ผมเคยเขียนเทคนิดการใช้งาน layer mask บน inkscape ไปแล้ว แต่ไม่ได้เขียนเทคนิคนี้บน GIMP สักที บังเอิญไปเห็นเด็กๆ ที่ใช้ GIMP ทำ layer กันวุ่นไปหมด คิดว่าคงหาวิธีที่ทำ fade image ไม่ได้ ก็เลยหาวิธีใช้โปรแกรมตามที่คิดว่ามันจะทำให้ได้ ได้ผลลัพท์บ้างไม่ได้บ้าง วันนี้ก็เลยได้โอกาสเขียนเรื่องนี้ซะเลย การทำ layer mask บน GIMP สามารถประยุกต์ใช้กับการสร้างภาพในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่นการทำ fade image เป็นต้น หากใครเคยใช้ photoshop หรือ GIMP ที่พยายามใช้เครื่องมือยางลบเพื่อลบภาพให้ดูเป็นเงาจางๆ วิธีนี้นอกจากไม่สวยแล้วยังใช้เวลานานในการทำครับ ลองมาใช้ layer mask กันดีกว่า เตรียมภาพกันก่อน

สมมุติว่าเราจะทำ fade image แบบเงาสะท้อนในกระจกก็กลับภาพภาพให้ได้ตำแหน่งดังรูป

จากนั้นเลือก layer ที่เราต้องการทำ fade image คลิกขวาแล้วเลือก Add Layer Mask… GIMP จะถามคุณว่าต้องการทำภาพ mask แบบใด ให้เลือกสีขาวเป็นภาพ full opacity ครับ จากนันก็เตรียมระบายสีได้เลย ใช้เครื่องมือ BlendTool เพื่อระบายสีภาพแบบไล่ระดับสีลงบน layer ที่เราทำ mask เอาไว้

เราจะมองไม่เห็นสีขาวแต่จะเป็นการทำ mask ให้เราเห็นแทน ง่ายมั๊ยครับ หากเราต้องการในรูปแบบอื่นๆ เราสามารถปรับลักษณะของการไล่สีได้เช่นเป็นแนวตั้ง แนวนอน ลงกลม สี่เหลี่ยม ฯลฯ ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูได้ครับ :)

หลายท่านอาจชอบใช้ comand line ในการติดตั้งแพคเกจผ่านทาง YUM หรือ APT เอาเป็นว่าชอบใช้เครื่องมือไหนก็ใช้ตามที่ท่านคุ้นเคย หากท่านที่เคยใช้ Fedora Core 3 และ Ubuntu ในเวอร์ชันแรกๆ อาจจะเคยใช้ YUM หรือ APT ในการติดตั้งผ่านกลุ่มของ Package ไม่ใช้จาก Meta Package นะครับ อืมมม ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณต้องการติดตั้ง DNS Server คุณไม่จำเป็นต้องจำชื่อแพคเกจที่ต้องใช้ แต่คุณสามารถติดตั้งได้ง่ายๆ ผ่านเครื่องมือจัดการแพคเกจนี่แหละครับ มาเริ่มที่ Ubuntu กันก่อน ใครจำ package ที่จะต้องใช้ในการติดตั้ง DNS Server ได้บ้าง ยกมือขึ้น! ถ้าจำไม่ได้ใช้ Group Install ผ่าน tasksel ได้ครับ ใช้คำสั่ง

sudo tasksel install dns-server

เท่านี้ก็ติดตั้ง DNS Server ได้แล้ว หากต้องการทราบว่ามี tasks อะไรบ้างใช้คำสั่งนี้ครับ

sudo tasksel –list-tasks

หากคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ใช้คำสั่งนี้ครับ

sudo tasksel

โปรแกรมจะให้คุณเลือก tasks ที่คุณต้องการติดตั้งมีเยอะแยะให้คุณได้เลือกเลยล่ะครับ :)

เอาล่ะมาถึง Distro ที่ใช้ YUM อย่าง Fedora, Centos, RedHat Enterprise กันบ้าง YUM มีคำสั่งในการสั่งติดตั้งแพคเกจในลักษณะกลุ่มแพคเกจแบบนี้เช่นกัน หากคุณต้องการติดตั้ง DNS Server ที่นึกไม่ออกว่าใช้แพคเกจชื่ออะไร ใช้คำสั่งนี้ได้เลยครับ

yum groupinstall "DNS Name Server"

หากต้องการอัพเดท DNS Server ใช้คำสั่งนี้ได้เลย

yum groupupdate "DNS Name Server"

หากคิดอะไรไม่ออกนึกชื่อ Group ไม่ออกก็ใช้คำสั่งนี้ครับ

yum grouplist

ก็จะแสดงรายชื่อกลุ่มของแพคเกจมาให้ ง่ายๆ แค่นี้เอง ติดตั้งแพคเกจบน command line ใครว่ายากคร้าบบบบบบ

เปิดเว็บไปเจอเรื่องนี้โดยบังเอิญ เลนเอามาเขียนเป็น how-to ให้ไปลองใช้กัน โปรแกรมที่ใช้กำหนดจำนวนการใช้งาน CPU ชื่อ cpulimit นี้สามารภกำหนดการใช้งานได้ในแต่ละ process เป็น % นะครับ ไม่ใช้ระยะเวลาในการใช้ เช่น Apache ใช้งาน CPU แค่ 30% ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ใช้ได้เต็มที่เป็นต้น ซึ่งการทำแบบนี้ใช้ควบคุมการทำงานโปรแกรมแบบ batch ได้ดี โดยไม่ต้องปล่อยให้ batch process นั้นทรมาน CPU เรานานเกินไป เราสามารถปรับแต่งให้ process นั้นๆ ใช้งาน CPU น้อยลงได้ :) เอาล่ะมาเริ่มกันเลย

แปลงร่างเป็น root ก่อน

sudo -s

จากนั้นติดตั้งโปรแกรมเลยครับ

aptitude install cpulimit

มาทดลองกันเลย ให้ Apache2 ทำงานโดยใช้ CPU เพียง 30% ใช้คำสั่งนี้เลยครับ

cpulimit -e apache2 -l 30

ลองดูอาการของ Apache2 ได้เลยครับ ถ้าเข้าเว็บหลายๆ คนแล้วรู้สึกถึงความอืดดดด นั่นเป็นใช้ได้ เจ้าโปรแกรม cpulimit ทำงานแบบ forgeground บน terminal หากต้องการยกเลิกก็แค่กด ctrl+c เท่านั้นครับ

อ่านเพิ่มเติมที่ – cpulimit

จำได้ว่าเคยเขียนวิธีการสร้างไฟล์ ISO หลายวิธีมาก ส่วนใหญ่จะเป็น command line แต่คราวนี้มาอัพเดทชุดใหญ่ รวมมิตรวิธีการสร้างไฟล์ ISO กันครับ หากคุณใช้ Linux Desktop อย่าง Ubuntu ล่ะก็ คุณสร้างไฟล์ ISO ได้ง่ายๆ จากโปรแกรมดังต่อไปนี้
1. K3b
2. AcetoneISO2
3. Brasero

วิธีข้างต้นไปหาวิธีการคลิกกันเองครับ โปรแกรมเป็น GUI ทำงานง่ายมากครับ สำหรับวิธีสุดท้ายเป็นวิธีที่ใช้ command line ซึ่งก็มีวิธีที่โบราณ (ใช้คำสั่งโบราณ) จนถึงคำสั่งใหม่ๆ ครับ คำสั่งที่ใช้ได้มีดังนี้
1. dd
2. mkisofs
3. genisoimage

ลองไปหัดใช้กันดูครับ นึกไม่ออกถามคุณผู้ชาย (man)

Elgg เป็น Open Source Social Network ที่มาพร้อมกับของเล่นมากมาย เรียกได้ว่ามาพร้อมสำหรับสร้าง Social Network กันเลยทีเดียว วันนี้นึกสนุก มาลองติดตั้ง Elgg กันครับ :) สำหรับ Elgg ใช้ภาษา PHP ในการพัฒนาซึ่งนั่นก็หมายความว่าคุณต้องมี Apache พร้อม PHP อ้อสำหรับฐานข้อมูลเป็น MySQL ครับ มาเริ่มกันเลย

อันดับแรกติดตั้งโปรแกรมที่เราต้องใช้กันก่อน ใช้คำสั่ง

sudo aptitude install phpmyadmin mysql-server

เราจะได้ PHPMyAdmin, Apache, PHP และ MySQL Server โดยอัตโนมัติ จากนั้นหาที่ติดตั้ง Elgg ครับ ผมจะติดตั้งไว้ที่ /var/www ละกัน 

สร้างไดเรคทอรีขึ้นมารอเลยครับ elggdata จะเป็นไดเรคทอรีสำหรับเก็บไฟล์ที่อัพโหลดผ่านเว็บ เปลี่ยนสิทธิให้ Apache เขียนได้ด้วยครับ

mkdir -p /var/www/elgg/elggdata
chmod 777 /var/www/elgg/elggdata

จากนั้นดาวนโหลดไฟล์มาเลยครับ

sudo wget http://elgg.org/getelgg.php?forward=elgg1.6.1.tar.gz

คลี่ไฟล์ด้วยคำสั่ง

sudo tar zxvf elgg1.6.1.tar.gz -C /var/www/elgg/

ไฟล์ที่คลี่ออกมาได้จะเป็นไดเรคทอรี elgg1.6.1 มาเปลี่ยนชื่อให้เข้าใจง่ายๆ กันหน่อยครับ

sudo mv /var/www/elgg1.6.1 /var/www/elgg/web

จากนั้นมา config Vhost ของ Apache กัน เปลี่ยนไปที่ไดเรคทอรี /etc/apache2/sites-available

cd /etc/apache2/sites-available

สร้างไฟล์ Vhost ขึ้นมาใหม่ เอาแบบง่ายๆ copy จาก default เลยครับ

sudo cp default elgg

จากนั้นแก้ไขไฟล์ Vhost ของเราครับ

sudo vi elgg

แกไขในส่วนไดเรคทีฟ DocumentRoot, Directory และ ServerName ให้ถูกต้อง ตัวอย่างข้างล่างครับ

<VirtualHost *:80>
    ServerAdmin webmaster@domain.com
    ServerName www.domain.com

    DocumentRoot /var/www/elgg/web

    <Directory /var/www/elgg/web/>
        Options Indexes FollowSymLinks MultiViews
        AllowOverride All
        Order allow,deny
        allow from all
    </Directory>

    ErrorLog /var/log/apache2/www-domain-com-error.log
    LogLevel warn
   CustomLog /var/log/apache2/www-domain-com-access.log combined

</VirtualHost>

เมื่อแก้ไขกันเรียบร้อยแล้วก็สั่งให้ Vhost ของเรา active ได้เลยโดยใช้คำสั่ง

sudo a2ensite elgg

Elgg ต้องการใช้ mod rewrite เพื่อความชัวร์เปิดใช้ mod rewrite ด้วยครับ

sudo a2enmod rewrite

จากนั้นสั่ง reload Apache กันอีกสักรอบ ดัวยคำสั่ง

sudo /etc/init.d/apache2 reload

จากนั้นมาสร้างฐานข้อมูลสำหรับ Elgg กันครับ ใช้คำสั่งดังนี้เพื่อสร้างฐานข้อมูล

mysqladmin -u root -pmypassword create elgg

จากนั้นสั่งกำหนดสิทธิ์ให้กับผู้ใช้ชื่อ elgg ให้ใช้ฐานข้อมูล elgg มีรหัสผ่านเป็น elggpasswd

mysql -u root -pmypassword -e "grant all privileges on elgg.* to elgg@localhost identified by ‘elggpasswd’"

จากนั้นใช้เว็บเบราเซอร์เปิดไปที่เว็บของคุณ เช่น www.domain.com Elgg จะให้คุณติดตั้งโปรแกรม ให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับฐานข้อมูลให้ถูกต้อง คลิก ‘Save’ โปรแกรมจะบอกให้คุณสร้างไฟล์ /var/www/elgg/web/engine/setting.php ให้คุณเอาค่าที่ได้ใน text box ไปสร้างไฟล์ setting.php

จากนั้นสร้างไฟล์ .htaccess ลงใน /var/www/elgg/web/ ใส่ข้อมูล .htaccess จากที่ตัวติดตั้งให้มาครับ จากนั้น เปิดไปที่เว็บของคุณ อีกรอบครับ จะปรากฏคำว่า "Elgg’s database was installed successfully." เป็นอันใช้ได้ โปรแกรมจะให้เรา config ข้อมูลเว็บให้ใส่ชื่อเว็บที่เราต้องการลงไปเลยจากนั้นคลิก ‘Save’  โปรแกรมจะกระโดดเข้าสู่หน้าจอหลัก หากขึ้นหน้าจอเทาๆ ดูเห่ยๆ ก็เป็นอันใช้ได้ครับ ให้คุณลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ Admin เป็นคนแรก เมื่อลงทะเบียนแล้วคุณก็จะใช้สิทธิผู้ดูแลระบบได้แล้วครับ เอาล่ะสำหรับ Theme, Plug-in สามารถดาวนโหลดได้ที่ http://community.elgg.org อย่าเล่น Elgg มากนักนะครับเดี๋ยวจะติดงอมแงม

 

DokuWiki เป็น Wiki แบบง่ายๆ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักๆ คือจัดการงานเอกการสำหรับบริษัทเล็กๆ Doku Wiki ใช้เอกสาร text หรือ text ไฟล์ธรรมดาๆ ในการบันทึกข้อมูลไม่จำเป็นต้องใช้ระบบฐานข้อมูลแต่อย่างใด แต่ความสามารถของ Doku Wiki ก็ใช่ย่อยครับ เพราะนอกจากจะเล็กและเบาแล้วยังสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับ Media Wiki เลยทีเดียว และแน่นอนมี plugin เสริมอีกมากมาย เช่น ส่งออกมาเป็นไฟล์ PDF, หรือ ODT เป็นต้น มีหลายหน่วยงานใหญ่ๆ ในประเทศไทยใช้ Doku Wiki อยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น สวทช. ซึ่งใช้ Doku Wiki กันมานานมากแล้ว ซึ่ง สวทช. เองใช้ Doku Wiki แทบจะทุกเรื่อง แต่เน้นไปทางด้าน KM อย่างมากครับ แล้วองค์กรของคุณสร้าง KM ในองค์กรโดยใช้ Doku Wiki บ้างหรือยังครับ หากยังไม่เริ่มมาเริ่มต้นด้วยกันเลยครับ

Doku Wiki ใช้ภาษา PHP ในการพัฒนา แน่นอนเราต้องมี PHP และ Apache ครับ เพื่อความชัวร์สั่งติดตั้ง PHP โดยใช้คำสั่ง

sudo aptitude install phpmyadmin mysql-server

สำหรับ MySQL Server เราไม่ได้ใช้ไม่เป็นไรครับ เผื่อเอาไว้ก่อน :P คำสั่งข้างต้นเป็นคำสั่งแบบขี้เกียจๆ ท่านใดอยากติดตั้งแบบ เพียวๆ สามารถใช้ tasksel ได้เช่นกันครับ ผมไม่ขออธิบายละกันนะครับ :P ตอนนี้เราจะได้ Apache, PHP, MySQL (ที่ไม่ได้ใช้ เห่อๆ) เราจะติด Doku Wiki ที่ /var/www/doku ครับ ดาวน์โหลดไฟล์มาเลย

sudo wget http://www.splitbrain.org/_media/projects/dokuwiki/dokuwiki-2009-02-14b.tgz

จากนั้นสร้างไดเรคทอรีให้เรียบร้อย

sudo mkdir /var/www/doku

คลี่ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาได้ลงใน /var/www/doku

sudo tar zxvf dokuwiki-2009-02-14b.tgz -C /var/www/doku/

เปลี่ยนชื่อไดเรคทอรี dokuwiki-2009-02-14 เป็น web ครับ :)

sudo mv /var/www/doku/dokuwiki-2009-02-14b /var/www/doku/web

เปลี่ยนไดเรคทอรี แล้วเปลี่ยนสิทธิ์ให้เขียนไฟล์ให้เรียบร้อย

cd /var/www/doku

sudo chmod 777 conf/ data/ data/pages data/attic data/media data/meta data/cache data/locks data/index data/tmp

สร้างไฟล์ Vhost ขึ้นมาใหม่ เอาแบบง่ายๆ copy จาก default เลยครับ

sudo cp default duko

จากนั้นแก้ไขไฟล์ Vhost ของเราครับ

sudo vi duko

แก้ไขในส่วนไดเรคทีฟ DocumentRoot, Directory และ ServerName ให้ถูกต้อง ตัวอย่างข้างล่างครับ

<VirtualHost *:80>

    ServerAdmin webmaster@domain.com
    ServerName www.domain.com

    DocumentRoot /var/www/doku/web

    <Directory /var/www/doku/web/>
        Options Indexes FollowSymLinks MultiViews
        AllowOverride All
        Order allow,deny
        allow from all
    </Directory>

    ErrorLog /var/log/apache2/www-domain-com-error.log
    LogLevel warn
   CustomLog /var/log/apache2/www-domain-com-access.log combined

</VirtualHost>

เมื่อแก้ไขกันเรียบร้อยแล้วก็สั่งให้ Vhost ของเรา active ได้เลยโดยใช้คำสั่ง

sudo a2ensite doku

Doku ต้องการใช้ mod rewrite สำหรับตั้งค่า URL สวยๆ เพื่อความชัวร์เปิดใช้ mod rewrite ด้วยครับ

sudo a2enmod rewrite

จากนั้นสั่ง reload Apache กันอีกสักรอบ ดัวยคำสั่ง

sudo /etc/init.d/apache2 reload

เปิดเว็บเบราเซอร์ไปที่ http://www.domain.com/install.php เพื่อเริ่มการติดตั้ง ใส่ข้อมูลให้ถูกต้องแล้วกด ‘Save’ ได้เลย เปิดเว็บเบราเซอร์ไปที่ http://www.domain.com Doku Wiki ของคุณก็พร้อมใช้งานแล้ว ;)

หลังจากไปงาน release party หลายคนบอกว่า Ubuntu 9.10 นี้เป็น โดอาล่ามีกรรม เท่าที่ผมสอบถามจากเพื่อนที่ทำงานลงได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จาก 5 เครื่องลงได้เพียง 2 เครื่อง ก็เลยต้องจำใจใช้ 9.04 ต่อไป เมื่อวาน @gumara ฟอร์เวิร์ดเมล์มาจาก Jeroen ให้ลองทดสอบ kernel ใหม่ที่อาจแก้กรรมของโคอาล่าตัวนี้ได้ ผมได้ลองทดสอบแล้วครับว่า ความรู้สึกมันเร็วขึ้นมาจริงครับ :) คำแนะนำที่ Jeroen ส่งมาให้มีดังนี้

sudo add-apt-repository ppa:ubuntu-boot/ppa
sudo apt-get update
sudo apt-get dist-upgrade

คำสั่งข้างต้นเป็นการติดตั้ง upgrade kernel แกมบอกว่า boot 2 รอบ รับรองเร็วจริง |o| ใครอยากทดสอบลองดูได้ครับ เพิ่ม bootchart มาให้ดูครับ :)

หากคุณได้ติดตั้ง Ubuntu 9.10 กันแล้วจะพบว่า GDM ของ Ubuntu 9.10 นั้นเปลี่ยนไปหน้าตาออกแนว Fedora หน่อยๆ แต่ก็สวยเพราะมี Wallpaper สีเข้มๆ ขับความเป็น Ubuntu ได้เป็นอย่างดี สำหรับ GDM แบบเก่าก็ยังมีอยู่ใน repository ครับ แต่อย่าเลยเรามาเปลี่ยนหน้าจอ GDM ในแบบที่เราต้องการกันดีกว่า วันนี้มาแนะนำการเปลี่ยนภาพพื้นหลังของ GDM ให้มีหน้าจอเหมือนกับหน้า Wallpaper เมื่อ login เรียบร้อยแล้ว วิธีการมีดังนี้ครับ

1. logout กลับไปหน้า GDM ก่อน
2. เปลี่ยนการทำงานไปยังโหมด tty โดยกดปุ่ม Ctrl-Alt-F1
3. ล็อกอินโดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของท่าน
4. พิมพ์คำสั่ง export DISPLAY=:0.0
5. จากนั้นเริ่มการทำงานของ Gnome Control Center ด้วยคำสั่ง sudo -u gdm gnome-control-center
6. สลับหน้าจอมาที่หน้าของ GDM โดยกดปุ่ม ALT-F7
7. ใช้ Gnome Control Center เพื่อตั้งค่า GDM
8. คลิกที่ Appearances ในส่วนนี้คุณสามารถแก้ไข GDM ได้
9. ปิด Gnome Control Center แล้วล็อกอินตามปกติ

เท่านี้คุณก็ได้หน้า GDM ที่มีหน้าตาเหมือนกับหน้าจอ Desktop ของคุณแล้ว

ได้อ่าน blog ของ junauza มาหลายครั้ง (แฟนพันธุ์แท้ RMS) เห็นเขาคัด วาทะเด่นของ RMS มาเลยเอามาแจกกันอ่าน ใครเป็นสาวก GNU/Linux และ FSF ห้ามพลาด

1- "I could have made money this way, and perhaps amused myself writing code. But I knew that at the end of my career, I would look back on years of building walls to divide people, and feel I had spent my life making the world a worse place."

2- "When I do this, some people think that it’s because I want my ego to be fed, right? Of course, I’m not asking you to call it "Stallmanix"!"

3- "I’m always happy when I’m protesting."

4- "Geeks like to think that they can ignore politics, you can leave politics alone, but politics won’t leave you alone."

5- "People sometimes ask me if it is a sin in the Church of Emacs to use vi. Using a free version of vi is not a sin; it is a penance. So happy hacking."

6- "If programmers deserve to be rewarded for creating innovative programs, by the same token they deserve to be punished if they restrict the use of these programs."

7- "Fighting patents one by one will never eliminate the danger of software patents, any more than swatting mosquitoes will eliminate malaria."

8- "People said I should accept the world. Bullshit! I don’t accept the world."

9- "Giving the Linus Torvalds Award to the Free Software Foundation is a bit like giving the Han Solo Award to the Rebel Alliance."

10- "Would a dating service on the net be ‘frowned upon’ . . . ? I hope not. But even if it is, don’t let that stop you from notifying me via net mail if you start one."

11- "Once GNU is written, everyone will be able to obtain good system software free, just like air."

12- "If you want to accomplish something in the world, idealism is not enough–you need to choose a method that works to achieve the goal. In other words, you need to be "pragmatic."

13- "No person, no idea, and no religion deserves to be illegal to insult, not even the Church of Emacs."

14- "Today many people are switching to free software for purely practical reasons. That is good, as far as it goes, but that isn’t all we need to do! Attracting users to free software is not the whole job, just the first step."

15- "If in my lifetime the problem of non-free software is solved, I could perhaps relax and write software again. But I might instead try to help deal with the world’s larger problems. Standing up to an evil system is exhilarating, and now I have a taste for it."

16- "I see nothing unethical in the job it does. Why shouldn’t you send a copy of some music to a friend?"

17- "’Free software’ is a matter of liberty, not price. To understand the concept, you should think of ‘free’ as in ‘free speech,’ not as in ‘free beer’."

18- "For personal reasons, I do not browse the web from my computer. (I also have not net connection much of the time.) To look at page I send mail to a demon which runs wget and mails the page back to me. It is very efficient use of my time, but it is slow in real time."

19- "Playfully doing something difficult, whether useful or not, that is hacking."

20- "Copying all or parts of a program is as natural to a programmer as breathing, and as productive. It ought to be as free."
 

 

 

ที่มา – junauza

จาก พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ส่งผลให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งผู้ดูแลระบบเครือข่ายต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับ พรบ. ทำอย่างไรหรือ ? ก้อเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไงครับ แต่ว่าเกิดปัญหานิดหน่อยในข้อ 9 ที่ว่า

ข้อ ๙ เพื่อให้ข้อมูลจราจรมีความถูกต้องและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงผู้ให้บริการต้องตั้งนาฬิกา ของอุปกรณ์บริการทุกชนิดให้ตรงกับเวลาอ้างอิงสากล (Stratum 0) โดยผิดพลาดไม่เกิน 10 มิลลิวินาที

โอ้ว พระเจ้า stratum 0 จะไปหาดาวเทียม จากไหนมาใช้กันล่ะนี่ เอาล่ะไม่ต้องตกอกตกใจไป ผิดพลาดไม่เกิน 10 มิลลิวินาที ยังมีทางออก (ใครมีตังค์ไปเช่าดาวเทียมแล้ว sync นาฬิกาให้ตรงก้อว่าไปนะครับ) เราสามารถใช้ Network Time Protocal เพื่อใช้ตั้งเวลาเครื่องคอมพิวเตอร์ในสอดคล้องกับข้อ 9 ได้

เอาล้ะเริ่มหาเป้าหมายของเครื่องที่จะติดตั้ง NTP กัน เอ้าเหล่าสาวก Ubuntu/Debian ก้อ apt-get install ntpdate นะครับ แล้วหา Stratum 1 Server ดีๆ สักตัว ที่ http://support.ntp.org/bin/view/Servers/StratumOneTimeServers ถ้าคิดไม่ออกเลือกไม่ถูกใช้ของ Nectec ได้ที่ clock.thaicert.nectec.or.th

วิธีการตั้งค่าง่ายมากครับ ให้คุณ login เป็น root ให้เรียบร้อยแล้วใช้คำสั่ง

# crontab -e

แล้วใส่คำสั่งดังนี้ลงไป

30 * * * * ntpdate clock.thaicert.nectec.or.th

แล้วบันทึก cron ซะ อ้อคำสั่งข้างต้นเป็นคำสั่งสำหรับ sync เวลาจากเครื่อง clock.thaicert.nectec.or.th ทุกๆ 30 นาที เอาล่ะ ถ้ายังงงๆ อยู่ลองใช้คำสั่ง ntpdate กันดูก่อนว่า มันทำงานยังไง

# ntpdate clock.thaicert.nectec.or.th
10 Sep 15:16:14 ntpdate[2264]: step time server 203.185.132.187 offset 10.006533 sec

ลองเปลี่ยนไปใช้ Stratum 1 Server ในรายการแล้วลองเปลี่ยนดูครับ ว่าเครื่องไหน offset เราต่ำที่สุด อ๊ะๆ โปรดเตรียมเทียบเวลา!!!