หลาย ๆ ท่านคงมีปัญหาในการใช้งาน Package บน Linux เนื่องจาก Linux ตระกูล  Redhat, CentOS , Fedora หรือ Linux รุ่นที่ใช้ระบบ Pakage นามสกุล .rpm (RedHat Package Manager) ซึ่งเป็นแพ็กเก็จของลีนุกซ์ Red Hat สามารถนำมาติดตั้งบน Ubuntu ได้โดยการแปลงไฟล์ จากนามสกุล .rpm เป็น .deb โดยใช้โปรแกรม alien แปลไฟล์ที่อยู่ในรูปแบบ .rpm เป็น .deb ซึ่งทำให้สามารถติดตั้งได้บน Ubuntu Linux ที่ใช้ระบบจัดการ Package แบบ .deb แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถติดตั้งได้ 100% นะครับ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ลองทำตามกันดูนะครับผม

– คุณสามารถติดตั้ง alien โดยใช้ระบบจัดการ Package Synaptic ของ Ubuntu

– คุณสามารถติดตั้งโปรแกรม alien ผ่าน Command Line โดยใช้คำสั่ง:

    $sudo apt-get install alien

– หลังจากคุณติดตั้งโปรแกรม alien แล้วเราจะมาเริ่มทำการแปลงไฟล์ .rpm เป็น .deb
  ผมไป Download .rpm มาไฟลฺ์ที่ต้องการ Convert มาไว้ที่ Desktop ของผมหลังจากนั้นเปิด
  Terminal พิมเพื่อเข้าสู่ Directory Desktop :

     $cd ~/Desktop

– เมื่อเข้ามาที่หน้าจอ Desktop แล้วก็ให้พิมพ์คำสั่งเพื่อแปลงไฟล์จาก .rpm เป็น .deb โดยใช้ Command:

     $sudo alien –k rpm-file-name.rpm

     หลังจากคุณใช้คำสั่งนี้โปรแกรม alien จะทำการเปลี่ยนแปลงไฟล์จาก .rpm เป็น .deb ซึ่งสามารถนำ Package
ดังกล่าวไปติดตั้งใน Ubuntu โดยใช้ Debian package installer ในการติดตั้ง โดยใช้ Command:

     $sudo dpkg –i deb-file-name.deb

     ถ้าคุณอยากได้่โปแกรม "alien" ที่ใหม่กว่าหรืออยากติดตามความเคลื่อนไหวและการพัฒนาของโปรแกรม "alien สามารถเข้าไปดูได้
โดย คลิ๊กที่นี่

   เมื่อสมัยผมเล่น Linux ใหม่ ๆ เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว จำว่าครั้งแรกที่ติดตั้งเจ้า Linux หมวกแดง (Redhat 4.x) เข้าไปโลกแห่งความมืดก็เริ่มเข้าคอบงำเครื่องคอมพิวเตอร์ของผม ภาพของ Linux  ที่เป็นหน้าจอดำๆ มี Shell คอยรับคำสั่งผ่านคีย์บอร์ดเท่านั้นติดตาของผู้ใช้คอมพิวเตอร์มานาน แม้ว่าทุกวันนี้ Linux จะมีระบบกราฟิกให้ใช้งานได้แล้วก็ตาม แต่คนที่จะใช้งาน Linux ก็ยังคงน้อยอยู่มากๆ ด้วยเหตุผลนานับประการ ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ และได้ยินจนชินแล้ว คือ “มันไม่สวย” ทำไมไม่เหมือนรุ่นพี่อย่าง Windows ตระกูลต่าง ๆ  ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนแล้วก็อาจจะจริง แต่ถ้าเป็นปัจจุบันนี้ผมคงต้องเถียง เพราะนี้ Linux มี Effect ในการแสดงผลที่เป็นลูกเล่นสวยงามแล้ว ซึ่งเรียกว่า Desktop Effect

    สำหรับ Desktop Effect ที่ใช้ใน Linux ที่ผมพูดถึงอยู่นี้ ถูกพัฒนาโดยบริษัท Novell โดยซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแสดงผล Effect นี้มีชื่อว่า Compiz แต่ในภายหลังโครงการถูกแยกออกมาจาก Novell เป็นซอฟต์แวร์อีกตัวหนึ่งซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกัน มีชื่อว่า Beryl ทั้ง Compiz และ Beryl นั้น อาศัยการทำงานของระบบ OpenGL เป็นหลัก ทำให้การประมวลผลในส่วนของ Effect นี้ จะใช้ทรัพยากรของ Graphic card เป็นหลัก ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของคอมพิวเตอร์ลดลงน้อยมาก อีกทั้งการแสดงผลยังนุ่มนวลอีกด้วย และยังสามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆได้อีกด้วย ขอเพียงแค่การ์ดแสดงผลรองรับ OpenGL เป็นพอครับ หากจะลองเปรียบเทียบกันตรงๆกับ Windows Vista แล้ว Linux และ Desktop Effect นั้นกินทรัพยากรน้อยกว่ามาก

เรามาดูกัน Linux Distribution ไหนที่ใช้ได้บ้าง
      แน่นอนว่า Linux ในโลกนี้มีอยู่หลายค่ายหลายยี่ห้อ แล้วจะเลือกตัวไหนดีให้ใช้งาน Desktop Effect ได้ ซึ่งจริงๆแล้วต้องบอกว่า ตัวไหนก็ได้ ที่มี Xorg เวอร์ชั่น 7.1 ขึ้นไปครับสามารถติดตั้ง Compiz หรือ Beryl เพื่อใช้งานได้เลย หรือในอีกทางเลือกหนึ่งคือ เลือกใช้ Linux ที่รวม Desktop Effect มาให้แล้วในตัว เพื่อความสะดวกในการใช้งานครับ และ Linux Distribution ที่ผมแนะนำให้ลองคือ Ubuntu และ Fedora,Opensuse,PCLinuxOS,Sabayon ครับ ที่จริงแล้วยังมีอีกหลายตัว แต่ผมแนะนำให้คร่าว ๆ แค่นี้ก่อน

เปิดใช้งาน Desktop Effect บน Ubuntu
      Ubuntu น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการทำงานด้าน 3D Effect  เพราะคุณสามารถทดลองใช้งาน Ubuntu และ Desktop Effect ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งลงเครื่อง หมายความว่าถ้าคุณลองแล้วไม่พอใจ ก็ไม่ต้องติดตั้ง และขอมูลทั้งหมดภายในเครื่องของคุณก็จะยังคงปลอดภัยเหมือนเดิมทุกประการครับ ถ้าหากคุณเปิด Ubuntu ขึ้นมาแล้ว วิธีเปิดใช้งาน Desktop Effect นั้น ให้คุณไปที่เมนู System > Preferences > Desktop Effects ก็สามารถใช้งานได้ทันทีครับ
 

     หาก คุณกำลังคิดที่จะอัพเกรดคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของคุณที่รู้สึกว่ามันทำงาน ช้าเกินไปแล้ว ผมอยากให้คุณหันมาลอง Linux ดูก่อนที่จะต้องเสียเงินในกระเป๋าไปครับ หรือถ้าคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งยังไม่ยอมใช้ Linux ด้วยเหตุผลว่า “ไม่สวย” นี่เป็นโอกาสดีที่จะเปิดใช้ลองใช้ระบบปฏิบัติการ Linux อย่างจริงจังเสียทีครับ

 

 

   ffmpeg เป็นโอเพนซอร์สไลบารี่ในการจัดการเกี่ยวกับไฟล์วีดีโอและไฟล์เสียงต่าง ๆ โดยสามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Linux Mac Windows ซึ่งมีผู้พัฒนานำ ffmpeg ไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมตัดต่อวีดีโอคุณภาพดีหลาย ๆ ตัว บทความนนี้จะมีแนะนำการชุดคำสั่งที่ใช้ในการแปลไฟล์ต่าง ๆ ให้ผู้สนใจ ได้ทราบ โดยชุดคำสั่งนี้ได้ทดสอบร่วมกับระบบปฎิบัติการ PCLinuxOS โดย ffmpeg นี้มีความสามารถในการเข้ารหัสและถอดรหัสวีดีโอและไฟล์เสียงต่าง ๆ ได้โดยรองรับไฟล์อาทิเช่น PSP หรือ iPod  และสามารถแปลงไฟล์วีดีโอได้หลาย format เช่นกัน

– คำสั่งสำหรับนำภาพเข้าไปแทรกในไฟล์วีดีโอ

ffmpeg -f image2 -i image%d.jpg video.mpg

โดยคุณสามารถนำไฟล์ภาพต่าง ๆ เข้ามาแทรกในไฟล์วีดีโอได้ เพื่อให้วีดีโอของคุณดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น

โดยชุดคำสั่งดังกล่าวจะเป็นการนำไฟล์ที่คำนำหน้าขึ้นต้นว่า image ทั้งหมด เช่น image1.jpg, image2.jpg, ฯลฯ รวมเข้ากับไฟล์วีดีโอชื่อ video.mpg

โดย ffmpeg รองรับไฟล์ภาพหลายสกุลไม่ว่าจะเป็น  PGM, PPM, PAM, PGMYUV, JPEG, GIF, PNG, TIFF, SGI.

– คำสั่งสำหรับแปลงไฟล์ AVI ให้อยู่ในรูปแบบ Mp4 เพื่อใช้กับ iPpod/iPhone

ffmpeg -i sourcevideo.avi input -acodec aac -ab 128kb -vcodec mpeg4 -b 1200kb -mbd 2 -flags +4mv+trell -aic 2 -cmp 2 -subcmp 2 -s 320×180 -title X finalvideo.mp4

รายละเอียด Option ต่าง ๆ:

    * Source : sourcevideo.avi
    * Audio codec : aac
    * Audio bitrate : 128kb/s
    * Video codec : mpeg4
    * Video bitrate : 1200kb/s
    * Video size : 320px par 180px
    * Generated video : final
video.mp4

– คำสั่งสำหรับแปลงไฟล์ AVI ให้อยู่ในรูป Mp4 เพื่อใช้กับ  PSP (เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล)

ffmpeg -i sourcevideo.avi -b 300 -s 320×240 -vcodec xvid -ab 32 -ar 24000 -acodec aac finalvideo.mp4

รายละเอียด Option ต่าง ๆ :

    * Source : sourcevideo.avi
    * Audio codec : aac
    * Audio bitrate : 32kb/s
    * Video codec : xvid
    * Video bitrate : 1200kb/s
    * Video size : 320px par 180px
    * Generated video : final
video.mp4

–  คำสั่งดึงไฟล์ Mp3 ออกจากวีดีโอเพื่อนำไฟล์เสียงไปใช้อย่างเดียว

ffmpeg -i sourcevideo.avi -vn -ar 44100 -ac 2 -ab 192 -f mp3 sound.mp3

รายละเอียด Option ต่าง ๆ :

    * Source video : sourcevideo.avi
    * Audio bitrate : 192kb/s
    * output format : mp3
    * Generated sound : sound.mp3

–  คำสั่งแปลง Wav เป็น Mp3 สำหรับใส่เครื่องเล่น Mp3 แบบพกพา

ffmpeg -i sonorigine.avi -vn -ar 44100 -ac 2 -ab 192 -f mp3 sonfinal.mp3

– คำสั่งแปลงข้อมูลจาก .AVI เป็น .MPG เพื่อใช้เล่นกับเครื่องเล่น VCD

ffmpeg -i videoorigine.avi videofinale.mpg

–  คำสั่งแปลงข้อมูลจาก .MPG เป็น .AVI เพื่อใช้เล่นกับเครื่องเล่น DVD

ffmpeg -i videoorigine.mpg videofinale.avi

– คำสั่งแปลงข้อมูลจาก .avi เป็น .gif

ffmpeg -i videoorigine.avi gifanime.gif

– คำสั่งนำเสียงภาคแทรกเข้าไปในวีดีโอ

ffmpeg -i son.wav -i videoorigine.avi videofinale.mpg

– คำสั่งแปลงไฟล์จาก .AVI เป็น .flv เพื่อใช้ในการเล่นผ่านเว็ปไซต์

ffmpeg -i videoorigine.avi -ab 56 -ar 44100 -b 200 -r 15 -s 320×240 -f flv videofinale.flv

– คำสั่งแปลง .AVI เพื่อให้อยู่ในรูป .DV เพื่อจำเก็บลงในม้วน DV

ffmpeg -i videoorigine.avi -s pal -r pal -aspect 4:3 -ar 48000 -ac 2 videofinale.dv

หรือ:

ffmpeg -i videoorigine.avi -target pal-dv videofinale.dv

– คำสั่งแปลง .AVI ให้สามารถนำไปเล่นกับเครื่องเล่น DVD แบบ Widesceen ได้

ffmpeg -i sourcevideo.avi -target pal-dvd -ps 2000000000 -aspect 16:9 finalevideo.mpeg

รายละเอียด Option ต่าง ๆ :

    * target pal-dvd : Output format
    * ps 2000000000 maximum size for the output file, in bits (here, 2 Gb)
    * aspect 16:9 : Widescreen

– คำสั่งแปลง .AVI บีบอัดให้อยู่ในรูปแบบ Divx (เพื่อใช้เล่นกับคอมพิวเตอร์)

ffmpeg -i videoorigine.avi -s 320×240 -vcodec msmpeg4v2 videofinale.avi

– คำสั่งรวมไฟล์เสียง Ogg Theora เข้ากับไฟล์วีดีโอ DVD

ffmpeg -i filmsortiecinelerra.ogm -s 720×576 -vcodec mpeg2video -acodec mp3 filmterminée.mpg

– คำสั่งแปลง .avi ให้เป็น SVCD (mpeg2)

สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ระบบ NTSC :

ffmpeg -i videoorigine.avi -target ntsc-svcd videofinale.mpg

สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ระบบ PAL :

ffmpeg -i videoorigine.avi -target pal-svcd videofinale.mpg

– คำสั่งแปลงไฟล์ .avi ให้เป็น VCD (mpeg2)

สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ระบบ NTSC :

ffmpeg -i videoorigine.avi -target ntsc-vcd videofinale.mpg

สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ระบบ PAL :

ffmpeg -i videoorigine.avi -target pal-vcd video_finale.mpg

หมายเหตุ:สำหรับชุดคำสั่งดังกล่าวสาารถใช้งานร่วมกับระบบปฎิบัติการ Linux ตะกูลอื่นทีมีการติดตั้ง Libary ffmpeg เข้าใป อาทิเช่น Ubuntu,Fedora,Sabayon,Linux TLE9 ฯลฯ

Lighttpd เป็น Web server ตัวเล็ก และทำงานได้เร็วครับ ใช้งานแทน Apache ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ มาลองติดตั้งไปด้วยกันครับ เผื่อจะติดใจเอามาใช้แทน Apache

ติดตั้ง MySQL

  1. ติดตั้ง MySQL ก่อนครับ สั่ง yast2 -i mysql mysql-client
  2. สั่งให้ MySQL auto start ครับ สั่งเลย ตามนี้ chkconfig --add mysql /etc/init.d/mysql start
  3. ตรวจสอบค่า networking สั่ง netstat -tap | grep mysql
    • ถ้าเจอค่าประมาณนี้ก็โอเคครับ tcp 0 0 *:mysql *:* LISTEN 8566/mysqld
    • ถ้าไม่เจอค่าดังกล่าว ให้เปิดไฟล์ /etc/my.cnf แล้วใส่ # หน้าบรรทัดที่เขียนว่า skip-networking
  4. Restart MySQL สั่ง /etc/init.d/mysql restart

ติดตั้ง Lighttpd

  1. สั่งตามนี้ครับ yast2 -i lighttpd
  2. สั่งให้ auto start แบบเดียวกับตอนที่ติด MySQL ครับ chkconfig --add lighttpd /etc/init.d/lighttpd start
  3. ลองเปิดเข้า http://localhost ดูครับ จะพบหน้า Error 404 เป็นอันใช้ได้ เพราะเรายังไม่ได้วางไฟล์ index ไว้

ในส่วนของ document root สำหรับ Lighttpd นั้น จะอยู่ที่ /srv/www/htdocs ส่วนการตั้งค่าคอนฟิกจะอยู่ที่ /etc/lighttpd/lighttpd.conf

ติดตั้ง PHP5

  1. ใช้ YaST เช่นเดียวกันครับ สั่ง yast2 -i php5-fastcgi
  2. ติดตั้ง PHP5 เสร็จแล้ว จะยังไม่สามารถทำงานร่วมกับ Lighttpd ได้ ต้องออกแรกนิดหน่อยครับ
  3. เปิดไฟล์ /etc/php5/fastcgi/php.ini ยกเลิกการคอมเมนท์ที่บรรทัด cgi.fix_pathinfo=1
  4. ถัดไปเป็นไฟล์ /etc/lighttpd/modules.conf เพิ่มบรรทัด include “conf.d/fastcgi.conf”
  5. สุดท้าย ไฟล์ /etc/lighttpd/conf.d/fastcgi.conf เช็คดูว่า บรรทัด server.modules += ( “mod_fastcgi” ) ยังมีอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีก็บรรจะซะครับ แล้วก็ ที่บรรทัด fastcgi.server ให้ยกเลิกการคอมเมนท์ครับ

ติดตั้ง MySQL Support สำหรับ PHP5

  1. YaST เช่นเคยครับ สั่ง yast2 -i php5-mysql php5-bcmath php5-bz2 php5-calendar php5-ctype php5-curl php5-dbase php5-dom php5-ftp php5-gd php5-gettext php5-gmp php5-iconv php5-imap php5-ldap php5-mbstring php5-mcrypt php5-mhash php5-ncurses php5-odbc php5-openssl php5-pcntl php5-pgsql php5-posix php5-shmop php5-snmp php5-soap php5-sockets php5-sqlite php5-sysvsem php5-tokenizer php5-wddx php5-xmlrpc php5-xsl php5-zlib php5-exif php5-pear php5-sysvmsg php5-sysvshm

ได้ทุกอย่างครบเรียบร้อย เสร็จแล้วก็อย่าลืม Restart สักรอบนึงครับ สั่ง /etc/init.d/lighttpd restart เพียงเท่านี้ก็จะได้ชุดเว็บเซิร์ฟเวอร์ดีๆที่เป็น SUSE ไว้ใช้งานแล้วครับ

ที่มา: http://www.howtoforge.com/installing-lighttpd-with-php5-and-mysql-support-on-opensuse11

เมื่อวานนั่งติดตั้ง Ubuntu ให้เจ้าเครื่องเล็กที่บ้าน ปรากฏว่าไม่ผ่าน บูตขึ้นมาได้ แต่เข้าไม่ถึงหน้าจอ Ubuntu เลยได้มาค้นหาวิธีกันหน่อย ก็เลยได้เอามาแนะนำกันครับ ในส่อนของการติดตั้งนั้น จะใช้ External CD หรือจะสร้างตัวติดตั้งไว้ใน USB Flash Drive ก็ตามสะดวกครับ ถ้าได้ตัวติดตั้งแล้วก็ มาเริ่มกันเลย

  1. บูต Ubuntu จนเข้าถึงเมนูต้อนรับตามปกติที่ให้เลือกว่าจะ Install Ubuntu หรือจะเช็คซีดีนั่นละครับ ทีนี้ ให้กด F6 จากนั้น พิมพ์ต่อท้ายไป ตามด้านล่างนี้ครับ แล้วบูตเข้าตัวติดตั้งตามปกติ
    ide0=noprobe ide1=noprobe ide2=noprobe ide3=noprobe xforcevesa
  2. ติดตั้งไปตามปกติครับ
  3. แก้ไขค่า Config ของ Xorg นิดหน่อย สั่ง sudo gedit /usr/bin/compiz
    แก้ไขบรรทัดที่เขียนว่า
    WHITELIST="nvidia intel ati radeon i810 fglrx"
    เป็น
    WHITELIST="nvidia intel ati radeon i810 via"
  4. จากนั้นให้โหลดไฟล์ xorg.conf จาก http://feekes.googlepages.com/xorg.conf ไปเซฟทับไว้ที่ /etc/X11/xorg.conf

เท่านี้ครับ เรียบร้อยแล้ว ทีนี้เครื่อง HP mini ของคุณก็พร้อมใช้งาน Ubuntu และรัน Effect ลื่นๆแล้ว

ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานด้านกราฟิก งานสามมิติ หรือเป็นนักพัฒนาเกมส์ ที่ต้องการจะหัดใช้งาน Blender เพื่อมาตอบสนองงานของคุณ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ต้องลองมาดู 25 Tutorials สำหรับผู้เริ่มต้นครับ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มหัด Blender ได้โดยไม่ยากเย็น

สนใจแล้วก็ ตามลิงก์ด้านล่างเลยครับ

  1. Blender 3D: Noob to Pro
  2. Creating a Heart in 10 Steps
  3. Modeling a realistic Human Body
  4. Making a Platenoid
  5. Creating a Die
  6. Positioning Image textures using empties
  7. Cutting through steel
  8. Bump maps for beginners
  9. Fundamentals of UVmapping
  10. Creating a logo
  11. Making a rain effect
  12. Introduction to the Game Engine
  13. Your First Animation (part 1part2)
  14. The Blender Sequence Editor
  15. Special Effect With Blender Sequence Editor
  16. Creating a Dolphin
  17. Volcano Tutorial
  18. Fluid Simulation (Video)
  19. Creating simple animation
  20. Creating Asteroids
  21. High-tech corridor
  22. UV mapping and textures
  23. Texturing tutorial
  24. Creating fireworks
  25. Toon Shading

ที่มา: linuxhaxor.net

eWEEK ได้ทำการรวบรวม 15 บุคคลผู้ทำให้ Open Source เป็นที่น่าสนใจในการลงทุนทางธุรกิจครับ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น มาดูกันครับ

  1. Linus Torvalds ผู้ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ด้วยการสร้างระบบปฏิบัติการ Linux ที่ทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก พร้อมกับการชังจูงนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมาก ให้หันมาพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับ Linux อย่างมากมาย
  2. Mitchell Baker ประธานสาวจาก Mozilla Foundation อดีต CEO of Mozilla Corp. ด้วยการพา Firefox ไปแตะที่ยอดดาวน์โหลดกว่า 150 ล้านครั้ง จนขึ้นแท่นเป็นเบราเซอร์คู่แข่งของ Internet Explorer ในปัจจุบัน
  3. Mike Milinkovich executive director จาก Eclipse Foundation ที่ทำให้ Eclipse กลายเป็นเครื่องมือชั้นนำสักหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทั่วโลก
  4. รองประธาน จาก Bank of America องค์กรอันดับต้นๆ ที่เป็นแรงสำคัญในการสนับสนุน Open Source
  5. Jim Zemlin ผู้เป็น executive director ของ Linux Foundation ที่ช่วยให้ Linux เติบโตได้อย่างรวดเร็ว
  6. Peter Fenton และ Larry Augustin เป็นสองผู้ลงทุนในซอฟต์แวร์ Open Source โดย Fenton ร่วมกับ Benchmark Capital ในปี 2006 หลังจาก 7ปี ถัดมาการลงทุนของเขาประกอบไปด้วย JBoss, XenSource และ Zimbra สำหรับ Augustin และกลุ่มของเขาได้เริ่มก่อตั้ง VA Linux ใน SourceForge.net
  7. Jim Jagielski หนึ่งในผู้ก่อตั้ง, ผู้บริหาร และสมาชิกของ Apache Software Foundation ทีเป็นที่สนใจของชุมชนโอเพนซอร์สต่างๆ
  8. Michael Tiemann ประธานของ Open Source Initiative ที่อุทิศตนในการประชาสัมพันธ์ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
  9. Marten Mickos CEO ของ MySQL ซึ่ง Sun ได้ทำการส่งเขาขึ้นเป็นตำแหน่ง Open Sourcerer พร้อมทั้งได้ใช้ประสพการณ์ของเขาเพื่อช่วยผลักดันให้หน่วยงานด้าน Open Source ประสพความสำเร็จ
  10. Marc Fleury แม้ว่าจะได้ทำการปลดเกษียณไปจากแวงวงธุรกิจไปแล้ว แต่ด้วยผลงานของเขาที่ทำให้ JBoss เป็นส่วนหนึ่งของ Redhat และทำให้ JBoss ที่เป็นน่าสนใจขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
  11. Rod Johnson ในฐานะ CEO ของ SpringSource
  12. Jonathan Schwartz CEO ของ Sun Microsystems ผู้เป็นแชมป์ของ open source ภายในของ Sun เอง
  13. Mark Shuttleworth ผู้ก่อตั้ง Canonical และ Ubuntu Foundation ผู้สร้าง Linux distribution ที่เป็นที่นิยมที่สุดของโลก
  14. John Roberts หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารของ SugarCRM ผู้ผลักดันให้เกิดการนำ Open Source มาใช้ในงานด้าน CRM

 

ที่มา: eweek.com

มาดูบทสัมภาษณ์ของหัวหน้าผู้ดูและ project fedora 9 กันครับผมบทสัมภาษณ์กล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ที่มี ใน Fedora 9 เช่น KDE 4 สามารถทำ Live USB ได้ง่ายใช้ Code Name ในการพัฒนาว่า Sulphur

รับชม VDO บทสัมภาษณ์กันเลยครับผม
 

Download this video: [Ogg Theora]

 

โดยปกติแล้ว คุณใช้โปรแกรมอะไร ในการบันทึกวิดิโอหน้าจอ บนวินโดวส์ครับ สำหรับผมเองนั้น ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่ได้ใช้วินโดวส์มาหลายปีแล้ว แต่ในวันนี้ ผมจะมาแนะนำโปรแกรมโอเพนซอร์ส ชั้นนำอีกหนึ่งตัว ที่ใช้ในการบันทึกภาพหน้าจอในรูปแบบวิดีโอ สำหรับวินโดวส์ครับ แล้วแน่นอน ว่าโปรแกรมนี้ต้องเป็นโอเพนซอร์ส โปรแกรมที่พูดถึงนี้คือ โปรแกรมที่มีชื่อว่า CamStudio ครับ โปรแกรม CamStudio เป็นโปรแกรมที่เป็นรุ่นก่อนหน้าที่ Macromedia จะซื้อไป แล้วถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็น Captivate ดังนั้นโปรแกรมรุ่นที่ก่อนจะถูกซื้อไป จึงถูกนำมาพัฒนาต่อเป็น CamStudio แล้วปล่อยเป็น License แบบโอเพนซอร์สนี้เองครับ แต่น่าเสียดายที่ CamStudio มีเพียงเวอร์ชั่นสำหรับวินโดวส์เท่านั้น แต่ก็ไม่เป็นปัญหาครับ เพราะบนลินุกซ์เองก็มีโปรแกรมบันทึกภาพหน้าจอดีๆเช่นกัน ยังไงแล้ว จะนำมาแนะนำต่อในคราวหน้าครับ ลิงก์: http://camstudio.org

          ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้าน Hardware นั้นก้าวหน้าไปมาก ในส่วนของประสิทธิภาพและความเร็วในการประมวลผล ทำให้เกิด
แนวการสร้างระบบจำลองเสมือนจริง หรือที่เราเรียกทับศัพท์ว่าเวชวลไลเชชันเทคโนโลยี (Virtualization Technology:VT) ซึ่งส่ง
ผลทำให้การใช้งานทรัพยากรเครื่อง SERVER ที่มีอยู่ในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้สามารถทำให้ระบบปฏิบัติการหลายๆระบบ
ทำงานได้พร้อมกันอยู่บนฮาร์ดแวร์ หรืออยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์เดียวกันได้ เทคโนโลยีเวชวลไลเซชันนำไปใช้งานได้ดีในสภาพแวดล้อม
ของระบบปฏิบัติการลีนุกส์ (Linux) ในบทความนี้จะเป็นการอธิบายสถาปัตยกรรมของเวชวลไลเซชันเทคโนโลยี และเวชวลไลเซชันเทคโนโลยี ของ Xen ซึ่งเป็นเวชวลไลเซชันซอฟต์แวร์ (Virtualization Software) ที่เป็น Open Source Software ที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งจะรองรับกับสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ x86 และ โปรเซสเซอร์ X64  ของอินเทล ที่จะนำเวชวลไลเชชันเทคโนโลยีนี้ไป
ใส่ไว้ในตัวโปรเซสเซอร์รุ่นต่อไป ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 4.1 แล้ว 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.citrix.com

มารู้จักเวชวลไลเซชั่นซอฟแวต์

          เวชวลไลเซชันซอฟต์แวต์ก็คือการสร้างสภาพแวดล้อมจำลองของเครื่องขึ้นมา โดยที่มันจะทำงานอยู่ภายใต้ฮาร์ดแวร์นั้น เวชวล
ไลเซชันซอฟต์แวต์ก็คือการสร้างส่วนควบคุมที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ที่ ทำหน้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนหรือที่เราเรียกว่าเวชวลแมชชีน
(Virtual Machines:VMs) ซึ่งก็คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการทำงานเป็นตัวแทนของทรัพยากรต่างๆบน เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอย่าง
เช่น  การจำลองโปสเซสเซอร์  (Processor) , หน่วยความจำหลัก  (Physical memory) , การเชื่อมต่อกับเครือข่าย (Network connection) และ อุปกรณ์ อินพุท เอาท์พุท (IO Device)เป็นต้น ในส่วนซอฟต์แวต์ด้านสแตก จะรวมเอาระบบปฏิบัติการ (Operating system) และโปรแกรมต่างๆ ให้ทำงานอยู่ในส่วนบนสุดของตัว เวชวลแมชชีน ซึ่งการทำงานของซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนต่างๆ สามารถที่
จะทำงานพร้อมกันได้ในเครื่องเดียวกัน และในการเข้าใช้ทรัพยากรเครื่องของตัวซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีน จะถูกควบคุมด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ (Virtual Machines Monitor:VMM) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการและจัดสรรการใช้ทรัพยากรของระบบร่วมกัน รวมถึงการแปลคำสั่งจากเวชวลแมชชีนไปเป็นคำสั่งระบบของเครื่อง (Physical Hardware)

สถาปัตยกรรมของการทำเวชวลไลเซชั่น

        มีทางเลือกมากมายในการ สนับสนุนเทคโนโลยีการทำงานของเวชวลไลเชชัน แต่มีเทคนิคอยู่ 2 รูปแบบที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนี้อยู่ก็คือเทคนิคแบบ Full virtualization และ Para-virtualization

                                         รูปภาพตัวอย่างแสดงการทำงานของสถาปัตยกรรม Virtualiztion

             1. การทำ Full virtualization สำหรับการทำเวชวลไลเซชั่นในรูปแบบนี้ ถูกออก แบบเพื่อเตรียมการทำให้เป็นรูปแบบเสมือนทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ และสร้างระบบเสมือนที่สมบูรณ์ ในที่นี้จะทำให้เราสามารถที่นำ ระบบปฏิบัติการอื่นๆ มาติดตั้งและสามารถที่จะทำงานอยู่บนเครื่องคอมพิเตอร์เดียวกันได้ ซึ่งเราจะเรียกว่าระบบปฏิบัติที่มาติดตั้งเพิ่มเติมนี้ว่า ระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System: GOS ) โดยที่ระบบปฏิบัติการเยือนสามารถที่จะทำงานได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยน แปลงสิ่งใดๆ กับคำสั่งที่ถูกร้องขอจากระบบปฏิบัติการเยือนนั้นๆ หรือในตัวโปรแกรมของมันเอง เพราะฉะนั้น ระบบปฏิบัติการเยือนหรือโปรแกรม จะไม่ทราบถึงสภาพแวดล้อมจำลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้น จึงทำให้ระบบปฏิบัติการเยือนและโปรแกรมของมันทำงานอยู่บน เวชวลแมชชีน ในขณะที่ในความจริงแล้วจะต้องทำงานบนสภาวะแวดล้อมของระบบจริงๆ ( Physical system ) วิธีการนี้ทำให้เกิดประโยชน์ เพราะว่ามันได้แยกการเชื่อมต่อของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการเยือน ออกจากฮาร์ดแวร์อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผลลัพธ์ของวิธีการแบบ Full virtualization ก็คือสามารถให้มีเส้นทางการเคลื่อนย้ายของตัวซอฟต์แวร์ และ ภาระงานต่างๆ ( workloads ) ระหว่างระบบปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เวชวลไลเชชัน ที่ใช้เทคนิค Full virtualization ก็คือ Microsoft Virtual Server, และ VMware ESX Server

            2. การทำ Para-virtualization เป็น อีกวิธีการหนึ่งในการทำเวชวลไลเชชัน โดยนำเสนอให้แต่ละ เวชวลแมชชีน คือรูปแบบเสมือนของฮาร์ดแวร์ที่ถูกนำเสนอเช่นเดียวกันกับแบบ Full virtualization แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือในเทคนิคแบบนี้จะสามารถระบุไปถึงภายในกายภาพ ของฮาร์ดแวร์ (Physical Hardware ) โดยเทคนิค Para-virtualization ต้องการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำร้องขอของระบบปฏิบัติการเยือน ที่กำลังทำงานอยู่บนเวชวลแมชชีน ผลลัพธ์ของมันก็คือ ระบบปฏิบัติการเยือน จะรับรู้ได้ว่ามันกำลังทำงานอยู่บนซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนนั่นเอง มีการยอมรับว่าประสิทธิภาพที่ได้จะใกล้เคียงกับประสิทธิภาพตามธรรมชาติของ ระบบปฏิบัติการเยือน วิธีการของ Para- virtualization ยังคงดำเนินการพัฒนาและยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่นการเกิดแคชของข้อมูลของระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System Cache Data ) และการเชื่อมต่อกันที่ยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ( Unauthenticated Connections )

แสดงตัวอย่าง Solution ของการทำ VPS ของ Xen

** สำหรับในบทความตอนถัดไปเราจะมารู้จักกับ Xen OS กันครับผม