บังเอิญได้ทราบปัญหาเรื่อง Bug ใน OpenOffice.org มาสักระยะ เนื่องจากได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกในเว็บไซต์ OpenOffice.org คอยติดตามข่าวการพัฒนาอยู่ตลอดและมีโอกาสร่วม contribute งานเข้าโครงการนี้เป็นระยะๆ ตามไมล์สโตนที่กำหนดในแต่ละรุ่น ในกรณีบทความ “21 Bugs บาดใจคนใช้ OpenOffice” ซึ่งทาง TAG สำนักพิมพ์นิตยสารไอทีชั้นนำอย่าง PC World Thailand, EWorld, PCToday, ComputerWorld, DNS และเป็น organizer จัดงาน ComWorld ได้ ตีพิมพ์บทความเรื่องนี่ขึ้นมา ก็พบว่า issue เหล่านี้มันมีแจ้งอยู่แล้วใน issuezilla ซึ่งยังไม่ได้ถูกกำหนดว่าเป็น Bug ทั้ง 21 เรื่อง (issues) จะเป็น Bug ก็ต่อเมื่อ มีการ verified จากทีมนักพัฒนาของ OpenOffice.org และมีการกำหนดจาก Issue เป็น Bug แล้วเท่านั้น เท่าที่ทราบมาเป็นการรวบรวมเรื่อง เดิมที่มีอยู่แล้ว เพียง 18 เรื่อง บวกกับเรื่องใหม่อีก 3 เรื่องที่ยังไม่ได้ verified จากทีมนักพัฒนาของ OpenOffice.org ว่าเป็น Bug หรือ User Error (ใช้ไม่เป็น) เช่นกัน ทำให้กลับมานั่งคิดว่า เอ… ประเทศไทยนี่ไม่เหมาะกับ Open Source และ Free Software เลย

สาเหตุเนื่องจากการทดสอบและรายงาน issue หรือรายงาน bug ในกรณีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สในแต่ละโครงการจะมีขั้นตอนวิธีการที่แตกต่างกัน บ้างก็ให้รายงานผ่านทางเว็บไซต์ หรือผ่านทางเมล์ลิงลิสสุดแล้วแต่การรายงานว่าจะใช้วิธีใด การรายงาน Bug ส่วนใหญ่จะต้องเกิดจากการ Debug Code เพื่อให้ทราบว่าเกิด Bug ที่จุดใด ไฟล์ ไลบรารี APIs บรรทัดที่เท่าไร ผลลัพท์ที่ได้ผิดถูกอย่างไร อย่างนี้ถึงเรียกว่ารายงาน Bug ส่วนใหญ่จะรายงานโดย “นักพัฒนา” ที่มีประสบการณ์ ส่วนการรายงาน issue เป็น การรายงานขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมที่ผิดพลาดโดย “ผู้ใช้” ซึ่ง issue จะถูกรายงานหรือกำหนดให้เป็น Bug ก็ต่อเมื่อ นักพัฒนาได้ตรวจสอบแล้วว่าขั้นตอนการทำงานนั้นก่อให้เกิด Bug และไม่ใช่เกิดจาก User Error ไม่เช่นนั้นท่านอาจโดน RTFM หรือไม่ได้รับการตรวจสอบ Issue นั้นเลยก็ได้ ดังนั้นการรายงาน Issue จะต้องเขียนข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. ท่านต้องการจะทำอะไร
  2. ขั้นตอนที่ท่านดำเนินการ
  3. ขั้นตอนที่ท่านดำเนินการก่อให้เกิดผลลัพท์ใด
  4. ผลลัพท์ที่ได้ควรเป็นอย่างไร
  5. ระบุโปรแกรม รุ่นของโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ
  6. แนบไฟล์ตัวอย่างเพื่อใช้ในการตรวจสอบ

ซึ่งการปฏิบัติในการรายงาน Issue จะทำกันอย่างนี้ ทีมนักพัฒนาจะส่งตัวแทนมาตรวจสอบตามขั้นตอนที่ท่านรายงานไว้ หาพบว่าเป็น Bug จริง Issue ของท่านจะถูกเปิดเป็น Bug กำหนดชื่อซอฟต์แวร์และเลขรุ่นที่อาจเกิดผลกระทบโดยทันที และมีการกำหนดทีมงานเข้ามาแก้ไข Bug ชุดนี้ สำหรับระยะเวลาขึ้นอยู่กับการจัดลำดับความสำคัญของ Bug นั้นๆ โดยทีมนักพัฒนาที่รับผิดชอบในส่วนนั้น ไม่ได้กำหนดกันได้เองว่าเป็น Bug ร้ายแรง!

อีกเรื่องที่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ คนไทยแยกระหว่าง Software Feature กับ Bug ไม่ออก ตัวอย่างเช่น

  1. โปรแกรม A ทำงานได้ไม่เหมือนโปรแกรม B หรือทำงานได้เหมือนกันแต่ทำงานหลายขั้นตอนกว่า ก็สรุปว่าเป็น Bug
  2. โปรแกรม A ทำงานไม่ได้เหมือนโปรแกรม B ก็สรุปว่าเป็น Bug
  3. โปรแกรม A ทำงานไม่ได้ครบเท่าโปรแกรม B ก็สรุปว่าเป็น Bug

เรื่องนี้เป็นเรื่องขบขันของเพื่อนนักพัฒนาในต่างประเทศ ซึ่งมักจะแซวว่า “คนใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยยังแยก Bug กับ Feature ไม่ออก คุณไม่ต้องกังวลอะไรหรอก อ่ะฮิๆ” กรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแต่เกิดกับทุกโปรแกรมที่ไม่คุ้นเคย กลับมาเรื่อง Bug กันต่อ หลังจากอ่านบทความเรื่อง “21 Bugs บาดใจคนใช้ OpenOffice” จบสรุปได้เพียงสั้นๆ ว่า

  1. ผู้ที่รีวิว Issue ที่เกิดปัญหานี่ขยันจัง ;)
  2. จากความขยันน่าจะได้ Bug ID มาแล้ว ถึงเรียก Issue ว่า Bug ได้ :)
  3. น่าจะลง Bug ID พร้อมระบุความสำคัญที่ทางทีมนักพัฒนากำหนดให้มาด้วย :)
  4. ระบุ URL ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็น Bug มาด้วยจะยิ่งดี ;P
  5. TAG น่าจะเปิดแผนก R&D และ Bug Tracker เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์แข่งกับไมโครซอฟต์ >(
  6. TAG ได้สร้างประวัติศาสตร์ชาติไทยโดยการเอา Issue มาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้ เก่งจัง ;)
  7. TAG ไม่น่าจะรู้จักใช้ Database ประมวลผลข้อมูลมากกว่า 20,000 บรรทัด สารพัด Column ใน Calc ได้ยังไง? 8(

นอกจากรีวิว Issue ในนิตยสาร PCWorld แล้ว ยังได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังสำนักพิมพ์อื่นๆ ห้างร้าน หน่วยงานรัฐ บริษัท ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาพร้อมทางแก้ของทุกหน่วยงานโดนการหันมาใช้ซอฟต์แวร์ชุดออฟฟิสของไมโครซอฟต์ จากคำแนะนำทั้งในหนังสือและจดหมายเปิดผนึกทำให้คิดได้ว่า นี่เป็นวิธีการทำธุรกิจแบบหนึ่งของ TAG เท่านั้น! การเลือกใช้งานซอฟต์แวร์เป็นสิทธิ์ของทุกคน จะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการอะไร ค่ายไหน จะเลือกใช้โปรแกรมอะไร ค่ายใด ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะเป็นผู้เลือก ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกใช้จะเกิดก็ต่อเมื่อมีจุดเปรียบเทียบผ่านทางนิตยสาร โมษณา ประชาสัมพันธ์จากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั้นๆ การรีวิว Issue หรือ Bug ไม่ใช่เป็นการเปรียบเทียบแต่เป็นการ discredit และไม่เกิดประโยชน์กับการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเลยและคงมีแต่คนในประเทศไทยเท่านั้นที่ทำได้ นี่คงเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่บ่งบอกว่าประเทศไทยไม่เหมาะกับ Free Software และ Open Source Software ประเทศไทยเหมาะกับการใช้งานซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคยและยินดีที่แคร๊กได้เท่านั้น!

Ubuntu 10.10 หรือที่มีชื่อเล่นว่า Maverick meerkat เปิดให้ดาวน์โหลด Daily build แล้ว โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://cdimage.ubuntu.com/daily/current/ ส่วนรุ่น Alpha 1 จะเปิดให้โหลดในต้นเดือนหน้าครับ

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/2043

คิดว่าหลายๆ คนคงเคยเป็นแบบผม ที่เวลาไปที่เมนูดูแลระบบแล้วงงๆ หาอะไรไม่ค่อยเจอ หยิบจับอะไรถูกบ้างผิดบ้าง จึงเป็นที่มาของโครงการใหม่ครับ

โครงการใหม่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Mandriva Control Centre เพื่อช่วยให้การปรับแต่งระบบทำได้ง่ายขึ้น โครงการที่ว่านี้มีชื่อว่า Ubuntu Control Centre หรือชื่อย่อของมันคือ UCC

UCC Screen shot

อธิบายโปรแกรมอย่างง่ายๆ คือ มันทำตัวเองให้เป็นเหมือน Control Panel ใน Windows ที่จะจัดกลุ่มของการปรับแต่งไว้ก่อน ว่าเราจะปรับส่วนไหน แล้วก็จะรวมโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งสิ่งนั้นๆ เข้าไว้ด้วยกัน ที่หน้าโครงการของ UCC บอกไว้ว่านอกจากจะสามารถจัดกลุ่มโปรแกรมสำหรับการตั้งค่าที่มีอยู่ใน Ubuntu ได้แล้ว ยังสามารถจัดกลุ่มของโปรแกรมการตั้งค่าที่ติดตั้งเพิ่มในภายหลังได้อีกด้วย เช่น Hardinfo และ Font-Manager เป็นต้น

ตัวโปรแกรมนี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่หน้าเว็บไซต์ของโครงการครับ http://sites.google.com/site/ubuntucontrolcenter/downloads

อันที่จริง GNOME Control Center ก็มีมานานแล้ว ไม่รู้โครงการนี้ต่อยอดมาจาก GNOME Control Center รึเปล่านะครับ

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/2036

เห็น @gumara กำลังออกแบบงานกราฟิกให้กับแผ่นในโครงการต่างๆ ดูแล้วสีสันสวยดีก็เลยเห็นว่าน่าสนุกถ้าจับมันมารวมกันแล้วหน้าตามันจะเป็นยังไง ถ้าใครติดตาม ThaiOpenSource.org มาตั้งแต่ครั้งกระโน้นนนนน จะทราบว่าเรามีโครงการรวมโปรแกรมโอเพนซอร์สอยู่หลายชุด ไม่ว่าจะเป็น Chantra, Suriyan, OpenOffice.org, GIMP และ Blender ซึ่งถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าแต่ละตัวคืออะไรและตอกย้ำความเข้าใจพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ด้วย ผมขออธิบายแบบสรุปๆ ดังนี้

  1. Chantra เป็นชุด CD รวมโปรแกรมโอเพนซอร์สสำหรับวินโดวส์ แบ่งเป็น 8 หมวด 36 โปรแกรม
  2. Suriyan เป็นระบบปฏิบัติการลินุกซ์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแล็บท็อป พัฒนาต่อยอดจากลินุกซ์ดิสทริบิวชันยอดนิยมอย่าง Ubuntu
  3. แผ่นมัลติมีเดียสอนการใช้งาน OpenOffice.org สอนการใช้งานอย่างเป็นระบบโดยเน้นการทำงานเอกสารอย่างถูกต้อง ทดสอบความสามารถตัวเองผ่านทางชุดข้อสอบมาตรฐานได้ ทบทวนความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
  4. แผ่นมัลติมีเดียสอนการใช้งาน GIMP อยากรู้เรื่อง GIMP ว่าสามารถทำงานให้ทัดเทียมกับ photoshop ได้อย่างไร วิธีการใช้งานทิปและเทคนิคบนปลายพู่กันดิจิตอลที่คุณพลาดไม่ได้
  5. แผ่นมัลติมีเดียสอนการใช้งาน Blender อยากรู้เรื่องการออกแบบโมเดล 3 มิติการปั้นโมเดลด้วยโปรแกรม 3 มิติ อัจฉริยะ การนำเอาไปใช้งานจริงทั้งงานภาพนิ่งและแอนิเมชันแผ่นนี้ห้ามพลาด

    โฆษณาจบแล้ว เอ้าที่ว่ามานี่ไม่เคยเห็นแผ่นเหล่านี้มากองรวมกันสักที ผมเองก็ไม่เคยเห็น วันนี้เลยเอาภาพงานกราฟิกที่ @gumara ออกแบบ เอามาเรียงให้ดูว่าชุดเช็ตในปี 2010 นี้มีงานกราฟิกหน้าตาเป็นอย่างไร ดูภาพจากข้างล่างละกันครับ

แอบเผยของเด็ดไป 2 ตัวคือ วาตะ และ เมฆา งาน 2 ชุดนี้พลาดไม่ได้เพราะเป็นผลงานของเด็กไทยในเรื่องการพัฒนาเกมส์ 3D มีเกมส์จริงๆ ให้ได้ลองเล่นและแถมเครื่องมือในการพัฒนาเกมส์ให้อย่างจุใจแบบไม่มีกั๊ก ใครสนใจเรื่องการปั้นโมเดล 3D ใช้เครื่องไม้เครื่องมือ 3D เอาไปผนวกกับ Game Engine ห้ามพลาดครับ

บังเอิญว่าที่สำนักงานมีปัญหาเรื่องระบบเครือข่ายพอสมควรทั้งระบบสายและระบบไร้สาย หลายท่านได้แก้ปัญหาโดยการใช้ USB Modem ไม่ว่าจะเป็น Edge หรือ 3G แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่สำนักงานมีนโยบายให้ใช้ Suriyan ทั้งสำนักงาน ทำให้เจ้า Edge Modem ที่ซื้อมาใช้งานไม่ได้ :P งานก็เข้ามาที่ผมอย่างรวดเร็วในฐานะสมาชิกพรรคมารตะวันจันทรา ก่อนจะกล่าวถึงวิธีการแก้ปัญหาของเจ้าตัวขาว ขอเล่าให้ฟังเรื่องการออกแบบ USB Edge/3G Modem สมัยใหม่กันก่อน ทุกวันนี้คงปฏิเสธกันไม่ได้ว่าอุปกรณ์ USB เป็นที่นิยมมากตั้งแต่ Wireless, GPRS/Edge/CDMA/3G Modem แต่ปัญหาที่ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด คือ ลืมไดร์เวอร์ทุกที ถ้าเป็น Wireless หรือ GPRS/Edge/CDMA/3G Modem ด้วยแล้วก็ลำบากล่ะครับ เพราะรุ่นใหม่ๆ ออกมาเกือบทุก 3 เดือน เอาเป็นว่าการแก้ปัญหานี้ทำง่ายนิดเดียว ก็โยนแผ่นไดเวอร์ทิ้งไปซะ ~ เย้ยยยยย ไม่ใช่ครับ

ทางผู้ผลิตเขาก็ผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาพร้อมกับคุณสมบัติที่เป็น Storage ในตัว อืม…บางคนอาจจะเคยซื้อ Edge/3G USB Modem ที่ใส่ SD Mini เข้าไปใช้เป็น Thumb Drive ได้ในตัว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบนี้เป็นการกันลืมในรุ่นแรกๆ อ้อกันไวรัสไม่ได้ล่ะ เผลอลบไฟล์ทิ้งก็จบกัน ถ้าจะให้ทันสมัยต้องเป็น Storage ในตัว จิ้มลงเครื่องปุ๊บเห็นเป็น CD ROM/Storage แบบเขียนลงไปไม่ได้ทันที เท่ห์มั๊ย เป็นจุดขายที่ดีต่างหาก ไม่ต้องกลัวลืมไดร์เวอร์ ไม่ต้องกลัวติดไวรัส ไม่ต้องกลัวไดร์เวอร์หาย ซึ่งการออกแบบอุปกรณ์ให้ทำงานได้หลายอย่างแบบนี้นี่ดูเหมือนจะดีถ้ามองในแง่ผู้ใช้ แต่การเชื่อมต่อผ่าน Modem ยังต้องใช้โปรแกรมที่มากับตัวเครื่อง เพื่อให้เลือกโหมดการทำงานของ Modem แทนที่จะเป็นโหมด USB Mass Storage :)

สรุปการทำงานของเจ้าตัวขาวมันก็จะทำงานแบบนี้ครับ เสียบเข้าเครื่องเห็นเป็น USB Mass Storage มองเป็น CD ROM ติดไดร์เวอร์ติดโปรแกรม ใช้โปรแกรมที่ติดตั้งแล้วเชื่อมต่อ Modem การทำงานของเจ้าตัวขาวง่ายมั๊ยครับ ถ้าเล่นตัวขาวบน M$ Windows นะ แต่บน Linux มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะสิครับ ยิ่งเป็น Suriyan ระบบปฏิบัติการลอกคราบ Ubuntu แบบ home-made ก็เป็นปัญหาเช่นกัน คือ จิ้มไปแล้วเห็นเป็น CD ROM เฉยๆ ทำอะไรไม่ได้ซะงั้น ;P งานก็เลยเข้าไงครับ เอ้าใครอยากดูหน้าของเจ้า USB Edge Modem ที่ว่านี้ ก็หน้าตาขาวเนียนเช่นนี้ล่ะครับ

เจ้าขาว

มาหาวิธีแก้ไขกัน เรื่องของเรื่องคือทำยังไงก็ได้ให้เปลี่ยนโหมดการทำงานของอุปกรณ์นี้ให้ได้ นั่นแหละคือคำตอบ ช่วยได้มั๊ยเนี่ย วิธีการง่ายๆ คือใช้เครื่องมือเล็กๆ อย่าง usb-modeswitch เจ้าโปรแกรมนี้สามารถเปลี่ยนโหมดการทำงานของเจ้าขาวได้ เปลี่ยนแบบ flip-flop เลยล่ะ แต่เราต้องเขาใจว่าเจ้าขาวมีโหมดอะไรให้เล่นบ้าง และถ้าจะเปลี่ยนโหมดจะใช้ค่าตัวเลขโหมดอะไรถึงจะบอกว่าเป็น Modem ให้ลองนึกภาพคำสั่ง lsusb เราก็จะได้ค่าของเจ้าขาวมาเป็นแบบนี้

# lsusb
Bus 002 Device 012: ID 0471:1237 Philips TalkTalk SNU5630NS/05 Wireless Adapter
...

ดูเลขอุปกรณ์แล้วไม่ต้องงงครับ ID 0471:1237 Philips TalkTalk SNU5630NS/05 Wireless Adapter นี่มัน Modem หรือ Wireless กันแน่! เรื่องของเรื่องคือบริษัทผลิตชิปคือ NXP Semiconductors ออกแบบชิปที่ใช้สลับโหมดให้กับหลายยี่ห้อ ซึ่งคาดว่าตัวแรกที่ทำน่าจะเป็น USB Wireless เดาเอาน่ะครับ ถ้าไม่แน่ใจเอาฆ้อนมาทุบเจ้าขาวดูครับ ;) เอ้าวิธีตรวจภายในเจ้าขาวทำได้ง่ายๆ โดยใช้คำสั่งนี้

# lsusb -v -d 0471:1237

ก็จะได้ผลลัพท์ยาวๆ หลายหน้า ถ้างงดูแค่ 2 จุดก่อนเพื่อให้รู้ว่าเจ้าขาวทำอะไรได้บ้าง คือ iInterface ครับ ซึ่งเจ้าขาวมี Interface เป็น

iInterface 4 Mass Storage Device
iInterface 5 WMC USB Modem
iInterface 6 WMC Modem bulk data

อ่ะไม่ต้องสงสัยละ เจ้าขาวเป็น WMC USB Modem ได้ และ Mass Storage ได้ ถัดมาที่ต้องดูคือ เจ้าขาวมีเลขโหมดอะไรบ้าง ให้ดูค่า bConfigurationValue ครับ และเจ้าขาวมีค่า bConfigurationValue แบบนี้

bConfigurationValue 1
bConfigurationValue 2

คือมี 2 โหมด ใช้เลข 1 และ 2 เป็นตัวกำกับนั่นเอง เอาล่ะ เข้าเรื่องวิธีการสลับโหมดกันเลยดีกว่า วิธีการก็ใช้ usb-modeswitch นั่นแหละครับ ให้ติดตั้ง แพคเกจที่ชื่อ usb-modeswitch ถ้าใน Suriyan ก็รุ่นเก่าหน่อย แต่พอใช้ได้ครับ

# apt-get install usb-modeswitch

จากนั้นให้ตั้งค่าอุปกรณ์เพื่อสลับโหมด อันนี้ยากสักหน่อยเพราะมีชิบแบบนี้ที่ NXP Semiconductors ผลิตและหลายโรงงานในจีนเอาไปประกอบทำเป็นอุปกรณ์แบบนี้ ซึ่งมี 2 ยี่ห้อด้วยกันคือ Philips TalkTalk (NXP Semiconductors “Dragonfly”) และ HuaXing E600 (NXP Semiconductors “Dragonfly”) แต่เท่าที่เดาได้ง่ายๆ เจ้าขาวเป็นชิปยี่ห้อ Philips ครับ (เหมาเอาเองละกัน) ดังนั้นเราจะต้องตั้งค่าคอนฟิกให้ usb-modeswitch ดังนี้

########################################################
# Philips TalkTalk (NXP Semiconductors "Dragonfly")
#
DefaultVendor= 0x0471
DefaultProduct= 0x1237

TargetVendor= 0x0471
TargetProduct= 0x1234

MessageContent="5553424312345678000000000000061b000000030000000000000000000000"

Configuration=2

ใส่ข้อมูลข้างบนลงในไฟล์ /etc/usb_modeswitch.conf ครับ ก่อน switch mode ดู dmsg กันก่อน หน้าตาจะเป็นแบบนี้

# dmesg | tail -n 12

จะได้ผลลัพท์แบบนี้

[ 7060.024279] usb 2-1.4: new full speed USB device using ehci_hcd and address 12
[ 7060.225084] usb 2-1.4: configuration #1 chosen from 2 choices
[ 7060.231885] scsi10 : SCSI emulation for USB Mass Storage devices
[ 7060.232228] usb-storage: device found at 12
[ 7060.232233] usb-storage: waiting for device to settle before scanning
[ 7065.233736] usb-storage: device scan complete
[ 7065.234454] scsi 10:0:0:0: CD-ROM Philips Dev. 0 LUN 0 1.0 PQ: 0 ANSI: 0
[ 7065.243250] sr1: scsi-1 drive
[ 7065.243498] sr 10:0:0:0: Attached scsi CD-ROM sr1
[ 7065.243642] sr 10:0:0:0: Attached scsi generic sg2 type 5
[ 7065.851281] ISO 9660 Extensions: Microsoft Joliet Level 3
[ 7065.854289] ISOFS: changing to secondary root

จาก dmesg ข้างบนรู้ว่าตอนนี้เจาขาวเป็น Mass Storage แบบ CD-ROM ผูกไว้ที่ /dev/sr1 เอ้า switch mode เจ้าขาวกัน โดยใช้คำสั่ง

# usb_modeswitch

จะได้ผลลัพท์แบบนี้

* usb_modeswitch: tool for controlling "flip flop" mode USB devices
* Version 1.0.2 (C) Josua Dietze 2009
* Works with libusb 0.1.12 and probably other versions

Looking for target devices ...
No devices in target mode or class found
Looking for default devices ...
Found default devices (1)
Accessing device 012 on bus 002 ...
Using endpoints 0x03 (out) and 0x83 (in)
Not a storage device, skipping SCSI inquiry

Device description data (identification)
-------------------------
Manufacturer: NXP Semiconductors
Product: Reference Design Dragonfly Platform
Serial No.: 000000-00-0000000
-------------------------
Looking for active driver ...
OK, driver found ("usb-storage")
OK, driver "usb-storage" detached
Setting up communication with interface 0 ...
Trying to send the message to endpoint 0x03 ...
OK, message successfully sent
Changing configuration to 2 ...
OK, configuration set
-> Run lsusb to note any changes. Bye.

ทีนี้มาดู dmesg กันอีกที

# dmesg | tail -n 12

จะได้ผลลัพท์แบบนี้

[ 8585.016671] scsi 10:0:0:0: rejecting I/O to dead device
[ 8585.136195] usb 2-1.4: reset full speed USB device using ehci_hcd and address 12
[ 8585.323703] usb 2-1.4: read over firmware interface failed: -32
[ 8585.396354] usb 2-1.4: reset full speed USB device using ehci_hcd and address 12
[ 8585.558996] zd1211rw: probe of 2-1.4:2.0 failed with error -32
[ 8585.559092] cdc_acm 2-1.4:2.0: ttyACM2: USB ACM device
[ 8586.074337] usb 2-1.4: USB disconnect, address 12
[ 8587.300219] usb 2-1.4: new full speed USB device using ehci_hcd and address 13
[ 8587.503639] usb 2-1.4: configuration #2 chosen from 2 choices
[ 8587.505420] cdc_acm 2-1.4:2.0: ttyACM2: USB ACM device

ตอนนี้เจ้าขาวกลายเป็น USB Modem ไปแล้ว ผูกอยู่ที่ /dev/ttyACM2 เป็นอุปกรณ์ Modem แล้ว ;) เอ้าทีนี้เราก็หมุนเจ้าขาวออก GPRS/Edge กันได้แล้ว จะใช้ wvdial,gnome-ppp หรือ Network Manager ก็ตามสะดวกครับ

Suriyan รวบรวมฟอนต์ภาษาไทยที่สามารถใช้งานร่วมกับ Linux ได้เป็นอย่างดีที่สามารถทดแทนฟอนต์ที่ลายเส้นคล้ายคลึงกันได้ ซึ่งฟอนต์สวยๆ ทั้งหมดต้องยกเครดิตให้ผู้ออกแบบและนักพัฒนาครับ Suriyan มีฟอนต์ไทยกว่า 40 แบบที่สามารถใช้ในงานออกแบบงานกราฟิกได้จริง มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ ตัวพิมพ์คมชัด ท่านใดที่ทำงานด้านกราฟิกแล้วใช้ Linux อยู่ห้ามพลาดครับ ท่านสามารถดาวน์โหลด Suriyan build ล่าสุดได้ที่ Suriyan Archive หรือติดตั้งฟอนต์ทั้งหมดได้จาก Suriyan Repository ได้เช่นกัน ดูภาพฟอนต์สวยๆ ได้ข้างล่างครับ สำหรับชื่อภาษาไทยของฟอนต์บางตัวอาจพิมพ์ไม่ถูกต้อง ก็ขออภัยด้วยครับ :)

Chantra 53.05 rc 2 ออกแล้ว ดองกันไว้นานจนเกือบลืมไปเลย สำหรับในรุ่น 53.05 นี้ มีแผ่น CD ถึง 2 แผ่น ประกอบไปด้วยโปรแกรมมากกว่า 38 ตัว ในแผ่นที่ 2 เป็นมัลติมีเดียนำการใช้งานและหนังสือคู่มือการใช้งาน (ยังไม่เสร็จเรียบร้อย) สำหรับท่านที่อดใจรอหนังสือคู่มือไม่ไหว ดูวิดีโอสื่อการสอน เข้าใจง่าย ใช้เป็นเร็ว แถมไม่ต้องอ่านอีกด้วย ชอบมั๊ย สำหรับแผ่น Chantra 53.05 จะออกปลายเดือนนี้ครับ ท่านที่ต้องการรับแผ่นใช้กฏิกาเดิมในการรับแผ่น คือ

  1. เป็นสมาชิกเว็บไซต์ thaiopensource.org
  2. กรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม ให้ครบถ้วน
  3. เลือกวิธีการรับแผ่นได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
    3.1. รับด้วยตัวท่านเองที่ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชั้น 9 อาคารรวมหน่วยงานราชการ บี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ
    3.2. รับทางพัสดุไปรษณีย์ ให้คุณส่งซองเปล่าขนาดที่ใส่แผ่น CD ได้ ติดแสตมป์ 12 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง มุมซอง วงเล็บชื่อสมาชิกของเว็บไซต์ thaiopensource.org ไว้ด้วยครับ ส่งมาที่ ฝ่ายโอเพนซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 120 หมู่ที่ 3 ชั้น 9 อาคารรวมหน่วยงานราชการ บี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

ในระหว่างนี้ ทดสอบ Chantra 53.05 rc 2 กันไปพลางๆ ก่อนครับ สนใจร่วมพัฒนา Chantra ติดต่อฝ่ายโอเพนซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ อ้อลืมครับ ดาวน์โหลดได้ที่ Chantra Archive ครับ :)

มีหลายท่านที่ได้ทดสอบ Suriyan 53.04 Release Candidate 3 ได้ขอคุณสมบัติเพิ่มเติมก็จัดให้ครับ rc 5 รุ่นสุดท้าย อัพเดทแพคเกจที่มีปัญหาจุกจิกอย่าง Plymouth Theme ภาพและสีแบบ 16 bits ค่าปริยายของ Firefox ในส่วนของ Personas และ OpenOffice.org ที่เพิ่มค่าเริ่มต้นภาษาไทย หน้าต่างเปิดและบันทึกไฟล์ ฟอนต์ภาษาไทยชุดใหญ่ และเอฟเฟกของ compiz ที่ดูแล้วธรรมดาเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป :P และเช่นเคยเอาภาพมาฝาก สนใจทดสอบดาวน์โหลดได้ที่ Suriyan Archive สนใจร่วมพัฒนา ติดต่อฝ่ายโอเพนซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ สำหรับท่านที่ต้องการแนะนำซอฟต์แวร์ที่จะรวมไปในแผ่นในรูปแบบของ repository ในแผ่น DVD สามารถแนะนำเข้ามาได้ที่ @anoochit เช่นเคย ใส่ tag #suriyan ด้วยจะดีมากครับ :)

นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ทีสนใจ Open Source ERP โดยเฉพาะแฟนๆ Adempiere ERP&CRM เนื่องจากวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ Red1 ซึ่งเป็น Leader ของ Adempiere ได้มาบรรยายในงานสัมนา “แนวโน้ม ทิศทาง Open Source ERP: Research and Development” ในวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2553 เวลา 9.00 – 12.00 น. ที่โรงแรม รามาการ์เดนท์ กรุงเทพฯ งานนี้จัดโดยภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ม. เกษตร

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอสมัครเข้าร่วมสัมนาได้ที่ ภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทรศัพท์ 029428102 โทรสาร 029428102 www.bus.ku.ac.th

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลจับผู้กระทำความผิดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งทางเจ้าพนักงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้เดินสายตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งความเอาไว้ หลายจังหวัดเกิดความหวั่นวิตกเพราะทราบว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดอยู่หลายตัวเหมือนกันทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ส่วนใหญ่จะทราบและปล่อยปละละเลยไม่สนใจ คิดว่าไม่มีใครมาตรวจจับ ในท้ายที่สุดก็ต้องเป็นกังวลว่าจะโดนตรวจจับในอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์ไหน เท่าที่ทราบมาการตรวจจับจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของผู้เสียหายนั่นคือผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั่นเอง

หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ พยายามสื่อสารในสื่อต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า จับจริงๆ ปรับจริงๆ นะ หลังจากวันที่ 26 เดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็พบว่ามีโรงงาน สถานศึกษา บริษัท หน่วยงานรัฐ หลายแห่งโดนตรวจสอบ หลายแห่งไหวตัวทัน ซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายได้ทันท่วงที หลายแห่งต้องโดนจับ โดนปรับไปหลายล้านบาท! หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมแค่ซอฟต์แวร์ไม่กี่ตัวถึงมีราคาค่าปรับแพงมากนักเดี๋ยวค่อยมาดูตัวเลขค่าปรับกันทีหลัง การตรวจจับในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์นี้จะทำโดนเจ้าพนักงาน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น! ไม่ใช่ตำรวจในท้องที่ หรือตำรวจหน่วยงานอื่นๆ หลายท่านสงสัยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ดำเนินการก็หน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่แหละครับ

เราลองมาดูขั้นตอนการตรวจจับกันสักนิดเพื่อจะได้เข้าใจในขั้นตอนปฏิบัติจะได้ทราบว่าเป็นการตรวจจับจากเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจริง การตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  1. ผู้เสียหาย (บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์) หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
  2. เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและร้องขอหมายศาล กับศาล เพื่อขอตรวจค้น
  3. เจ้าพนักงานและผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แสดงเอกสารดังนี้ เพื่อขอตรวจค้น
    1. แสดงหมายค้น
    2. แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและแสดงตังของผู้เสียหายว่ามีรายใดบ้าง เช่น Microsoft, Adobe, Thai Software Enterprise, Cyber Link ฯลฯ
  4. หน่วยงานหรือองค์กรที่ตกเป็นผู้ต้องหาจะต้องมีตัวแทน เพื่อนำทีมตรวจค้นในแต่ละจุด
  5. เจ้าพนักงานทำแผนที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ Agent เพื่อตรวจสอบการติดตั้งซอฟต์แวร์ในทุกๆ เครื่อง และทำรายงานซอฟต์แวร์ที่มีการละเมิดที่มีข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
    1. ชื่อซอฟต์แวร์
    2. รหัสสินค้า
    3. หมายเลขผลิตภัณฑ์
    4. วันที่ลงโปรแกรม
    5. ชื่อแฟ้มปลายทางที่พบ
    6. วันเวลาปัจจุบันของคอมพิวเตอร์ที่เข้าตรวจสอบ
    7. ผู้นำตรวจ, ผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ, ช่างเทคนิค, ผู้ตรวจยึดจะต้องลงชื่อในรายงานการตรวจสอบทุกหน้า
  6. เจ้าพนักงานทำบันทึกการตรวจค้นพร้อมแนบเอกสารข้างต้น
  7. ฝ่ายกฏหมายของผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ จะทำเอกสารการประเมินค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฏหมาย รายการค่าเสียหาย ค่าดำเนินการทางกฏหมาย ค่าการตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายในการลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการขอโทษในการใช้โปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งทางผู้เสียหายจะเป็นผู้เลือกชื่อของหนังสือพิมพ์เอง

ขั้นตอนข้างต้นเป็นขั้นตอนคร่าวๆ นะครับ ทีนี้เรามาลองดูว่าหน่วยงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เท่าไร? ผมขอยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษา หากหน่วยงานหนึ่งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สัก 2 ค่ายเป็น Adobe และ Microsoft ละกัน ในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 200 เครื่อง ค่าเสียหายคร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ

ที่ตัวเลขมันหลายหลักก็อ่านเฉพาะตัวหนังสือสีแดงๆ ก็น่าจะพอเข้าใจว่าค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นเท่าไร? ทีนี้ท่านน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องมีการตรวจจับกันอย่างเข้มข้น ความเสียหายเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น มูลค่าก็เข้าหลักล้านบาทแล้ว! นี่เป็นเพียงตัวอย่างสมมุติเชื่อเถอะครับว่าประเทศไทยมีตัวเลขการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าสูงมาก ไม่ต้องแปลกใจที่เราติด black list อยู่ในอันดับต้นๆ ในกลุ่มเอเชีย หลายท่านอาจมองว่ากลุ่มบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เหล่านี้ขายราคาแพงเกินไป หรือไม่แฟร์ ฯลฯ ให้ท่านลองนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็ก ผู้ใหญ่มักจะสอนเด็กๆ ไม่ให้ลักขโมย ให้เป็นคนดี ก็เช่นเดียวกัน การที่ท่านละเมิดลิขสิทธิ์ก็เท่ากับท่านเป็นขโมย เป็นคนไม่ดี ฯลฯ ทีนี้หลายท่านน่าจะเข้าใจว่าต่างประเทศมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ว่าอย่างไร "ซ่องโจร" อย่างนั้นหรือ ?! น่าเศร้ามาก หากมาลองมองย้อนกลับมาถึงผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในบ้านเราบ้าง หากผู้ประกอบการไทยถูกละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนี้บ้างมูลค่าความเสียหลายน้อยกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ก็ส่งผลให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเราย่ำแย่ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้มีไม่กี่วิธี หลายท่านบอกว่าให้ภาครัฐไปต่อรองบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้ลดราคาลงมา แต่บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์คงไม่ลดให้เพียงรายเดียวก็คงต้องปรับลดราคาให้เท่าเทียมกันให้ บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำราคาถูกลงเฉพาะประเทศไทย ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการใช้โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ที่ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ (ค่าซอฟต์แวร์) เสียเพียงค่าบริการ (ในบางกรณี) และกำลังที่ต้องทุ่มเทศึกษาและเรียนรู้เท่านั้น องค์กรท่านจะเลือกอะไร? ขอถามคำถามใหม่ ท่านเลือกที่จะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี?