Jokosher เป็นโปรแกรมสตูดิโอแบบง่ายจัดการแบบ multi-track ได้ ซึ่งสามารถอัดเสียง แก้ไข มิกซ์ และส่งออกในรูปแบบไฟล์เสียงฟอร์แมทต่างๆ ซึ่งง่ายต่อการใช้งานมากๆ ซึ่งเบื้องหลังผู้พัฒนาพัฒนาโปรแกรมนี้เป็นนักโปรดักชั่นด้านเสียงในทุกๆ ระดับดังนั้นโปรแกรมนี้จะทำให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น Jokosher มี feature หลักๆ ดังนี้

1. Interface ใช้งานง่าย
2. ง่ายในการแก้ไข ตัดแต่ง
3. สนับสนุนการมิกซ์เสียง มี VU ในการปรับระดับเสียง
4. นำเข้าไฟล์เสียง (Ogg, MP3, FLAC, WAV และไฟล์เสียงประเภทอื่นๆ ที่ GStreammer สนับสนุน)
5. เพิ่ม Instruments
6. Export เป็น MP3. Ogg, FLAC, WAV และ ไฟล์เสียงประเภทอื่นๆ ที่ GStreammer สนับสนุน)
7. มีเอกสารแนะนำ และมีชุมชนผู้ใช้คอยช่วยเหลือ

ติดตั้ง Jokhosher ได้โดยใช้คำสั่ง

apt-get install jokosher

ที่มา – Jokosher

บังเอิญได้ Twitt จาก Au8ust ส่งภาพโปรแกรม Meld มา ดูน่าสนใจดีครับ เพราะปกติเวลาผมทำงานบน Linux มักจะติด Command Line ทั้งๆ ที่เป็น Linux Desktop อย่าง Ubuntu ก้อตาม เรียกได้ว่าเปิดขึ้นมาก้อต้องเรียก terminal กันก่อนเลย สำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์โดยที่เราต้อง check out งานจากนักพัฒนาคนอื่นๆ หรือ check out แล้วมา diff หรือ merge สำหรับคนที่เล่นผ่าน command line จนชินแล้วมักจะเข้าใจโดยอัตโนมัติ แต่สำหรับนักพัฒนารุ่นใหม่ๆ รวมไปถึงนักพัฒนาในไทยเองยังไม่ค่อยได้ใช้เครื่องมือจำพวก Source Code Management อย่าง SVN, CVS, BZR และอื่นๆ มากนัก เพราะฉะนั้นเรื่อง diff หรือ merge ก้อไม่ต้องพูดถึงครับ

เอาล่ะเข้าเรื่องดีกว่าไหนๆ Au8ust ก้อแนะนำมากลายๆ ก้อเลยมาติดตั้งและมาดูกันว่าเจ้า Meld ทำงานอะไรได้บ้าง และจะประยุกต์ใช้งานได้อย่างไรบ้าง สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu ติดตั้ง Meld ได้เลยโดยใช้คำสั่ง

apt-get install meld

มาลองเล่นดูครับ ผมเอาไฟล์โครงการเก่าๆ มาลองทดสอบดู คือมีเวอร์ชั่น 1.10 และเวอร์ชั่นใหม่ที่แก้ไขแบบลวกๆ คือ 1.12 ต่างกัน 1 revision ลองมาทำ diff และสร้างไฟล์ patch กันดูครับ

สร้าง patch file ง่ายๆ ได้เลย

ปกติผมใช้ของ Web SCM Repository ของ Source Forge.Net ครับ

ก้อพอใช้ได้ครับ Meld ก้อทุ่นแรงไปได้เยอะเลย ลองเอาไปลองเล่นกันดูได้ครับ

ที่มา – Meld, Au8ust
 

ผมไม่ได้ใช้บริการ Online Storage มานานมากแล้วตั้งแต่ X-Drive บูมในช่วง 6-7 ปีที่แล้ว (นานมั๊ย) หลังจากนั้นก้อไม่ได้เล่นอีกเลย ที่ได้เล่น Online Storage เพราะต้องคอยส่งต้นฉบับหนังสือให้สำนักพิมพ์ มาเอ๊ะใจกับบทความเกี่ยวกับโปรแกรม backup ในนิตยสาร Full Circle ซึ่งมีหลายตัวที่น่าสนใจ แต่ผมสนใจเจ้า Dropbox เสียมากกว่า (ตัวอื่นๆ เดี๋ยวค่อยมา review กันทีหลังครับ) Dropbox เป็นบริการพื้นที่ให้เก็บไฟล์ แชร์ไฟล์ แต่การเอาไฟล์ขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้ผ่านหน้าเว็บ ใช้โปรแกรม client ของมันเองก้อได้ ซึ่งใช้งานได้ง่ายมาก ที่สำคัญโปรแกรม bropbox client นี้มัน cross platform ครับ

คุณสามารถใช้ได้ทั้งบน Windows, Linux และ Mac ได้สบายๆ (แต่ต้องเลือกดาวน์โหลดให้ถูกนะครับ) สำหรับผมใช้ Ubuntu Linux มี package ที่เป็น .deb มาให้ เลยติดตั้งง่ายหน่อย อ้อลืมบอกไปว่า สาวก Fedora ก้อใช้งานได้ หากไม่ได้เป็นสาวกของ 2 distro นี้ก้อเอา source ไป build กันได้เองครับ  สำหรับ Ubuntu Linux เมื่อติดตั้งไปแล้วโปรแกรม dropbox client จะเป็นส่วนเสริมของ Nautilus หน้าตาดังภาพ

สำหรับการใช้งานบนเว็บก้อจะคล้ายๆ กับเราใช้ File Manager บนเว็บไซต์นั่นแหละครับ ตัวหน้าจอก้อเข้าใจง่าย ถ้าคุณอัพโหลดภาพคุณสามารถดูภาพในรูปแบบ Gallery ได้เลย

เท่านี้คุณก้อได้ พื้นที่สำรองไฟล์ได้ง่ายๆ แล้วครับ ไปทำงานก้อเปิดไฟล์ที่บ้าน Syn ลงมา กลับบ้านก้อ Syn ไฟล์งานลงมาทำต่อได้เลย ลืมบอกไปครับพื้นที่ที่ dropbox มีให้ใช้ 2GB เท่านั้นนะครับ อย่าโยนไฟล์กันเพลินล่ะครับ :P

    วันนี้ เรามา ทำ ดาบ Light saber ด้วย GIMP แบบ ง่ายๆ กันนะครับผมจะใช้ ร่ม มาทำเป็นดาบ Light saber
ใครอยากมีดาบ Leser เอาไว้โชว์เล่นตามมาเลยครับผม

1.สร้างแผ่นงานใหม่ (ของผมจัด ตั้งค่า ดังรูป)

2.เปิด ไฟล์ ภาพ เข้ามา โดย ลาก เข้ามาในแผ่นงานครับ จากนั้นคลิกขวาที่ Layer รูป เลือก เพิ่มชัลแนลอัลฟา ดังรูปครับ

3.ลบส่วนที่ไม่ต้องการออก ไอ ด้วย ยางลบ และ Fuzzy Select Tool ครับ ผม จะได้ดังรูป

4.สร้าง Layer ใหม่ จัดตำแหน่งไว้บนสุด ใช้ บรัช หัววงกลม จิ้ม จุด 1 ครั้งที่ ด้ามร่ม แล้วกด Shift ค้างไว้ จะมีแส้นปรากฎ ขึ้นมาแล้ว ไป จิ้ม จุดอีก 1ครั้ง ที่ปลาย ร่ม จะได้เส้น ตรง สีขาว ครับ  จากนั้น เลือก ที่ Layer ภาพร่ม ลบส่วน ที่ เส้นขาวผ่านออกให้หมด เหลือไว้แต่ด้าม ดังรูป

5.จากนั้น Copy Layer เส้นขาวมา 1 Layer แล้ว ปิด การมองเห็น Layer ที่อยู่ด้านบน
อล้วใช้ bucket fill tool เทสีแดง (หรือสี อื่นๆ) ลงไป ในเส้นสีขาว จะได้ดังรูปครับ

6.เลือก Layer เส้นสีแดง แล้วเลือก Filters >> Blur >> Guassian Blur ปรับ Option ตามรูปครับ

7.จากนั้นเปิดการมองเห็น Layer เล้นสีขาว ครับ จะได้ดังรูป

8.สร้าง Layer ใหม่ ไว้ล่างสุดแล้ว เทสีดำลงไป  ถ้าแสงของ ดาบไม่พอก็ สามารถ Copy Layer เส้นสีแดงเพิ่มก็ได้ ครับ

เราก็จะได้ ดาบ Light saber เหมือน Starwall ง่ายๆ ครับ ^^

ลองทำตามดูนะครับผม แค่นี้เราก็จะได้ดาบเจไดเท่ห์มาใช้ตอกแต่งภาพกันแล้วครับผม สำหรับใครยังไม่มีโปรแกรม Gimp ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรีจาก

mirror

แห่งชาติครับผม

อ้างอิง

hi5thai

โดย Dragking

 

ไม่แน่ใจว่าในนี้จะมีใครเคยได้เล่นเจ้าเต่า Lego กันบ้างนะครับ ที่เป็นโปรแกรมฝึก Logic ในการเขียนโปรแกรม ที่ใช้คำสั่งพื้นฐานมาช่วยฝึกให้รู้จัก Syntax และ Logic พื้นฐาน โดยจะมีเต่าตัวน้อยมาให้เราบังคับ แล้วเราก็เขียนคำสั่งลงไปบังคับมัน ว่าจะให้มันวิ่งไปไหนหยุดเมื่อไหร่ ทำอะไรต่อ

ใช่แล้วครับ ผมจะมาแนะนำโปรแกรมแนวๆนั้นแหล่ะ แต่อันนี้จะเป็นการฝึก Logic เท่านั้น ไม่ได้ยุ่งยากที่จะต้องมาเรียนรู้ Syntax ในการเขียน และเจ้าโปรแกรมที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ มันมีชื่อว่า Scratch ครับ เป็นโครงการของ MIT หน้าเว็บของโครงการจะอยู่ที่ http://scratch.mit.edu

สำหรับโปรแกรม Scratch เป็นโปรแกรมลักษณะเดียวกับ Lego ดังที่ได้กล่าวไปครับ แต่พระเอกของตัวโปรแกรมนี้จะไม่ใช่เจ้าเต่าอีกต่อไปครับ แต่จะเป็นคุณแมวเหมียวที่จะให้เราได้บังคับกัน

หน้าตาของโปรแกรม
หน้าตาของโปรแกรมเปิดขึ้นมาแล้วจะดูงงๆ เล็กน้อยครับ เพราะออกจะรกๆอยู่หน่อย ต้องหยิบๆจับๆอยู่สัก 5-10 นาทีถึงจะหายงง

scratch-1

ตามภาพจะเห็นหน้าจอโปรแกรมเป็นช่องต่างๆ ดังนี้ครับ

  1. ช่องซ้ายสุด จะเป็นช่องสำหรับคำสั่งที่ใช้บังคับตัวการ์ตูนว่าจะให้ทำอะไร
  2. ช่องถัดมา จะเป็นช่องสำหรับวางสคริปของคำสั่งจากช่องทางซ้าย
  3. ส่วนช่องใหญ่ๆขวาสุด จะเป็นจอแสดงผลครับ

วิธีเล่นก็จะง่าย คือหยิบคำสั่งจากช่องแรก มาเรียงต่อๆกันในช่องที่สอง แล้วไปดูผลลัพธ์ในช่องทางด้านขวาครับ ถ้าใครเคยเล่น Lego ที่เป็นเต่ามาแล้วน่าจะเล่นได้ไม่ยากครับ

ก็เป็น Review คร่าวๆของตัวโปรแกรมนะครับ ส่วนการติดตั้งนั้น จะนำมาฝากในโอกาสถัดๆไปครับ

คิดว่าคงน้อยคนที่จะรู้จักกับโปรแกรมนี้ โปรแกรม Pessulus เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกำหนดสิทธิ์การใช้งานโปรแกรมในส่วนต่างๆของ GNOME ในคำอธิบายภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า lockdown editor ครับ โปรแกรมนี้จะมีมาพร้อมอยู่แล้วในชุดของ Edubuntu แต่จะไม่ได้มาด้วยกันกับ Ubuntu เวอร์ชั่นปกติ เราต้องมาติดตั้งเพิ่มเติมเองในภายหลัง

การติดตั้ง
การติดตั้งก็เหมือนติดตั้งแพคเกจใน Ubuntu ทั่วไปครับ ก็สั่ง $sudo apt-get install pessulus

หน้าตา
หน้าตาของโปรแกรม Pessulus เป็นอะไรที่เรียบง่ายมากครับ ตามภาพเลย คือแบ่งเป็นช่องด้านซ้ายและขวา ช่องทางซ้ายเป็นตัวกำหนดหมวดหมู่ของสิทธิ์ที่อนุญาต ส่วนด่านขวาจะเป็นสิทธิ์ที่เราจะอนุญาต

pessulus

สิทธิ์ต่างๆ
สิทธิ์ต่างๆ ที่เราสามารถอนุญาตได้ จะมีด้วยกันดังนี้ครับ ทั่วไป พาเนล เว็บเบราเซอร์ และ โปรแกรมรักษาหน้าจอ

ประโยชน์ที่เราจะเห็นหลักๆเลยสำหรับโปรแกรมตัวนี้ก็ อย่างเช่น พวกคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการตามห้องสมุด หรือธนาคาร ที่จะบังคับให้เข้าใช้งานเพียง URL ที่กำหนดเป็นต้นครับ

ถ้าสนใจก็ลองเอามาเล่นกันดูครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เป็นประโยชน์ครับ

Zend หลายคนคงคุ้นหูแต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร หากถามว่ารู้จัก PHP มั๊ย หลายคนก้อร้องอ๋อขึ้นมาทันที Zend เป็นบริษัทที่พัฒนา Zend Platform (PHP) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Zend Optimizer, Zend Gard, Zend Studio เป็นต้น เอาล่ะวันนี้ผมพามาชำแหละผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กันและที่สำคัญเป็นจุดกำเนิดการพัฒนาเว็บแอพลิเคชั่นแบบ MVC ของ PHP เลยทีเดียว (ไม่นับ CakePHP นะ) ผลิตภัณฑ์ที่ว่าคือ Zend Framework ปัจจุบันพัฒนามาจนถึงรุ่น 1.7 แล้วครับ ขึ้นชื่อว่า Framework ก้อคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าจะต้องมีส่วนขยายและคอมโพเน้นที่ไม่มีใน PHP ปกติอย่างแน่นอน เอาล่ะวันนี้เราจะมาดูกัน

ทำความรู้จักกับ Zend Framework กันก่อน Zend Framework เป็นส่วนขยายของ PHP ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของ object oriented programming โดยมุ่งพัฒนาให้เกิดความปลอดภัย มีสเถียรภาพ และง่ายต่อการพัฒนาแอพลิเคชั่นในแบบ Web 2.0 และ Web Service นอกจากนี้ยังรวมเอา APIs จากบริษัทชึ้นนำอย่าง Google, Amazon, Yahoo, Flickr และ APIs สำหรับระบบแคตตาล็อกสินค้าอย่าง StrikeIron และ ProgrammableWeb เป็นต้น Zend Framework พัฒนาโดยอาศัยหลักคิดแบบเรียบง่าย เพื่อให้เว็บแอพลิเคชั่นที่พัฒนามีขนาดเล็กและเบา ไลบรารีและคอมโพเน้นไม่ขึ้นต่อกันมากนัก ซึ่งคอมโพเน้นประมาณ 4 ใน 5 ของเว็บแอพลเคชั่นจะถูกรวบรวมไว้ให้แล้วนักพัฒนาเพียงพัฒนาเพิ่มอีก 20% ก้อจะได้เว็บแอพลิเคชั่นที่คุณหรือลูกค้าต้องการ ซึ่งทำให้การพัฒนาโปรแกรมทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

คุณสมบัติเด่นที่ Zend Framework มีให้ใช้พัฒนาเว็บแอพลิเคชั่น
– AJAX และสนับสนุน JSON
– Search ใช้ Lucense search engine
– Syndication สามารถส่งออกรูปแบบข้อมูลและง่ายต่อการอ่านข้อมูลที่เว็บ 2.0 กำลังเป็นที่นิยม
– Web Services สนับสนุนการพัฒนา Web Service และการให้บริการ  Web Service
– มี OO PHP5 Class และ Library ที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้ง่ายพัฒนาแอพลิเคชั่นซึ่งสนับสนุน design pattern, unit testing

คอมโพเน้นที่ Zend Framework มีให้
– MVC (Model-View-Controller) ได้แก่ Zend_Controller, Zend_Controller_Action, Zend_Controller_Dispatcher, Zend_Controller_Plugin, Zend_Controller_RewriteRouter, Zend_View, Zend_Http_Request, Zend_Http_Response
– Database ได้แก่ Zend_Db, Zend_Db_Table
– Internationalization (i18n) and Localization (l10n) ได้แก่ Zend_Date, Zend_Locale, Zend_Measure, Zend_Translate
– Authentication, Authorization และ Session management ได้แก่ Zend_Acl, Zend_Authentication, Zend_Session
– Web และ Web Service ได้แก่ Zend_Feed, Zend_Rest_Client, Zend_Service, Zend_XmlRpc_Client, Zend_Gdata, Zend_Http_Client, Zend_Http_Server, Zend_Rest_Server, Zend_Server_Documentor, Zend_Server_Reflection, Zend_Soap_Server, Zend_XmlRpc_Serve และ Zend_Uri
– Mail, Format และ Search ได้แก่ Zend_Json, Zend_Pdf, Zend_Mail, Zend_Mime, Zend_Search_Lucene
– Core Infrastructure ได้แก่ Zend_Cache, Zend_Config, Zend_Console_Getopt, Zend_Log, Zend_Memory, Zend_Debug, Zend_Environment, Zend_Loader, Zend_Registry, Zend_Version, Zend_Filter, Zend_Validate

ใครใช้ Zend Framework บ้าง
– Bwin Games AB
– FOX Interactive Media
– Magento
– Indianapolis Motor Speedway
– Right Media
– IBM

สถิติเกี่ยวกับ Zend Framework
– ดาวน์โหลดมากกว่า 7 ล้านครั้ง
– มี Contributor มากกว่า 500 ราย
– มีหน้าเว็บที่กล่าวถึง Zend Studio มากกว่า 1000 หน้า
– มีตัวอย่างมากกว่า 500 ตัวอย่าง
– มีจำนวน Hits มากกว่า 750 Hits ใน Technorati
– มีโครงการซอฟต์แวร์บน SourceForge ที่ใช้ Zend Framework เป็นพื้นฐานในการพัฒนา มากกว่า 60 โครงการ
– มีโครงการซอฟต์แวร์บน Google Code ที่ใช้ Zend Framework เป็นพื้นฐานในการพัฒนา มากกว่า 30 โครงการ
– มากกว่า 30000 Issues ที่ได้รับการแก้ไขในระบบ Issue Tracker

เขียนมายาวยืดมีใครใช้ Zend Framework กันบ้าง ขอเสียงหน่อยครับ เกือบลืมครับ ดาวน์โหลด Zend Framework ได้ที่ http://framework.zend.com

ปีนี้กระแส Micro-blogging มาแรงแซงกระแส IM ไปถนัดตาก้อเพราะอะไรเหรอครับ มันเป็นการ blog ข้อความสั้นๆ ประมาณ 140 ตัวอักษร ส่งไปทาง SMS, IM หรือบนเว็บไซต์ได้ง่ายๆ แหมคงไม่ต้องยกตัวอย่างละมั๊งครับว่า Micro-blogging เป็นยังไง หากคุณเป็นสาวก Twitter อยู่แล้วละก้อคุณก้อเป็น Micro-blogger ไปเรียบร้อยแล้ว "What are you doing ?" จากแนวคิดง่ายๆ เพียงเท่านี้คุณก้อสามารถบอกเล่าว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ให้เพื่อนๆ ที่อยู่ทั่วโลกได้รับรู้กันแล้ว ไม่ต้องสาธยายบน blog ระหว่างเวลางานหรือหลังกลับบ้านว่าวันนี้เจออะไรมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง ส่งข้อความผ่าน Twiiter ก้อเรียบร้อยแล้ว การพัฒนาการของ Twitter และการเปิด API ให้เรียกใช้งานผ่าน Web Service ง่ายๆ อย่าง REST ทำให้เกิดบริการผนวกเข้ากับ Twitter มากมายเช่น TwitPic, TwitterFeed  และ Micro-blogging message service ต่างๆ ฯลฯ

อ้าวจั่วหัวว่า Identica แต่ทำไมเขียยนเรื่อง Twitter ซะงั้น เรื่องของเรื่องคือ Evan Prodromou ได้ไปนำเสนอ Indentica ที่งาน OSCON โดยเขานำเสนอเว็บไซต์ Micro-blogging ใหม่ชื่อ Identica ซึ่งก้อนั่นแหละครับ เขาพัฒนาโดยใช้โมเดลและ Protocal แบบเดียวกับ Twitter ซึ่ง Evan บอกว่าเขานั่งแกะ Twitter และพัฒนา Indentica ประมาณ 1 สัปดาห์ซึ่งสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับ Twitter คือ ส่งข้อความสั่น follow เพื่อนๆ ได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนโปรโตคอลอื่นๆ อีกมากมายเช่น Jabber(XMPP), GTalk, Email หรือแม้กระทั่งการส่ง SMS นอกจากการส่งข้อความสั้นแล้ว Indentica สามารถเก็บ tags ของสมาชิกในระบบได้ มีการ Invite ให้คนที่เรารู้จัดผ่านทาง Indetica ให้มาร่วมใช้ Indentica ด้วยกัน แปะ favorite เพื่อบอกว่าเพื่อนคนไหนที่คุณ follow เป็นคนที่น่าสนใจของคุณ การป้องกัน Spam และ Block ผู้ใช้คนอื่น เช่น อาจมีพวกบ้า blogging เยอะเกินเหตุ หรือต้องการสร้างการตลาดผ่าน Micro-blogging ก้อสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ ระบบ direct notices เป็นระบบ Inbox ง่ายๆ คล้ายๆ กับการส่ง Personal Message ไปยังสมาชิกคนอื่นๆ โดยไม่เป็นการส่งผ่านโดยการส่งข้อความตอบกลับ แต่ข้อความจะส่งตรงไปที่ Inbox แทน และที่สำคัญ Identica สนับสนุนการใช้งาน OpenID นั่นหมายความว่าคุณสามารถใช้ Account ของ OpenID, clalmID, myOpenID, Verisign, Blogger, WordPress, Livejournal, Bloglines, Technorati, Clickpass, AOL, Flickr และ Yahoo บอกได้คำเดียวว่ากินขาดครับ สำหรับ Client ที่สามารถส่งข้อความเข้าไปยัง Idebtica ได้ เช่น การใช้ Client อะไรก้อได้ที่สนับสนุน Jabber (XMPP), Gtalk, Ping.fm, HelloTxt, twitterfeed, Latwit, twhirl, tarpipe ฯลฯ d d

Evan เปิดโครงการเขาเป็นโอเพนซอร์ส ในชื่อ Laconica สืบเนื่องจากการพัฒนาบริการ Micro-blogging อย่าง Identica Evan ได้นำเสนอโปรโตคอลสำหรับการสื่อสารแบบ Micro-blogging นี้เรียกว่า OpenMicroBlogging เพื่อให้ผู้ใช้บริการ Micro-Blogging ในรายอื่นๆ สามารถส่งข้อมูลข้าวผ่านผู้ให้บริการได้ ใครสนใจ Protocal ลักษณะนี้ก้อลองเข้าไปดูที่เว็บ OpenMicroBlogging กันได้ครับ Laconica ยังเปิดรับนักพัฒนาไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Client, OpenMicroBlogging, OpenID การพัฒนา Laconica ให้ดีขึ้น ใครสนใจเป็น crontibutor โครงการนี้สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้เลยครับ

คิดว่าน่าจะออกวันนี้พรุ่งนี้แล้ว หรือออกแล้วหว่า ก็เรามาดูกันว่า openSUSE 11.1 ในฝั่งของ GNOME นั้น ที่จะมาพร้อมกับ GNOME 2.24 มีอะไรมาให้เล่นกันบ้าง

Tab
เช่นเดียวกับใน Ubuntu 8.10

Communication
openSUSE 11.1 GNOME จะมาพร้อมเครื่องมือจัดการการสื่อสารใหม่ๆ ใน Evolution, Pidgin, และ Ekiga โดยที่ตัว Evolution นั้นสามารถ Sync กับ Google Contact ได้ รับเมล์ IMAP จาก Google ได้ รวมถึง Sync Calendar จาก Google Calendar ได้ (อันนี้เคยพยายามหลายรอบละ แต่ไม่สำเร็จ ไว้จะลองเวอร์ชั่นใหม่อีกที)

Entertainment and Multimedia

  • ก็มี Banshee, Brasero และ F-Spot มาด้วย อันนี้ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ รู้สึกว่าใน 11.0 ก็จะมีอยู่แล้ว
  • Banshee สามารถดึงเพลงจาก OS อื่นที่อยู่ในเครื่องมาเล่นได้ (ไม่แน่ใจว่าทำได้อยู่แล้ว หรือเพิ่งได้ในเวอร์ชั่นนี้ พอดีผมไม่นิยมมีหลาย OS ในเครื่อง)
  • Brasero สามารถ RIP DVD ได้ด้วย? (ที่มาเขาว่างี้:With Brasero you can save movies on DVDs to watch on your TV)
  • แล้วก็ มี Cheese มาให้ เอ๊า ยิ้ม (เผอิญเครื่องผมไม่มีกล้อง อด)

Cellular Broadband Connectivity
เข้าใจว่าเป็นตัวที่ทำให้ต่อเน็ตผ่านมือถือง่ายๆ แบบ Ubuntu 8.10 ครับ

Multi-monitor Support
ตัวจัดการการต่อจอภาพเสริมครับ ดูตามภาพครับ ไว้จะหาโอกาสลองเล่นดู

ที่มา: http://suseclub.com/node/12

   ครั้งก่อนเราสร้างดาบ Light saber ด้วย GIMP แบบ ง่ายๆ แต่วันนี้เราจะมาสร้างตัวอักษร Neon Light ด้วย Gimp กันนะครับใครอยากมีตัวอักษรสวย ๆ เหมือนไฟนีออน เอาไว้โชว์เล่นตามมาเลยครับผม

1. เริ่มก็เปิด GIMP ขึ้นมา สร้างแผ่นงานใหม่ พื้นหลัง สี ดำ สร้าง ตัวอักษร ขึ้นมา แล้ว ทำ Layer ตัวอักษรให้เป็น Leyer ธรรมดาด้วย การละทิ้งข้อมูลข้อความ ดังรูปครับ

1

2. จากนั้นใช้เครื่องมือ Select by color เลือก Layer ที่เป็นตัวอักษร (ในส่วนที่เป็นตัวอักษร) แล้ว ทำให้ Selection หดดังรูปครับ

2

3. จากนั้นคลิกขวา ที่ Select ในแผ่นงาน เลือก แก้ไข ตัด ดังรูปครับ
3
4. จากนั้น สร้าง Layer ใหม่ ไว้ใต้ Layer ตัวอักษร อันเก่า แล้วกด Ctrl+V (วาง) จากนั้คลิกขวา ที่ช้นงานที่แปะ แล้วเลือก ฝังตัวชิ้นงานจะได้ Layer ตัวหนังสือ 2 อัน (อันนึงเป็นกรอบ )


4

5. จากนั้งคลิกที่ Layer ที่อยู่ใต้ Layer ตัวหนังสือ(ที่เป็นกรอบ) แล้ว ทำให้เบลอ ดังรูป ครับ

5

สามารถกำหนดความ เข้ม ของ แสง ที่เปล่งออก มาโดย การ Copy Layer จนพอใจ แล้วรสมกันไว้เป็น Layer เดียวกัน (เพื่อกัน งง)

6

เราก็จะได้ตัวอักษร Neon Light จากนั้นตกแต่งตามใจชอบครับ ^^