หลังจากที่ Ubuntu Club ปล่อย Ubuntu Club Distro รุ่น XE ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ทีมงาน Ubuntu Club ก็ปล่อย Ubuntu 9.11 Prompt Edition ออกมาแล้ว ซึ่งเป้าหมายคือ Linux พร้อมใช้ โดยการนำ Ubuntu(ต้นฉบับ) ลินุกซ์ดิสโทรยอดนิยมมาทำการ ปรับแต่ง ปรุงแต่ง เพิ่มเติม ให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานคนไทย ภาษาไทยที่สมบูรณ์และสวยงาม ไลบรารีที่จำเป็นกับงานด้านต่างๆ โดยเฉพาะงานด้านมัลติมีเดียสามารถใช้งานได้ทันที หรือแพกเกจอื่นๆที่น่าสนใจและเป็นที่นิยม ก็ได้ถูกติดตั้งเพิ่มเติมกว่าต้นฉบับดั้งเดิมมากมาย ซึ่ง PE เป็น "ลินุกส์รุ่นพร้อมใช้" สามารถนำลินุกซ์ตัวนี้ไปใช้งานได้ทันที และแทบไม่จำเป็นติดตั้งแพกเกจใดๆเพิ่มเติมอีก เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ยังไม่ชำนาญและยังใหม่กับลินุกส์สามารถใช้งานได้ ทันทีโดยไม่ติดขัด หรือผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์มาแล้ว ก็สามารถช่วยลดภาระและเวลาการติดตั้งแพกเกจจำเป็นต่างๆ ได้มากทีเดียว

สามารถดาวน์โหลดได้ที่

1. แหล่งสามัคคีชุมนุม (bittorent)
2. ThaiTux.info (bittorent)
3. nytes.net
4. มหาลัยเกษตรศาสตร์ (KU Mirror)
5. มหาลัยสงขลานครินทร์
6. Passworld Co.,Ltd

และสั่งซื้อได้ที่ http://shop.ubuntuclub.com/catalog/ubuntu

หลังจากที่ได้เปิดให้เสนอชื่อกันไปเกือบ 2 อาทิตย์ตอนนี้ Fedora 13 ได้ชื่อที่คาดว่าจะเป็นรหัสพัฒนาแล้ว ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มเปิดให้โหวดกันแล้ว สำหรับท่านที่เป็นสมาชิกกับ Fedora Project แล้วกรุณายืนยัน Fedora Contributor License Agreement (CLA) และเป็นสมาชิกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างน้อย non-CLA สำหรับการโหวดใช้วิธี Range Vote สำหรับชื่อที่ได้รับการคัดเลือกมีดังนี้

1. Botany
2. Gloriana
3. Goddard
4. Langstorm
5. Loana
6. Manfredi
7. Truro

เริ่มโหวดได้แล้วที่ https://admin.fedoraproject.org/voting/about/relnamef13

 

ก็ไม่มีอะไรมาก ก็คือวันนี้ทางโรงงานที่ปั๊ม CD ขนแผ่น Chantra 4.3 มาส่งแล้ว สำหรับท่านที่ต้องการสามารถดาวน์โหลดได้เช่นเคยที่เว็บ chantra.in.th หรือจะส่งซองมาขอตามกฏิกาเดิมก็ไม่ว่ากันครับ

chantra 4.3

Steve McIntyre หัวหน้าโครงการ Debian ต้องการออก Debian 6.0 รหัสพัฒนา Squeeze ก่อนงาน Debconf ที่จะจัดขึ้นที่นิวยอร์กเดือนสิงหาคมปีหน้า เพราะจะได้มีเวลาว่างในการแลกเปลี่ยนความคิดในการวางแผนเวอร์ชันถัดไป เป็นที่รู้กันดีว่า Debian มักจะออก release เมื่อตัวระบบพร้อม หรือที่เราเรียกว่า rolling release ซึ่งกินเวลานานพอสมควร หากมีการปรับเปลี่ยนนโยบายมาเป็นแบบ fixed release และตั้งเป้าที่จะออกรุ่นใหม่ในปีหน้านี้ โค้ดทั้งหมดจะต้อง freeze ก่อนเดือนธันวาคมปีนี้ และช่วงการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขอีกนิดหน่อย Debian 6.0 ก็จะสามารถออกกำหนดการในเดือนมีนาคมและ ออก release ได้ก่อนเดือนสิงหาคมปีหน้าได้อย่างแน่นอน

ที่มา – h-online

[ประกาศ:งานเลื่อนออกไปครับ จัดเมื่อไหร่จะแจ้งอีกที] คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผนึกกำลังกับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ จัดนิทรรศการโอเพ่นซอร์ส งานนี้มีผู้คร่ำหวอดทางด้านโอเพนซอร์สหลากหลายท่านทั้งท่านที่มาจากมูลินิศักดิ์พรทรัพย์และคณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบกับการเสวนาการใช้ CMS ในองค์กร, การใช้ OpenOffice ในการจัดการเอกสาร, คลินิก Opensource ไขข้อข้องใจด้าน Opensource และการสาทิตการใช้งานระบบ Thin Client และ Zend Framework งานนี้พลาดไม่ได้!  เชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงานนิทรรศการโอเพ่นซอร์ส ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.30 น. เพื่อเข้าร่วมฟังเสวนาการใช้งาน Opensource Software จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

กำหนดการ

08.30 – 09.00 ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 พิธีเปิด
09.30 – 10.30 เสวนา หัวข้อการใช้ CMS ในองค์กร
10.30 – 12.00 เสวนา หัวข้อการใช้ OpenOffice ในการจัดการเอกสาร
12.00 – 13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-13.30 จับสลากรายชื่อผู้โชคดีรับของรางวัล 10 รางวัล
13.30 – 15.00 คลินิก Opensource ไขข้อข้องใจด้าน Opensource ทุกเรื่อง
15.00 – 16.30 สาธิตการใช้งานระบบ Thin Client และ Zend Framework

พร้อมกันนี้ยังเปิดรับสมัครอบรมโอเพนซอร์สฟรี ทุกหลักสูตร ผู้สนใจสมัครลงทะเบียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายๆ ใดๆ ได้ที่ http://hrm.ssup.homelinux.org

หลังจากรอมานานถึง 6 เดือน ตอนนี้ Fedora 12 รหัสพัฒนา Constantine ออกมาให้ผลโฉมกันแล้ว สำหรับ Fedora 12 นี้มี feature ใหม่ๆ ได้แก่

* GNOME 2.28
* KDE 4.3
* Policykit
* สนับสนุน IPv6 ใน NetworkManager
* Empathy มาแทน Pidgin
* Multiseat
* Dracut แทน mkinitd/nash
* OpenOffice.org 3
* สนับสนุน webcam (v4lin)
* Video codec รุ่นใหม่
* ปรับปรุงเรื่องเสียง
* การจัดการพลังงาน
* เครื่องมือรายงานบักอัตโนมัติ
* และอีกมากมาย

ใครสนใจ Fedora ห้ามพลาด! ดาวน์โหลด Fedora 12 ได้แล้ววันนี้ที่ http://get.fedoraproject.org

Chantra 4.3 กำหนดคลอดออกเมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมา และได้ส่งต้นฉบับเข้าโรงงานไปเมื่อวันที่ 12 แล้วเช่นกัน สำหรับเวอร์ชันนี้มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ 3 อย่างคือ
1. เพิ่ม Avidemux ตัด Clamwin
2. ตัด XUL Runner ออก เปลี่ยนเป็น HTML webpage ธรรมดา
3. ปั๊มแผ่น Chantra จำนวน 30,000 แผ่น

สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดแผ่น (iso) พร้อมอาร์ทเวิร์คสำหรับจัดทำแผ่นในองค์กรท่านเองสามารถดาวโหลดตามลิงค์ข้างล่างนี้

1. Chantra 4.3 Levender Bubble (MD5 : 0a310d677f5568d54edd1e892e31ee3e)
2. อาร์ทเวิร์คทำปก
3. อาร์ทเวิร์กสำหรับสกรีนแผ่น

สำหรับท่านที่ต้องการขอแผ่น Chantra 4.3 สามารถขอรับได้โดยใช้กติกาเดิม

1. รับด้วยตัวท่านเองที่ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชั้น 9 อาคารรวมหน่วยงานราชการ บี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ
2. รับทางพัสดุไปรษณีย์ ให้คุณส่งซองเปล่าขนาดที่ใส่แผ่น CD ได้ ติดแสตมป์ 6 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง มุมซอง วงเล็บชื่อสมาชิกของเว็บไซต์ thaiopensource.org ไว้ด้วยครับ ส่งมาที่ ฝ่ายโอเพนซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 120 หมู่ที่ 3 ชั้น 9 อาคารรวมหน่วยงานราชการ บี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

 

 

สำหรับท่านที่ชอบร่วมกิจกรรมตั้งชื่อ คราวนี้ถึงช่วงเวลาการเสนอชื่อ Fedora 13 กันแล้ว โดยใช้กฏการตั้งชื่อเหมือนเดิมคือ เรียงเป็นประโยค ดังนี้ Constantine is a <blank>, and so is <new name>.  ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย อิอิ ชื่อที่ผ่านการรับรองและคัดเลือกจากบอร์ดจะประกาศในวันที่ 21 ถึง 28 พฤศจิกายนนี้ และเริ่มการโหวดชื่อที่ผ่านการคัดเลือกแล้วในวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม เปิดโหวดเพียงไม่กี่วันครับ และประกาศชื่อในวันที่ 5 ธันวาคม ใครที่ยังไม่ได้เสนอชื่อก็รีบเสนอนะครับเดี๋ยวจะไม่มีชื่อเจ๋งๆ ให้ได้โหวดกัน สำหรับผมรอโหวดวันที่ 28 พฤศจิกายน เลยครับ :)

ที่มา – Fedora Wiki

เนื่องจากช่วงนี้กระแสการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์มีมากขึ้นประกอบกับความต้องการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็มีมากขึ้นด้วย ทีมงาน ThaiOpenSource.org ได้ออกรุ่น Chantra รุ่นพิเศษขึ้นมา ซึ่งตั้งใจจะออกเดือนมีนาคมปี 53 ในเวอร์ชัน 5 แต่ด้วยความต้องการที่มีมากทำให้ต้องย่อนระยะเวลาการพัฒนาเข้ามาอีก สำหรับใน Chantra 4.3 Lavender Bubble มีซอฟต์แวร์ใหม่คือ Avidemux โปรแกรมจัดการไฟล์วิดีโอขนาดเล็ก ซอฟจ์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ อย่าง Firefox, Joomla, VLC, Moodle, FileZilla, Kompozer, GanttProject, Thunderbird, Pidgin, Notepad++ และ TortoiseSVN ยังไม่พอ Chantra 4.3 ได้ถอดโปรแกรมแสกนไวรัสอย่าง ClamWin ที่มีการพัฒนาล่าช้ากว่า Antivirus อย่าง Antivir ที่เป็น Freeware ออก สำหรับ launcher ที่เป็น xulrunner ก็ได้เอาออกเช่นกัน เนื่องจากขนาดของแผ่นใหญ่มากทำให้การโหลด xulrunner ช้า ทำให้การ load โปรแกรม launcher ช้าไปด้วย

ใน Chantra 4.3 ใช้ web browser ที่มีอยู่ในเครื่องของคุณเองเป็น launcher ครับ สำหรับโรงเรียนที่ต้องการทำเว็บไซต์รวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส สามารถคัดลอกไฟล์ html ในแผ่นไปทำเว็บไซต์เผยแพร่ได้ทันที Chantra 4.3 มีกำหนดออกวันนี้ (ออกไปแล้วครับ) ขณะนี้กำลังรอการ sync ไปยัง mirror ต่างๆ คาดว่าเย็นวันนี้จะมีให้ดาวน์โหลดกันครับ สำหรับท่านที่ใจร้อนดาวน์โหลดได้ที่ release repository ที่เครื่อง release repository ที่ http://mirror.in.th/osarchive/chantra/stable/4.3/ ครับ

หลังจากสำนักพิมพ์ Packtpub จัด Open Source CMS Award มาได้ 4 ปี (เริ่มปี 2549) ก็เริ่มรู้ตัวว่ารางวัล Best Overall ไม่ว่าจัดกี่ปีคงไม่หนี Joomla! หรือ Drupal ไปได้ เลยออกกฏใหม่ว่าว่าผู้ที่เคยได้รางวัลนี้ จะอดได้รางวัลนี้อีกต่อไป ซึ่ง Joomla! (2549) และ Drupal (2550, 2551) อดได้เงินก้อนใหญ่อย่างแน่นอน โดยจะจัดเข้าสู่ Hall of Fame โดยจะมีการโหวตสำหรับ Theme กับ Extention สำหรับ Joomla! และ Theme กับ Module สำหรับ Drupal
 

รางวัล Best Other Open Source CMS ได้แก่

   1. Plone ได้เงิน 2,000 เหรียญสหรัฐ Plone เคยได้ที่ 3 ในปี 2549 (ตอนนั้นมีรางวัลเดียว) ส่วนรางวัล Best Other นี้เคยได้รางวัลที่ 2 ตอนปี 2550 และที่ 1 ตอนปี 2551 Plone เป็น CMS บน Phyton และ Zope
   2. dotCMS ได้เงิน 500 เหรียญสหรัฐ เคยได้รางวัลที่ 2 Most Promising ในปี 2550 และที่ 2 ในรางวัลนี้ในปี 2551 dotCMS เป็น CMS บน JAVA
   3. mojoPortal ได้เงิน 500 เหรียญสหรัฐ เคยที่ 1 ในรางวัลนี้ในปี 2550 mojoPortal เป็น CMS บน .NET Framework ที่แจ่มคือใช้บน Mono ได้

รางวัล Best Open Source PHP CMS

   1. Drupal ได้เงิน 2,000 เหรียญสหรัฐ หลังจากสามารถเอาชนะ Joomla! มาได้ในปีที่แล้ว Drupal ก็มาย้ำแค้นอีกครั้ง และในปีนี้ที่สามารถเอาชนะ WordPress ได้ก็เพราะได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนามากกว่า
   2. WordPress ได้เงิน 500 เหรียญสหรัฐ เคยชนะรางวัล Best Open Source Social Networking CMS ในปี 2550 นี่เป็นครั้งแรกที่ WordPress ติด 1 ใน 5 ของหัวข้อนี้ ซึ่งทำได้ดีมาก
   3. Joomla! ได้เงิน 500 เหรียญสหรัฐ ผู้ชนะในรางวัลนี้ปี 2550 ยังไม่สามารถทวงบัลลังค์คืนจาก Drupal ไปอีกปี และในปีนี้ตกไปอยู่ที่ 2 และที่น่าหนักใจ Drupal จะออก D7CX (เวอร์ชัน 7 แหละครับ) ในปีหน้า นับเป็นงานหนักของ Joomla! อีกแน่นอน

รางวัล  Most Promising

   1. ImpressCMS ได้เงิน 2,000 เหรียญสหรัฐ ImpressCMS นี้ได้รางวัลที่ 3 ในหัวข้อเดียวกันนี้ในปีที่แล้ว ImpressCMS ได้แยกตัวออกมาจาก XOOPS ในปลายปี 2550 แม้จะไม่ประสบความสำเร็จดังเช่น Joomla! แต่ก็นับเป็น PHP CMS ที่น่าสนใจอีกตัว
   2. Pixie ได้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐ Pixie เป็น CMS ที่มีจุดมุ่งหมายให้เล็กและเรียบง่าย และจากที่ลองเล่น ๆ ดูคิดว่าคงจับตลาดผู้ที่ต้องการ CMS ที่เล็กอย่าง Drupal และใช้ง่าย ๆ อย่าง Joomla!
   2. Pligg ได้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐ Pligg เป็น CMS มีเป้าหมายสำหรับทำเครือข่ายทางสังคม

 

ที่มา – blognone