วันนี้ผมได้รับเชิญไปบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ การบรรยายเป็นไปด้วยดี ทางคณะกรรมการของสภาอุตสาหกรรมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยเล็งเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับสมาชิกของสภา โดยจะมีการนำร่องที่สภาอุตสาหกรรมก่อน จากนั้นค่อยขยายผลไปยังกลุ่มสมาชิก

เป็นข่าวดีสำหรับวงการโอเพนซอร์ส ที่จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น นอกเหนือจาก สหพันธ์การพิมพ์ไทย และชมรมผู้ประกอบการในธุรกิจหลักทรัพย์ ยังมีกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งคือ สมาชิกในสภาอุตสาหกรรม ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก ประกอบไปด้วยหลายสาขา งานนี้ซิป้าเราให้ความช่วยเหลือเต็มที่  สำหรับกลุ่มอื่นๆ ถ้าสนใจติดต่อมาที่ซิป้าได้นะครับ ทางเรายินดีไปให้ความรู้ถึงที่เลยครับ พร้อมของฝากมากมายที่จะติดไม่ติดมือไปด้วย :)

 

    24 ธันวาคม 2551 โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน

   การใช้งานโอเพนซอร์สกับงานระดับเอนเตอร์ไพร์สอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว เชิญสัมผัสโลกของความเป็นจริงของ Business intelligence (BI) และ Enterprise Content Management (ECM) เชิญพบโซลูชันขนาดใหญ่เหล่านี้พื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา
ได้แนวคิดในการ เอาโอเพนซอร์สไปใช้ในธุรกิจ ขนาดใหญ่

ลงทะเบียนออนไลน์ที่

www.thaiopensource.org/seminar

 

วันที่ ‘ไมโครซอฟท์’ ไร้บิลเกตต์
      เป็นข่าวคราวที่ Hot และร้อนแรงที่สุดในวงการไอทีโลกเมื่อบิลเกตต์ประกาศวางมือและปลดเกษียนตัวเองออกจาก ไมโครซอฟท์
ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Software เรามาดูชีวิติหักเหของเกตต์กันหน่อยครับผม

      การออกมาเสียกลางคันจากการศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อก่อตั้งธุรกิจ คอมพิวเตอร์ของตนเอง นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจไมโครซอฟท์ของนายบิลเกตต์ แจ้งเกิดและครองตลาดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลกด้วยรายได้หลายพันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี หากแต่เส้นทางธุรกิจของไมโครซอฟท์และนายเกตส์กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้ง สำคัญอีกระลอก หลังนายเกตส์จะวางมือจากไมโครซอฟท์เพื่อหันไปทุ่มเวลาให้กับมูลนิธิของตน เองอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งเท่ากับว่านายเกตส์จะมีเวลาทำงานอยู่ในไมโครซอฟท์ต่อไปเพียงแค่สัปดาห์ นี้จนถึงวันที่ 27 มิถุนายนนี้เท่านั้น

        ส่วนภารกิจทั้งหมดที่มีอยู่หลังจากนายเกตต์ปลดเกษียณตัวเองจากธุรกิจที่ร่วม ก่อตั้งกันมากับนายพอล อัลเลน ตั้งแต่ปี 2518 หรือเมื่อ 33 ปีก่อน ต้องปล่อยให้สามทหารเสือช่วยสานต่อกันไป โดยขณะที่นายเกตต์จะหันไปพัฒนางานในมูลนิธิการกุศลบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ฟาวเดชั่น นายเรย์ ออซซี เป็นผู้ดูแลการบริหารในฐานะประธานฝ่ายสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ ขณะที่งานด้านยุทธศาสตร์และการวิจัยเป็นของนายเครก มันดี ส่วนนายสตีฟ บอลเมอร์ ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยอยู่ฮาร์วาร์ดด้วยกันนั้น ก็ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมโครซอฟท์

        ส่วนตัวนายเกตส์เองแม้จะไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในเชิงบริหาร แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังคงตำแหน่งในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารไมโครซอฟท์ และยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของบริษัท ซึ่งตามมุมมองของนายแม็ทท์ รอสออฟ นักวิเคราะห์อิสระจากไดเร็กชั่น ออน ไมโครซอฟท์ แสดงทรรศนะว่า "การออกไปของนายเกตส์โดยที่ยังมีตำแหน่งอยู่ในไมโครซอฟท์ ก็เท่ากับไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีนัยสำคัญสำหรับไมโครซอฟท์นัก เพราะหากว่านายเกตส์มีข้อแนะนำที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของไมโครซอฟท์ นายบอลเมอร์ก็ย่อมต้องรับฟังอยู่ดี"

        หากแต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ชื่อของไมโครซอฟท์เกิดและผูกพันกับผู้บริหารอย่างนายเกตส์อย่างเหนียวแน่น กระทั่งมือขวาของนายเกตส์อย่างนายบอลเมอร์ยังอดที่จะเปรยไม่ได้ว่า เพราะ "บิลล์ เกตส์ที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นผู้สั่งสมความมั่งคั่งและวางรากฐานให้กับไมโครซอฟท์ สิ่งนี้เองที่เป็นความสำเร็จของนายเกตส์ที่ไม่อาจมีใครมาทดแทนได้ อีกทั้งนายเกตส์ยังเติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีแทบจะทุกชิ้นขององค์กร จึงจดจำได้มากกว่าใคร และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครที่รู้มากเช่นนี้อีกแล้ว"

        ด้วยเหตุนี้ การออกไปของนายเกตส์ ตามมุมมองของนักวิเคราะห์อีกกลุ่มเห็นว่าเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความสำคัญ บางอย่าง มากกว่าเพียงแค่ผู้บริหารคนหนึ่งที่เกษียณตัวเองออกไป

        "ความท้าทายสำหรับไมโครซอฟท์คือ เมื่อผู้ก่อตั้งลาออกไป สิ่งที่ต้องจดจำและพยายามรักษาไว้ให้คงอยู่คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะสิ่งที่นายเกตต์เคยทำจนประสบความสำเร็จ ผู้ที่เข้ามาสานต่อก็ต้องพยายามรักษาเอาไว้ให้ความสำเร็จนั้นคงอยู่และ ดำเนินต่อไปให้ได้" นายร็อบ เอ็นเดอร์ล จากบริษัทเอ็นเดอร์ล กรุ๊ปฯ ในซิลิคอน วัลเลย์กล่าว

        หากแต่ดูเหมือนว่าความพยายามดังกล่าวจะไม่ได้มีเส้นทางที่ราบรื่นนัก เพราะตั้งแต่ที่นายเกตส์วางมือจากการบริหารไปเมื่อหลายปีก่อนก็เริ่มมี สัญญาณว่าไมโครซอฟท์กำลังตกที่นั่งลำบากอย่างน้อยก็ตามความเห็นของนัก วิเคราะห์ที่มองว่า ไมโครซอฟท์พลาดโอกาสงามๆ ไปหลายต่อหลายครั้ง ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ทั้งระบบปฏิบัติการวินโดว์ส หรือซอฟต์แวร์งานออฟฟิศไม่ได้รับแรงตอบรับที่ดีเหมือนเช่นก่อนอีกต่อไป

        ตัวอย่างระบบปฏิบัติการวินโดว์ส วิสต้าที่ไมโครซอฟท์วางตลาดในเดือนมกราคมปี 2550 แต่กลับกลายเป็นว่าลูกค้าส่วนมากยังคงยึดติดที่จะใช้งานวินโดว์ส เอ็กซ์พีในเวอร์ชันก่อน

        "ไมโครซอฟท์กำลังมีปัญหากับการทำตลาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ทั้งที่ไมโครซอฟท์เป็นผู้เริ่มทำตลาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก่อนใคร แต่แล้วตลาดดังกล่าวกลับกลายเป็นจุดอ่อนที่สุดของบริษัทในเวลานี้" นายเอ็นเดอร์ล ระบุ

        แม้ปัจจุบัน วินโดว์สจะยังครองส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มากถึง 90% แต่ก็มีสัญญาณว่าระบบปฏิบัติการคู่แข่งของแอปเปิลก็กำลังตีตื้นขึ้นมา โดยมีส่วนแบ่งในตลาดเริ่มขยายตัวขึ้นมากกว่า 5% แล้วในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ยังถูกกูเกิลตามประกบมาติดๆ ในการนำเสนอซอฟต์แวร์งานออฟฟิศแบบออนไลน์ให้ใช้ได้ฟรีๆ แข่งกับโปรแกรมออฟฟิศและโปรแกรมงานด้านอื่นๆ ของไมโครซอฟท์

        นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ยังล้มเหลวกับแผนที่ขยายเครือข่ายธุรกิจเข้าสู่ตลาดบริการค้นหาข้อมูลบน อินเตอร์เน็ตและโฆษณาออนไลน์แข่งกับกูเกิล เมื่อไม่สามารถปิดดีลที่จะซื้อธุรกิจของยาฮูในมูลค่าเกือบ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ได้ กรณีดังกล่าวในมุมมองของนายเอ็นเดอร์ล เห็นว่า นายเกตส์เองอาจไม่ได้มีความพยายามที่จะเข้าไปซื้อยาฮูเลยตั้งแต่ต้น และก็อาจเป็นไปได้ว่านายเกตส์ ในฐานะสมาชิกของคณะกรรมการบริหารของไมโครซอฟท์หนุนให้ถอนตัวออกจากข้อเสนอ ซื้อยาฮูด้วยซ้ำไป

        เท่ากับต่อแต่นี้ไป ไมโครซอฟท์ก็ต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของตนเองในการนำพาธุรกิจให้ก้าวเดินไป ข้างหน้าด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้โรยกลีบกุหลาบเหมือนเช่นสมัยที่นายบิลล์ เกตส์ยังมีบทบาทอยู่อีกต่อไปแล้ว

       เราต้องมาดูก้าวต่อไปของไมโครซอฟท์กันหน่อยหลังจากไม่มีขุนพลหลักอย่างบิล เกตส์ แล้วครับผม เห็นทีบทความอนาคตที่ไร้ MicroSoft ของพี่ Bixtux เราจะเห็นเค้าโครงความเป็นจริงก็คราวนี้หละ

แหล่งที่มา RSSTHAI

  เตือนหน่วยงานและองค์กรที่ใช้คอมพิวเตอร์จัดเก็บข้อมูลการใช้บริการ 90 วัน ตามประกาศกระทรวงไอซีที ต้องเทียบเวลามาตรฐานตามสากล ผิดพลาดได้ไม่เกิน 10 มิลลิวินาที เพื่อใช้แกะรอยหากมีการกระทำผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ หากไม้ทำตามมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสน พร้อมปฏิเสธข่าวปรับเวลามาตรฐานเร็วขึ้น 30 นาที

  สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอทีซี) ยืนยันว่า ไม่ได้ปรับเปลี่ยนเวลามาตรฐานประเทศไทยให้เร็วขึ้น 30 นาที ตามที่มีข่าวและการฟอร์เวิร์ด (ส่งต่ออีเมล) ไปยังบุคคลต่าง ๆ โดย เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 15 ส.ค. พล.อ.ต.ดร.เพียร โตท่าโรง ผู้อำนวยการ มว. กล่าวว่า สถาบันฯไม่ได้ปรับแก้หรือปรับเปลี่ยนเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น สถาบันมีหน้าที่จัดทำและรักษาเวลามาตรฐานประเทศไทยตามระบบสากล และให้บริการถ่ายทอดเวลามาตรฐานโดยการปรับเทียบเวลามาตรฐานเพื่อให้ผู้ ต้องการมีเวลาที่ถูกต้อง เที่ยงตรง ซึ่งสอดคล้องกับประกาศ ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2550 ให้ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้
 
   ด้านนายธงชัย แสงศิริ นักวิชาการ คอมพิวเตอร์จากสำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงไอซีที กล่าวว่า ประกาศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเช่น หน่วยงานราชการ สถานศึกษา องค์กร ร้านค้า บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร โรงแรม บ้านเช่า แฟลต อพาร์ตเมนต์ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ผู้ให้บริการร้านเกมออนไลน์ ยกเว้นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตภายในบ้าน ต้องเก็บข้อมูลการใช้บริการไม่น้อยกว่า 90 วันนั้น จะต้องเทียบเวลามาตรฐานตามระบบสากล ให้ผิดพลาดได้ไม่เกิน 10 มิลลิวินาที
 
   ข้อมูลทั่วไปที่จะต้องจัดเก็บก็คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการ วันเวลาที่เข้ามาใช้งาน รวมถึงหมายเลขเครื่องที่ใช้ IP Address และ URL เพื่อประโยชน์ในการตามรอยผู้กระทำความผิด หากหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จะต้องรับผิดชอบโดยมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท 
 
   ทั้งนี้สำหรับการปรับเทียบมาตรฐานเวลาปัจจุบันมี 3 ช่องทาง คือ 1.การปรับเทียบ ที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ คลอง 5 ปทุมธานี 2.การปรับเทียบเวลามาตรฐานผ่านระบบโทรศัพท์ 181 ของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งมีมาตรฐานเวลาเดียวกับของสถาบันมาตรวิทยาฯ และ 3. การปรับเทียบทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นทางที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP หรือ VISTA สามารถใช้เมนู Time Server ใส่ URL ของสถาบันมาตรวิทยาฯ คือ time 1.nimt.or.th, time2.nimt.or.th และ time3. nimt.or.th สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเทียบเวลามาตรฐานได้โดยอัตโนมัติ.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th

รายงานผลที่สำคัญ จากการสำรวจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2551 พบว่าในหัวข้อการใช้ ICT และการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของการใช้ซอฟต์แวร์

ผลปรากฎว่าสถานประกอบการโดยรวมใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ (Commercial Software) ร้อยละ 26.54 และที่ใช้ซอฟต์แวร์เปิด (Open Source Software) ร้อยละ 26.13 ซึ่งมีสัดส่วนของการใช้ใกล้เคียงกัน ส่วนอีกร้อยละ 52.24 ตอบว่าไม่ทราบและไม่แน่ใจ

ถ้าพิจารณาตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมการบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ซอฟต์แวร์เปิดมากที่สุด โดยมีการใช้มากถึงร้อยละ 40.51 ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์มากที่สุดร้อยละ 45.62

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/themes/theme_5-1-10.html

การประปาส่วนภูมิภาคขานรับการส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในภาครัฐ ด้วยการจัดงาน Open Source Festival 2008 ภายในงานมีการออกบูธเพื่อแสดงและรณรงค์การใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส โดยเฉพาะโอเพนออฟฟิศกลายเป็นหัวหอกในการนำไปใช้ทดแทนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดซื้อซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ยังถือเป็นงานที่ให้ความรู้ความเข้าใจกับพนักงานด้วย

ตลอดทั้งงานมีการจัดฉายวิดีโดเกี่ยวกับเรื่องของโอเพนซอร์ส มีการตอบปัญหาชิงรางวัล และกิจกรรมอื่นๆ อีกมายมาย แต่ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นการแจกแผ่นซีดี จันทราเวอร์ชัน 3.1 และแผ่นโปรแกรมการสอน โอเพนออฟฟิศ ที่ทางฝ่ายโอเพนซอร์สของซิป้านำมานั่นเอง ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ในภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนหลายรายเข้าร่วมงานอย่างคึกคักคาดว่าจะสามารถสร้างความตื่นตัวเรื่องของโอเพนซอร์สให้กับพนักงานของการประปาส่วนภูมิภาคได้

งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2551 ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 1 การประปาส่วนภูมิภาค

ชมภาพบรรยากาศ Thai Opensource Gallery

หากคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งอยากจะใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรืออาจจะยังไม่มีความมั่นใจ งานสัมมนาครั้งนี้จะช่วยบอกแนวทางและสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้ ด้วยการบอกเล่าจากผู้มีประสบการณ์สูงอย่าง  คุณเชวง จิตรสมบูรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด และ ม.ล. ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ Deputy Vice President Information Technology Center บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากมายในการนำโอเพนซอร์สเข้าไปเพิ่มศักยภาพองค์กร

สัมมนาเรื่อง “เพิ่มศักยภาพองค์กรด้วยโอเพนซอร์ส”
วันพฤหัสที่ 25 กันยายน 2551
เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา

สัมมนาฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
สนใจติดต่อ 02-938-9286-7 หรือ 02-938-1892
หรือทาง www.thaiopensource.org/seminar
 

ก็ช่วงนี้กำลังทำ Chantra 5 กับ Suriyan 53 กันอยู่ ก็เลยเตรียมตั้งชื่อ CodeName กันอยู่ครับ ซึ่งทางทีมงานก็คิดกันว่า น่าจะยก Series ของอะไรสักอย่างเอามาตั้ง CodeName ไปเลย ถ้าใครเป็นแฟน Ubuntu หรือ Debian ก็จะพอรู้ว่า CodeName ของ Debian นั้นยกชุดมาจากตัวการ์ตูนของ Toy Story ครับ

ผมก็เลยปรับเอาชื่อของ Chantra ตั้งแต่เวอร์ชั่น 5 เป็นต้นไปจะใช้ชื่อ Alien ของ Ben10 ซึ่งเราก็ได้ชื่อของ Alien สำหรับเวอร์ชั่น 5 แล้ว แต่ขออุบไว้ก่อน ทีนี้ที่ทางเรายังขาดกันอยู่ก็คือ Series หรือ Cartoon ที่จะเอามาใช้ตั้งชื่อของ Suriyan ครับ

ก็ เสนอได้เลยครับ ของท่านใดได้รับเลือกจะได้รับรางวัลครับ ส่วนจะเป็นอะไรนั้นไว้รอ @anoochit มาเฉลย