บริษัท ดับเบิลยูทีอีซี จำกัด ร่วมกับ Intel และ SIPA ร่วมจัดงาน Linux Technology gives a better Performance for less cost ณ โรงแรม The Landmark Bangkok โดยในงานได้นำเสนอ OS Linux สายพันธ์เอเชีย มีชื่อว่า “Asianux” Linux Platform ชั้นนำของ Open Source อีกดิสทริบิวชั่นหนึ่งแห่งภูมิภาคเอเชีย โดยเกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Linux Vender ชั้นนำแถบภูมิภาคเอเชีย Red Flag ประเทศจีน, Miracle Linux ประเทศญี่ปุ่น, Haansoft ประเทศเกาหลี, Vietsoftware ประเทศเวียดนาม และ WTEC ประเทศไทย ซึ่งมีประสิทธิภาพและความเสถียรภาพในการทำงานสูงทัดเทียมกับ Linux ดิสทริบิวชั่นของทางฝั่งอเมริกา และฝั่งยุโรป นอกจากนี้ Asianux ได้ผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนและได้รับการสนับสนุนและรับรองจาก Certification Partner Program (ISV/IHV) ทางด้าน Software และ Hardware จึงทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความเสถียรภาพของระบบสูงสุดด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยลง นอกจากนี้ทาง Partner ได้นำ Solution ที่ใช้ Linux ในการ Implement มาร่วมโชว์ในงาน อาทิ เช่น Software Back up, VoIP, Mail Collaboration ที่ปัจจุบัน Solution ต่าง ๆเหล่านี้สามารถช่วยลดต้นทุนขององค์กรได้อย่างมาก

การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะนำผลิตภัณฑ์ และ Solution ทางด้าน Linux มาแนะนำให้กับองค์กรที่สนใจแล้ว อีกทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และผลักดันผลิตภัณฑ์ทางด้าน Open Source เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานมากขึ้น

 

ห่างหายจาก Rational Rose มาพอสมควรระยะหลังนี้ไม่ค่อยได้เขียนโปรแกรมสักเท่าไร พอจะกลับมาเขียนอีกรอบก็หยิบหาเครื่องมือที่คุ้นเคยอย่าง Rational Rose ก็คนมันขาดไม่ได้นี่ครับ แต่เวรกรรมมีจริงกล่องและคู่มือ Rational Rose มีครับ แต่แผ่นมันหายไปไหน??? โดนขโมยอีกแล้ว จะเก็บตังค์ซื้อตอนนี้คงไม่ไหวแล้วครับ หาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาใช้ดีกว่า ลองนึกๆ ดูว่าเมื่อ 6 ปีที่แล้วมีซอฟต์แวร์เขียน UML อะไรบ้าง? ติ๊กต็อกๆ อ้อ AgroUML เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เขียน UML ได้ง่ายมากๆ แต่ว่ามัน Java มากๆ แถมหน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร ดูเอาละกันครับ :)

Screenshot-ArgoUML

ลองถาม Google ดูว่าลูกพี่เขารู้จักซอฟต์แวร์เขียน UML อะไรบ้าง? ก็ได้คำตอบดังนี้ครับ StarUML

Screenshot-StarUML

อยากรู้ว่าดียังไง? ต้องลองครับ :) ดาวน์โหลดได้ที่ http://staruml.sourceforge.net/en/

 

ก็ ใกล้เวลาของการออกเวอร์ชั่นของ Ubuntu 9.04 ภายใต้ชื่อ Jaunty กันแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่า จะต้องมีกิจกรรม Release Party เช่นเดียวกับที่เคยมีในทุกๆเวอร์ชั่น โดยในครั้งนี้ เราจะจัดกันในวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. 52 ที่จะถึงนี้ โดยมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายครับ ท่านที่สนใจจะไปร่วมกิจกรรม สามารถติดตามข่าวสารที่หน้าเว็บไซต์ของ ubuntuclub.com ได้ครับ

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/1323

มีภาพหลุดจาก Chantra 4 มายั่วน้ำลายกันอีกแล้ว เมื่อวาน @gumara เพิ่งจะ commit ไฟล์ลงใน SVN ที่ google code มีภาพปกซีดี Chantra 4 ครบชุด แต่เป็นภาพ draft นะครับ เลยเอามาให้ดูกันว่า ปก Chantra 4 รหัสพัฒนา "青い空" หน้าตาเป็นอย่างนี้แหละครับ

 

chantra4-13

 

chantra4-14

 

ช่วงนี้ทีมงาน Thai Open Source นั่งปั่นงานพัฒนา Chantra 4.0 ซึ่งจะต้องส่งต้นฉบับกันเร็วๆ นี้ Chantra เป็นโครงการรวบรวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สบนวินโดวส์ที่คัดเลือกแล้วว่ามีประโยชน์สามารถใช้ในงานด้านต่างๆ ได้ เช่น ชุดโปรแกรมสำหรับออฟฟิส โปรแกรมตกแต่งภาพ โปรแกรมเพื่อการเรียนรู้ หรือแม้กระทั่งชุดโปรแกรมเพื่องานพัฒนาซอฟต์แวร์ Chantra แบ่งหมวดของซอฟต์แวร์ไว้ 8 หมวดหมู่ คำถามคือ Chantra 4.0 มีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่มีเวอร์ชั่นใหม่บ้าง? ใบ้ให้ว่าหลายตัวเลยครับ ตอบถูก 5 ท่านแรกรับรางวัล เข็มกลัด Thai Open Source สุดเท่ห์ ไปเลย ติดตามรายชื่อผู้โชคดีวันจันทร์หน้า และติดตามคะแนนสะสมและวิธีการรับของรางวัลได้ที่ หน้า TOSS Quiz ครับ

ภาพหลุด Chantra 4.0 ออกมาแล้ว Chantra เป็นซีดีรวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับวินโดวส์ และคงแนวคิดเดิมคือ อนุญาตให้คัดลอกได้ไม่จำกัด @gumara บอกมาอย่างนี้ สำหรับ Chantra จะออก release ทุกๆ 1 ปี ใน 1 ปีจะออก 3 ครั้ง สำหรับปีนี้ขึ้นเลข 4.0 แล้วครับ สำหรับซอฟต์แวร์ใน Chantra ก็มีซอต์แวร์ตัวใหม่ๆ ได้แก่ XAMPP, Drupal, Infrarecorder เป็นต้น แอบนับซอฟต์แวร์รวมๆ มาแล้วก็กว่า 35 โปรแกรมน่ะ และเช่นเลย Chantra 4.0 แบ่งหมวดหมู่ซอฟต์แวร์ดังนี้

  1. Office
  2. Internet
  3. Utilities
  4. Education
  5. Web development
  6. Multimedia
  7. Graphics
  8. Entertainment      

สำหรับหน้าตาแบบเค้าร่างของ Chantra 4 เป็นแบบนี้ครับ
 

chantra4_11

 

หน้าตาออกแนวๆ OpenDisc นะครับ เอ้าเอาเป็นว่าคงต้องรอสีกปลายเดือนเมษายนคงจะได้เห็นตัวเป็นๆ ของ Chantra 4 ครับ :)

เป็นอีกเรื่องที่คุยกันได้ยาว ว่าลีนุกซ์ไปกระทุ้งโดนไมโครซอฟต์เข้าอีกแล้ว เพราะว่าส่วนแบ่งตลาดของ netbook ส่งผลให้ลีนุกซ์พุ่งแรง แซงไมโครซอฟต์ไปได้ แต่เชื่อไหมว่านั่นเป็นแค่ราคาคุยไปเสียแล้ว เพราะว่าวันนี้กว่า 90% ของ netbook ที่ปล่อยออกไปล้วนแต่ใช้ windows ทั้งนั้น เพราะจากข้อมูลเดิมในปีที่ผ่านมาพบว่า ผู้ผลิต netbook รายใหญ่อย่าง Acer Inc. และ Asustek Computer Inc. ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสำหรับ netbook อยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์นั้น ต่างก็ใช้ลีนุกซ์บนโน้ตบุ้กรุ่นราคาต่ำถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน แต่นั่นกลายเป็นอดีตไปซะแล้ว เพราะว่าจากข้อมูลใหม่พบว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของ netbook ที่ขายออกไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมานั้น กลับกลายมาใช้ Windows ไปเสียนี่ แม้ในช่วงลดราคาปลายปีที่ลดแลกแจกแถมกันทุกอย่าง ยอด netbook ที่ใช้ลีนุกซ์ก็ยังไม่ค่อยขยับ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยอดขาย netbook ที่มาพร้อมกับลีนุกซ์นั้นมีสัดส่วนที่สูงกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้สูงมากถึงในระดับ 90 เปอร์เซ็นต์

จะว่าไปแล้วถ้าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่ายอดขาย netbook จะไม่ส่งผลต่อไมโครซอฟต์เลยใช่ไหม จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพราะว่า netbook ยังเป็นปัญหากวนใจไมโครซอฟต์อยู่เช่นเดิม เพราะปัญหาใหญ่ก็คือไมโครซอฟต์ได้ค่าลิขสิทธิ์ Windows ที่มาพร้อมกับ netbook ในราคาต่ำกว่าที่ปล่อยให้กับเครื่องพีซี หรือโน้ตบุ้ก อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อ netbook ยังไม่ยอมซื้อ Microsoft Office อีกด้วยนี่สิ ไมโครซอฟต์ถึงกับกุมขยับกับยอดตัวเลขที่หายไปอยู่เหมือนกัน แต่จะว่าไปแล้วเพียงเท่านี้ไมโครซอฟต์คงไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก เพราะอย่างน้อยคนที่ใช้ netbook ก็คงจะต้องมีพีซีหรือโน้ตบุ้กใช้งานอย่างน้อยหนึ่งเครื่องแน่นอน ว่าไหมล่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมีนาคม 2552

ผู้ผลิตในกลุ่มโอเพ่นซอร์สอย่าง Ingres และ Alfresco ต่างร่วมมือกันเพื่อพัฒนา software appliance ซึ่งจะรวมเอาฐานข้อมูล Ingres เข้ากับแพล็ตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลของ Alfresco โดยหวังว่าการร่วมมือกันนี้จะทำให้เกิดเครื่องมือที่เป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจาก Microsoft SharePoint

จะว่าไปแล้วทั้งคู่ก็รวมผลิตภัณฑ์เข้าไว้ด้วยกันมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้กำลังจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งโดยเล็งว่าจะพัฒนาไปสู่เครื่อง Appliance ซึ่งจะใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ และติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ทั่วไปได้ เพราะจากการตอบรับของผู้ใช้พบว่าลูกค้าต้องการเข้าสู่ระบบและทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยที่เครื่อง Appliance นั้นจะเป็นศูนย์รวมให้ลูกค้าทำงานที่จุดเดียว ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนนี้ Ingres จะให้บริการ

ซึ่งล่าสุด BI Appliance จาก Ingres ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์จาก JasperSoft ทำให้บริษัทเห็นว่า Appliance นั้นเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ง่ายกว่าในการนำเทคโนโลยีไปสู่ลูกค้า เพราะหลาย ๆ บริษัทไม่จำเป็นต้องมองหาฐานข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม แต่แทนที่บริษัทจะขยับตัวไปเป็นคู่แข่งกับ SharePoint กลับกลายเป็นว่า Alfresco นั้นรองรับทั้งโพรโตคอลของ Office และ SharePoint ซึ่งเมื่อ SharePoint นั้นทำงานร่วมกับชุดแอพพลิเคชัน Office ดังนั้นโพรโตคอลนี้จึงช่วยให้ Alfresco ทำงานอยู่เบื้องหลังได้อย่างสมบูรณ์

โดยงานนี้ Ingres จะคิดราคาต่อซีพียูอยู่ที่ 32500 ดอลลาร์ สำหรับบริการ Support ต่อปีของเครื่อง Appliance ซึ่งซีพียูในที่นี้จะนับจำนวนต่อซ๊อกเก็ต เทียบกับที่บริษัทคิดราคา 8000 ดอลลาร์ต่อซ๊อกเก็ตเช่นกันสำหรับผลิคภัณฑ์ฐานข้อมูล งานนี้จึงดูเหมือนกับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้ใคร แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าจะมีเทคโนโลยีใดบ้างกันแน่ ที่จะรองรับการทำงานได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมีนาคม 2552

ค่อนข้างชัดเจนว่า Ubuntu รีลิสใหม่ที่กำลังจะออกมาในเดือนตุลาคมนี้จะสนับสนุน cloud computing อย่างแน่นอน โดย CEO จาก Canonical อย่าง Mark Shuttleworth แจ้งผ่านทางอีเมล์ไปยังนักพัฒนา Ubuntu ไปเรียบร้อยแล้ว โดยใน Ubuntu 9.10 รุ่นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ที่มีชื่อเรียกว่า Karmic Koala จะสนับสนุน EC2 ซึ่งเป็นบริการ cloud computing ที่ทำงานโดย Amazon Web Services และ Amazon Machine Images(AMIs) ทำให้ง่ายสำหรับแอพพลิเคชันต่าง ๆ ที่ต้องการทำงานแบบ cloud เพื่อทำงานร่วมกันกับเครื่องอื่น ๆ โดยใช้คอนฟิกูเรชันเดียวกัน

โดยสำหรับ EC2 จาก Amazon นั้นยังสนับสนุน Windows Server 2003, OpenSolaris และระบบปฏิบัติการลีนุกซ์อีกหลายตัวด้วยกัน ซึ่งก็รวมไปถึง Red Hat Enterprise Linux และ Oracle Exterprise Linux อีกด้วย โดยสำหรับทางค่ายไมโครซอฟต์เองนั้นก็มีแผนที่จะพัฒนาโฮสสำหระบบริการ Cloud computing เช่นเดียวกันภายใต้ขื่อ Azure ซึ่งวางแผนว่าจะเปิดใช้งานได้จริงในช่วงปลายปีนี้ งานนี้จึงดูเหมือนว่า Ubuntu จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนให้คู่แข่งหลายรายจะต้องขยับตัวกันเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองรองรับการทำงานเช่นเดียวกัน

นอกจาก EC2 แล้ว Kosmic Koala ยังสามารถทำงานร่วมกับ Eucalyptus ซึ่งเป็นเครื่องมือแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งจะช่วยให้เอ็นเตอร์ไพรส์สามารถสร้างการคำนวณแบบ cloud ในรูปแบบเดียวกันกับ EC2 ภายในศูนย์ข้อมูลของตัวเองได้ทันที นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการบริหารจัดการพลังงานในศูนย์ข้อมูลได้ดีขึ้น ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานได้เมื่อไม่มีภาระงาน และสามารถกลับสู่การทำงานได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีภาระงานเพิ่มขึ้น รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนการติดตั้งทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างอิสระเช่นกัน

สำหรับ Ubuntu นั้นจะมีการอัพเดทหลักปีละ 2 ในช่วงเดือนเมษายนและตุลาคม โดยครั้งล่าสุดที่ผ่านมาเน้นไปที่การทำงานกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ง่ายขึ้นทั้งการใช้งานและการคอนฟิก อีกทั้งยังมีการปรังแต่งอินเทอร์เฟซให้ง่ายต่อการใช้งานอีกด้วยโดยเน้นไปที่ netbook โดยเฉพาะ ส่วนที่กำลังจะอัพเดทในเมษายนนี้จะเน้นไปที่การลดเวลาการบูต netbook ให้เหลือเวลาไม่เกิน 25 วินาที รวมทั้งยังลดเส้นแบ่งระหว่างแอพพพลิเคชันเดสก์ทอปและเว็บเบสให้เหลือน้อยลงอีกด้วย

สำหรับในส่วนของเดสก์ทอปนั้นนอกจากจะมีการพัฒนาให้บูตเร็วขึ้นแล้ว ยังเพิ่มสกรีนในจังหวะบูตและล๊อกออนให้ดูดีขึ้น อีกทั้งยังมีการออกแบบใหม่ให้รองรับฮาร์ดแวร์ได้มากขึ้น และมีอินเทอร์เฟซที่ปรับมาเฉพาะสำหรับจอภาพขนาดเล็กอีกด้วย แต่นั่นเป็นแค่แผนงานซึ่งก่อนจะเริ่มลงมือกันจริงจังก็จะมีการประชุมทีมพัฒนากันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมีนาคม 2552

เพิ่งจะมีผลงานร่วมกัน หลังจากที่ Garmin และ Asus ได้มาร่วมงานกัน โดยคราวนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนพร้อมกันถึงสองรุ่นเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเหตุในการเปิดตัวพร้อมกันถึงสองรุ่นนั้นคงไม่ได้อะไรมากไปกว่า การเดินเกมส์ไปควบคู่กันระหว่างโลกโอเพ่นซอร์สและโลกไมโครซอฟต์ เพราะหนึ่งในนั้นเลือกใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ส่วนอีกรุ่นก็ใช้ Microsoft Windows Mobile 6.1 Professional

โดยหากย้อนไปเมื่อช่วงต้นปีที่มีการควบรวมกันระหว่าง Garmin และ Asus นั้นบรรดาบอสของทั้งสองบริษัทต่างเห็นตรงกันว่าบริษัทมีแผนจะพัฒนาสมาร์ทโฟนออกมาด้วยโอเอสทุกแบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมไปถึง Android จาก Google ด้วยเช่นกัน โดยทั้งสองรุ่นจาก Garmin นั้นก็คือ Nuvifone G60 และ Nuvifone M20 ซึ่งทั้งคู่นั้นมีการพัฒนามาก่อนแล้วระยะหนึ่ง โดยเน้นไปที่ฟีเจอร์เด็ด ๆ นอกเหนือจากความเป็นสมาร์ทโฟนตรงที่ฟีเจอร์ GPS ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของ Garmin เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนจาก Garmin นั้นอยู่ที่บริการระบุตำแหน่งที่มีอยู่ในอุปกรณ์ทั้งสองรุ่น โดยรวมเอาทั้งแผนที่และข้อมูลจุดที่น่าสนใจต่าง ๆ เอาไว้ อกีทั้งยังมีข้อมูลเส้นทางและสถานที่ใกล้เคียงมาให้อีกด้วย

โดยฟีเจอร์หนึ่งที่ทำให้ GPS จาก Garmin เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจก็คือความสามารถในกีรใช้กล้องถ่ายรูปเพื่อบันทึแกภาพถ่ายเก็บเอาไว้ร่วมกับข้อมูล GPS ทำให้สามารถจดจำสถานที่ได้โดยง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็น Nuvifone รุ่นเก่าหรือใหม่ก็ตาม นอกจากนั้นแล้วก็ยังบันทึกวันเวลาที่เก็บภาพเอาไว้ให้อีกเช่นกัน
สำหรับ Nuvifone M20 นั้นจะมีจอภาพแบบทัชสกรีนขนาด 480X640 และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.1 Professional และมีหน่วยความจำแบบแฟลชขนาด 4 หรือ 8GB และยังมีชุดซอฟต์แวร์ Microsoft Office Mobile มาให้อีกด้วย สำหรับทางด้านการสื่อสารนั้นสนับสนุนทั้ง GSM และ 3G รวมทั้งยังรองรับการสื่อสารข้อมูลผ่านทาง HSDPA และ Wifi อีกด้วย

ส่วนในรุ่น Nuvifone G60 ที่ชิงเปิดตัวไปก่อนหน้านี้นั้น จะมีจอภาพใหญ่กว่าอยู่ที่ 3.55 นิ้ว ที่ความละเอียด 272X480 และใช้ลีนุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการ โดยมีหน่วยความจำขนาด 4GB และกล้องดิจิตอล 3.0 เม็กกะพิกเซล

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมีนาคม 2552