เนื่องจากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ระบบจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ตามพรบ. การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อยู่ในตลาดหลายรุ่น หลายยี่ห้อด้วยกัน ความสามารถ และราคาก็แตกต่างกันไป ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่แน่ใจว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีคุณสมบัติถูกต้องตามพรบ.หรือไม่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จึงได้จัดทำร่างมาตรฐานระบบเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ขึ้นเพื่อแก้ ปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ได้จัดทำร่างมาตรฐานฯ มาพอสมควรแล้ว จึงควรให้ประชาชนทั่วไป ได้ร่วมพิจารณาและให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้คณะทำงานฯ ได้นำไปปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป จึงได้จัดงานประชาพิจารณ์ครั้งนี้ขึ้น โดยผู้จะเข้าร่วมงาน ควรดาวน์โหลดเอกสารฉบับร่างไปพิจารณาก่อน จะได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ เป็นประโยชน์ต่อคณะทำงานฯ ต่อไป

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมที่ opentle

สลับใช้ ubuntu บ้าง OS X บ้าง มาสัก 5วันเห็นจะได้ พอได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละตัวประมาณนี้ (บางอันอาจไม่ใช่จุดด้อย แต่เป็นความไม่เคยชินของผมเอง) ก็เลยเอามาแบ่งปันประสพการณ์กันครับ หรือถ้าใครที่ใช้สองระบบอยู่ประมาณนี้จะลองแชร์ข้อมูลกันดูก็ดีครับ

  • OS X ทำอะไรแต่ละอย่างจะทำได้โดยการคลิกที่น้อยครั้งกว่า อันนี้ยกเป็นเคสไม่ถูก ต้องลองใช้ดูเอง
  • OS X จะย่อหรือขยายหน้าต่าง มันบังคับให้ปรับขนาดที่มุมขวาล่างเท่านั้น ในขณะที่ Ubuntu จับที่มุมไหนของหน้าต่างก็ได้
  • OS X ถ้าต้องการหยิบสองหน้าต่างมาคู่กัน เราต้องใช้ Expose’ ขยับสองที เพื่อหาหน้าต่างให้ครบสองอัน (จริงๆใช้ cmd+tab ก็ได้)
  • OS X เวลาปิดโปรแกรมด้วยปุ่มแดง มันจะมาซ่อนไว้ที่ Dock ต้องปิดที่เมนูโปรแกรม อันนี้เข้าใจว่า คงเป็นข้อดีเพื่อให้เวลาเรียกโปรแกรมอีกทีมันจะเรียกได้เร็ว มั๊งนะ
  • OS X ไม่มี Virtual Desktop ให้ใช้ หน้าต่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอันนี้ใน Ububtu จะเรียกว่าจำเป็นเลยก็ได้ คือต้องมีสองหน้าต่างเป็นอย่างต่ำ
  • OS X ไม่มี Package Manager แต่ข้อดีคือ เวลาโปรแกรมมันพัง มันก็จะพังอยู่โปรแกรมเดียว
  • OS X ไม่มี Package Manager ข้อเสียคือ เวลาจะหาโปรแกรมอะไรเราต้องกด Google ซึ่งก็จะได้โปรแกรมที่เลิกพัฒนาไปแล้วบ้างก็มี ในขณะที่ Ubuntu เราแค่เสริชโปรแกรมใน Synaptic เราก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ จริงๆโปรแกรมนอก Synaptic ไม่ใช่ไม่มี แต่น้อยมาก
  • OS X ใช้เมาส์ปุ่มกลางในการก๊อปปี้ไม่ได้ อันนี้สำคัญมาก
  • Ubuntu ปรับอินเทอร์เฟซได้ ปรับให้คล้าย OS X ก็ได้ Windows ก็ได้ อันนี้เป็นข้อดีที่ทำให้คนจะย้ายมาใช้ Ubuntu ไม่ว่ามาจากฝั่งไหนก็จะปรับสภาพแวดล้อมให้คล้ายของเดิมได้ ลดความไม่คุ้นเคยลงประมาณนึง
  • OS X จะทำอะไรกับอีกหน้าต่างนึง เราจะต้องคลิกมัน 1ครั้ง เพื่อไฮไลท์มันก่อน แต่ถ้าเป็น Ubuntu คลิกโดนอะไรก็ทำอันนั้น
  • OS X ไม่มีฟอนต์ลาวในตัว อันนี้เหตุผลส่วนตัว
  • OS X App ในฝั่ง Proprietary รองรับมากกว่า แต่ไม่ถือเป็นปัญหาสำหรับ Ubuntu เพราะ App บน Ubuntu โดยมากมักจะฟรีและดีด้วย
  • Finder ใช้ง่าย พอใช้จนคล้องแล้วก็ ไม่รู้สึกว่ามันเลวร้าย ส่วน Nautilus ก็ครอบจักรวาลไปหน่อย เช่น SCP, FTP, BurnCD ได้หมด แต่อันนี้ก็แล้วแต่จะชอบ สำหรับผมถือว่าดีกันคนละแบบ
  • Terminal พิมพ์หรือแสดงผลไทยไม่ได้ นี่ว่าจะ apt gnome-terminal มาเล่นอยู่

นอกนั้นก็นึกอะไรไม่ออกแล้วครับ เพราะทั้งสองตัวก็มีดีที่คนละแบบไปครับ แต่ถ้าเอาข้อดีมารวมกันได้ มันคงจะดมากๆครับ

คุยกับ @gumara เรื่อง Chantra AppPack เป็นแบบโปรแกรมจัดการซอฟต์แวร์แพคเกจ Chantra บนไมโครซอฟต์วินโดวส์ แนวคิดคือจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้ทราบรายชื่อโปรแกรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่น่าใช้งาน และหากติดตั้งซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าอยู่ ผู้ใช้จะทราบได้อย่างไรว่ามีเวอร์ชั่นใหม่ออกและจะอัพเดทอย่างไร? บางโปรแกรมในแผ่น Chantra มีฟังก์ชั่นตรวจสอบรุ่นล่าสุดอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีทุกโปรแกรม เลยปรึกษากับ @gumara ว่าน่าจะมี Package Manager บนวินโดวส์ที่ช่วยให้ผู้ใช้อัพเดทโปรแกรมรุ่นใหม่ได้ และติดตั้งโปรแกรมโอเพนซอร์สที่น่าใช้งานที่ไม่มีในแผ่นได้อย่างง่ายๆ แต่ต้องมีอินเทอร์เน็ตครับ :)

ผมเลยอยากชักชวนท่านที่สนใจร่วมพัฒนาโครงการนี้ครับ ท่านในที่สนใจสามารถแสดงความจำนงมาได้ที่ anoochit[at]gmail[dot]com สำหรับหน้าตา แนวทางการพัฒนา คุณสมบัติต่างๆ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังทีหลัง หลังจากได้ทีมพัฒนาแล้วนะครับ สำหรับโครงการนี้จะเปิดเป็นโอเพนซอร์ส มี software repository เพิ่มแหล่งดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สให้มากขึ้น

ลองสังเกตุดูว่า ในช่วงหลังนี้ จากการที่เว็บเพิ่มจำนวนขึ้นมาก และการไล่อ่านเว็บต่างๆที่เราสนใจให้หมดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเราจึงมักจะใช้บริการ Feed Reader คืออ่านข่าวจาก Feed นั่นเอง อันนี้ตัวอย่างแรก ถ้าเราอ่านเว็บจาก Feed เรื่องของการ Design เว็บ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย

ฝั่งต่อมา คือฝั่งของการเขียน ช่วงหลังนี้ผมเองเริ่มมี Blog มากขึ้น ถ้านับคร่าวๆ เอาเฉพาะที่เขียนจริงๆ ก็ 5เว็บ ที่ไม่ค่อยได้เขียนอีกพอกัน ก็คิดว่า คนที่มี Blog หลายๆ Blog อย่างผมคงมีไม่น้อย และเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ดังนั้นเราจึงจะเห็นทั้ง BlogAPI และ Blog Editor ที่เป็น Desktop Application เพิ่มขึ้น ดังนั้น ถ้าเราเขียน Blog ผ่าน Blog Editor เราก็แทบจะไม่ต้องเข้าใช้งานหน้าเว็บเลย

ลองคิดดูครับ ว่าถ้าคนเขียนไม่เข้าหน้าเว็บ คนอ่านก็ไม่เข้าหน้าเว็บ มีแต่ Content วิ่งไปมาผ่าน Feed และ API ถึงตอนนั้นแล้วการออกแบบหน้าเว็บจะสำคัญอย่างไร

ปัจจุบันเหตุที่เรายังจำเป็นจะต้องเข้าหน้าเว็บอยู่ก็เพื่ออ่านคอมเมนท์และตอบคอมเมนท์ นอกนั้นก็แทบจะไม่มีความจำเป็นใดๆแล้วครับ

แหม Quiz ครั้งที่ 13 เพิ่มเวลาในการค้นหาแต่ Quiz 14 นี้พลาดไม่ได้ครับ สำหรับนักล่ารางวัลที่คิดว่าจะได้รางวัลใหญ่ เอาล่ะเมื่อวานใบ้ให้ไปนิดนึงแล้วว่าคำถามวันนี้เกี่ยวข้องกับชุมชนโอเพนซอร์สในประเทศไทย หากใครอยู่ในชุมชนโอเพนซอร์สคุณจะได้รับเมล์ หรืออ่านข้อความของคุณ tom ที่ขอให้สมาชิกในชุมชนทำแบบสอบถามเกี่ยวกับ Open Source Research ผมสังเกตุว่าคุณ tom post ข้อความไปยังชุมชนโอเพนซอร์สเยอะมาก เพราะต้องการจำนวนคำตอบเพื่อทำงานวิจัย @gumara เลยอยากรู้ว่าชุมชนโอเพนซอร์สในประเทศไทยมีชุมชนใดบ้าง ให้บอกชื่อชุมชน ลิงค์ อย่าซ้ำกันใครตอบมากที่สุด และถูกต้องรับคะแนนไปเลย 5 แต้ม รวมกับของเดิมน่าจะเลย 12 แต้ม ก็มีสิทธิ์รับรางวัลใหญ่ได้เช่นกันครับ

Fedora Weekly Webcomic ตอนจบออกมาให้แฟนๆ การ์ตูน Fedora กันได้อ่านกันแล้ว แต่อึ้งๆ ที่ว่าอยู่ดีๆ ก็จบซะงั้น Fedora Weekly Webcomic มีอยู่ 52 ตอน ซึ่งแต่ละตอนจับเอาแนวคิด และพล็อตของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Fedora และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นข่าว อย่างเช่นตอนที่ Oracle ซื้อ Sun ก็เป็นการ์ตูนล้อเลียนน่ารักๆ ที่ตลกมาก หรือในตอน Level Up ที่เอา concept 4F มาเขียนเป็นการ์ตูน ซึ่งบางอย่าง Nicu ออกแบบและเขียนเป็นการ์ตูนได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งน่าเสียดายที่ทุกๆ สัปดาห์คงไม่ได้อ่านการ์ตูนของ Nicu แล้วครับ

Nicu วางแผนปิดฉากจบของ Fedora Weekly Webcomic อยู่หลายเดือนซึ่งกว่าจะตัดสินใจว่าจะไม่ contribute การ์ตูนต่อก็กินเวลาไปร่วม 4 เดือนเข้าไปแล้ว ตอนจบซึ้งดีครับ

บังเอิญมีงาน eLiberatica แถวๆ โรมาเนีย Nicu หนุ่มอาร์ตตีสผมยาว Fedora Ambassador, Contributor โครงการ Fedora Art และโครงการ Open ClipArt ออก Video ชื่อ Eu sunt Fedora หรือ I am Fedora ออกแนวฮาๆ นิดหน่อยแต่สนุกครับ Video อาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไร ทีมงานนักแสดงมีดังนี้ครับ Nicu, Adrian, Alexandru และ lonut

 

 

ถ้าดูไม่ได้ แสดงว่าคุณใช้ browser ที่ไม่สนับสนุน HTML5 ครับ เสียใจด้วย :P สำหรับภาพงานดูได้ที่ Flickr ของ Nicu ครับ

ครบ 19 วันในการ release แล้วสำหรับ Chantra 4 ซึ่งโชคร้ายไปสักนิดที่มีซอฟตร์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ ออกไล่หลังตามมาอีกมาก เรียกได้ว่า release กันเกือบ ทุก 2 อาทิตย์ สำหรับท่านที่ได้รับแผ่น Chantra ไปแล้วท่านสามารถอัพเดทโปรแกรมผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง โดยไม่ต้องรอแผ่นเวอร์ชั่นถัดไป (Chantra 4.1) ครับ สำหรับท่านที่ต้องการแผ่น Chantra 4 สามารถทำได้ดังนี้

1. ต้องการแผ่นจำนวนมาก ส่งหนังสือถึง SIPA ได้โดยตรง
2. ส่งซองเปล่าติดแสตมป์ (@gumara อธิบายไว้แล้ว)
3. ดาวโหลด iso, ภาพแผ่น, ภาพปก เขียนแผ่นและพิมพ์ซองเองได้ ที่หน้าโครงการ หรือเว็บบล็อกนักพัฒนา chantra.in.th
4. FreeMedia ติดต่อ distributor ได้โดยตรง

สำหรับเวอร์ชัน Chantra 4.1 จะออกเมื่อมีซอฟต์แวร์ที่ทดสอบแล้วว่าไม่มีปัญหาเรื่องภาษาไทย มีการ patch ภาษาเรียบร้อยแล้ว และมีจำนวนซอฟต์แวร์ไม่ต่ำกว่า 60% มีการอัพเดทเวอร์ชันใหม่ครับ

เว็บไซต์ ulitzer ได้พยากรณ์อนาคตของโอเพนซอร์สใน ปี 2009 ไว้หลังจากเมื่อปีที่แล้ว โอเพนซอร์สซอฟต์แวรประสบความสำเร็จในการนำไปใช้งาน ซึ่งรวมแล้วกว่า 15% ทั่วโลก (ข้อมูลจาก IDC) และในปี 2009 นี้มีท่าทีว่าจะมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมากขึ้นในตลาด การยอมรับในภาคองค์กรธุรกิจ และโมเดลธุรกิจซอฟต์แวร์ทางด้านองค์กรธุรกิจก็ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย จากสภาวะเศรฐกิจปัจจุบันทำให้การมองหาไอทีโซลูชั่นทางเลือกมีเพิ่มมากขึ้นและเทคโนโลยีโอเพนซอร์สก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้วการเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

เว็บไซต์ ulitzer พยากรณ์ตลาดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในปี 2009 ไว้ดังนี้
1. การยอมรับและการนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไปใช้จะมีมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้
2. การนำโอเพนซอร์สไปใช้ในซอฟต์แวร์แสตกและรวมทั้งในซอฟต์แวร์ด้วย
3. SaaS และ Cloud computing solution จะมีเติบโตสูงขึ้นและผลักดันโอเพนซอร์สให้เติมโตตามไปด้วย
4. การควบรวมและการซื้อกิจการของธุรกิจโอเพนซอร์สจะมีมากขึ้น
5. การแข่งขันจากโอเพนซอร์สจะทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช่โอเพนซอร์สเริ่มเปลี่ยนโมเดลทางธุรกิจ
6. โอเพนซอร์สแสตกจะถูกผลักดันจากพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่ง
7. SI จะสามารถยืนยันการประหยัดค่าใช้จ่ายในปีแรกได้เมื่อเปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส

ที่มา – ulitzer

ปรึกษากับ @gumara เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเรื่องเพิ่มเวลาในการค้นหาคำตอบ TOSS Quiz 13 เพราะกลัวว่าเวลาจะน้อยไปในการค้นหา ผมเลยอยากแนะนำเพิ่มเติมในการค้นหาโครงการที่นักพัฒนาไทยได้ไปเข้าร่วมโครงการ วิธีการง่ายที่สุดคือดูจาก user profile ครับ สำหรับระยะเวลาในการค้นหาคำตอบของ Quiz 13 เพิ่มเวลาอาทิตย์นี้อีก 1 อาทิตย์ครับ ประกาศผลผู้ที่ได้รับรางวัลใหญ่วันจันทร์หน้า สำหรับ TOSS Quiz 14 อาทิตย์นี้ยังคงมีอยู่ครับ

@gumara ได้ตั้งคำถามแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมแอบเอามาใบ้ให้ก่อนครับ คำถามเกี่ยวกับชุมชนโอเพนซอร์สในประเทศไทย (คำใบ้ช่วยได้มั๊ยเนี่ย) เปิดซองคำถามวันอังคารนี้ครับ :) ใครอยากรูคำถาม tweet ไปเลียบๆ เคียงๆ ถาม @gumara ได้ครับ