หลังจากได้ไฟเขียวจาก SIPA สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ล่าสุดทีมงาน @thaiopengames ได้ประกาศโครงการ “ราหุล” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการออกแบบและพัฒนาเกมส์ขั้นพื้นฐานโดยใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายโอเพนซอร์ส SIPA โดยในขณะนี้ ทีมผู้พัฒนาสามารถกำหนดโครงร่างทั้งหมดของโครงการได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการรวบรวมเกมโอเพนซอร์ส และเครื่องมือการพัฒนาเกมโอเพนซอร์สเบื้องต้น รวมไปถึง Video Tutorial ภาษาไทยที่จะอธิบายขั้นตอนการใช้งานซอฟต์แวร์พัฒนาเกมโอเพนซอร์ส หรือชื่อก็คือ SIPA 3D Game Creation System อีกทั้งยังมีเครื่องมือสำหรับการสร้าง Sprite , Model , Animation รวมไปถึงงาน Sound Engineering ไว้อย่างครบครัน เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการเริ่มต้นเรียนรู้ขั้นตอนในการสร้างสรรค์เกมด้วยตนเอง รายชื่อซอฟต์แวร์และ Resources มีดังนี้ครับ http://www.thaiopengames.org/wp-content/uploads/2010/03/QShot_0464.jpg

ส่วน Main Menu GUi ที่จะเผยให้เห็นคร่าวๆ ภาพนี้เลยครับ http://img180.yfrog.com/img180/9421/otx.png

นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ท่านจะได้รับในแผ่นซีดีทั้งสองแผ่นนี้ ซึ่งแน่นอนครับ พัฒนาโดย Thaiopengames ผลิตและสนับสนุนโดย SIPA สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) อีกแล้วครับท่าน

ทีมงาน ThaiOpenGame เป็นชุมชนนักพัฒนาเกมส์คอมพิวเตอร์ ที่รักในการเล่นเกมส์และรักในการพัฒนาเกมส์ ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการคลังซอฟต์แวร์เกมส์ โดยใช้แนวคิด “เล่มเกมส์สร้างสรรค์ ร่วมแบ่งปัน ร่วมพัฒนา” หากใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ ชอบเล่นเกมส์ห้ามพลาด สำหรับคลังซอฟต์แวร์เกมส์ในระยะเริ่มต้นจะเริ่มจากเกมส์โอเพนซอร์สที่น่าสนใจและได้รับรางวัล นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสร้างเกมส์พร้อมวิดีโอ สอนการสร้างเกมส์เบื้องต้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถสร้างเกมส์ หรือฉากของเกมส์ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง สำหรับโครงการนี้กำลังเริ่มต้น ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้าร่วมเสนอความคิดผ่านทาง thaiopengame.org หรือแสดงความคิดเห็นข้างล่างนี้ งานนี้คอเกมส์ห้ามพลาด ตบท้ายทีมงาน ThaiOpenGame ยังท้าอีกว่า เล่นเกมส์โอเพนซอร์สสนุกได้เหมือนกัน

ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรเกี่ยวกับทางด้าน forensics โดยใช้เครื่องมือและระบบปฏิบัติการ Linux การอบรมครั้งนี้ผมเตรียมตัวสั้นมากเพราะเครื่องมือที่ใช้ออกจะโบราณไปหน่อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือตัวไหนที่มีมาพร้อมกับ Linux ทุกตัว เครื่องมือที่ใช้ในการสอนได้แก่ dd, fdisk, sfdisk, file, tar, gzip, bzip, losetup, md5 และ sha1 ซึ่งการอบรมยอมรับว่าสอนไม่ทันแต่ก็มันส์มาก เพราะผู้เข้ารับการอบรมได้สัมผัสถึง Linux จริงๆ ได้พิมพ์คำสั่งบน shell ถึงแม้ว่าเวลาจะน้อย ก็สามารถเห็นภาพได้ว่าถ้าใช้เครื่องมือบน Linux ก็สามารถนำเอามาใช้งานทางด้าน forensics ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าการอบรมครั้งนี้พอสนุกสนาน แต่ต้องใช้เวลามากกว่านี้สัก 7-8 สัปดาห์ว่าคุณตำรวจไซเบอร์รุ่นใหม่จะสามารถใช้เครื่องมือได้คล่องแคล่ว คราวนี้โจรไซเบอร์คงต้องเกรงกลัวบ้างล่ะ ทิ้ง slide เอาไว้ให้ด้วยที่ slide share ใครอยากเพิ่มเติมเนื้อหาก็ใส่เพิ่มได้ครับ ;)

ผมได้เสื้อสวยมา 1 ตัวสุดยอดครับ ชอบมากๆ

เสื้อสวย1

เสื้อสวย2

Nectec Academy เปิดตัว Open Source Software Conference 2010 ในธีมงาน “Opensource Software ใช้ได้ดี ใช้ได้จริงในองค์กร” โดยเน้นกลุ่มผู้ใช้งานในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงเริ่มหันมาใช้ซอฟต์แวร์ทางเลือก ซอฟต์แวร์ฟรี และรหัสเปิดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ เพิ่มทางเลือกให้ตัวเองและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ในการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นการเปิดโลกทัศน์การใช้งานซอฟต์แวร์ทางเลือกจากกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการของประเทศ รวมทั้งรับฟังประสบการณ์จริงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ได้ปฎิบัติจริง ใช้จริงในองค์กร เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การเคหะแห่งชาติ บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคด ปรึกษาปัญหาการใช้งานที่ประสบพบเจอที่คลินิกซอฟต์แวร์รหัสเปิดกับบริษัท ที่ปรึกษาชั้นนำของประเทศไทย รวมทั้ง Masterclass การวางแผนเชิงกลยุทธต่อการจัดการการเปลี่ยนแปลงขององค์กร การใช้งานจริงซอฟต์แวร์รหัสเปิดที่ทดแทนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่หลากหลาย ได้แก่ซอฟต์แวร์ชุดสำนักงาน (OpenOffice.org), Open CRM, Open ECM เป็นต้น

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้บริหารหน่วยงาน และเจ้าของกิจการที่ต้องการข้อมูลสำหรับการตัดสินใจลงทุนซอฟต์แวร์ทางเลือก หรือซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์
  • ฝ่ายวางแผนกลยุทธ ฝ่ายจัดการระบบสารสนเทศและคอมพิวเตอร์
  • ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ทางเลือก

ระยะเวลา 2 วัน วันที่ 28-29 เมษายน 2553 ณ สถาบันฝึกอบรมเนคเทค (สัมมนา 1 วัน และ Masterclass 1 วัน)

สิ่งที่ได้รับจากงาน

  • แผ่นซีดีรวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและฟรีแวร์
  • เครือข่าย/สังคม Open Source Software ที่พร้อมให้คำปรึกษา
  • แนวทางการนำ Open Source Software ไปใช้ในองค์กรและเพื่อใช้เป็นทางเลือก
  • แนวทางการวางแผนการใช้ Open Source Software ในองค์กร
  • เทคนิคการใช้งาน Open Source Software
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน Open Source Software

หลักสูตรต่อเนื่อง/เกี่ยวเนื่อง

  • 60-204 OSS e-Learning and content management: การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนทางไกล
  • 69-102 Joomla! Mastering Workshop: สร้างเว็บแบบมืออาชีพด้วย Joomla!
  • 69-103 Joomla! Templae Workshop: สร้าง Template เพื่อตกแต่งเว็บไซต์ Joomla! แบบมืออาชีพ
  • 40-203 PHP for Web Application Development
  • 40-302 PHP using MySQL Database for Web Development
  • 40-306 Web Report Management Using PHP
  • 31-209 Office Tools with Open Office.org
  • 31-213 Intermediate Open Office.org Calc for Special Function and Data Management
  • 31-214 Advanced OpenOffice Calc for Designing Macro and Progamming

ค่าลงทะเบียน

  • สัมมนา 2,140 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว)
  • Masterclass 2,140 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Nectec Academy

Ubiquity slideshow หรือตัวนำเสนอที่เราจะเห็นในตอนติดตั้ง Ubuntu ออกหน้าจอรูปแบบใหม่แล้ว สวยล้ำยิ่งกว่าเดิม สำหรับหน้าตาบางส่วนก็ตามนี้ครับ



ใครที่อยากลองก็ ไดวรอดูได้ตอน Ubuntu 10.04 RC ครับ

ที่มา: http://www.omgubuntu.co.uk/2010/03/ubuntu-1004-installation-slideshow.html

Free Software Foundation (FSF) ประกาศผลผู้ชนะรางวัล Free Software Award ในปีนี้ ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อสร้างกำลังให้กับ contributor และผู้ที่ทำงานทางด้านการพัฒนา free software John Gilmore หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Cygnus Solution และผู้ร่วมก่อตั้ง Electronic Frontier Foundation (EFF) ได้รับรางวัลในปีนี้ในสาขา Advancement of Free Software ซึ่ง Gilmore เองได้นำเสนอในงาน conference เรื่องเป้าหมายในอนาคตของเคลื่นไว้ซอฟต์แวร์เสรี ได้กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า “Free software has been very good to me, and I’m glad that I have been good to it.”

สำหรับรางวัล Project for Social Benefit ผู้มี่ได้รับรางวัลนี้คือ Internet Archive เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่พัฒนาห้องสมุดดิจิทอลที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่ง Internet Archive ได้ทำการบันทึกเว็บไซต์ไว้ตั้งแต่ปี 1996

ที่มา – H-Online

การประกาศการออกรุ่น SP1 ไปแล้ว Novell ประกาศตัวพร้อมสนับสนุน KVM Virtualization Solution ใน SUSE Linux Enterprise Server (SLES) รุ่น 11 การสนุบสนุน KVM หรือ Kernel-base Virtual Machine นี้ยังเป็น technology preview ของ Novell ในรุ่นนี้ ซึ่ง Novell ยังประกาศว่าพร้อมสนับสนุน guest OS อย่าง SLES 9-1, Windows Server 2003, Windows Server 2008, Windows XP และ Windows Vista หรือแม้กระทั่ง Red Hat Enterprise Linux (RHEL) 4 และ 5 ซึ่ง host system สามารถรัน guest OS ได้ทั้ง 32 bits และ 64 bits สนับสนุน Virtual CPU ได้ 16 CPU RAM ขนาด 512 MB และ Network Interface 8 ตัว

Xen เป็น official vurtialization solution ใน SLES 11 และยังคงสนับสนุนอยู่ อย่างไรก็ตามในระยะยาว Novell อาจผลักดันใน KVM เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของลูกค้าก็เป็นได้

ที่มา – H-Online

ช่วงงานสัมมนาของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) ที่งานคอมมาร์ตที่ผ่านมามีการจุดประเด็นใหญ่เกี่ยวกับโอเพนซอร์สหลายอย่าง คิดว่าเพราะการจัดตารางให้ดูน่าสนใจซึ่งบริษัทต่างชาติอย่าง Microsoft ก็มาเปิดตัว Microsoft Office 2010 ทางบริษัท OSDev ก็มาเสนอทางแก้ปัญหาในการเลือกใช้ Office Suite หากไม่ต้องการละเมิดลิขสิทธิ์หันมาใช้โอเพนซอร์สเพราะคุณสมบัติเพียงพอกับความต้องการพื้นฐานอยู่แล้ว ต่อด้วย BSA มาพูดเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ซึ่ง BSA ชี้จุดประเด็นเรื่องนโยบายที่เป็นกลางของรัฐต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ การช่วยให้ภาคอุตสหกรรมซอฟต์แวร์เติมโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่มุ่งส่งเสริมการใช้โอเพนซอร์ส การส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาจะนำสู่ความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการจุดประเด็นเล็กๆ ที่สามารถทำให้ NECTEC และ NSTDA ที่กำลังสัมนาเรื่อง New Trends in Library and Information Management อยู่สะเทือน เพราะเทคโนโลยีในการพัฒนาที่วางรากฐานการมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศ ใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์สและซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นหลัก ทำให้เกิดการโต้ข่าวกันผ่านทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจในวันเดียวกัน ว่า

รัฐยังให้โอกาสโอเพ่นซอร์สน้อยไป ทั้งที่ช่วยเพิ่มทางเลือกผู้เริ่มธุรกิจ และเปิดทางพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ จากซอร์สโค้ดที่เปิดกว้าง ตอบโจทย์เชิงเศรษฐกิจได้ดีกว่า นายวิรัช ศรเลิศล้ำวณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า ความเห็นของบีเอสเอ เป็นความเห็นของฝ่าย ธุรกิจ อาจมองประโยชน์จากธุรกิจมากกว่า ทั้งๆ ที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลาง ไม่ได้ขายสินค้า แต่เรื่องโอเพ่นซอร์สหากมองมุมสังคม เป็นการเพิ่มทางเลือกแก่สังคม และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สก็เป็นช่องทางการ สร้างนักพัฒนาขึ้นมา ต่างจากซอฟต์แวร์ผู้ขาดที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ (proprietary) ซึ่งไม่เปิดเผยซอร์สโค้ด

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือก หรือความเหมาะสมต่อกรณีที่มีธุรกิจมากพอ ไม่ต้องลำบากใจนักก็ซื้อซอฟต์แวร์ใช้ แต่จะซื้ออะไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจ หรือทุนน้อย ก็มีซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือกที่ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ไม่สามารถให้ได้ อย่างมากที่สุดจะเปิดทดลองให้ 2-3 เดือนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ในแง่การพัฒนา ก็เห็นว่า ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา หรือนำมาลงทุนพัฒนาให้ดีขึ้นได้ แต่ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมีซอร์สโค้ดให้ดู ให้ศึกษา จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักพัฒนาที่เข้าสู่วงการทีหลัง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์สังคมเชิงเศรษฐกิจได้ดีกว่า

อ่านฉบับเต็มได้ที่ – กรุงเทพธุรกิจ

โดยปกติแล้ว เวลาเราจะดูกำหนดการณ์การออกเวอร์ชั่นแต่ละครั้งของ Ubuntu ก็จะต้องคอนเข้าหน้า Wiki เพื่อไปดูข้อมูลใช่ไม๊ครับ ไอ้กรณีนานๆ ดูทีมันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าต้องเข้าดูบ่อยๆแล้ว การเข้าหน้า Wiki แต่ละทีก็ไม่สนุกเท่าไหร่ ยิ่งเวลารีบๆ + ไม่มีใครคอยเตือนด้วย

อย่ากระนั้นเลย เรามาหาปฏิทินที่เป็น Google Calendar ไว้ดูกันดีกว่า (สำหรับผู้ใช้ Google calendar อยู่แล้วก็สะดวกหน่อย) ซึ่งก็มีคนทำไว้ให้เราแล้วครับ ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งสร้าง Event ด้วยตัวเอง

สำหรับตอนนี้ปฏิทินที่มีให้เพิ่มก็มีอยู่ด้วยกันสองรุ่นด้วยกันคือ

วิธีการก็ กดเข้าไปที่ลิงก์ทั้งสองด้านบนนั้นครับ แล้วสังเกตุที่ด้านขวาล่างของปฏิทิน จะมีปุ่ม + ก็กดที่ปุ่มนั้นครับ แล้วมันจะเพิ่มเข้าไปใน Google calendar ของเราให้เอง

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/1838

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเขียนเรื่องนี้ทั้งๆ ที่เว็บไซต์นี้เกี่ยวกับโอเพนซอร์สอยากให้ท่านได้ลองอ่านแล้วพิจารณาสักนิดว่าจริงหรือไม่ ซอฟต์แวร์(โอเพนซอร์ส)มีราคา จากอาทิตย์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ประกอบการทั้งทางด้าน ISV และผู้ประกอบการด้าน Training ผมหยิบเอาปัญหาไปอภิปายเพื่อหาแนวทางแก้ไขซึ่งหลายคนที่ผมพูดคุยด้วยต่างเห็นตรงกันว่า ซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพนซอร์สและไม่เป็นโอเพนซอร์สที่อยู่ในกระบวนการธุรกิจนั้นมีราคา ซึ่งราคาที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ที่ 0 บาท ธุรกิจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ได้มีรายได้จากการบริจาค (Donate) หากรอคนบริจาคซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดก็คงไม่ต้องกินข้าวกันพอดี ถ้าโปรแกรมเมอร์กินหญ้าได้ก็คงปลูกหญ้ากินไปแล้วล่ะครับ หากเคยอ่านบทความเก่าๆ ที่เคยเขียนเกี่ยวกับ Positive Cycle ท่านคงทราบแล้วว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมือถือ เซิร์ฟเวอร์ หรือแม้กระทั่ง Router อันเล็กๆ ก็ประกอบไปด้วยซอฟต์แวรโอเพนซอร์ส ซึ่งท่านก็ต้องซื้อหามาใช้งาน นั่นทำให้ท่านต้องจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา เอาล่ะหลายคนอาจมองเรื่องราคาในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการแบ่งสัดส่วนราคาตามราบละเอียดที่ควรจะมี เช่น ค่าพัฒนา ค่าออกแบบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ฯลฯ ซึ่งการกำหนดราคาแบบนี้ใช้ไม่ได้กับซอฟต์แวร์ที่เป็นกล่องๆ ใช้ได้เพียงการกำหนดราคาโครงการซอฟต์แวร์ในรูปแบบ tailer made เท่านั้น ซึ่งแน่นอนหากใช้ โอเพนซอร์สระยะเวลาในการพัฒนาและราคาต้นทุนจะต่ำ แต่ก็ยังคงมีราคาแต่ราคาที่ว่านี้จะตกไปอยู่ในส่วนของค่าบริการ ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากส่งมอบผลิตภัณฑ์นั้นๆ

หลายท่านอาจเห็นแย้งว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สต้องฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย นั่นคงไม่ใช่หากซอฟต์แวร์เปล่านั้นเกิดขึ้นเองได้ ไม่ต้องมีคน contribute หรือไม่มีใครพัฒนาหรือเป็นคนต้นคิด อย่างนั้นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สคงไม่มีค่าใช้จ่าย หากแต่ซอฟต์แวร์เกิดขึ้นเองไม่ได้ ดังนั้นโมเดลธุรกิจเริ่มแรกเพื่อเป็นการจุนเจือนักพัฒนาและ contributor คือการบริจาค (Donate) แล้วก็พัฒนาซอฟต์แวร์ไปเรื่อยๆ ตามโอกาสจะเอื้ออำนวย เอาล่ะในแต่เชิงธุรกิจทำเช่นนั้นไม่ได้ รายได้ที่ได้จากการบริจาคต้องมากพอที่จะเลี้ยงพนักงานในบริษัทนั้นๆ ดังนั้นการพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ในรูปแบบธุรกิจจึงต้องมีราคา ซึ่งราคาไม่ใช่ 0 บาทดังเหตุผลข้างต้น เอาล่ะการทำเช่นนี้หากจะเรียกว่าหยิบฉวยโอกาสและข้อดีต่างๆ ของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาปรับใช้ในธุรกิจซอฟต์แวร์ แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ ISV จะต้องพึงระรึกเสมอว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณพัฒนาต่อยอดหรือหยิบเอามาทำตลาดนั้นมาจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้เริ่มต้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การ contribute งานกลับเข้าไปยังต้นน้ำยังเป็นเรื่องที่สำคัญ นั่นก็เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมาแล้วหากจะจำหน่ายก็ควรพิจารณาในเรื่องของราคาต่างๆ ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

การกำหนดราคาซอฟต์แวร์ถือว่าเป็นปัญหาโลกแตกในประเทศไทย ซึ่งภาครัฐเองพยายามกำหนดราคากลางของซอฟต์แวร์รวมไปถึงคุณสมบัติเบื้องต้นที่พอเหมาะพอควรกับซอฟต์แวร์นั้นๆ ซึ่งราคาบางอย่างเหมาะสมกับซอฟต์แวร์แพคเกจ แต่ไม่เหมาะสมกับซอฟต์แวร์แบบ tailer made ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป สำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ก็คงอดคิดไม่ได้ว่าทำไม ราคาซอฟต์แวร์มันถึงได้แพงอย่างนั้น ให้ฟรีได้มั๊ย ฯลฯ การพิจารณาความคุ้มค่าในเรื่องการลงทุนจัดซื้อซอฟต์แวร์ต่างๆ อย่างหนักซึ่งวิธีการคิดง่ายๆอย่าง TCO ก็เป็นวิธีคิดที่ดีเช่นกัน เอาล่ะผมคงไม่ได้เชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อยากให้ผู้ใช้หรือลูกค้าเป็นผู้เลือกน่าจะเหมาะสมกว่า ประเด็นในเรื่องราคาคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับบ้านเรา เพราะลูกค้าเองก็ต้องการซอฟต์แวร์ที่มีคุณสมบัติที่ทำงานได้และราคาที่รับได้ คงไม่ใช่ 0 บาท หรือราคาที่อื้มไม่ถึง การเปิดรับในเรื่องการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ว่าจาก ISV หรือจากซอฟต์แวร์ต้นน้ำก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้อีกเช่นกัน