ดเอาไว้ รวมทั้งฟังก์ชัน AutoComplete ถึงจะยังใช้ได้ แต่ก็ไม่มีการเก็บข้อมูลเช่นกัน และเมื่อออกจากโหมด Privacy เซสชันต่างๆ ที่เปิดเอาไว้จะถูกยกเลิกทั้งหมดทันที ซึ่งจะว่าไปแล้วมีส่วนเพิ่มเติมบราวเซอร์ชื่อ Stealthier ที่สามารถทำงานดังกล่าวได้ หากเปรียบเทียบกับฟีเจอร์ของ Google’s Chrome ก็ยังจะเห็นว่าทาง Google เองก็มี privacy mode เช่นเดียวกันในชื่อ Incognito ซึ่งก็เป็นเหมือนหนึ่งแรงผลักดันให้ Firefox ต้องเร่งพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวขึ้นมาแข่งขันอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่จุดแตกต่างอย่างหนึ่งของ Incognito ใน Chrome ก็คือเมื่อใช้ Google ใน Privacy mode บราวเซอร์กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาในเรื่องการขโมยข้อมูลหรือว่าแฮ็กเกอร์ที่ใช้เทคนิคอื่นในการโจมตี ส่วนถ้ามองดูผู้เล่นรายอื่นๆ ดูบ้าง อย่าง Internet Explorer เองก็มีฟีเจอร์ดังกล่าวนี้เช่นกันในชื่อ InPrivate ซึ่งมีมาให้ทดสอบแล้วใน IE8 Beta w ส่วนบราวเซอร์ Safari เองก็เตรียมพร้อมสำหรับไพรเวตบราวซิงเอาไว้แล้วเช่นกัน ซึ่งถ้ามองกันอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่าวันนี้ Google กำลังเปิดประเด็นและสร้างสงครามบราวเซอร์ครั้งใหม่ขึ้นมา หลังจากที่เคยเกิดสงครามบราวเซอร์ครั้งรุนแรงในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาระหว่าง Internet Explorer กับ Netscape Navigator ที่ครั้งนั้นถึงขนาดตายกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว แต่วันนี้ดูเหมือนว่าสงครามครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้น และมีผู้เล่นในสนามมากขึ้น รูปแบบของสงครามก็เปลี่ยนไป แต่สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนตุลาคม 2551

แนะนำหนังสือ Linux ครับ น่าอ่านๆ ทั้งนั้นเลย ก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับ Linux มีหลายเรื่องด้วยกันครับ โดยมีดังต่อไปนี้

อิงตามหัวเรื่อง

  1. Installation and Getting Started
  2. Security
  3. System Administration
  4. Programming
  5. Migration
  6. Kernel


อิงตาม Distro

  1. Ubuntu
  2. Red Hat
  3. Fedora Core
  4. Knoppix
  5. Debian

สนใจก็ ตามลิงก์ครับ http://www.dailyartisan.com/news/open-source-e-books-for-linux/