การประปาส่วนภูมิภาคจัดงานมหกรรมโอเพนซอร์สประจำปี 2010 วันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2553 งานนี้มีพี่น้องชาวการประปาทั่วประเทศเข้าร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน ภายในงานมีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จากทีมงาน ThaiOpenSource.org และผู้ประกอบการ อีกทั้งยังมีงานสัมนาทั้ง 2 วัน ในหัวข้อสุดฮิต เรื่องมาตรฐานเอกสารราชการไทย ทำอย่างไรถึงจะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และ หัวข้อที่น่าสนใจอีกมากมาย งานนี้มีพริตตี้สาวสวยและวงดนตรีจากกองสารสนเทศการประปามาให้ความสนุกนานแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย :)

เผอิญได้ติดตั้ง FireFox Extension เพิ่มเติม จากเดิมที่ชอบใช้ชุดมาตรฐาน ตอนนี้คงต้องหัดใช้ Extension ใหม่ๆ กันบ้างแล้ว เรื่องก็มีอยู่ว่า tab บนหน้าจอผมมักจะเยอะและเวลาหาหน้าเว็บที่เปิดก็ต้องอาศัยการคลิกซ้ายคลิกขวาเพื่อหาหน้าเว็บที่เปิดอยู่ เรียกได้ว่างงกันพอสมควรเลยได้หา Extension ที่จะมาแก้ปัญหานี้ ค้นไปเจอ Firetab ซึ่งดูแล้วมีคุณสมบัติเหมาะสมแถมดูดีมีฐานะ เอ้าดูดียังไงดูจาก screenshot ข้างล่างครับ

ใช้ tab ธรรมดาๆ ก็งงๆ อย่างนี้ครับ

ใช้ FireTab การเลือกหน้าเว็บและค้นหาก็ง่ายขึ้นเยอะ

Firetab เป็น Firefox Extension โดยอาศัยความสามารถของ Flash นำมาทำเป็น Extension ทำให้การแสดงผลดูงดงามมากๆ ถึงแม้ว่าจะไม่เรียบเนียนมากนักแต่ก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องเปิดเว็บและหาเว็บที่กำลังเปิดอยู่ได้เป็นอย่างดี สำหรับลูกเล่นเด่นๆ ของ FoxTab ก็คือการแสดงผลหน้าเว็บแบบต่างๆ

ดาวน์โหลด FoxTab ที่ addon.mozilla.org ได้เลยครับ

ผมเขียน review FireFox add-on หลายตัวแต่ไม่เคยบอกว่าผมเองใช้ FireFox add-on อะไรอยู่บ้าง เหมือนหรือแตกต่างจากที่คนอื่นใช้อย่างไร บ้าง สำหรับผมเองชอบใช้ add-on แบบเดิมๆ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ตัว และตอบสนองความต้องการและลักษณะนิสัยของผมได้ เช่น หลงๆ ลืมๆ, ชอบ tweet, ชอบความสะดวก, ชอบ debug web แบบเร็วๆ, ใช้ browser อย่างเดียว เป็นต้น เอาล่ะ วันนี้จะมาเฉลยว่าผมใช้ add-on อะไรบ้าง

ผมเป็นคนชอบขี้ลืม มักจะลืม URL บ่อยๆ นอกจากลืมแล้วยังจำอะไรไม่ได้เลย ถ้าหาใน google ก็นานพอดู ผมแก้นิสัยขี้ลืมโดยใช้ add-on ที่ชื่อว่า X-Mark ครับ ใครเคยใช้ X-Mark มาก่อนคงจะเข้าใจ ว่าเข้าตัวนี้นอกจากจะ Sync bookmark แล้วยังทำให้เราเข้าเว็บที่เราเข้าใช้ประจำๆ โดยการเชื่อมโยง awsome bar เข้ากับ bookmark ด้วย ย้ายไปใช้เครื่องไหน คุณก็สามารถดึงเอา bookmark ที่เก็บไว้ที่เว็บ X-Mark มาใช้ได้ตลอด

ผมชอบ tweet มี FireFox มี add-on หลายตัวสำหรับใช้ tweet ผมใช้ TwitterFox เจ้าตัวนี้ classic มากๆ ครับมันจะอยู่มุมขวาของหน้าจอ ทำให้เราสังเกตได้ง่ายๆ ว่ามี time line update แล้ว

ผมชอบความสะดวก เนื่องจากผมเองเป็นคนชอบหาข้อมูลในเว็บแล้วติดการคลิกปุ่มขวาของเมาส์ ทำให้เกิด tab ใหม่ขึ้นเป็นสิบๆ หน้า แล้วก็หาหน้าเว็บที่เราต้องการไม่เจอ เพราะมันล้นจอต้องคลิกลูกศรเลื่อนไปเรื่อยๆ รู้สึกอนาถใจมากครับ add-on ที่ผมใช้มาแก้ปัญหานี้คือ Foxtab เจ้า Foxtab นี้พัฒนาบน XUL ร่วมกับ Flash ทำให้หน้าตาดูสวยงาม มี effect เยอะแยะ และมันก็ช่วยผมหาเว็บที่เปิดกว่า 20 หน้าต่างได้เร็วมากขึ้น

ผมเขียน web application และใช้ CMS อย่าง Drupal 55 ขึ้นชื่อว่า Drupal แล้ว CSS มันซับซ้อนมากเพราะแต่ละ element ในหน้าเว็บถูกสร้างมาแบบ dynamic  ยิ่งเอา theme ของชาวบ้านมาปรับแต่งยิ่งสร้างความทรมานให้กับชีวิตขึ้นเป็นหลายเท่า คิดว่าหลายๆ คนก็เป็นเหมือนผม แต่ผมมี add-on ของ FireFox อยู่ 3 ตัวที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ คือ Web Developer , FireBug และ Drupal for Firebug  เท่านี้ก้อแก้ปัญหาเรื่อง debug code และ CSS ได้แล้ว

ผมทำงานหน้าเว็บตลอด ไม่ว่าจะเป็นอ่านเมล์ งานเอกสาร ตารางนัด หรือแม้กระทั่งทำ presentation ผมมักทำผ่านเว็บ เรียกได้ว่าโปรแกรมบนเครื่องแทบจะไม่ได้แตะเลย ผมจะชอบใช้บริการต่างๆ บนเว็บมากกว่า เพราะง่ายและเร็ว ไม่ต้องกลัวข้อมูลจะหายไปไหน มีพฤติกรรมประหลาดอย่างนึงที่แก้ไขไม่ได้ของคนเล่นอินเตอร์เน็ต คือ ชอบดาวน์โหลด ซึ่ง FireFox มี Download Manager ที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ต้องหา add-on มาเพิ่มความสามารถครับ อย่าง DownThemAll! นี่ใช้ได้เลย สะดวกคลิก รอไม่นาน แถมดาวน์โหลดได้เร็วด้วยครับ :)

ติด add-on ไปซะเยอะแยะเต็มหน้าจอดูเว็บลำบากมั๊ยครับ ใช้ Personal Menu ช่วยสิครับ จะได้มีหน้าจอดูเว็บไซต์ได้มากขึ้น เอาละใช้ Personal Menu อย่างเดียวมันไม่เท่ห์ครับ ใช้ Fission เข้าช่วยทำให้เราไม่ต้องละสายตาจาก address bar ครับ แถมสวยอีกต่างหาก :)

หมดแล้วครับ สำหรับ FireFox add-on ที่ผมใช้ ใครมี add-on ที่ใช้ประจำก็ comment เล่าสู่กันฟังได้ครับ

ทดลองใช้ Komodo Edit แต่ไม่ได้มาเขียน review สักที เนื่องจากยังไม่ค่อยคุ้นมือสักเท่าไร แต่ก็ถือว่าใช้ได้เลยล่ะครับ Komodo Edit เป็นซอฟต์แวร์ในเครือของ ActiveState อ่ะใครนึกไม่ออก ก็ให้นึกถึง ActivePerl บน Windows นะครับ :P เจ้า Komodo Edit เป็น Editor รุ่นฟรีเวอร์ชันของ Komodo IDE ผมเห็นว่าเข้าตัว Komodo Edit นี่ถือว่าเพียงพอสำหรับคนใช้ Editor นะครับ เพราะว่าคุณสมบัติมันไม่ธรรมดาเลย

* Komodo Edit สนับสนุนทุกภาษา
* สนับสนุนทุก Platform ทั้ง Windows, Linux, Mac
* เพิ่มเติม extension เหมือน FireFox
* มี Autocomplete และ Calltips
* Syntax checking
* Syntax coloring

เอ้า เอาล่ะใครไม่อยากตกเทรนด์ ต้องไปหาเอามาลองครับที่ ActiveState ครับ

 

ใครชอบ BitTorent แต่นึกไม่ออกว่าจะใช้โปรแกรมอะไรบน Linux วันนี้ผมมาแนะนำโปรแกรม  BitTorent เด็ดๆ 3 ตัวมาแนะนำกันครับ ซึ่งโปรแกรม 3 ตัวนี้ได้รับการโหวดว่าเป็นโปรแกรมที่ท็อปฮิตที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ เอ้าลองมาดูกัน

KTorrent

KTorrent พัฒนาขึ้นมาให้หน้าตาคล้ายคลึงกับ uTorrent ที่เป็นโปรแกรม BitTorrent บน Windows ที่ฮอตฮิตที่สุด สำหรับเจ้า KTorrent นี้พัฒนาบน KDE และแน่นอนใช้งานได้ง่ายและสวยงาม KTorrent มาพร้อมกับ UDP Trackers ที่สามารถบล็อก IP Address โดยการทำ blacklist ไว้ได้ และยังสนับสนุน Port forwarding ด้วย UPnP ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคุณสมบัติครับ ใครที่ใช้ KDE อยู่ก็ลองหามาติดตั้งทดสอบกันได้ :)

Deluge

Deluge เป็นโปรแกรม BitTorrent อีกตัวที่ได้รับความนิยมเช่นกัน พัฒนาบน Python และ GTK+ เจ้า Deluge นี้มีความสามารถพิเศษที่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้หลายไฟล์ใน 1 หน้าต่าง เลือกไฟล์ torrent ได้หลายไฟล์เช่นกัน Deluge ยังสามารถ Preview ไฟล์มัลติมีเดียได้ด้วย สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ก็จะคล้ายคลึงกับโปรแกรม BitTorrent ทั่วๆ ไป คือมี BitTorrent Protocol Encryption, UPnP and NAT-PMP. นอกจากนี้ยังมี plug-ins เสริมความสามารถอย่าง Blocklist Importer, Torrent Creator, Torrent Search เป็นต้น ใครอยากลองตัวนี้ก็ลองค้นหาใน repository กันได้ครับ

Transmission

Transmission เป็นโปรแกรม BitTorrent อีกตัวที่พลาดไม่ได้เพราะโปรแกรมนี้ถูกเลือกเข้ามาเป็น Official BitTorrent Client สำหรับ Ubuntu ด้วยเหตุที่ว่าใช้ resource น้อยและมขนาดเล็กกระทัดรัด เพียง 330KB และที่น่าทึ่งคือ Transmission มีบน Mac OS X ด้วย และมีให้ใช้กันใน Android ในชื่อ Transdroid คุณสมบัติก็คล้ายคลึงกันกับ BitTorrent Client ข้างต้น

ใครชอบ BitTorrent ก็เลือกใช้กันตามสะดวกครับ Bit ในสิ่งที่ดีๆ อย่าละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นนะครับ :)

Jolicloud เป็นลินุกซ์ดิสโทรใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานเครื่อง netbook ซึ่งพัฒนามาจาก Ubuntu Netbook Remix ของ Canonical นอกจากนี้ยังใช้ Mozilla Prism เป็นโปรแกรมที่ใช้ติดต่อกับเว็บแอพลิเคชันที่สามารถเชื่อมต่อได้โดยไม่ต้องใช้เบราเซอร์ เช่น Gmail, Twitter, Google Reader เป็นต้น Jolicloud ยังคงเน้นความเป็น netbook ซึ่งเน้นการใช้งานที่ง่ายดาย ซึ่งตอนนี้ปิดเวอร์ชัน alpha ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Jolicloud มาพร้อมกับตัวติดตั้งขนาด 600MB เป็นไฟล์ .img ซึ่งสามารถเขียนลง flash drive หรือ usb thumbdrive ได้ ซึ่งใช้ในการ boot และติดตั้งลงในเครื่อง netbook อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตัวโปรแกรมติดตั้งก็ไม่ได้แตกต่างจาก Ubuntu มากนัก

Jolicloud มีโปรแกรม launcher ที่พัฒนามาจาก Ubuntu Netbook Remix ซึ่งมีรูปแบบให้เลือกอยู่นิดหน่อย จุดเด่นของ Jolicloud คือมีโปรแกรมเชื่อมต่อกับเว็บ โดยใช้ Prism เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อทำให้ Jolicloud มีจุดดึงดูดได้อย่างดี Jolicloud ยังมี services dashboard ซึ่งทำหน้าที่รายงานสถานะการทำงาน ต่างๆ เช่น การติดตั้งโปรแกรม การถอดโปรแกรมออก รวมไปถึงโปรแกรมที่สามารถอัพเดทใหม่ ด้วย ใครชอบ distro สำหรับ netbook คุณคงไม่พลาดที่จะใช้ Jolicloud ครับ :)

ที่มา – arstechnica

หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน SourceForge.net ทั้ง 3 ครั้งทำให้เราสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในโครงการนี้ได้อย่างชัดเจน ทั้งบริการ Host Apps ที่มีซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้น และการปรับปรุงการบริการต่างๆ ของ SourceForge.net เอาล่ะการที่คุณจะหาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแต่ละตัวบางคนก็บอกว่าหายาก เข้าไปใน SourceForge.net ก็หาไม่เจอ ไม่มีใครแนะนำ ไม่รู้ว่าตัวไหนดี ฯลฯ ปัญหานี้จะหมดไปครับ เพราะบริการจาก SourceForge.net ที่มีหลายหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียง Host Project อีกต่อไป แต่เป็นที่ที่ผู้ใช้สามารถหาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเอาไปใช้ได้ง่าย และเป็นที่ที่นักพัฒนามารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส นี่คือเป้าหมายหลักของ SourceForge.net ในยุคใหม่นี้ แล้วจะแก้ปัญหาเดิมๆ ได้อย่างไร ให้ลองดูหน้าเว็บ SourceForge.net ครับ

ในหน้าเว็บไซต์ของ SourceForge.net จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น ซึ่งมีบริการข้อมูลซอฟต์แวร์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาซอฟต์แวร์ตามหมวด, ซอฟต์แวร์ตัวไหนกำลังติดอันดับในระบบปฏิบัติการที่คุณกำลังใช้อยู่, ซอฟต์แวร์เด่นประจำเดือน, ข่าวล่าสุดจาก SourceForge.net, โครงการที่ได้รับการคัดเลือกรางวัลดีเด่น, สถิติการเข้าชมและสถิติการดาวน์โหลด และลิงค์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ SourceForge.net เห็นมั๊ยครับว่า SourceForge.net ไม่ได้ใช้งานยากอย่างที่คิด :) วันนี้คุณใช้งาน SourceForge.net แล้วหรือยัง?

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้รับข่าวจาก Zend เรื่อง ZendStudio 7.0 วันนี้เรามาลองดูผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งของ Zend กันคือ Zend Server เข้า Zend Server คือชุด Enterprise Web Application Server สำหรับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นด้วยภาษา PHP ซึ่ง Zend Server เหมาะสมกับองค์กรที่ต้องการบริหาร จัดการ ปรับแต่ง PHP Application Stack อย่างมืออาชีพ ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงมากนัก

* Zend Server Silver ราคาอยู่ที่ $1,195 ต่อปี
* Zend Server Gold ราคาอยู่ที่ $2,195 ต่อปี
* Zend Server Platinum ราคาอยู่ที่ $3,195 ต่อปี

แต่ช้าก่อนสำหรับท่านที่ยังไม่กล้าตัดสินใจ สามารถทดลองใช้ได้จากรุ่น Zend Server Community Edition ซึ่งมี feature ที่ต่ำลงมาขาดคุณสมบัติและบริการเพิ่มเติมอย่างเช่น

* Page caching
* Application monitoring (alerting)
* Application problem diagnostics
* Zend Download Server (Linux only)
* Software updates and hot fixes
* Technical support

Zend Server / Zend Server CE สามารถติดตั้งได้บน Windows, Mac และ Linux ซึ่งถือว่าครอบคลุมระบบปฏิบัติการในปัจจุบัน Zend Server ยังรองรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Zend ด้วย เช่น Zend Optimizer, Zend Gard และ Zend Studio ท่านใดที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์หรือบริษัทซอฟต์แวร์ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยภาษา PHP ห้ามพลาดครับ ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพกับผลิตภัณฑ์ของ Zend :)

Moodle เป็นซอฟต์แวร์ด้าน LMS ที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มเติม module, plugin และ filter ได้ตามความต้องการ เมื่อวานได้ลองหาโมดูลเจ๋งๆ มาลองใช้ดูบ้าง แต่ใน moodle.org มี module เยอะเสียจนไม่รู้ว่าจะใช้ module ไหนดี เอาเป็นว่าผมได้รายชื่อโมดูลที่น่าใช้งานมาแล้วซึ่งมีทั้งที่เป็น module, plugin และ filter มาดูรายละเอียดกันครับ

1. YUI menu – แสดงเมนูให้เป็นระเบียบด้วย YUI API
2. Youtube filter – แสดงตัวเล่น Video จาก Youtube
3. Youtube RSS Player – แสดงVideo จาก Youtube ผ่าน RSS
4. Timetable Block – แสดงผลตารางเวลา
5. Tags HTML – แสดง Tag
6. Side Bar Block – เพิ่มพื้นที่แสดงผลแบบ sidebar
7. Shoutbox Block – กล่อง chat หน้าเว็บ
8. Book – โมดูลทำหนังสือ
9. Search books – บล็อก search หนังสือ
10. CV builder – สร้าง CV แบบง่ายๆ
11. Progress Bar – แสดงผลพัฒนาการของสมาชิก
12. Progress  – แสดงผลพัฒนาการของสมาชิก
13. OpenMeetings  – ปลักอินระบบประชุมผ่านบริการ OpenMeeting
14. OpenID plugin – ใช้ OpenID ในการเ้ข้าระบบ
15. Mindmap – สร้าง Mind MAP บนเว็บ
16. Journal – เขียน personal journal ส่วนตัว
17. Google analytics block  – บล็อกสำหรับติดตั้ง Google Analytics
18. FreeMind  filter – แสดงผลไฟล์ของ FreeMind
19. FeedBack  – เก็บ FeedBack ในรูปแบบ แบบฟอร์มเอกสาร
20. Feeds – ดู RSS Feed มาแสดงผลในหน้าเว็บ

คุณเคยเล่นกีตาร์มั๊ยครับ ผมไม่เคยเล่น :P แต่ชอบ น่าแปลกที่สายลวด 6 เส้นสร้างเสียงที่คนเราหลงใหลได้ เอาล่ะใครชอบเล่นกีตาร์พลาดไม่ได้ครับ วันนี้จะมาแนะนำโปรแกรมที่ช่วยแต่งเพลง ทำ backing track แถมเขียนโน๊ตแท็ปได้อีกด้วย เจ้าโปรแกรมตัวนี้ชื่อ Tux Guitar ความสามารถหลักของโปรแกรมคือเขียนและแก้ไนโน๊ตเพลงกีต้าร์ หรือที่เราเรียนว่าโน๊ตแท็ปนั่นแหละครับ แต่ด้วยความสามารถมันไม่ได้หยุดที่ตรงนั้น Tux Guitar ยังมีความสามารถอื่นๆ อีกเช่น

* เขียนและแก้ไนโน๊ตเพลงกีต้าร์
* Compose แบบ multi track ได้
* เลื่อนหน้ารออัตโยมัติขณะเล่น
* จัดการโน๊ต เปลี่ยนจังหวะ คีย์
* ใส่ Effect ได้ (bend, slide, vibrato, hammer-on/pull-off)
* ใช้ Triplet (5,6,7,9,10,11,12) ได้
* จัดการจังหวะ
* สนับสนุนการส่งออกในรูปแบบไฟล์ gp3, gp4 และ gp5

หามาลองกันได้ หากใครเป็นแฟน Ubuntu ก็ apt-get install tuxguitar ครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://tuxguitar.herac.com.ar ครับ