รัฐบาลเวียดนามกำลังจะเปลี่ยนมาใช้แอพพลิเคชันโอเพ่นซอร์สแทนของเดิมเป็นจำนวนมากภายในสิ้นปีนี้เพื่อลงปัญหาการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน
โดยทางรัฐมนตรีฝ่านข้อมูลและสื่อสารของเวียดนามออกมากล่าวว่าจะหันมาใช้แอพพลิเคชันอย่าง OpenOffice.org, Firefox, Thunderbird และ UniKey Vietnamese keyboard client ติดตั้งลงในเครื่องของเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในกลางปีนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยคาดหมายว่าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของพนักงานในหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมดจะต้องสามารถใช้โปรแกรมทุกตัวนี้ได้คล่องภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งภายในสิ้นปีจะต้องมีเครื่องที่ติดตั้งซอฟต์แวร์เอาไว้แล้วประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้จะต้องมีพนักงานใช้งานได้คล่องอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ และขยับมาฝึกอบรมจนพนักงานทุกคนสามารถใช้งานได้จริงภายในสิ้นปีหน้า

นอกจากนี้แล้วทางด้านผู้ค้าก็ยังถูกสั่งไม่ให้ติดตั้งซอฟต์แวร์เถื่อนลงในคอมพิวเตอร์ที่ขายให้กับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นแผนการระยะยาวที่จะหยุดการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนอย่างจริงจังของเวียดนาม โดยทางออกของเวียดนามนั้นจะหันเข้ามาเดินหน้ากับโอเพ่นซอร์สอย่างเต็มที่ โดยนับตั้งแต่ปี 2004 ที่เวียดนามเริ่มแผนการอบรมโอเพ่นซอร์สเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ทำให้มีความเข้าใจถึงซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สกันมากขึ้น และเกิดความแพร่หลายมากขึ้นตามไปด้วย โดยในวันนี้มีบริษัทซอฟต์แวร์ที่เป็นเอาต์ซอร์สสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สอยู่หลายรายในเวียดนามที่ทำงานจริง อย่าง  VietSoft ที่เป็นสมาชิกของ Asianux อีกด้วย

คงต้องดูกันต่อไปว่าเวียดนามจะเดินหน้าไปได้ตามแผนที่วางเอาไว้จริงหรือไม่ หรือว่าสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นเพียงฝันอย่างที่บ้านเราเคยวาดเอาไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมกราคม 2552

อาจจะมีหนึ่งเรื่องราวในโลกมายาบนอินเทอร์เน็ตที่เราไม่ค่อยทราบกันเท่าใดนัก เพราะว่าความลับหนึ่งจาก Mozilla ผู้ผลิตบราวเซอร์ชื่อดังอย่าง Firefox นั้นมีอยู่ว่างบประมาณสนับสนุนในการผลิตถึงกว่า 91 เปอร์เซ็นต์มาจาก Google ซึ่งแน่นอนว่าข้อตกลงนี้ทำให้แถบเสิร์จเอนจิ้นใน Firefox มี Google อยู่ในอันดับแรก แต่ถึงวันนี้ Google กลับกระโดดลงมาผลิตบราวเซอร์ของตัวเองอย่าง Chrome อกมาบ้าง คำถามก็คือการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนาในวงการเสิร์จเอนจิ้นกระโดดลงมาแบบนี้นั้นจะคุ้มค่าเหนื่อยกับตลาดเว็บบราวเซอร์จริงหรือ

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทาง CEO ของ Mozilla ออกมากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทว่า “ในตอนนี้ทุกอย่างมันซับซ้อนกว่าเดิมมาก ” แต่สำหรับ CEO จาก SUN Microsystems กลับออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในอีกแง่มุมหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วตลาดถูกควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าหนี่ไม่พ้น Google และ Microsoft ดังนั้นเว็บบราวเซอร์จึงเป็นเหมือนตัวประกันสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชันเท่านั้นเอง เพราะทุกวันนี้เว็บนั้นเป็นมาตรฐานเปิด เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS หรือ JavaScript นั้นล้วนแต่เป็นมาตรฐานเปิด ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของทั้งสิ้น แต่จะเห็นว่าบราวเซอร์แต่ละตัวจะออกฟีเจอร์ทดลองมาให้เล่นในเวอร์ชันเปิดตัวก่อน จากนั้นจึงรวมเข้าไปในเวอร์ชันจริง อย่างเช่น เทคโนโลยี Google’s Gear ที่อยู่ใน Chrome นั้นสุดท้ายก็เป็นปลั๊กอินสำหรับ Firefox และ Internet Explorer ซึ่งถึงตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า Gear จะกลายเป็นมาตรฐานใน HTML 5 อย่างแน่นอน

จะว่าไปแล้วทุกอย่างก็ดูดี เว้นเพียงอย่างเดียวคือไมโครซอฟท์เองก็สามารถตีตื้นขึ้นมาขอส่วนแบ่งตลาดบราวเซฮร์กลับคืนไปได้ อย่างถ้าหันกลับไปดูที่ Opera จะเห็นว่า Opera นั้นเป็นผู้เริ่มต้นคิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการบราวเซอร์อยู่เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วก็สู้สายป่านของ Firefox และ Internet Explorer ไม่ได้ ฟีเจอร์ที่ Opera พัฒนาขึ้นอาจจะถูกมองว่าไม่ค่อยสำคัญแต่ท้ายที่สุดก็กลายเป็นมาตรฐานไปเสียแล้ว

ดังนั้นแทนที่จะกลายเป็นหนึ่งในหมากที่ต้องเดินตามผู้ผลิต Schwartz ซึ่งเป็น CEO จาก SUN ระบุว่านักพัฒนาควรจะเลี่ยงการเดินตามเกมสงครามตัวประกัน แล้วหันมาใช้เครื่องมือที่เป็นกลางมากกว่า เพราะนอกเหนือจากเรื่องของฟีเจอร์แล้ว เบื้องหลังจากผู้ผลิตบราวเซอร์บางรายยังอาจจะมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวให้กังวลใจอีกด้วย เพราะบางตัวเก็บข้อมูลของผู้ใช้มากเกินความจำเป็น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลจากด้านธุรกิจในการเดินเกมส์ของบริษัท โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้อย่างเราๆ นี่เองไปทำประโยชน์

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมกราคม 2552

ผู้บริหารจาก Sun Microsystem เปิดเผยเรื่องราวเล็กๆ สำหรับแผนการในอนาคตของการทำโอเพ่นซอร์ส JavaFX ว่าในปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่เหมาะสมในการนำมาใช้สร้าง RIAs (rich Internet applications) สำหรับเดสก์ทอป, อุปกรณ์โมบาย รวมไปถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ

โดยที่ทาง SUN เองก็มีแผนการที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าจะพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สอย่างเป็นรูปธรรม รวมไปถึงการพัฒนาคอมโพเนนท์ JavaFX ซึ่งภายในนั้นก็มีทั้งคอมไพเลอร์ JavaFX และไลบรารีกราฟิกต่างๆ โดยในปัจจุบันนั้นอยู่ภายใต้ไลเซนส์โอเพ่นซอร์ส GPLv2 แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่คอมโพเนนท์ยังมีลักษณะเฉพาะตัวเกินไป ซึ่งทางค่าย Sun เองกำลังพยายามจะเปลี่ยนแปลงในจุดนี้ เนื่องจากมีโค้ดบางส่วนที่มีเรื่องของไลเซนส์เดิมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถเปิดออกมาเป็นโอเพ่นซอร์สได้ ทำให้ Sun ต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อเปลี่ยนโค้ดทั้งหมดให้เป็นโค้ดกลางที่สามารถพัฒนาเข้ามาสู่โอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบได้

โดยทาง Sun กำลังจะเปิดเผยรายละเอียดสำหรับไฟล์ฟอร์แมตชนิดใหม่นี้ที่ใช้สำหรับ JavaFX อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่านักพัฒนาคงจะต้องรอดูกันต่อไป และเชื่อแน่ว่า JavaFX จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในยุคนี้ เพราะตามแผนงานแล้วสำหรับรุ่นเบต้าในแพลตฟอร์มโมบายนั้นจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมีนาคม และเครื่องมือสำหรับออกแบบก็จะออกสู่ตลาดไม่เกินกลางปีนี้อย่างแน่นอน งานนี้คงต้องดูกันต่อไปว่า JavaFX จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ RIA ที่ได้รับความนิยมหรือไม่ หรือจะปล่อยให้ Adobe’s AIR และ Microsoft’s Silverlight ยึดหัวหาดสำหรับตลาดกลุ่มนี้ได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมกราคม 2552

หลังจากที่พบปัญหาช่องโหว่มาพอสมควร ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวถึงตอนนี้ Mozilla ได้ปล่อยแพตช์ตัวใหม่ล่าสุดออกมาพร้อมกันถึง 8 ชุดสำหรับเว็บบราวเซอร์ Firefox โดยสามชุดที่ออกมาเป็นตัวแก้ปัญหาที่ระบุเอาไว้เลยว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องรีบทำอย่างเร่งด่วน โดยประเด็นเรื่องแพตช์นี้ออกมาหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยออกมาแนะนำให้ใช้บราวเซอร์ตัวอื่นแทนที่จะใช้ Internet Explorer 7 รวมไปถึง IE รุ่นก่อนหน้าจากไมโครซอฟท์เนื่องจากมีช่องโหว่ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับระบบ ซึ่งก็แน่นอนว่างานนี้ไมโครซอฟท์ถึงกับนั่งไม่ติดและใช้เวลาเร็วยิ่งกว่าเสกขึ้นมาได้เพื่อออกแพตช์ด่วนที่สุดในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่ง Firefox เองก็ต้องย้อนกลับมาดูตัวเองว่ามีปัญหาอะไรบ้างเช่นเดียวกัน

โดยสองปัญหาหลักที่จำเป็นต้องแก้ด่วนของ Firefox นั้นเกิดขึ้นเพราะว่าเป็นช่องโหว่ที่อาจจะยอมให้แฮ็กเกอร์เข้ามารันสคริปต์แบบครอสไซต์ เพื่อโจมตีเครื่องได้ โดยอาศัยสคริปต์หรือคำสั่งจากเว็บแอพพลิเคชันที่ไม่ควรจะรันได้ในเครื่องอื่นๆ มารันบนเครื่องที่ใช้บราวเซอร์ดังกล่าว ส่วนปัญหาที่สามเกิดจากเอนจิ้นบราวเซอร์ของ Firefox เอง ที่อาจจะส่งผลให้ระบบแครชหรืออาจจะยอมให้ใครคนหนึ่งเข้ามารันโค้ดบนพีซีจากระยะไกลได้ไม่ยากนัก

โดยที่ Mozilla ระบุว่าเป็นช่องโหว่เพียงแค่จุดเดียว ที่อาจจะยอมให้แฮ็กเกอร์เข้ามารันโค้ดได้จากการบราวเว็บตามปกติ โดยแพตช์ครั้งนี้มีออกมาหลายตัวพร้อมกันก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ Mozilla ออกมากล่าวก็คือนี่จะเป็นแพตช์ชุดสุดท้ายที่จะเตรียมเอาไว้สำหรับ Firefox 2 แล้วจะหยุดอัพเดต โดยอัพเดตครั้งนี้ยังถอดเอาฟิลเตอร์ Phishing ใน Firefox 2 ออกไปด้วย เพราะว่าบราวเซอร์ใช้โพรโตคอลที่เก่าเกินไปในการอิมพอร์ตรายการ blocklist สำหรับไซต์ที่เป็น Phishing ซึ่งดึงมาจาก Google โดยผู้ใช้ที่ยังคงใช้ Firefox 2 อยู่ก็จะถูกบังคับให้หันมาใช้ Firefox 3 อย่างไม่มีเงื่อนไข

สำหรับผู้ใช้ที่ใช้ Firefox อยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรนัก เพราะว่ากลไกอัพเดตอัตโนมัติใน Firefox จะโหลดแพตช์ทั้งหมดนี้ให้เอง จากนั้นบราวเซอร์จะเตือนให้ผู้ใช้รีสตาร์ทบราวเซอร์ใหม่ก็เป็นอันเรียบร้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมกราคม 2552

Mozilla Lab เปิดตัวโครงการโอเพนซอร์สตัวใหม่ล่าสุดเรียกว่า Bespin เป้าหมายคือสร้าง web-base IDE ซึ่ง Bspin ยังเป็น prototype อยู่ในตอนนี้ แต่ก้อสามารถใช้งานเป็น IDE ธรรมดาๆ ได้ มีอินเตอร์เฟสสำหรับงานบริการจัดการโครงการ (project management) และมีอิดิเตอร์สนับสนุน syntax hilighting และคุณสมบัติอื่นๆ Bespin framework ใช้สัญญาอนุญาติแบบโอเพนซอร์สและสามารถติดตั้งได้โดยผู้ใช้หรือใครก็ได้บนเซอร์ฟเวอร์ที่ไหนก้อได้ Bespin ใช้เว็บเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานและไม่ได้คุณสมบัติติดกับ Mizilla แต่อย่างใด นั่นหมายความว่าคุณสามามารถใช้ได้กับเว็บบราวเซอร์ที่ตรงตามมาตรฐานได้โดยไม่เกิดปัญหาใดๆ อ้อสำหรับเว็บเบราเซอร์ที่ถือว่านำหน้ามาแรงและตรงตามมาตรฐานที่สุดคงหนีไม่พ้น Firefox 3 และ Webkit

ใน component ของตัว editor เขียนเป็นภาษา JavaScript ซึ่งง่ายในการพัฒนาต่อ และแน่นอนนักพัฒนาสามารถเพิ่มคำสั่งใหม่ๆ ให้กับตัว editor ได้หรือแม้กระทั่งกำหนดสีสำหรับ sytax hilighting ของภาษาต่างๆ ซึ่ง Bespin ในรุ่น prototype มาพร้อมกับความสามารถด้าน sytax hilighting ซึ่งสนับสนุน CSS, JavaScript และ HTML Bspin ใช้ framework อื่นๆ ในการพัฒนาด้วยคือ Prototype และ Scriptaculous. นักพัฒนาหลักของ Bspin ก้อไม่ใช่ใคร คือ Ben Galbraith และ Dion Almaer สองผู้ก่อตั้ง Ajaxian นั่นเอง

ที่มา – arstechnica , Mozilla Lab
 

Mark Shuttleworth ประกาศแผน Ubuntu 9.10 ซึ่งรหัสการพัฒนานี้ชื่อ Karmic Koala ซึ่งนักพัฒนาวางแผนเพิ่มความสามารถของ cloud สำหรับ Ubuntu Server เพิ่มประสิทธิภาพในการ boot ของ Ubuntu Desktop และพัฒนา distro สำหรับ netbook ต่อไป Ubuntu เป็น distro ที่ออกรุ่นใหม่ทุกๆ 6 เดือน ซึ่ง Kamic Koala เป็นรุ่นหลังจาก Jaunty Jackalope (Ubuntu 9.04) ที่จะออกในเดือนเมษายนนี้ ใครเป็นสมาชิก Ubuntu Club ก้อห้ามพลาดนะครับ

สำหรับ Kamic Koala รุ่น Server  Canonical วางแผนพัฒนาให้ Ubuntu Server เป็น distro ระดับ first class ซึ่ง Kamic ถูกวางแผนให้สนับสนุน cloud computing และแน่นอนคือจะมี standard ubuntu server สำหรับ Amazon Machine Image (AMI) ซึ่งเป็น profile ให้เลือกสำหรับผู้ใช้ Amazon EC2 platform และ Ubuntu Server ยังจะซัพพอร์ท Eucalyptus project ด้วย

ที่มา – Arstechnica

สำหรับผู้ที่ทำงานด้านออกแบบ อาจจะคิดไม่ถึงว่าจะมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่สามารถใช้ทดแทนงานที่ตนเองทำอยู่ได้ ซึ่งทาง smashingapps.com ได้หยิบเอามาให้ดูกันครับ ว่ามีซอฟต์แวร์โอเพรซอร์สอะไรบ้าง ที่สามารถใช้ทดแทนซอฟต์แวร์เชิงพานิชที่ใช้กันทั่วไปในฝั่งของงานออกแบบได้ ลองมาดูกันครับ ว่าทางเลือกของเรามีอะไรบ้าง

Jahshaka ทางเลือกสำหรับ Adobe After Effects

สำหรับงานตัดต่อวิดีโอโดยเฉพาะ พร้อมลูกเล่น Effect ต่างๆ พร้อมใช้งาน

CinePaint ทางเลือกสำหรับ Adobe Photoshop

เป็นซอฟต์แวร์ตกแต่งภาพที่ต่อยอดมาจาก GIMP รองรับภาพที่มีคุณภาพสูง เช่น DPX, 16-bit TIFF และ OpenEXR รวมถึงรองรับค่าสีได้ตั้งแต่ 8-bit, 16-bit ไปจนถึง 32-bit

Amaya ทางเลือกสำหรับ Adobe Dreamweaver

ซอฟต์แวร์ Web Editor ที่มีเครื่องมือต่างๆให้เลือกใช้มากมาย ใครเคยใช้ Dreamweaver อยู่ คงต้องลองตัวนี้ดูบ้างครับ (ผมก็ไม่เคย ไว้จะลองดู)

Open Office Draw ทางเลือกสำหรับ Microsoft Visio

โปรแกรมวาดไดอะแกรมอย่างง่าย ที่รวมไว้แล้วในชุด OpenOffice.org สามารถจัดหน้าหนังสืออย่างง่ายได้ด้วย รวมถึงไดอะแกรมที่วาดแล้ว สามารถนำไปใส่ในเอกสารของ Writer ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

Blender ทางเลือกสำหรับ Autodesk 3ds Max

ซอฟต์แวร์ตัวเล็กคุณภาพสูงตัวนี้ ที่จะช่วยคุณสร้างสรรค์ผลงานสามมิติให้เหมือนจริงได้ แม้ว่าการใช้งานอาจจะยากหรือไม่คุ้นเคยบ้าง แต่ก็ไม่ลำบากนักที่จะปรับตัว แถมผลงานที่ได้ก็ไม่ใช่จะด้อยกว่า 3ds Max เสียด้วย

Imgv ทางเลือกสำหรับ ACDSee

ซอฟต์แวร์ดูภาพที่ควบทุกความสามารถ เช่น เดียวกับซอฟต์แวร์ดูภาพอื่นๆ แต่โดดเด่นกว่าด้วยการที่สามารถรันได้บนหลายๆแพลทฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Windows, Linux, BSD, OSX หรืออื่นๆ

Inkscape ทางเลือกสำหรับ Adobe Illustrator

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้วาดภาพ Vector เช่นเดียวกับ Illustrator, CorelDraw หรือ Xara X จุดเด่นคือใช้มาตราฐาน W3C ในการจัดเก็บไฟล์ คือเป็นไฟล์ SVG นั่นเอง

Gimpshop ทางเลือกสำหรับ Adobe Photoshop

อีกหนึ่งซอฟต์แวร์ตกแต่งรูปภาพที่ต่อยอดจาก GIMP โดยที่ Gimpshop จะเหมือนกับ GIMP แทบจะทุกประการ ที่แตกต่างคือ การจัดเรียงเมนูและชื่อเรียกในเมนูต่างๆ ให้ใกล้เคียง Photoshop มากขึ้น ทำให้ผู้ใช้ที่มีพื้นฐานการใช้งาน Photoshop อยู่แล้ว สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น

Xara LX ทางเลือกสำหรับ CoralDRAW

อีกหนึ่งซอฟต์แวร์วาดภาพแบบ Vector ที่เคยเป็ยซอฟต์แวร์ Proprietary มาก่อน อีกทั้งยังเคยเป็นที่นิยมมากๆด้วย ปัจจุบันความสามารถจะพัฒนาไปเป็นอย่างไรแล้วนั้น คงต้องหามาลองเล่นกันดูครับ

Avidemux ทางเลือกสำหรับ Final Cut Pro

อีกหนึ่งซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอ รองรับการตัดต่อวิดีโอจากไฟล์ที่หลากหลาย กับหน้าจอที่ดูใช้งานง่ายมากๆ ซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้โปรแกรมเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น

Pencil ทางเลือกสำหรับ Toon Boom Studio

ใครจะรู้บ้างว่า ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็มีที่ใช้ในการสร้างการ์ตูนด้วย ใครชื่นชอบในการสร้างสรรค์ผลงานอนิเมชั่นไม่ควรพลาดกับโปรแกรมนี้ครับ

ทั้งหมดก็เป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในโลกของนักออกแบบ ยังคงมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอีกหลายตัวที่ไม่ได้หยิบมาแนะนำ ซึ่งอาจจะมีสักตัวที่เป็นตัวที่ถูกใจคุณ ยังไงก็ลองหามาเล่นกันดูครับ

ที่มา: http://www.ubuntuclub.com/node/1272

ช่วงนี้กระแสฮือฮาของ Moblin ของ Intel จางลงไปนิดหน่อย แต่ก็มีข่าวที่น่าตกใจผ่านทาง News Group ของ Fedora ว่า Moblin จะย้ายฐานมาใช้ Fedora แทนที่จะเป็น Ubuntu เรียกได้ว่า Fedora เฮโลเป็นปลื้มกันยกใหญ่ แต่หากเข้าไปดูในเว็บ Moblin เราจะพบว่า Moblin Platform สามารถใช้ได้ทั้ง Ubuntu และ Fedora หรือ Linux ค่ายอื่นๆได้ ไม่ได้โอนเอียงหรือพับฐานไปซบอก Fedora แต่อย่างใด ซึ่งสถานะ Moblin ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็น platform ที่น่าสนใจมาก เพราะ Moblin เองไม่ได้สนับสนุนอุปกรณ์อย่าง MID (Mobile Internet Device), UMPC (Ultra Mobile PC) แต่เพียงอย่างเดียวแล้ว ตอนนี้ Moblin ได้ขยายฐานไปยัง Netbook และ Notebook เรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่า Moblin Platform จะไม่ได้มีเพียง Hildon Desktop อีกต่อไป แต่จะมี Desktop ที่เราคุ้นตาอย่าง Gnome และ Xfce ที่รันอยู่บน Moblin ด้วย ใครว่า Splashtop เป็น Embeded Linux ที่ start แล้วเข้า GUI Desktop เร็วที่สุด ผมขอท้าด้วย Moblin ที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาทีเข้า GUI Desktop แล้วทำงานได้เลย ลองดูวิดีโอข้างล่างครับ

Moblin เป็นเพียงชุดโปรแกรมและไลบรารี เบื้องหลังเป็น Linux kernel และ driver ที่จะสนับสนุน hardware ในแต่ละอุปกรณ์มาดูภาพเฟรมเวิร์ค ข้างล่างกันครับ

ท่านใดสนใจทดลอง หรือพัฒนาโปรแกรมบน Moblin สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บ Moblin.org ครับ  

เมื่อวานมีงานไปช่วยเป็น TA ในการอบรมการใช้งาน OpenOffice.org ให้กับพนักงานของ SIPA โดยที่ สถานที่อบรมนั้น เขาไม่มีเครื่องที่เป็น Windows เลยต้องเป็นอบรมใช้งาน OpenOffice.org บน Ubuntu ไปแทน ซึ่งเป็นผู้ช่วยไม่ค่อยได้ทำหน้าที่เท่าไหร่ เนื่องจากไม่ค่อยมีคนเรียก ไม่ค่อยมีคนติดปัญหากัน จริงๆแล้วก็มี แต่น้อยมาก และปัญหาส่วนใหญ่ที่คนเรียกให้ไปแก้คือ Pidgin มัน Connect MSN ไม่ได้ ทีนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ เวลาคนติดปัญหา แล้วเรียกให้ไปแก้นั้น จะอยู่ตรงที่หน้า Pidgin ที่เป็นหน้า Buddies List แต่ Connect ไม่ติด น่าประหลาดใจมาก เพราะเขาได้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ไปแล้ว

  1. ไปที่เมนู Application เพื่อเรียก Pidgin (รู้ด้วยว่าต้องเป็นโปรแกรมนี้ เข้าใจว่า ฟังจากที่วิทยากรบรรยาย)
  2. Pidgin เปิดหน้าโปรแกรมขึ้นมา
  3. Add Account MSN

น่าสนใจไม๊ครับ คนที่ไม่เคยใช้ Ubuntu มาก่อน สามารถทำมาถึงขั้นตอนนี้ได้ ซึ่งถ้าไม่ติดปัญหาของ Proxy ของห้องอบรม (ผมไปแก้ให้ด้วยการตั้งเป็น No Proxy) แปลว่า ผู้ที่ไม่เคยใช้ Ubuntu มาก่อน สามารถ Chat MSN ได้ โดยรู้เพียงแค่ โปรแกรมที่ใช้ Chat ชื่ออะไร แล้วสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องการคำแนะนำใดๆ

ดังนั้น แปลว่า ในสถานะการณ์ที่บังคับ ทุกคนสามารถใช้ Ubuntu ได้โดยง่าย อาจจะงงๆ หรือไม่คุ้นบ้างเล็กน้อย แต่สามารถปรับตัวได้ด้วยนะยะเวลาอันรวดเร็ว และสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องอ่านคู่มือใดๆ

ถ้าคุณไม่เคยใช้ Ubuntu มาก่อน หรือคิดว่าคุณไม่สามารถใช้งาน Ubuntu ได้ คุณได้ลองใช้งานอย่างจริงจังแล้วหรือยัง เรื่องไม่มีใครสอน หรือความไม่คุ้นเคยนั้น สรุปได้เลยว่า เป็นเรื่องของอคติล้วนๆ

วันนี้ Ubuntu ง่ายกว่าที่คิด อยู่ที่คุณคิดที่จะเริ่ม

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/1271

หลังจากที่รอมานานเกือบปี Zend ได้ประกาศออกรุ่น beta ของ ZendServer แล้ว ซึ่ง ZendServer จะทำหน้าที่เป็น Application Server แบบเต็มตัว ไม่ได้ขึ้นกับ wev server อื่นๆ อีกต่อไป ZendServer ออกแบบมารองรับ PHP Web Application รุ่นใหม่ๆ ที่พัฒนาบน PHP ซึ่ง ZendServer จะผนวกเอาความสามารถของ Zend Core และ Zend Platform เป็นตัวเดียวกัน เพื่อให้ Application ที่พัฒนาบน PHP มีเสถียรภาพมากขึ้น และการ deploy บน Zend Platform ก้อจะจัดการง่ายขึ้นด้วย Zend Server มี feature ดังนี้

  • Fully supported and certified distribution of PHP 5.2
  • Fully supported Zend Framework 1.7 release
  • Integrated native installers (RPM/DEB/MSI)
  • Web-based administration Interface
  • Comprehensive out-of-the-box database connectivity
  • Powerful PHP monitoring capabilities to identify problems and help fix them quickly
  • URL-based output caching required by today’s modern web applications
  • Zend Optimizer+ – byte code cache to boost application performance
  • New "Guard Loader" to enable processing of Zend Guard encoded files

อ้อและที่สำคัญ ZendServer มี Community Edition ด้วย ใครที่พัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย PHP หรือ ZendFramework อยู่แล้วพลาดไม่ได้นะครับ สำหรับสาวก Zend ดาวน์โหลด ZendServer ได้ที่ http://www.zend.com/en/downloads/ ครับ