ใครใช้ Linux Mint ก็คงชอบเมนูแบบ Mint ที่แปลกตาเพราะทุกอย่างมันมากองอยู่ที่ Menu ซะหมด เรียกใช้โปรแกรมได้ง่ายโดยการกำหนดรายการโปรด เมนูก็จะมากองอยู่หน้ารายการโปรดให้เรา ทำให้การเข้าถึงโปรแกรมทำได้ง่ายมากขึ้น ใครนึกไม่ออกว่า Mint Menu หน้าตาเป็นยังไงดูภาพจากข้างล่างครับ



การติดตั้งก็ทำได้ง่ายๆ มาลงมือกันเลย อันดับแรกสร้างไดเรคทอรี temp เพื่อเก็บไฟล์แพคเกจก่อนครับ

mkdir temp && cd temp

จากนั้นดาวน์โหลดไฟล์แพคเกจ

wget http://packages.linuxmint.com/pool/main/m/mint-translations/mint-translations_2010.02.02_all.deb
wget http://packages.linuxmint.com/pool/main/m/mint-common/mint-common_1.0.5_all.deb
wget http://packages.linuxmint.com/pool/main/m/mintmenu/mintmenu_4.9.9_all.deb

จากนั้นสั่งติดตั้งด้วย dpkg

sudo dpkg -i *.deb

โปรแกรมจะแจ้ง dependency และโปรแกรมอื่นๆ ที่ต้องใช้ร่วมด้วยให้ใช้ติดตั้งเพิ่มโดยใช้คำสั่ง

sudo apt-get install -f

หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วให้เราเอา Applet Gnome Main Menu ออกจากพาเนล แล้วเพิ่ม Mint Menu เข้าไปแทน แก้ไข Icon ตามต้องการคุณก็จะได้ Mint Menu แบบนี้ อ้อ อันนี้ของ Linux TLE 10 ครับ

ผมมักใช้บริการ Internet Hotspot ตามโรงแรมอยู่บ่อยๆ เวลาไปต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนต้องซื้อบัตรอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้งาน Wifi ของโรงแรมแต่เพื่อนร่วมห้องที่ไปด้วยเขาจะใช้อินเตอร์เน็ตบัญชีผู้ใช้เดียวกับเราไม่ได้ โรงแรมมักจะล็อกบัญชีผู้ใช้ ซึ่งนั่นทำให้เราต้องหาวิธีการง่ายๆ ที่ไม่เสียตังค์ค่าบัตรอินเตอร์เน็ตเพิ่มอีก วิธีง่ายๆคือการแชร์อินเตอร์เน็ตให้เพื่อนร่วมห้องเราใช้ไงครับ :)

พอพูดถึง Share Internet คุณอาจจะนึกถึงคำสั่งตั้งค่า Firewall ที่อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรือตั้งแก้ไขไฟล์โน่นนี่นั่น คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไป ผมจะมาแนะนำวิธีง่ายๆ ในการแอบแชร์อินเตอร์เน็ต Wifi ของโรงแรมให้ครับ :P มาทำความเข้าใจกันก่อน ผมใช้เครื่อง Notebook มี Wireless มี Lan port ในส่วนของ Wireless เราใช้เกาะ Wifi ของโรงแรม ส่วน Lan port เราเอาไว้แชร์เน็ตให้เพื่อนเราครับ มาดูอุปกรณ์กันก่อน

1. เครื่อง Notebook ของเราเอง
2. เครื่อง Notebook ของเพื่อนเรา
3. สาย Lan
4. Switch (ใช้ในกรณีที่มีเพื่อนหลายคนมีสาย Lan ยาวเหลือเฝือ)
5. Wireless Access Point ตัวเล็กๆ สักตัว (ใช้ในกรณีที่มีเพื่อนหลายคนแต่สาย Lan มีไม่ครบหรือสาย Lan ไปไม่ถึง)

โปรแกรมที่เราจะใช้คือ firestarter และ dhcp-server ครับ มาลงมือกันเลย เริ่มที่เครื่องของเราก่อน ให้ติดตั้งโปรแกรม firestarter และ dhcp3-server ลงในเครื่อง

sudo aptitude install dhcp3-server firestarter

จากนั้นเปิด firestarter ขึ้นมาโปรแกรมจะตั้งค่าแบบ Wizard ให้เลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ในกรณีนี้คือ Wireless Lan (wlan0) คลิก Next เพื่อตั้งค่า Internet Connection Sharing

คลิกเลือกเพื่อ Enable Internet connection sharing Share เลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน eth1 คลิกเลือกที่ Enable DHCP เพื่อปล่อย IP ไปยังเครื่องเพื่อนเรา จากนั้นคลิก Next ไปเรื่อยๆ จนเสร็จ firestarter จะเริ่มการทำงาน firewall พร้อม share net ออกทางสาย Lan ให้เราด้วยเจ๋งมั๊ย เอ้าทีนี้เอาสาย Lan จิ้มจากเครื่องเราไปเครื่องเพื่อนได้เลย

ปล. ถ้าใครมีเพื่อนเยอะก็เอา Switch มาต่อหรือถ้ามีสาย Lan ไม่พอก็ใช้ Wireless Access Point ตัวเล็กๆ สักตัวก็ดีครับ ;)

บังเอิญได้ Mikrotik Router มาตัวนึงเป็นรุ่น RB750 ด้วยความสามารถที่คนขายโฆษณามาทำให้ซื้อแบบงงๆ ในราคาที่คิดว่าไม่แพงเท่าไร เอาเป็นว่าอยากรู้ว่าเจ้าตัวนี้มีอะไรเล่นบ้าง ตามคำโฆษณามันเป็น Router หรือทำให้เป็น Switch ธรรมดาก็ได้ ทำเป็น Firewall ทำ VLAN ทำเป็น Internet Hotspot ทำ VPN และอื่นๆ ซึ่งมันออกจะเวอร์นิดหน่อยแต่มันก็ทำได้จริงครับ ความลับของเจ้าตัวนี้คือมันใช้ซอฟต์แวร์รวมทั้งระบบปฏิบัติการเป็นโอเพนซอร์สทั้งหมด ซึ่งไม่น่าแปลกในว่า Router ตัวเล็กๆ ทำไมทำอะไรได้เยอะแยะจัง



เจ้าตัวนี้สามารถคอนฟิกผ่าน command line ใครเคยคอนฟิก Router Cisco ก็อารมณ์เดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถคอนฟิกผ่านโปรแกรมที่ชื่อว่า Winbox และผ่านหน้าเว็บ (ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรมาก) ของอุปกรณ์ได้ จากที่ได้สัมผัสการตั้งค่าผ่านเว็บแล้วรู้สึกทรมานมากเพราะมันทำอะไรได้ไม่มาก แต่การคอนฟิกผ่าน command line และ Winbox นี่ช่วยได้เยอะ ท่านที่หลวมตัวซื้อ Mikrotik RB750 จะได้ RouterOS 3.29 รุ่นเก่าๆ แต่ถ้าอัพเดทตอนนี้จะเป็นรุ่น 4.11 มีของให้เล่นเพิ่มขึ้นใน Winbox อีกเยอะเลย ใครสนใจอุปกรณ์ในลักษณะนี้ก็ลองซื้อหามาลองเล่นกันดูได้

หลายคนชอบติดตั้ง dockbarx แต่ถ้าจะให้สวยมันต้องมีพาเนลสูงๆ แต่ปัญหาก็คือพื้นที่การแสดงผลก็จะลดน้อยลงด้วยเพราะเมื่อขยายขนาดพาเนลทุกอย่างก็จะใหญ่โตทั้งหมด วิธีง่ายๆ คือการแก้ไขการแสดงผลนาฬิกาให้สั้นลงเหลือแค่เวลาเป็นชั่วโมงและนาที ก็อาจช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ถ้าจะให้ดีต้องมีวันที่และเวลาแบบครบชุดดังภาพ ;)

วิธีการปรับแต่งมีดังนี้

ใช้ gconf-editor แล้วหา key ที่ /apps/panel/applets/clockscreen0/prefs ดูตรง key ที่ชื่อ format ให้เปลี่ยนเป็น custom และตรง key ชื่อ customformat ให้ใส่รูปแบบที่คุณต้องการลงไป เช่น

<span>%a %d %b</span>%n<span>%H:%M:%S</span>

ผลลัพท์ก็จะได้ดังภาพข้างต้น ถ้าอยากปรับแต่งขนาดฟอนต์ก็ลองนี่ดูครับ

<sup><span rise=”3000″ fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”normal”>%a %d %b</span></sup>%n<sub><span fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”bold”>%I:%M %p</span></sub>

หรือ

<sup><span rise=”1000″ fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”normal”>%a %F</span></sup>%n<sub><span fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”bold”>%H:%M %z</span></sub>

รูปแบบการปรับแต่งก็จะใช้ css เป็นหลัก เอาเป็นว่าลองเอาไปเล่นดู สร้างสีสรรให้กับเดสท็อปดีครับ

Boxee ประกาศเปิดตัว Boxee Box อย่างเป็นทางการพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้วในราคา $199 ซึ่งสั่งซื้อได้ที่ Amazon แต่เฉพาะใน US, Canada, Europe และ Australia เท่านั้นนะครับ หลังจากที่ Boxee ประสบความสำเร็จอย่างมากในครั้งที่ยังเป็นซอฟต์แวร์ศูนย์กลางความบันเทิงตั้งแต่ปี 2008 ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ประเภทนี้สามารถแปลงเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่ง hack เครื่อง Apple TV เพื่อติดตั้ง Boxee ได้ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยว่า Boxee ได้รับความนิยมอย่างสูง

ที่มา – Mashable

หนังสือ Chantra เล่มใหม่ออกมาได้ระยะนึงตอนนี้เปิดให้ดาวน์โหลดกันแล้วครับ หนังสือเล่มใหม่นี้รวมคู่มือการใช้งานโปรแกรมโอเพนซอร์สที่อยู่ในแผ่น Chantra กว่า 36 โปรแกรม เรียกได้ว่าครบสูตร อ่านง่ายเข้าใจเร็ว มีลูกศรชี้แนะนำการใช้งานเป็นขั้นตอน เรียกได้ว่าอ่านไปทำไปรับรองว่าใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ยากแน่นอน สำหรับหนังสือ Chantra เล่มนี้หนากว่า 500 หน้า จัดทำโดยทีมงานนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์ ใครที่เป็นแฟนคลับนิตยสารค่ายนี้ก็อย่าพลาดหนังสือเล่มนี้ครับ ดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ได้ที่ http://thaiopensource.org/files/manual/chantra53.05.pdf

หนังสือคู่มือ Chantra

เอางานแม่แบบเอกสาร OpenOffice.org เก่า ตั้งแต่สมัยเมื่อนานมาแล้วมาปัดฝุ่นใหม่ ทำเป็น extension สำหรับ OpenOffice.org อย่างจริงๆ จังๆ โดย extension ที่มีให้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ แม่แบบเอกสาร (template) และแกลลอรี (gallery) ภาพตราครุฑ สำหรับงานเอกสารราชการโดยเฉพาะ สำหรับแม่แบบอาจถูกบ้างไม่ถูกบ้างก็จะค่อยๆ ทะยอยแก้ไขให้ สำหรับท่านที่ใจดีอยากช่วยเหลืองานทำแม่แบบเอกสาร หรือ extension เจ๋งๆ ก็เขียน issue ไว้ได้ที่ http://code.google.com/p/ooo-thai-document-template สำหรับท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไฟล์ extension ได้ดังนี้

  1. แกลลอลี่ภาพตราครุฑสำหรับงานเอกสารราชการ
  2. แม่แบบสำหรับงานเอกสารราชการ
  3. แม่แบบบัญชีครัวเรือน

สำหรับแม่แบบเพิ่มเติมสามารถอัพเดทได้จากหน้าจัดการ extension ได้โดยตรง

Ubuntu มักมีปัญหา Plymouth Logo มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่จนน่าเกลียดเมื่อเราติดตั้งไดร์เวอร์ Nvidia หรือ ATI ลงไปแล้วซึ่งแทนที่จะดูสวยงามกลับแย่ลงกว่าเดิม ละแน่นอนมีหลายคนหงุดหงิดกับปัญหานี้ ผมมีวิธีง่ายๆ บังคับให้ Plymouth มีขนาดที่เหมาะสมและสวยงามเหมือนเดิมโดยการแก้ไข resolution ให้ Plymouth ออกมาสวยเหมือนตอนติดตั้งใหม่ๆ เอาล่ะมาแก้ไขกันเลย

อันดับแรกให้คุณติดตั้ง แพคเกจที่ชื่อว่า v86d โดยใช้คำสั่งดังนี้

sudo apt-get install v86d

จากนั้นแก้ default grub ที่ไฟล์ /etc/default/grub

sudo gedit /etc/default/grub

ดูบรรทัดที่ 9 แก้ไขจาก

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT="quiet splash"

เป็น

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT="quiet splash nomodeset video=uvesafb:mode_option=1280x1024-24,mtrr=3,scroll=ywrap"

แก้ไขบรรทัดที่ 18 จากเดิม

#GRUB_GFXMODE=640x480

เป็น

GRUB_GFXMODE=1280x1024

พอถึงขั้นตอนนี้คุณจะได้ค่า default ของ grub ใหม่ แต่จะใช้งานได้เราต้องแก้ไขในส่วน initramfs ด้วยดังนี้

sudo gedit /etc/initramfs-tools/modules

เพิ่มข้อความนี้ต่อท้ายไฟล์

uvesafb mode_option=1280x1024-24 mtrr=3 scroll=ywrap

จากนั้นสั่งให้ initramfs แรกใช้ framebuffer ดังนี้

echo FRAMEBUFFER=y | sudo tee /etc/initramfs-tools/conf.d/splash

สั่ง update grub ที่แก้ไขไปแล้ว

sudo update-grub2

และสั่ง update initramfs ดังนี้

sudo update-initramfs -u

จากนั้นทดลอง restart เครื่องดูครับ

เครื่องเล่นเพลง MP3 Sony Walkman เป็นเครื่องเล่น MP3 ที่ได้รับความนิยมทั้งเรื่องแบรนด์และความจุของตัวเครื่อง เครื่องที่ผมได้มาทดสอบเพื่อหาวิธีการแก้ไขเรื่องการอัพโหลดเพลงลงเครื่องคือรุ่น NW-HD3 ขนาดความจุ 20G เรียกได้ว่าใส่เพลงได้หลายพันเพลงเลยทีเดียว เครื่อง Sony Walkman ที่ว่านี้จำเป็นต้องใช้โปรแกรมในการคัดลอกไฟล์ลงไป อย่างเช่น SonicState, MP3 File Transfer เป็นต้น สาเหตุที่ต้องใช้โปรแกรมเหล่านี้ก็เพราะว่าเครื่องเล่นจะอ่านฐานข้อมูลเพลงและเพลงจะถูกเข้ารหัสด้วย DRM พร้อมแปลงเป็นไฟล์ .oma :) ดังนั้น เมื่อเราคัดลอกเพลงลงไปแล้วแน่นอนว่าคัดลอกออกมาก็จะเล่นเพลงเหล่านั้นไม่ได้ เพราะติด DRM ไปแล้วนี่เป็นการป้องกันการคัดลอกเพลงและการอ่านไฟล์เพลงที่เครื่องเล่น MP3 ยี่ห้อดังๆ ชอบทำกัน

ปัญหาของเจ้าตัวนี้มีอยู่ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ SiPA เปลี่ยนมาใช้ Suriyan และ Ubuntu เกือบ 100% ทำให้อุปกรณ์หลายอย่างที่ซื้อมาเพื่อใช้กับ Microsoft Windows ใช้งานไม่ได้ เช่น USB Modem ยี่ห้อจีน เมื่อคราวที่แล้ว คราวนี้ถึงคิวเครื่องเล่น MP3 Sony Walkman ครับ เมื่อเราทำความเข้าใจว่าเจ้า Sony Walkman เจ้าปัญหามันทำงานยังไง และถ้าเป็นแบบนี้คงต้องหาโปรแกรมครับ โปรแกรมที่เราจะใช้กันคือ JSymponic หน้าตาโปรแกรมดังภาพ

โปรแกรมนี้ใช้ Java ก็ติดตั้ง Java 1.6 และค่อยดาวน์โหลด JSymphonic มาเรียกใช้งาน มาดูวิธีติดตั้งกันครับ

aptitude install ffmpeg sun-java6-jdk

จากนั้นดาวน์โหลด JSymphonic มาครับที่ http://symphonic.sourceforge.net/download.php?list.3 จากนั้นคลี่ zip ไฟล์ JSymphonicv0.3.0OdeToFreedom.jar ออกไปวางไว้ที่ที่ต้องการ จากนั้น chmod ให้สามารถ execute ได้

chmod 755 JSymphonic_v0.3.0_Ode_To_Freedom.jar

ให้คุณต่อเครื่องเล่น MP3 กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้น nautilus จะกระโดดขึ้นมาแสดงไฟล์ข้อมูลต่างๆ ให้คุณเรียกใช้งาน JSymphonic ด้วยคำสั่ง

./JSymphonic_v0.3.0_Ode_To_Freedom.jar

หากใช้งานครั้งแรกโปรแกรมจะให้ตั้งค่าต่างๆ ให้ถูกต้อง อ้ออย่าลืมว่า Sony Walkman ติด DRM เพราะฉนั้นคุณต้องมีไฟล์ DvID.dat อยู่ในเครื่องด้วยนะครับ ตั้งค่า Device Path ให้ถูกต้อง เช่น /media/SONY ส่วน generation ให้ดูจากรุ่นของเครื่อง การเอาเพลงเข้าออกก็เพียงค่คัดลอกไฟล์เพลงไปไว้ที่ Music แล้วสั่ง import เพลงจาก local folder ไปยังเครื่องได้

ธีม Elementary สำหรับ Firefox ออกมาแล้ว หลังจากที่ให้รอคอยกันมานาน ธีม Firefox นี้ถือว่าเข้ามาเสริมจุดเด่นของ Elementary Theme เลยทีเดียว ซึ่ง Theme ออกมา 3 แบบคือ tab on top, Mac และ Win สำหรับธีม tap on top และ Mac แท็บของ FireFox แสดงผลได้อย่างสวยงาม Elementary สำหรับ Firefox สนับสนุน Firefox 3.x ส่วน Firefox 4.x จะออกมาในภายหลัง สำหรับท่านที่ใช้ Elementary Theme อยู่แล้ว ดาวน์โหลดธีม Firefox เพิ่มไปอีกนิด Desktop ของคุณก็สวยงามแล้วครับ


Mac

ที่มา – webupd8