Session U ตอนใหม่จากทาง FukDuk.tv มาแล้ว ซึ่งในตอนนี้น้อยบอยพิธีกร จาก Session U จะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก และทดลองติดตั้ง Ubuntu Netbook Remix กัน

คร่าวๆนะครับ Ubuntu Netbook Remix ก็คือ Ubuntu เวอร์ชั่นที่พิเศษ ที่เขาปรับแต่งมาแล้วเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในคอมพิวเตอร์ตัวเล็ก ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันครับ

แต่จะมีที่พิเศษนิดนึงตรงที่ Ubuntu Netbook Remix นั้น เขาไม่ได้ทำมาให้เราดาวน์โหลดไปใช้ครับ แต่เขาทำให้กับบริษัทที่สนใจ ให้นำไปติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องตั้งแต่ในโรงงานครับ (Bundle) แต่อย่างไรก็ดี ซอฟต์แวร์เหล่านี้เป็น Open Source อยู่แล้ว ดังนั้นเราเองก็สามารถนำมาติดตั้งได้ด้วยตนเองเช่นกันครับ

ส่วนจะติดตั้งได้อย่างไรนั้น ดูต่อได้ที่ Session U ครับ

CrossOver เป็นโปรแกรม Windows Emulator ที่ช่วยให้ใช้งานโปรแกรมของวินโดวส์บนลินุกซ์ได้ ซึ่ง CrossOver นั้นอธิบายง่ายๆก็คือ WINE เวอร์ชั่น Commercial นั่นเองครับ ก็คือแปลว่าซอฟต์แวร์ขายนั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี เราสามารถใช้งาน CrossOver เวอร์ชั่นทดลองได้ที่ 30 วันครับ ถ้าเป็นที่พอใจค่อยควักกระเป๋าก็ไม่ว่ากัน

ขั้นตอน

  1. เข้าไปที่ codeweavers.com แล้วดาวน์โหลดเวอร์ชั่นทดลองมาครับ
  2. ดาวน์โหลดไฟล์ลงมา เราจะได้เป็นไฟล์ .deb ครับ ให้ดับเบิ้ลคลิกเพื่อติดตั้งได้เลย
  3. ติดตั้งเรียบร้อย เราจะสามารถเรียกโปรแกรมได้ที่เมนูดังภาพครับ
  4. CrossOver จะมีรายชื่อโปรแกรมที่ Support เพื่อให้เราติดตั้งได้อย่างง่ายดายไว้แล้วครับ
  5. หรือถ้าเป็นโปรแกรมที่อนู่นอกรายการก็แค่เตรียม .exe ที่ใช้ติดตั้งในวินโดวส์ไว้ เท่านั้นครับ

โปรแกรมสามารถใช้งานได้ 30วัน รีบๆลองนะครับ ถ้าเป็นที่พอใจก็อย่าลืมอุดหนุนผู้พัฒนากันครับ

วันนี้จะมาแนะนำ Key ลัดของ Blender ครับ ไม่แน่ใจว่าจะเรียกคีย์ลัดได้หรือเปล่า เพราะคีย์ลัดที่จะนำมาแนะนำนี้ เป็นคีย์ลัดที่สั่งด้วยการเคลื่อนที่ของเมาส์ครับ โดยเราจะนำมาใช้ในการสั่ง Move Rotate และ Scale ครับ

เปิด Blender ขึ้นมาจะพบกับหน้าตาแบบนี้ครับ บริเวณที่จะคลิกเพื่อสั่งได้ คือพื้นที่ว่างๆ ในพื้นที่ทำงานครับ

blender-interface

ก่อนที่จะสั่ง ให้ทำการ Select Object ที่ต้องการก่อนครับ โดยการ คลิกขวาที่ Object ที่ต้องการ จากนั้นก็สามารถใช้คำสั่งลัดได้เลย

  1. Move ให้คลิกเมาส์ค้างไว้ ลงไปบนพื้นที่ว่างๆ แล้วลากเป็นเส้นตรง แล้วปล่อย วัตถุจะเคลื่อนย้ายตามที่เราขยับเมาส์
  2. Rotate ให้คลิกเมาส์ค้างไว้ ลงไปบนพื้นที่ว่าง แล้วลากเป็นเส้นตรง แล้วหักมุม (เป็นรูปตัว L) จำหักมุมแนวไหนก็ได้ครับ แล้วค่อยปล่อย วัตถุจะหมุนตามแนววนรอบตามเมาส์เราครับ
  3. Scale ให้คลิกเมาส์ค้างไว้ ลงไปบนพื้นที่ว่าง แล้วลากเป็นวงกลม จะตามศร หรือย้อนศรก็ได้ แล้วปล่อยเมาส์ วัตถุจะถูกย่อและขยาย ตามระยะใกล้หรือไกล ระหว่างเมาส์กับวุตถุครับ

เทคนิคเพิ่มเติม
สังเกตุว่า ไม่ว่าจะเป็นการ Move, rotate หรือ scale ก็ตาม มันจะเคลื่อนไปตามแนวของมุมมองหน้าจอที่เราใช้อยู่ แต่หากเราต้องการให้มัน เคลื่อนที่ตามแนวแกน X, Y, Z นั้น เราสามารถใส่ตัวอักษรกำกับไปตอนท้ายได้ครับ เช่น การ Move “คลิกเมาส์ค้างไว้ ลงไปบนพื้นที่ว่างๆ แล้วลากเป็นเส้นตรง แล้วปล่อย แล้วกดปุ่ม x” วัตถุจะถูกย้ายตามแนวแกน X ครับ

วันนี้ก็มีเว็บไซต์ดีๆมาแนะนำกันครับ เป็นเว็บไซต์ที่ให้เราติดตั้งโปรแกรมได้ สำหรับผู้ใช้งาน ubuntu โดยเฉพาะเลยครับ คล้ายๆเป็น add/remove เวอร์ชั่น on web นั่นเอง หลักการทำงานเท่าที่ลองใช้ดู ไม่มีอะไรพิเศษ แค่จับรายชื่อโปแกรมมาเรียงคล้ายๆหน้าโปรแกรม add/remove แล้วก็ทำลิงก์สำหรับกด install ไว้ให้ เมื่อเรากด install มันจะติดตั้งโปรแกรมให้ โดยจะดูดจาก Repository ที่เราตั้งไว้ ดังนั้นแปลว่า ถ้าจะติดโปรแกรมให้ได้ตามที่เว็บไซต์เขาลิสท์ไว้ ก็ต้องตั้ง repository ไปที่เดียวกับที่เขาลิสท์แพคเกจไว้

สำหรับตัวเว็บไซต์ที่ว่าคือเว็บนี้ครับ http://appnr.com สนใจก็ลองเข้าไปกดๆเล่นดูครับ หน้าตาตามภาพ

appnr

ส่วนถ้าจะตั้ง Repository ให้ตามเขาก็ได้ครับ แต่ถ้าจะไม่ตั้งก็ไม่ซีเรียสครับ ยังคงใช้เว็บไซต์นี้ได้อยู่ เพียงแต่บางโปรแกรมที่เขามีรายชื่อไว้ เราอาจจะติดไม่ได้ เท่านั้นครับ

ส่วนขั้นตอนก็ ตามนี้ครับ

  1. เปิดเทอร์มินอลขึ้นมาก่อน
  2. สั่งตามนี้ครับ sudo wget http://www.medibuntu.org/sources.list.d/hardy.list -O /etc/apt/sources.list.d/medibuntu.list
  3. สั่งต่อ sudo apt-get update && sudo apt-get install medibuntu-keyring && sudo apt-get update
  4. อีกครับ wget -q -O - https://dl-ssl.google.com/linux/linuxsigningkey.pub | sudo apt-key add -
  5. จามด้วยอัพเดทอีกที sudo apt-get update
  6. ต่อครับ สั่งตามนี้ sudo gedit /etc/apt/sources.list โปรแกรมจะเรียก Text Editor ขึ้นมา ใส่ 3 บรรทัดข้างล่างนี้ลงไปท้ายไฟล์ครับ
    deb http://archive.canonical.com/ubuntu hardy partner
    deb-src http://archive.canonical.com/ubuntu hardy partner
    deb http://dl.google.com/linux/deb/ stable non-free
  7. อัพเดทอีกที sudo apt-get update

จบครับ ทีนี้ก็สามารถติดตั้งโปรแกรมทั้งหมดที่มีรายชื่อตามในเว็บ appnr.com ได้แล้วครับ

เพื่อเป็นการเตรียมตัวกับ Ubuntu 8.10 ที่จะออกมาในอีกไม่นานนี้ เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าเราจะอัพเกรด Ubuntu จากเวอร์ชั่นเก่ามาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ได้อย่างไร จะได้ทันสมัยสุดๆ อ่อ แต่อย่าลืมนะครับ ว่า Ubuntu 8.04 มีระยะเวลาการ Support ที่นานกว่า 8.10 เพราะเป็นเวอร์ชั่นพิเศษ ดังนั้นท่านใดต้องการจะใช้ยาวๆ อาจจะไม่เหมาะที่จะอัพเกรดเป็น 8.10 ครับ ส่วนถ้าท่านใดพร้อมที่จะอัพเกรดแล้วล่ะก็ มาดูวิธีการกันครับ

ขั้นตอน

  1. เปิดเทอร์มินอลขึ้นมาก่อนเลย
  2. พิมพ์ลงไปว่า sudo update-manager -d
  3. จะเจอกล่องๆ แบบในภาพ
    update-manager
  4. กดปุ่ม Upgrade

เพียงเท่านี้ครับ แล้วรอให้ระบบดูดแพคเกจให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยรีสตาร์ท แล้วระบบของคุณก็จะกลายเป็น Ubuntu เวอร์ชั่นใหม่เรียบร้อยครับ

SessionU หรือ fukduk.tv ช่อง 9 ของเรานี่แหล่ะคับ มาชวนปรับหน้าจอของคุณให้หวือหวาอลังการ ท่านใดยังไม่เคยลองต้องดูตอนนี้ครับ พี่บอยแกแนะนำได้ละเอียดดีเลย

ที่มา: http://fukduk.tv/9/028

ก็ คราวก่อนเราได้ติดตั้ง Color palette ให้กับ GIMP ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราจะมาลองใส่ Color palette ให้กับ Inkscape กันดูบ้างครับ โชคดีนิดนึง เพราะในส่วนของไฟล์ Color palette ที่จะใช้กับ Inkscape นั้น จะเป็นไฟล์ .gpl เช่นเดียวกับที่ใช้ใน GIMP ครับ เพราะฉะนั้น สามารถนำมาใช้ด้วยกันได้สบายๆครับ ก็ ก่อนที่จะลงมือ ท่านใดยังไม่มีไฟล์ Color palette ก็หาโหลดเอาครับ ไปรื้อๆดูจาก How to ตอนเก่าก็ได้ ติดตั้ง Color palette

  1. ขั้นแรก เรียกไฟล์เบราเซอร์ก่อนเลยครับ กด Alt+F2
  2. พิมพ์ลงไปว่า gksu nautilus
  3. เปิดไฟล์เบราเซอร์ไปที่ /usr/share/inkscape/palettes/
  4. โยนไฟล์ลงไปในนั้นเลยครับ เพียงเท่านี้ก็ติดตั้งเสร็จแล้ว

เสร็จแล้วลองเรียก Inkscape ขึ้นมาเล่นดูครับ ที่ Color palette ด้านล่าง จะมีชุดสีที่เราติดตั้งลงไปให้เลือกใช้แล้วครับ ubuntu-roll
ที่มา: brushare.com

เผื่อว่าจะมีใครไม่รู้ Color pallet นั้นจะเปรียบได้กับจานสีที่ผสมสีไว้เรียบร้อยแล้ว เวลาจะใช้ก็หยิบสีใช้ได้เลยไม่ต้องผสมเอง ส่วนของ Color pallet สำหรับ GIMP นั้นจะเป็นไฟล์สกุล .gpl ครับ (เท่ห์โคตร) ก็เป็น text ไฟล์ที่บอกค่าสีธรรมดาๆนี่เอง ส่วนจะหา color pallet ได้จากไหนบ้างนั้น อันนี้ยังไม่อาจทราบได้ครับ

ส่วน Howto ตอนนี้จะมาแนะนำวิธีติดตั้ง Color pallet สำหรับ GIMP ใน Ubuntu ครับ (ใครใช้วินโดวส์ฝากมาเขียนแนะนำที) โดย Pallet ที่ใช้ จะเป็นชุดสี Ubuntu ครับป๋ม

ลงมือติดตั้ง โลดๆๆๆๆๆ

  1. ขั้นแรกดาวน์โหลด Pallet ก่อน ไปที่ https://wiki.ubuntu.com/Artwork/Official หรือไม่ก็ คลิกขวา Save as ลิงก์นี้เลยครับ
  2. เปิดโฟลเดอร์บ้านขึ้นมาครับ
  3. กด Ctrl+h 1 ที มันจะแสดงโฟลเดอร์ซ่อนขึ้นมา
  4. ให้เข้าไปที่ .gimp ครับ (ถ้ามีเลขเวอร์ชั่นก็เข้าไปที่เวอร์ชั่นนั้นๆครับ)
  5. แล้วเข้าไปที่โฟลเดอร์ pallettes อีกทีครับ
  6. จากนั้นก็เอาไอ้เจ้าไฟล์ .gpl ที่โหลดมา มาไว้ตรงนี้ซะ

ใช้งาน โลดๆๆ

  1. แน่นอนเลยว่า ขั้นแรกต้องเปิด GIMP
  2. ดูตรงพวก Dialog ที่เป็น Layer นะครับ
  3. ให้ add tab Pallette ขึ้นมาครับ (ดูเหมือนเมนูผมจะไม่ตรง อย่าได้ไปใส่ใจครับ)
    gimp-add-tab
  4. เราจะเห็น Color pallette ของ Ubuntu ที่ติดตั้งลงไปโผล่ขึ้นมาให้ใช้งานครับ ให้ดับเบิ้ลคลิกเรียกมันขึ้นมาใช้ได้เลย
    ubuntu-color-pallette

ลองเล่นดู แค่ขีดๆเขียนๆยังได้อารมณ์ Ubuntu คิดดูเอา

ที่มา: brushare.com

กระแส OpenOffice.org 3 กำลังแรง เดาเอาเองว่าน่าจะรวมมากับ Ubuntu 8.10 อยู่แล้ว ซึ่งผมเองก็ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน สำหรับท่านใดที่เป็นแฟน Ubuntu แล้วอยากลองใช้งาน OpenOffice.org กันก่อนก็สามารถติดตั้งได้แล้วครับด้วยวิธีที่ไม่ยากจนเกินไปครับ ซึ่งแฟนๆ Ubuntu อย่างเราๆนี้ก็มีวิธีการให้เลือกใช้อยู่ถึง 2วิธีด้วยกันครับ ท่านที่สนใจสามารถทำตามไปด้วยกันได้เลยครับ

วิธีการแรก

  1. ลำดับแรก เปิด Terminal ขึ้นมาก่อนเลยครับ
  2. ลบ OpenOffice.org ตัวเดิมออกไปก่อน ด้วยคำสั่ง sudo apt-get remove openoffice.
  3. ดาวน์โหลด OpenOffice.org จากลิงก์นี้ครับ
  4. แตกไฟล์ที่ได้ทำการดาวน์โหลดมา ด้วยคำสั่ง tar -zxvf OOo3.0.0LinuxIntelinstallen-USdeb.tar.gz
  5. เข้าไปในโฟลเดอร์ที่ได้ทำการแตกออกมา cd OOO300m9nativepacked-1en-US.9358/DEBS/
  6. ติดตั้ง .deb ทั้งหมดที่มี สั่ง sudo dpkg -i *.deb
  7. เสร็จแล้วให้สั่ง cd desktop-integration
  8. ติดตั้ง .deb ต่อ sudo dpkg -i openoffice.org3.0-debian-menus3.0-9354_all.deb

เสร็จแล้ว ลองเรียกใช้งานเลย

วิธีที่สอง

  1. เปิดเทอร์มินอล แล้วแปลงร่างเป็น root ครับ สั่งsudo su
  2. เพิ่ม Repository ลงไป echo 'deb http://ppa.launchpad.net/openoffice-pkgs/ubuntu hardy main' >> /etc/apt/sources.list
  3. สั่งอัพเดทรายชื่อซอฟต์แวร์ apt-get update
  4. ออกจากการเป็น Root สั่ง exit
  5. เสร็จแล้วสั่งติดตั้งด้วยตัวติดตั้งโปรแกรมที่คุณถนัดเลยครับ

ใช้แล้วถูกใจไม่ถูกใจก็มาเล่าให้ฟังกันมั่งครับ

    สืบเนื่องจากพี่ Bigtux ของเราได้ทำการโปรโมต Fedora Linux 9 ไว้ว่าเป็น Linux Desktop ที่ใช้งานง่ายและเสถียรตัวหนึ่งที่กำลังมาแรงสำหรับคอ Linux Desktop จากการ Reviews Fedora 9 ของพี่ Bigtux ก็มีผู้สอบถามขั้นตอนการติดตั้งอยากให้เขียนขั้นตอนการติดตั้งสำหรับ Desktop ของ Fedora 9 วันนี้ผมจึงได้มาเขียนวิธีการติดตั้งตั้งกันอย่างละเอียด

ขั้นตอนแสดงการติดตั้ง Fedora 9

     1. เมื่อบูตเครื่องจากแผ่นติดตั้ง Linux Fedora 9 จะเห็นหน้าต่าง Welcome to Fedora 9! ดังรูป ในที่นี้เลือก "Install or upgrade an existing system" เพื่อทำการติดตั้ง

 

    2. จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบแผ่นที่ใช้ในการติดตั้ง ว่าสามารถอ่านข้อมูลได้หรือไม่ แต่ในที่นี้สามารถข้ามการตรวจสอบแผ่นได้
โดยคลิกที่ปุ่ม "Skip"

 

    3.รอสักครู่ จะเจอหน้าต่างการติดตั้งที่แสนงดงามของเจ้า Anaconda (ในความคิดผมมันน่าจะเป็นตัวติดตั้งที่ดีที่สุดของ Linuxนะครับผม) ทำการติดตั้งโดยคลิกที่ปุ่ม

   4.ระบบจะให้เลือกภาษาที่ใช้ในการติดตั้ง ในที่นี้เลือกเป็น "English ( English )"

   5.จากนั้นทำการเลือกคีย์บอร์ด ในที่นี้เลือก "U.S.English"

   6. ใน บางครั้ง ระบบจะถามว่า ไม่สามารถอ่านตารางของพาร์ทิชัน บนฮาร์ดดิสก์ได้ ซึ่งมักเจอในฮาร์ดดิสก์ ที่พึ่งซื้อมา แล้วยังไม่ได้มีการแบ่งพาร์ทิชัน โดยถ้าเป็นดิสก์ใหม่ ให้เลือกปุ่ม Yes เพื่อสร้างตารางของดิสก์ใหม่ หรือถ้ามีข้อมูลอยู่แล้วในดิสก์ ก็ให้เลือก No นั่นคือ สามารถแบ่งพาร์ทิชันเองได้

     7.จากนั้นจะเป็นส่วนของการติดตั้งการเชื่อมต่อ เข้ากับระบบเครือข่าย

     8.จากนั้นทำการคลิกเลือกประเทศ ในที่นี้เลือกเป็น "Asia/Bangkok

    9.ทำการตั้งรหัสผ่านให้กับผู้ใช้ Root ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบ

   10. จากนั้นระบบจะให้แบ่งพาร์ทิชัน โดยมีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้เราเลือกเป็น "Use free space on selected drives and create default layout"ซึ่งระบบจะใช้พื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน และทำการสร้างพาร์ทิชันขึ้นมาเองใหม่

    11.จากนั้นทำการเลือกชุดของซอฟต์แวร์ ที่ต้องการติดตั้ง ในที่นี้เลือกเป็น "Office and Productivity"

   12.จาก นั้น ระบบจะทำการฟอร์แมตข้อมูล ในส่วนที่เราได้กำหนดไว้ หรือสร้างขึ้นมาใหม่ แล้วทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

    13. รอซักพักเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วระบบจะแสดงข้อความยินดีให้เราคลิกที่ปุ่ม "Reboot" เพื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่

    14. เมื่อรีบูตเครื่องขึ้นมา จะพบหน้าต่างของ ที่ใช้ในการเลือกระบบที่จะเข้าไป

    15. ระบบจะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนเครื่อง

    สำหรับในตอนต่อไปเราจะมาทำการปรับแต่งและติดตั้งภาษาไทยบน Fedora 9 ให้สามารถใช้งานได้ รวมถึงการปรับแต่งการทำงานเบื้องต้นกันครับผม อดใจรอตอนต่อไปกันหน่อยครับผม