ครับ ตามหัวข้อข่าวเลย Ubuntu ออกบริการสำหรับ Single sign on เพื่อให้เราสามารถล๊อกอินที่เดียวแล้วเข้าใช้บริการของ Ubuntu ได้ทั้งหมด นึกไม่ออกลองนึกถึง Gmail ที่ล๊อกอินทีเดียวแล้วเข้าใช้ทุกอย่างใน Google ได้โดยไม่ต้องล๊อกอินอีก

ส่วนบริการที่ใช้กับ Single sign on ตัวนี้เขาไม่ได้มีแจ้งไว้นะครับ (หรือผมดูไม่ละเอียดเองไม่รู้) แต่เท่าที่เดาก็น่าจะมี

  • Launchpad.net
  • ubuntu.com
  • Ubuntu One

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/1779

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) จัดอบรมให้กับครูอาจารย์จากโรงเรียนเอกชนให้เป็นครูแกนนำ ประมาณ 140 คนให้ใช้โอเพนซอร์สในสถานศึกษา ภายใต้ชื่อ “โครงการอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในสถานศึกษา” รุ่นที่ 2 ภาคกลางและภาคตะวันตก เมื่อวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนเทคนิควิมลบริหารธุรกิจ โดยรุ่นแรกนั้นได้จัดผ่านพ้นไปแล้ว ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงเรียนกัลยาณวัตร จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 6-7 ก.พ. 2553 สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ จะแบ่งคณะครู-อาจารย์ออกเป็น 3 กลุ่ม 3 หลักสูตร หลักสูตรละประมาณ 40 ท่าน ได้แก่ 1.หลักสูตรซอฟต์แวร์ชุดระบบปฏิบัติการ (Ubuntu Server) 2.หลักสูตรซอฟต์แวร์ชุดทำเว็บไซต์ (Joomla) 3.หลักสูตรซอฟต์แวร์ชุดระบบสำนักงาน (Open Office) ซึ่งครู-อาจารย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับจะนำไปใช้ในสถานศึกษาทันที หากครู-อาจารย์โรงเรียนเอกชนท่านใดที่อยู่ในภูมิภาคอื่นๆ ที่ต้องการจะอบรมฟรีในโครงการนี้ ก็สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการได้ที่ http://www.moe.go.th/ppp ชมภาพบรรยากาศการอบรมเพิ่มเติม ได้ที่ ภาพกิจกรรม ที่เว็บไซต์ opensource2day :)

ที่มา – opensource2day

Linux Foundation ประกาศโครงการ MeeGo ระบบปฏิบัติการสำหรับมือถือ Netbook และอุปกรณ์ MID ต่างๆ MeeGo เป็นการรวมเอา 2 โครงการเข้าไว้ด้วยกันคือ Moblin ของ Intel และ Maemo ของ Nokia เอามาไว้เป็นโครงการดียวกัน นำทีมโดย Linux Foundation เช่นเคย ซี่งข่าวที่ประกาศมาพร้อมกับ Video แนะนำ MeeGo โดย Jim Zemlin CEO ของ Linux Foundation นั่นเอง สำหรับ MeeGo กำลังอยุ่ระหว่างการออกแบบซึ่งแน่นนอนว่าจะจะมาพร้อมกับ Linux Kernel, X.org, D-Bus, GStreamer และ Pulse Audio สำหรับ interface จะใช้ QT Framework จาก Nokia ร่วมกับ GTK/Clutter ที่ใช้ใน Moblin สำหรับนักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Qt Creator เพื่อพัฒนาแอพลิเคชัน

Rhythmbox เป็นโปรแกรมที่ติดตั้งมาคู่กันกับ Gnome Desktop มานานซึ่งหลายคนคาดการณ์ว่าโครงการนี้ดูนิ่งๆ นานไปสักหน่อย หากเปรียบเทียบกับโปรแกรมเล่นพลงคู่แข่งอย่าง Songbird และ Banchee ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมเริ่มใช้ภาพหน้าปกอัลบัมในการค้นหาเพลงมานานแล้ว ในตอนนี้ Manuw2009 นักพัฒนาในชุมชน Ubuntu ได้พัฒนา plug-in ค้นเพลงจากภาพหน้าปกขึ้น คุณสมบัติโดยรวมคือ ใช้ cover art ในการเลือกเพลงทั้งอัลบัม หรือเลือกภาพหน้าปก แคร็กแอนด์ดร็อบภาพไปที่กล่องรูปอัลบัมเพื่อตั้งค่าอัลบัม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด plugin ไปทดลองได้ วิธีการติดตั้ง plugin ดาวน์โหลดไฟล์แล้ว extract ลงใน ~/.gnome2/rhythmbox/plugins อ้อสำหรับ plugin นี้ยังเป็น beta อยู่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทดสอบและทดลองครับ :)

Dell มักเป็นบริษัทแรกๆ ในการนำเอา Linux อย่าง Ubuntu มาเสริมความสามารถให้ผลิตภัณฑ์ มาครั้งนี้ Dell Mini 10v netbook มาพร้อมกับ Ubuntu Moblin ซึ่ง Dell ยังมีคำเตือนเรื่องความไม่เสถียรของรุ่นนี้อยู่ เพราะโครงการนี้ยังอยู่ในระยะการพัฒนา หลายคนรู้จัก Moblin 2 platform ในชื่อของ Linux จาก Intel ซึ่งจากที่เคยอยู่ในห้องปฏิบัติการของ Intel ตอนนี้ Moblin ได้ออกสู่ตลาดแล้ว Moblin เปิดโครงการขึ้นเมื่อปี 2007 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายรอบจนกระทั่งมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาชิบของ Intel คือ Atom นั่นเอง Intel เปลี่ยนมือโครงการให้ Linux Foundation เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นั่นทำให้เราเห็นว่า Moblin นั้นมีการตรวจสอบ ทดสอบอย่างหนัก เพื่อให้การพัฒนานั้นทำงานได้กับฮาร์ดแวร์ของ Intel จริงๆ ซึ่ง Moblin เองตั้งใจที่จะพัฒนาเรื่องเวลาในการ boot เช่นกัน Linux Distributor 2 ค่ายใหญ่อย่าง Novell และ Canonical ต่างก็พัฒนา Moblin ในแบบฉบับของตนเองโดยใส่ Moblin technology ลงในผลิตภัณฑ์ของตนเอง อย่าง Linux สำหรับ netbook เป็นต้น หากใครยังไม่ได้ทดสอบ Moblin แล้วล่ะก็ห้ามพลาดครับ

* สำหรับนักพัฒนาอิสระ สามารถเข้าร่วม contribute ที่ moblin.org ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงใน Moblin ครับ

Facebook เปิดโปรโตคอลสำหรับแชตผ่าน Facebook ง่ายๆ แล้ว โดยใช้โปรโตคอลอย่าง Jabber/XMPP นั่นหมายความว่าเราสามารถใช้โปรแกรม IM อะไรก็ได้ที่สนับสนุนโปรโตคอลนี้ อย่างเช่นโปรแกรม IM ที่เราคุ้นเคยอย่างเช่น Pidgin และ Empathy โดยไม่ต้องใช้ plugin ใดๆ :) สำหรับวิธีการตั้งค่าให้ Pidgin ใช้งานกับ Facebook ได้ นักพัฒนาของ Pidgin ได้ blog อธิบายเอาไว้ดังนี้

  1. เลือก protocal XMPP
  2. ใช้ username ของ Facebook (ดูจาก http://www.facebook.com/username)
  3. สำหรับ domain กรอก “chat.facebook.com”
  4. ส่วน password ใช้ของ Facebook ;)

สำหรับ Emphaty ก็ใช้วิธีการตั้งค่าคล้ายๆ กัน

  1. เลือก Jabber account
  2. ใส่ Login ID เป็น username@chat.facebook.com
  3. ใส่ password ที่ใช้ใน Facebook

เท่านี้เราก็สามารถใช้ Pidgin หรือ Empathy คุยกับเพื่อนๆ ใน Facebook ได้แล้ว :)

เปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส ให้ภาครัฐใช้ก่อน ถึงจะใช้ตาม, ของผิดกฏหมายเต็มไปหมดแผ่นละ 50 บาทบ้าง 200 บาทบ้าง ไม่เห็นมีใครทำอะไรแล้วจะมารณรงค์ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม ทั้งๆ ที่ของเถื่อนยังมีอยู่, จะใช้ทำไมใช้ยากเหมาะสำหรับคนเก่งๆ เขาใช้กัน, ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานไม่ได้ ฯลฯ เรามักจะได้ยินหลายคนพูดอย่างนี้ใช่มั๊ยครับ แล้วท่านเคยได้ยินอย่างนี้มั๊ยครับ โครงการส่งเสริมการใช้งาน Open Source ในหน่วยงาน เพื่อทำให้เป็นองค์กรที่เป็นแบบอย่างในการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง หลายท่านอาจไม่คิดว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ? แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาทำกันไปตั้งนานแล้วครับ ใครที่เพิ่งมาคิดทำกันตอนนี้เรียกได้ว่าเชยมากๆ

ที่ผ่านมา Thai Open Source นำเสนอบทความเกี่ยวกับโอเพนซอร์สมาพอสมควร แนวทางด้านบวกบ้างด้านลบบ้าง แต่ท่านที่เคยได้อ่านอาจจะเข้าใจโอเพนซอร์สมากขึ้น เข้าใจถึงความยากลำบากของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ย่อท้อในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในวิถีทางโอเพนซอร์ส เข้าใจว่ายังมีกลุ่มคนที่พยายามผลักดันโอเพนซอร์สในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ หากท่านเป็นคนหนึ่งที่อยากหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพราะไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่อยากขโมยของๆ คนอื่นมาใช้ การเริ่มต้นด้วยตัวของท่านเองสามารถทำได้ครับ ไม่ต้องรอคนอื่นก็เหมือนกับการทำความดี

อย่ามองว่าบริษัทซอฟต์แวร์คิดราคาแพงหูฉี่ หรือมองบริษัทซอฟต์แวร์เห็นแก่ตัว ฯลฯ หากแต่เพราะกลไกทางธุรกิจ เมื่อมีผลิตภัณฑ์หรือสินค้า การจำหน่ายหรือวิธีการที่จะได้มาครอบครองต้องมีการแลกเปลี่ยนด้วยตัวเงินเสมอ เพราะซอฟต์แวร์ไม่ได้เพาะเมล็ด หรือรดน้ำลงพื้นแล้วได้เป็นแผ่นโปรแกรมออกมาหากต้องใช้แรงงานแรงกายและกำลังทรัพย์ในการพัฒนา จัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็เช่นเดียวกัน หากคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อหามาได้ อย่าขโมยใช้ หากมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่สามารถหยิบจับเอามาใช้ได้ก็ใช้เถอะครับ หากมีกำลังทรัพย์เพียงพอก็ซื้อซอฟต์แวร์ที่คุณอยากใช้ให้ถูกต้อง ถูกกฏหมาย

หลายท่านอาจแย้งว่าการใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดก็เหมือนกับการขโมยหรือเป็นโจร ซึ่งดูรุนแรงไป แต่หากมามองทางด้านจริยธรรม หากคุณมีสินค้าของคุณแลัวมีคนมาขอซื้อไปใช้งาน แต่อีก 10 นาที มีสินค้าของคุณที่เป็นของก็อปวางแผงกันกลื่นขายแข่งกับสินค้าของคุณเอง คุณจะทำอย่างไร? คุณจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างลูกน้อง จ่ายค่าโน่นนี่ จิปาถะ ในต่างประเทศมีการรณรงค์ให้ใช้สินค้าที่ถูกกฏหมายและมีบทลงโทษรุนแรงมากสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าลอกเลียนหรือสินค้าที่ผิดกฏหมาย บางประเทศการไม่เคารพในเรื่องของลิขสิทธิ์ถือว่าไม่มีการเคารพความเป็นมนุษย์กันเลยทีเดียว หากใครเคยซื้อแผ่น DVD จะมีภาพยนต์สั้นที่บอกว่า การซื้อ DVD ที่ผิดกฏหมายคืออาชญากรรม ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น แล้วในประเทศเราล่ะจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

การแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หากแต่ต้องเริ่มที่จิตวิญญาณที่ว่า เราจะไม่ทำในสิ่งที่ผิด เราจะเป็นคนดี เพียงเท่านี้เอง ส่วนการหันมาใช้ซอฟแวร์โอเพนซอร์สนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากทุกคนคิดได้เช่นนี้ ทุกคนจะมีภูมิคุ้มกันที่จะไม่ละเมิดสิทธิ์ในกรณีอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น เรื่องเพลงก็อป รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า ฯลฯ อ้อ อีกอย่างการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่เกี่ยวกับเรื่องของความพอเพียง อย่าสับสนกัน การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ละเมิดสิทธิ์คนอื่น ไม่ได้เกี่ยวกับความพอเพียงแต่อย่างใด เขียนมายืดยาวก็เพียงอยากอธิบายให้เข้าใจว่าการทำดีเริ่มได้ที่ตัวท่านเอง การใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็เริ่มได้ที่ตัวท่านเองเช่นกัน

กลับมาอีกแล้วครับ กับ FireFox Extension วันนี้มาแนะนำ Extension สำหรับดาวน์โหลด Video บน YouTube ซึ่ง Extension แบบนี้มีหลายตัวด้วยกัน แต่ขอแนะนำตัวที่ผมชอบมากละกันครับ :P Extension นี้ชื่อ Easy YouTube Video Downloader ความสามารถหลักคือแปลงหน้า YouTube ปกติที่เราเห็นๆ กันให้มี Icon และลิงค์สำหรับดาวน์โหลดกันได้เลย ซึ่งสนับสนุน Format FLV, 3GP, MP4 และยังดาวน์โหลดไฟล์ Video คุณภาพสูงอย่าง HD ได้อีกด้วย ต้องหามาลองครับ อันนี้ไม่ลองไม่รู้นะ ผมลองเล่นแล้วชอบมักๆ เดี๋ยวไปดาวน์โหลดคลิบของน้อง Khiem Tran ต่อครับ :)

ScreenshotYouTubeKomorebiKhiemTranCover

น้อง Khiem สุดหล่อกรี๊ดดดดดด

Trac เป็นโปรแกรมบริหารโครงการซอฟต์แวร์บนเว็บเหมือนๆ กับ gForce, SourceForge, RedMind แต่แตกต่างตรงที่ Trac ตัวเล็กกระทัดรัดสามารถใช้งาน Ticket, Search, Browse โค้ดจาก SCM ต่างๆ ได้ และยังใช้ Workflow ได้อีกด้วย Trac กำหนดเนื้อหาให้เป็นแบบ Wiki ทำให้คุณสามารถสร้างหน้าเนื้อหาต่างๆ ที่คุณต้องการได้อย่างไม่จำกัด การติดตั้ง Trac มีวิธีการหลายวิธีแต่วิธีที่จะนำมาเป็น How-To ในครั้งนี้คือการใช้ Trac ร่วมกับ Apache และ SVN ครับ เครื่อง server ที่ผมใช้ติดตั้ง Ubuntu Server 9.04 Jaunty Jackalop มี IP Address เป็น 192.168.1.111 ชื่อเครื่องคือ trac.example.com มาเริ่มกันเลย

แปลงร่างเป็น root ก่อนครับ

sudo -s

ติดตั้งโปรแกรมที่เราต้องใช้กัน

apt-get install apache2 libapache2-mod-python2.4 libapache2-svn python-setuptools subversion python-subversion

หาจุดติดตั้งเหมาะๆ ให้กับ Trac ผมติดตั้งที่ /var/lib/trac ครับ สร้าง directory ขึ้นมาเลยครับ

mkdir /var/lib/trac
chown www-data:www-data /var/lib/trac

หาจุดติดตั้งเหมาะๆ ให้กับ svn ผมติดตั้งที่ /var/lib/svn สร้าง directory ขึ้นมาเลยครับ

mkdir /var/lib/svn

สร้าง repository ให้กับโครงการ sample เราครับ

mkdir /var/lib/svn/sample
svnadmin create /var/lib/svn/sample

จากนั้นสร้าง project ตัวอย่างมาสักอันเอาชื่อ sample ละกันครับ

trac-admin /var/lib/trac/sample initenv

trac-admin /var/lib/trac/sample permission add admin TRACADMIN

สร้าง password ไฟล์ให้กับ trac

htpasswd -c /var/lib/trac/.htpasswd admin

สร้าง authz สำหรับ svn

nano /etc/trac/.authz

ใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[/]
* =rw

จากนั้น chown ให้ apache อ่านและเขียนไฟล์ของ repo และ trac ได้

chown -R www-data /var/lib/svn/sample
chown -R www-data /var/lib/trac

สร้างไฟล์ virtual host สำหรับ trac

nano /etc/apache2/sites-available/trac

ใส่ข้อมูลดังนี้ครับ

<VirtualHost *>

ServerName trac.example.com
ServerAdmin webmaster@localhost    
DocumentRoot /var/www/

## trac ##
<Location /projects> #set up Trac handling
     SetHandler mod
python
     PythonHandler trac.web.modpythonfrontend
     PythonOption TracEnvParentDir /var/lib/trac/
     PythonOption TracUriRoot /projects
</Location>

<LocationMatch "/projects/[[:alnum:]]+/login">
    AuthType Basic
    AuthName "Trac"
    AuthUserFile /var/lib/trac/.htpasswd
    Require valid-user
</LocationMatch>

## svn ##
<Location /svn>
    DAV svn
    AuthType Basic
    AuthName "Subversion Repository"
    AuthUserFile /var/lib/trac/.htpasswd
    AuthzSVNAccessFile /var/lib/trac/.authz
    SVNParentPath /home/svn
    Require valid-user
</Location>

## SSL Self-Sign by using command
## openssl req -new -x509 -days 365 -nodes -out /etc/apache2/ssl/apache.pem -keyout /etc/apache2/ssl/apache.pem
#SSLEngine on
#SSLCertificateFile /etc/apache2/ssl/apache.pem

</VirtualHost>

เพิ่ม trac ลงใน site-enable

a2ensite trac

reload คอนฟิกของ apache

/etc/init.d/apache2 reload

จากนั้นก็เปิดเบราเซอร์ เบราวส์ไปที่ repo ของโครงการ sample เพื่อทดสอบ

http://trac.example.com/svn/sample

จะเห็นว่าเป็น Revision 0 : /

เบราวส์ไปที่ trac ของโครงการ sample จะเห็นหน้า trac ของโครงการ

http://trac.example.com/projects/sample

 

ติดตั้ง plugin เพิ่มเติมได้จาก easyinstall

easy_install -U setuptools

สำหรับ plug-in ที่น่าใช้งานมีหลายตัวดัวยกัน ผมแนะนำ plugin ที่ผมชอบก็แล้วกันครับ ตัวแรกเป็น TracAccountManager เพราะจะช่วยให้เราจัดการผู้ใช้ได้ง่ายมากขึ้น TracSpamFilter ป้องกันการโพสของ SPAM ส่วน plug-in อื่นๆ ก็ลองหามาสดสอบกันได้ครับ