ระบบปฎิบัติการ PCLinuxOS 2009.1 Release พร้อมให้ผู้สนใจใช้งานทดสอบแล้ว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552 ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศไทย ทางทีมงาน Texstar และ Ripper Gang ได้ปล่อย PCLinuxOS 2009.1 Release ให้ผู้สนใจได้ Download ไปใช้กัน โดยในเวอร์ชั่นนี้ได้มีการนำ Driver ต่าง ๆ รวมเข้าไปใน Kernel

เพื่อให้ผู้ใช้งาน Linux ใช่งานร่วมกับ Hardware ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ PCLinuxOS 2009.1 รู้จัก Hardware มากขึ้น อาทิเช่น Wireless Card VGA Nvidia 3D & ATI เป็นต้น และได้มีการอัพเดทโปรแกรม
ต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น

      – kernel 2.6.26.8tex3                            – Frostwire
      – KDE 3.5.10                                       – KTorrent
      – OpenOffice.org 3.0                           – Amarok
      – Firefox 3.0.7                                     – Flash 
      – Thunderbird 2.0.0.17                        – Java JRE
      – Compiz Fusion 3D a                         – Gimp และอื่น ๆ อีกมากมาย

snap03
                         รูปแสดงหน้าจอตัวอย่าง PCLinuxOS 2009.1 Release

snap02                   
รูปแสดงหน้าจอการใช้งานภาษาไทย PCLinuxOS 2009.1 Release

snap01                   
รูปแสดงหน้าจอการใช้งานภาษาไทย PCLinuxOS 2009.1 Release

   ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบ PCLinuxOS 2009.1 Release ได้โดยสามารถ Download ไฟล์ ISO เพื่อใช้ในการทดสอบได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงใน Harddisk ได้เนื่องจาก PCLinuxOS 2009.1 Release ออกแบบมาในรูปแบบ Live CD โดยผู้สนใจสามารถ Download และทดลองใช้ผ่าน CD ได้ และหากพอใจและมั่นใจผู้ร่วมทดสอบก็สามารถติดตั้ง PCLinuxOS 2009.1 Release ลงสู่ Harddrive ได้
 

     สำหรับคนไทยผู้สนใจคุณสามารถ Download PCLinuxOS 2009.1 Release ได้จาก mirror.in.th (มิเรอร์แห่งชาติ) หรือ PCLinuxClub Mirror (ชุมชนผู้ใช้ PCLinuxOS ในประเทศไทย) และในเวอร์ชั่นนี้ Texstar และ Ripper Gang ได้เอาใจผู้ใช้โดยออก Version สำหรับ
KDE และ Gnome

pclinuxos-2009.1.iso
(696.4MB, MD5). mirror แห่งชาติ
pclinuxos-gnome-2009.1.iso (696.4MB, MD5). mirror แห่งชาติ

pclinuxos-2009.1.iso (696.4MB, MD5). mirror PCLinuxClub
pclinuxos-gnome-2009.1.iso (696.4MB, MD5). mirror PCLinuxClub

    หากท่านสนใจที่จะ Download PCLinuxOS 2009.1 Release  เพื่อทดสอบสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mirror ที่ให้บริการ Download และหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมใด้ที่ release announcement

ในบรรดาซอฟต์แวร์สำหรับทำงานสามมิติ คงต้องยอมรับว่า โปรแกรม 3ds Max นั้นเป็นโปรแกรมที่เป็นที่นิยมอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง 3D Model หรือแม้กระทั่ง 3D Animation ก็ตาม

Blender
Available for: windows mac linux unix
โปรแกรม Blender3d ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับ 3ds Max นอกจากความสามารถที่เทียบเท่าแล้ว Blender ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการ ตัดต่อภาพยนต์ได้ในตัว หรือความสามารถของ Game Engine ก็ตาม เรียกว่าคุณสมบัติแน่นขนัดในขะที่โปรแกรมมีขนาดเพียง 10MB เท่านั้น
blender-theme

ที่มา: http://www.osalt.com/3ds-max

อ่ะเจอคำถามจากพี่วิทย์ ใน Quiz #04 งงกันไปเลย gobuntu กะ ubuntu ต่างกันยังไง? เท่าที่ดูจากคำตอบคร่าวๆ ก็ถูกกันไปหลายคนครับ เดี๋ยวเย็นนี้มาสรุปกันว่ามครจะได้คะแนนและรางวัลกันไปบ้าง อย่าลืมครับวันอังคารนี้เรามีนัดกับเกมส์ Quiz #05 คราวนี้เป็นคิวคำถามจาก @gumara จาก Ubuntu Club เช่นเคย คำถามเป็นคำถามสั้นๆ คิดว่าใครตามข่าวคราว Ubuntu น่าจะทราบ (หรือเปล่า?) ใบ้ให้นิดหน่อย คำถามเกี่ยวกับ วัน-เดือน-ปี อ๊ะ!! วันเกิดน้อง tag น่ารักหรือเปล่า?

ต้องอดใจรอ คำถามจาก @gumara ครับ !!! น่าจะเป็นคำถาม level 2 นะครับ เพราะเท่าที่ทราบ @gumara ไม่เคยตั้งคำถามง่ายๆ อย่าง level 1 นี่ง่ายไปครับ อ้อลืมไปครับ สำหรับผู้ที่ร่วมเล่นเกมส์ กติกาง่ายๆ สมัครสมาชิก Thai Open Source กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และล็อกอินก่อนตอบคำถาม และเช่นเคยตอบครบ 12 ครั้ง รับรางวัลเล็กๆ 12 ชิ้นและรางวัลใหญ่ไปเล้ยยย

บก.ปศท.ยอมรับตามหลังพวกกระทำเรื่องอาชญากรรมตลอด เพราะเป็นฝ่ายป้องกัน ขณะที่อาชญากรเป็นฝ่ายคิดและทำ ย้ำตามจับการละเมิดลิขสิทธิ์ยุคนี้ยากมาก โจรรู้ช่องโหว่กฎหมาย ประกาศปีนี้ดำเนินการเชิงรุกบุกจับอย่างจริงจัง เผย 2-3 เดือนของปีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การจับกุมซอฟต์แวร์เถื่อนองค์กรธุรกิจ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ส่วนปีที่ผ่านมามูลค่าการจับกลุ่มประมาณ 170 ล้านบาท
      
พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปศท.) กล่าวว่า ปีนี้ตำรวจจะดำเนินการอย่างจริงจังกับการเข้าตรวจค้นบริษัทละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์องค์กร หลังจากมีการประกาศไว้เมื่อเปิดตัวโครงการรวมใจใช้ซอฟต์แวร์แท้แห่งชาติปี ที่ 2 ว่าจะกำจัดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ให้หมดไปจากประเทศไทย โดยบุกเข้าตรวจค้นห้างร้านหลายแห่งในไตรมาสแรกปีนี้ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์
      
ในช่วง 2-3 เดือนแรกของปีนี้ ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปสู่การจับกุมซอฟต์แวร์เถื่อนมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ซึ่งมีบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติในหลายหลากกลุ่มธุรกิจถูกดำเนินคดี ส่งผลให้ผู้บริหารของบริษัทอาจต้องรับโทษปรับและโทษจำคุกตามกฎหมาย ส่วนปีที่ผ่านมามีการจับกุมคิดเป็นมูลค่ากว่า 170 ล้านบาท
      
บริษัท ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการผลิตเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในเป้าหมายของการ ตรวจค้นขณะนี้ ตำรวจได้รับเบาะแสจำนวนมากจากพนักงานของบริษัทหรือผู้จัดการแผนกไอที และตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้จะมีการเข้าตรวจค้นบริษัทในทุกภาคของประเทศ ทั้งเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ
      
พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ บก.ปศท. กล่าวว่า การปราบปรามทรัพย์สินทางปัญญาทางรัฐบาลกำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่ง ปราบปรามและกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทาง บก.ปศท.ก็รับมาปฏิบัติการเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกเรื่อง โดยเฉพาะซอฟต์แวร์จะมีการร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทนเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ถ้ามีการสืบสวนจนแน่ชัดก็จะพร้อมเข้าไปดำเนินการจับกุมทั่วประเทศ
      
สำหรับแผนเชิงรุกจะดำเนินการใน 3 เรื่องหลักคือ

1.การให้ความรู้กับผู้ใช้และประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการกระทำที่ถูกกฎหมาย

2. การให้รางวัลนำจับซึ่งมีอยู่แล้ว

3.ร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องตรวจค้นมากขึ้น เพราะคดีการละเมิดลิขสิทธิ์จะทำโดยลำพังไม่ได้ ต้องทำงานร่วมกับเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์
      
รองผู้บังคับการ บก.ปศท. กล่าวว่า เป้าหมายในการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์องค์กรบก.ปศท.ตั้งไว้ว่าจะ สามารถสืบสวนได้เดือนละประมาณ 5 บริษัท หรือประมาณ 60 บริษัทในสิ้นปีนี้ แต่การจับกุมก็ขึ้นอยู่กับการแจ้งของเจ้าของลิขสิทธิ์หากแจ้งจับมากก็จับได้ มาก แจ้งน้อยก็จับน้อย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการจับกุมซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสมากสุดเพราะมีอยู่ทุกเครื่อง รองลงไปคือไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ และซอฟต์แวร์ออกแบบ
      
แต่การจับกุมในยุคนี้ทางบก.ปศท.ยอมรับว่า ยากมาก เพราะผู้กระทำผิดอาศัยช่องโหว่กฎหมายเป็นช่องทางทำมาหากิน เนื่องจากมีฎีกาออกมาว่ามีการล่อซื้อกับการล่อให้กระทำผิด ทั้งนี้ หากเป็นการล่อให้กระทำผิดศาลจะยกฟ้องทุกราย อย่างทุกวันนี้ผู้ค้าของผิดกฎหมายติดประกาศเลยว่าไม่ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิด ลิขสิทธิ์ในเครื่องให้ แต่ขายอย่างเดียว เพราะหากเข้าไปล่อซื้อแล้วขอให้เขา
ติดตั้งซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายให้ถือว่าเป็นการล่อให้กระทำผิด ถ้าฟ้องศาลก็มีการยกฟ้อง ซึ่งทำให้เป็นอะไรที่ยากขึ้น นอกจากนี้ผู้ค้าก็เริ่มรู้ว่าใครเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเจ้าพนักงานมีคนไม่มากเท่าไหร่

ที่มา : CYBER BIZ –Manager Online

นับเป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟต์มีการแจกจ่ายโค้ดให้กับโปรเจ็กโอเพ่นวอร์ส Apache ซึ่งทำให้เห็นว่านโยบายต่าง ๆ ของบริษัทนั้นค่อนข้างจะอ่อนลง และจุดยืนของบริษัทเรื่องเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับโอเพ่นซอร์สมากยิ่งขึ้น

โดยล่าสุดไมโครซอฟต์ออกมาระบุว่าจะมีการพัฒนาโปรเจ็ค Stonehenge ซึ่งเป็นการสร้างชุดแอพพลิเคชันตัวอย่างในการพัฒนา SOA โดยอาศัยโพรโตคอลมาตรฐานอย่าง W3C และ OASIS ซึ่งทั้งสองนั้นเป็นกลุ่มหลักที่กำหนดทิศทางและมาตรฐานเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้าง SOA ขึ้นมา

โดย SOA นั้นจะอ้างกลับไปถึงสถาปัจยกรรมไอที รวมไปถึงความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ที่ออกมาโดยแยกฟังก์ชันของแอพพลิเคชันออกจากกันให้สามารถทำงานข้ามกันได้ในรูปแบบของเซอร์วิส ส่งผลให้นักพัฒนามีความยืดหยุ่นและสามารถใช้ชุดโค้ดดังกล่าวในหลาย ๆ โปรแกรมอย่างไม่อยากนัก โดยมาตรฐานนับเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานของ SOA เพราะจะช่วยให้การสร้างชุดเซอร์วิสต่างๆ นั้นทำงานได้ในแอพพลิเคชันเดียวกัน และสามารถส่งผลหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ผ่านทางโพรโตคอลมาตรฐาน

สำหรับข้อมูลจากเว็บของ Apache นั้นระบุว่า Stonehenge ถูกวางตัวเอาไว้เป็นชุดตัวอย่างที่นักพัฒนาสามารถใช้สร้างแอพพลิเคชันเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ โดยมีการสื่อสารและแยกกันชุดเจนระหว่างโพรโตคอลและโครงสร้างพื้นฐานของซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะจำลองการทำงานร่วมกันระหว่างแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ กันเพื่อช่วยค้นหาจุดที่อาจจะเกิดปัญหาในระหว่างขั้นตอนการทำงานข้ามระบบกันนั่นเอง

ที่ผ่านมาในช่วงหลายปีมานัก ไมโครซอฟต์ดูจะค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์กับการพัฒนาของกลุ่มโอเพ่นซอร์ส มากขึ้นเรื่อย ๆ และให้การสนับสนุนที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน โดยสำหรับโปรเจ็คร่วมกับ Apache นั้นเมื่อปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟต์สนับสนุนงบบริจาคให้กับโครงการโอเพ่นซอร์ส Apache ถึง 100000 ดอลลาร์เลยทีเดียว หลังจากนั้นไม่นานก็มีการประกาศสนับสนุนโครงการ Stonehenge แต่ยังไม่ได้มีการตกลงกันถึงรื่องค้ดในตอนนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มีการเปิดโค้ดให้ใช้งานกันได้อย่างอิสระเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

เกือบครึ่งหนึ่งของนักพัฒนาที่กำลังทำโปรเจ็กทางด้านโอเพ่นซอร์สนั้น ต่างก็ต้องการให้แอพพลิเคชันของตนเองมีความสามารถในการทำงานเป็นเว็บเซอร์วิสด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งวิธีการที่ใช้กันอยู่เป็นส่วนใหญ่เห็นจะหนีไม่พ้นการหันมาใช้บริการจากผู้ให้บริการ cloud โดยจากข้อมูลการสำรวจของ Evans Data พบว่ามีนักพัฒนาถึงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังเดินในเส้นทางนี้อยู่ โดยถ้าแบ่งออกเป็นกลุ่มแล้วพบว่า มีถึงกว่า 29 เปอร์เซ็นต์ที่วางแผนจะใช้เอนจิ้น Google App Engine ส่วนอีกประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์นั้นเลือกที่จะไปใช้บริการของ Amazon ส่วนที่เหลือนั้นเลือกใช้บริการ Cloud จากผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft รวมไปถึง Salesforce และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

สาเหตุหลักข้อหนึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากพลังงานที่ต้องการ พนักงานที่ต้องเพิ่มขึ้น รวมถึงทรัพยากรจากศูนย์ข้อมูล รวมไปถึงการสร้างธุรกิจใหม่ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแต่เป็นปัญหาให้กับองค์กรทั้งสิ้น การขยับเอาทั้งโครงสร้างพื้นฐานและแอพพลิเคชันของบริษัทไปใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่น ๆ จึงดูเป็นทางออกที่ดีกว่าและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า โดยบริษัทส่วนใหญ่ถึงขนาดนำเอาโมเดลนี้ไปใช้ไม่เพียงแค่เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเพิ่มความสามารถในการคำนวณที่สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

สำหรับในแชนแนลอื่น ๆ นั้นพบว่าแอพพลิเคชันโอเพ่นซอร์สกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ยังมีการกระจายผ่านทางช่องทางของ OSS มากกว่าช่องทางอื่น ๆ ซึ่งถ้าหากมีการกระจายแอพพลิเคชันผ่านทางร้านค้าแอพพลิเคชันโมบายนั้นก็อาจจะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ได้เช่นกัน

จากข้อมูลการสำรวจพบว่ามีนักพัฒนาโอเพ่นซอร์สมากกว่า 360 รายที่เกิดใหม่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2008 และพบว่ากว่า 52 เปอร์เซ็นต์ใช้ลีนุกซ์ทำงานบนเวอร์ชวลแมชีน และแน่นอนว่า MySQL ก็ยังคงเป็นฐานข้อมูลยอมนิยมสำหรับโอเพ่นซอร์สเช่นเดิม เพราะเกินครึ่งเลือกที่จะใช้ในการขับเคลื่อนโปรเจ็กของตนเอง

นอกจากนั้นก็พบว่า กว่าสองในสามใช้ฐานข้อมูลแบบ SQL ทั้งที่เป็นโอเพ่นซอร์สและคอมเมอร์เชียล จะมีก็เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลแบบ non-SQL โดยมีถึงหนึ่งในห้าที่ใช้ภาษาโปรแกรมมิ่ง Flex ในการจัดการ

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

Yahoo ได้เพิ่มขีดความสามารถไปอีกขั้นกับการป้องกันสแปมให้กับบริการเว็บเว็บของตนเอง โดยอาศัยทั้งเครื่องมือโอเพ่นซอร์ส และเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมาเองเพื่อร่วมกันทำงานให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด โดยเครื่องมือตัวแรกนั้น Abaca ออกมาระบุว่า Yahoo จะใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอีเมล์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตรวจจับอีเมล์สแปม และฟิชชิ่ง แล้วจึงฟิลเตอร์ออกไปจาก Inbox ให้เอง

ขณะเดียวกัน Yahoo ก็กำลังพัฒนา Complaint Feedback Loop ซึ่งเป็นบริการแจ้งกลับไปยังผู้ที่ทำตลาดผ่านทางอีเมล์อีกด้วย เมื่อใดก็ตามที่ผู้รับคลิ้กระบุว่าข้อความดังกล่าวนั้นเป็นสแปม จะมีการแจ้งเตือนกลับไปยังผู้ส่งให้เอง ทำให้ผู้ที่ทำตลาดจะสามารถตรวจสอบได้ว่ากำลังเลือกใช้ mailing list ที่ไม่ถูกต้องอยู่ และจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

สุดท้ายที่ Yahoo ออกมาประกาศก็คือการใช้ทีมป้องกันสแปมภายในองค์กรของตนเอง ซึ่งจะใช้ Supercomputer ที่เป็นกริดจากเครื่องพีซีที่มีอยู่หลายพันเครื่องในการเพิ่มความสามารถในการดักจับสแปม โดยทาง Yahoo เองก็กำลังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการโปรเจ๊กดังกล่าว ซึ่งพีซีกริดเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาด้วยเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

ถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าในช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของโน้ตบุ้กในกลุ่มที่มีราคาไม่แพงนั้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้นำตลาดอย่างกลุ่ม netbook และโครงการโน้ตบุ้กราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ก็ตาม แต่เชื่อหรือไม่ว่าเท่านั้นยังไม่พอกับความต้องการของผู้ซื้อ โดย Michael Arrington จาก TechCrunch ออกมาระบุว่าเว็บแท็บเลตต์ที่มีจอภาพแบบสัมผัสนั้นเหมาะกับการใช้งานร่วมกับบราวเซอร์ ซึ่งหากมีราคาถูกไม่เกิน 200 ดอลลาร์ และยังเป็นโอเพ่นซอร์สด้วยแล้วจะน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

งานนี้สุดท้ายแล้วได้ข้อสรุปที่โน้ตบุ้กรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ และไม่ได้มีอะไรเหนือว่าหรือเทียบเท่ากับโน้ตบุ้กรุ่นโปรอย่าง Dell Latitude XT หรือว่า MacBook Air แต่คิดง่าย ๆ ว่านี่เป็นเหมือนกับ MacBook Air ตัวเล็ก ๆ ที่รัน Firefox แล้วก็สามารถรัน Skype ผ่านทางเคอร์แนลลีนุกซ์ภายในเครื่องได้เท่านั้น และแน่นอนว่าสเป็กทั้งหมดเป็นโอเพ่นซอร์ส โดยเป้าหมายก็คือ จะต้องบราวเว็บได้อย่างสะดวกง่ายดาย และสามารถเปิดดูวีดีโอ หรือโทรทัศน์ออนไลน์ได้ เปิดไฟล์แฟลช YouTube เล่นเพลง ส่งอีเมล์ และแชทกับเพื่อน ๆ ได้เท่านี้ก็พอแล้ว ส่วนฮาร์ดแวร์ก็ไม่ต้องหรูหรามากมายนัก เอาแค่ให้รองรับงานทั้งหมดได้ ซึ่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวต้นแบบรุ่นแรกไปแล้ว โดยใช้ตัวเครื่องอลูมิเนียมมีความหนาค่อนข้างมาก

ถึงตอนนี้ก็มีการพัฒนาต้นแบบรุ่นที่สองออกมา โดยใช้จอภาพความละเอียด 1024X768 ขนาด 12 นิ้ว ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Via Nano ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Atom ของ Intel นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยหน่วยความจำ 1GB ไดร์ฟแบบแฟลชขนาด 4GB สำหรับเก็บซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ ส่วนฟีเจอร์เด็ดอื่น ๆ ก็เห็นจะเป็นการสื่อสารผ่านทาง Wi-Fi กล้องดิจิตอล และเซ็นเซอร์วัดตำแหน่ง เพื่อที่เครื่องจะได้จัดหน้าเว็บเพจใหม่ได้ เมื่อมีการหมุนจอภาพ แต่แน่นอนว่าเมื่อมีจอภาพแบบสัมผัสแล้วคีย์บอร์ดย่อมหายไปเป็นธรรมดา งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะรุ่งหรือไม่ เพราะคอนเซ็ปต์ที่ต่างจากคนอื่นเห็นจะอยู่ที่รัน Ubuntu พร้อมกับชุดบราวเซอร์ Webkit ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการเท่านั้นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

กลับมาแนะนำอีกครั้ง กับทางเลือกจาก Software Proprietary สำหรับครั้งนี้ เรามาดูกันครับ ว่าเราจะหาอะไรมาใช้แทน Adobe After Effects ได้บ้าง สำหรับ After Effect ก็เป็นเครื่องมือการสร้างเอฟเฟกต์ขั้นสูงที่เป็นที่นิยมในตลาด ใช้กันมากในการในทำภาพยนต์ โปรแกรม After Effect มีความสามารถในการใส่ข้อความอนิเมชั่นที่เป็นทั้งสองมิติ และสามมิติ และความสามารถอื่นๆ ที่เพียบพร้อม ต่องานด้านการตัดต่อภาพยนต์

Jahshaka 2.0
Available for: windows mac linux unix
สำหรับทางเลือกของ After Effect ก็ ขอแนะนำ Jahshaka ครับ โปรแกรม Jahshaka มาพร้อมกับเครื่องมือในการตัดต่อวิดีโอ การตกแต่งภาพ และการสร้างเอฟเฟกต์ต่างๆให้กับภาพยนต์แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังรองรับภาพความละเอียดระดับ HD-TV อีกด้วย
jahshaka

ที่มา: ubuntuclub.com

ข่าวล่ามาแรง ใครว่าใช้ SourceForge แล้วดูแก่ ไม่เท่ห์หรือไม่ทันสมัย? คงว่าไม่ได้แล้วล่ะครับเพราะ SourceForge เพิ่มความสามารถในการใช้งานร่วมกับ Git, Barzaar และ Mercurial ซึ่ง SCM ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น SCM ที่ได้รับความนิยมสูงในขณะนี้ ซึ่งเว็บโครงการที่อยู่ภายใต้ SourceForge.net สามารถเลือกใช้ SCM ชุดใหม่ได้เลย นากจาก SCM ใหม่แล้วยังสามารถทำงานร่วมกับ open source project management อื่นๆ ได้ รวมถึง Trac, Mantis หรือแม้กระทั่ง phpBB

SourceForge.net ล้มลุกคลุกคลานหลายรอบเนื่องจากการขาดการดูแลมาพอสมควร และโครงการหลักถูกแยกออกแบทำในแนวทางของธุรกิจ จนทำให้การพัฒนา SourceForge.net ในส่วนของ Community ลดลง คู่แข่งที่ทำด้าน project hosting หลายๆ ตัวเช่น Google Code, LaunchPad กลับแซงหน้าไปได้ 2-3 ปี หากมีใครบอกว่า host project ไว้ที่ SourceForge.net อาจจะบ่งบอกถึงอายุของคุณได้เลย 40++ ชัวร์!! เรียกว่า "แก่" ครับ แต่การเปลี่ยนแปลงในช่วงปลายปีที่แล้วของ SourceForge.net มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ทั้งตัวระบบจัดการโครงการ ระบบ tracker หน้าเว็บ และ logo สีสันสดใส ทำให้มุมมองของ SourceForge.net เป็นหนุ่มใหญ่ไฟแรง ไม่ใช่คนแก่ปลายๆ 40 อย่างที่เคยเป็น เอาล่ะใครอยากรู้ว่า SourceForge.net รุ่นใหม่เป็นอย่างไร ต้องสมัครสมาชิกและเอาโครงการซอฟต์แวร์ไปใส่ไว้ในนั้นดูสิครับ แล้วจะรู้ว่า SourceForge.net รุ่นใหม่นั้นดีอย่างไร? มาร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ให้มีคุณภาพกับ SourceForge.net กันเถอะครับ :)