มะระกับผมตัดสินใจที่จะทำเว็บ Thai Open Source ใหม่ เอ่อ ไม่ได้ทำใหม่แบบโล๊ะของเก่าทิ้งนะครับ คือทำ theme ใหม่ และหน้าตาใหม่เท่านั้น ซึ่งจากการออกแบบโดยใช้ปากกา ดินสอ กระดาษรีไซเคิล ได้หน้าตาออกมาดังภาพครับ

หน้าแรก

ส่วนหน้าตาที่ออกแบบเป็น theme ต้องทำเป็น Drupal Theme เท่านั้น เพราะ Thai Open Source ใช้ Drupal เป็น CMS และแน่นอนต้องใช้ 960 Grid System + HTML5 + CSS3 ที่ได้ไปร่ำเรียนมา ออกแบบเป็น Drupal Theme ได้ดังภาพ

หน้าแรก 960

หน้าแรก 960

หน้าแรก 960

ตบท้ายด้วย Search API ตัวใหม่ ชื่อ Inline Ajax Search ซึ่งใช้ Lucence Search API เป็นตัวค้นหาข้อมูล ทำให้หน้าแรกของเว็บสามารถค้นหางานเขียน ผ่านกล่อง Search ได้อย่างลงตัว คิดว่าน่าจะเปลี่ยนหน้าเว็บใหม่ได้ในอาทิตย์หน้าครับ

นักพัฒนา GParted ออก Gparted รุ่น 0.8.0-5 สำหรับ Live CD แล้ว GParted Live เป็น Linux ขนาดเล็กที่มีเครื่องมือจัดการ partition อย่าง GParted บรรจุอยู่ด้วย GParted หรืออีกชื่อหนึ่ง Gnome PARTition EDitor เป็นโปรแกรมจัดการ partition ของ hardisk ซึ่งคุณสามารถสร้าง ลบ แก้ไข ย่อ ขยาย partition ได้ง่ายๆ ผ่านการทำงานแบบ GUI สนันสนุน file system แบบ Btrfs, ext2, ext3, ext4, FAT16, FAT32, HFS, HFS+,NTFS เป็นต้น GParted Live พัฒนาบน Debian sid ใช้ kernel รุ่นล่าสุด 2.6.38 รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่บันทึกการพัฒนา GParted Live 0.8.0-5 ดาวน์โหลดได้แล้วที่เว็บไซต์ SourceForge.net และที่สำคัญ GParted เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ใช้สัญญาอนุญาติแบบ GNU/GPLv2

Paul Davis ประกาศการออกรุ่น Ardour alpha3 แล้ว Ardour โปรแกรมโอเพนซอร์สที่ใช้จัดการเสียง คุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเข้ามา คือ การบันทึกเสียง multi-track แบบ MIDI ซึ่ง Ardour 3 สามารถแปลงร่างเป็น MIDI Sequencer ได้ note ที่เล่นจากกล่อง MIDI สามารถบันทึกแยกชิ้นเครื่องดนตรีออกมาเป็นหลายๆ track ได้ Ardour สนับสนุน plug-in อย่าง Steinberg’s VST format ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบน Mac OS X และ LV2 ที่ใช้กันมากใน Linux Ardour 3 alpha 2 สามารถดาวน์โหลดได้แล้ว ทั้ง 32 และ 64bit สำหรับ Linux ส่วนรุ่นที่ใช้กับ Mac OS X ต้องรอการพัฒนาอีกระยะหนึ่ง

นักพัฒนา FFmpeg ประกาศรวม feature ของโครงการ FFmpeg-mt เข้ากับ FFmpeg แล้ว หลังจากโครงการนี้พัฒนามายาวนานกว่า 3 ปี โครงการ FFmpeg พัฒนาโดย Alexander Strange เมื่อปี 2008 ภายใต้โครงการ Google Summer of Code (GSoC) ซึ่ง FFmpeg-mt นี้เป็นโครงการทดลองการถอดรหัสแบบ multi-threaded การสนับสนุน multi-threadeding ทำให้ FFmpeg สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหลายคอร์ ซึ่งฟีจเจอร์นี้จะได้ใช้งานจริงคงอยู่ใน FFmpeg รุ่น 0.7

FFmpeg เป็นเครื่องมือและไลบรารีเพื่อใช้บันทึก แปลง และอ่านไฟล์เสียงและภาพวิดีโอได้ในหลายรูปแบบ ถูกใช้ในโครงการโอเพนซอร์สหลายโครงการด้วยกัน เช่น VLC, Mplayer, Perian เป็นต้น FFmpeg รุ่นล่าสุดคือรุ่น 0.6.1 ใช้สัญญาอนุญาติแบบโอเพนซอร์สแบบ LGPL หรือ GPL ขึ้นอยู่กับการเอาไปใช้งาน

ปัญหา DOS และ Brute Force Attack เป็นปัญหาที่หลายๆ คนอาจได้พบบ้าง แต่ถ้า DDOS ก็ตัวใครตัวมันครับ :P ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหายอดนิยม โดยเฉพาะเครื่องที่โดน Attack มักจะมีของสำคัญๆ อยู่ในนั้น เช่น รูปภาพ, ไฟล์ข้อมูล หรือ ตกเป็นเป้าเพื่อใช้ยืมเครื่องไปยิงเครื่องอื่นๆ ต่อ ซึ่งวิธีการที่ยอดฮิดมากคือการยิงผ่านช่องโหว่ของ Web Application ที่เราใช้ๆ กันอยู่อย่างเช่น CMS, โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล เป็นต้น หากวัตถุประสงค์เพื่อก่อกวนให้ Apache ทำงานไม่ได้ หรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำงานไม่ได้ มักจะโดน DOS หรือ DDOS แต่เราสามารถป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ได้ โดยใช้ fail2ban ครับ

มาวิเคราะห์สถานการณ์กันก่อน คำถามที่ต้องถามตัวเองคือ เราจะทราบได้อย่างไรว่าเครื่องไหน IP อะไรเข้าข่าย attack เราบ่อยครั้ง ? คำตอบง่ายๆ ก็ดู log หน้าเว็บที่ถูกเรียก และปริมาณของ package ที่ส่งเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น เว็บ ABC โดน DOS โดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ซ้ำ IP เปิดเว็บหน้าหนึ่งซึ่งพยายามจะดาวน์โหลดไฟล์ xxx.exe ที่ไม่มีอยู่ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของ ABC เลย ถ้าอย่างนี้เรียกโดน 2 เด้ง แสดงว่าเซิร์ฟเวอร์(เคย)มี trojan ฝังอยู่ และเครื่องที่ติด trojan หรือ virus ก็พยายามขยายตัวเองออกไปยังเครื่องอื่นๆ อย่างนี้เว็บ ABC ก็จะมี traffic จำนวนมหาศาลดาวน์โหลดไฟล์ xxx.exe นี้ หากเรามาพิจารณา log ไฟล์ จะพบ Error 404 ที่เรียกไฟล์ xxx.exe ดังนี้

...
220.191.231.206 - - [05/Mar/2007:11:50:20 +0100] "GET http://www.abc.com/xxx.exe HTTP/1.0" 404 534 "-" "Mozilla/4.0 (compatible; MSIE 6.0; Windows NT 5.1; SV1)"
...

หาดูที่ log จะพบว่า เครื่องที่เรียกไฟล์ xxx.exe นี้มาจาก IP Address 220.191.231.206 หากมีการ attack นิดเดียว เราสามารถใช้ iptables มา band IP Address นี้ได้ แต่ถ้ามีมากจนนับไม่ได้นี่ก็ต้องใช้เครื่องมือช่วยครับ นั่นคือ fail2ban นั่นเอง ในส่วน config ไฟล์ชื่อ jail.conf เราสามารถใช้ regular expression ในการจัดการ filter ข้อมูลใน log ไฟล์ที่เราต้องการได้ ในที่นี้คือ IP ของเครื่องปลายทางที่เรียกไฟล์ xxx.exe นั่นเอง เราก็จะสามารถเพิ่ม config ให้ fail2ban ได้ดังนี้

[apache-trojan-xxx]

enabled = true
filter = ^<HOST> - .*GET.*/xxx.exe
logpath = /var/log/apache/access.log
maxretry = 6

แค่นี้เราก็ได้วิธีการ band เครื่องที่เป็นปัญหาแล้ว :) ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูนะครับ

CREate Background Slideshow ช่วยให้เราสร้าง wallpaper แบบ slide show ได้ง่ายๆ โดยการเปลี่ยนภาพที่เรากำหนดไว้ในโปรแกรม ตั้งค่าเปลี่ยนภาพ wallpaper ที่เราต้องการตามเวลาที่กำหนด แถมยังสนับสนุน transition อีกด้วย Crebs เป็นโปรแกรม Python/GTK เล็กๆ ช่วยให้คุณสร้างชุด wallpaper slide show ได้ง่ายๆ เพียงแค่เลือกภาพที่ต้องการ กำหนดชื่อชุดภาพและตั้งเวลาในการเปลี่ยนภาพเท่านั้น คุณยังสามารถตั้งค่าการแสดงผลของภาพ wallpaper ได้ เช่น zoom, scale, tile เป็นต้น ใครสนใจทดลอสามารถติดตั้งได้จาก PPA โครงการนี้ได้โดยตรง

วิธีการติดตั้ง

sudo add-apt-repository ppa:crebs/ppa
sudo apt-get update && sudo apt-get install crebs

ช่วงนี้ทีมพัฒนา Suriyan วุ่นกับงาน contribute ขึ้นต้นน้ำใน 3 โครงการหลัก คือ Gnome, OpenOffice.org และ Ubuntu ซึ่งอย่างน้อยทั้ง 3 โครงการจะวนกลับมาเป็นต้นน้ำให้กับ 53.04 Roronoa Zoro รุ่นที่จะออกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ สำหรับงานพัฒนาที่ยังคงค้างที่ Suriyan ก็ค่อยๆ ทะยอยแก้ไข และ fix bug อยู่เรื่อยๆ ซึ่งสามารถทดสอบได้จาก Suriyan Repository ได้โดยตรง ช่วง 1-2 อาทิตย์นี้ repository แทบจะไม่นิ่งเลย ตอนนี้เวลาก็งวดเข้ามา แต่กลัวว่าจะเสร็จไม่ทัน สำหรับ Suriyan มีส่วนต้องแก้ไขอยู่หลายจุด โปรแกรมชุดแรกคงหนีไม่พ้น OpenOffice.org 3.2 ถัดมาก็เป็นส่วนประกอบอื่นๆ เช่น Plymouth, Kernel, Firmware, codec เป็นต้น สำหรับชุด package ของ Suriyan เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จากรุ่นที่แล้ว ทำให้การทำงานส่วนใหญ่ติดอยู่กับการ maintain packages และทดสอบ package ของ Suriyan กับ Ubuntu 10.04 Lucid Lynx เสียมากกว่า วันนี้เอาภาพ Suriyan alpha 1 มาฝาก ถ่ายภาพจากกล้องโทรศัพท์มือถืออาจไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูแล้วเข้าใจ

จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับ OpenNebula ไปแล้ว สำหรับในตอนที่ 2 นี้เราจะมาติดตั้ง OpenNebula กัน OpenNebula ออกแบบมาโดยใช้โครงสร้าง Cluster เดิมที่มีอยู่แล้วได้ ดังนั้นจาก Minimum Configuration เดิมซึ่งสามารถใช้งานได้เลย จากภาพเราจะมีเครื่อง Front End (Head Node) เพื่อทำหน้าที่จัดการ Image Repository, VMs, Scheduling ใน Cluster Node ที่เชื่อมต่ออยู่ จาก Minimun Configuration เครื่อง Front End จะมีการ์ดแลนอย่างน้อย 2 ใบ ใบหนึ่งเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายภายนอก หรือ Internet ส่วนอีกใบหนึ่งจะเชื่อมต่อกับ Cluster Node ดังภาพ สำหรับเครื่อง Node มีการ์ดแลนอย่างน้อย 1 ใบ

เครื่อง Front End จะทำหน้าที่ควบคุม VM และ Image Repository ดังนั้นเครื่อง Front End จะเปิด Services NFS เพื่อให้เครื่อง Node ทั้งหมดเข้ามาเรียกใช้ VM Image จากเครื่อง Front End ได้ ดังนั้นในการขยายขนาด Stroage คุณสามารถเลือกใช้ Distributed Storage เพื่อเพิ่มจำนวน Node และ Storage ได้ในตัว (วิธีการนี้ไม่ขอพูดถึงในเนื้อหาครับ) สำหรับเครื่อง Cluster Node แนะนำให้เป็นเลขคู่ 2,4,6,8 เป็นต้น สำหรับ Cluster Node ที่เราจะติดตั้งมี 2 เครื่อง

การติดตั้ง OpenNebula ทำได้หลายวิธีตั้งแต่ติดตั้งจาก Source Code ไปจนถึงติดตั้ง Binary Package ของแต่ละ Linux Distribution ได้ สำหรับ Linux Distribution ที่เราจะมาติดตั้งกันวันนี้คือ Ubuntu Server 10.04 LTS ส่วนการติดตั้ง OpenNebula เราจะใช้ OpenNebula Express 2.0 เพื่อย่อยระยะเวลาและความยุ่งยากในการติดตั้ง มาลงมือกันเลย

ทำความเข้าใจก่อนลงมือ จากโครงสร้าง Cluster ข้างต้น เครื่อง Front End มี 2 NIC ขาหนึ่งต่อเครือข่ายภายนอก public network (eth0) ส่วนอีกใบหนึ่งจะเชื่อมต่อกับ Cluster Node (eth1) ที่เป็น private network ในเครือข่าย 192.168.2/24

เครื่อง Front End ติดตั้ง Ubuntu Server 10.04 LTS ในตอนที่ตัวติดตั้งถามชุดโปรแกรมที่ต้องการ ให้เลือกติดตั้งเฉพาะ OpenSSH server เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้ Config NIC ใบที่ 2 เชื่อมต่อกับ Cluster Node ที่เป็น private network โดยใช้ IP Address 192.168.2.1 แก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces เพิ่มค่าลงไปดังนี้

auto eth1
iface eth1 inet static
address 192.168.2.1
netmask 255.255.255.0

เครื่อง Front End จะทำหน้าที่เป็น Router เพื่อ forward package จากเครื่องใน private network ออกไปภายนอกได้ ดังนั้นเราต้องตั้งค่าให้กับ Firewall เพื่อ forward package ดังนี้

แก้ไขค่า /etc/sysctl.conf กำหนดค่า ในส่วน net.ipv4.ip_forward ดังนี้

net.ipv4.ip_forward = 1

และทำ IP masquerading ทุกครั้งที่ boot ในไฟล์ /etc/rc.local:

iptables -t nat -A POSTROUTING -o eth0 -j MASQUERADE

ที่เครื่อง Node ติดตั้ง Ubuntu Server 10.04 LTS ในตอนที่ตัวติดตั้งถามชุดโปรแกรมที่ต้องการ ให้เลือกติดตั้ง OpenSSH server และ Virtual Machine host เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้ Config NIC ใบที่ 1 (eth0) เป็น IP Address ดังนี้ 192.168.2.2 และ Gateway เป็นเครื่อง Front End แก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces เพิ่มค่าลงไปดังนี้

auto eth0
iface eth0 inet static
address 192.168.2.2
netmask 255.255.255.0
gateway 192.168.2.1

กลับไปที่เครื่อง Front End ให้ติดตั้ง OpenNebula โดยติดตั้งจาก OpenNebula Express ดังนี้

wget http://dev.opennebula.org/attachments/download/244/opennebula_express-2.0.tar.gz
tar zxvf opennebula_express-2.0.tar.gz
cd opennebula_express-2.0
./install

ตัวโปรแกรมจะให้เลือกการติดตั้งดังนี้

Select deployment type (press '0' to exit):
1) Ubuntu 10.04 - KVM - NFS
2) Ubuntu 10.04 - KVM - SSH
3) CentOS 5.5 - Xen - NFS
4) CentOS 5.5 - Xen - SSH

เลือกข้อ 1 เพื่อติดตั้ง OpenNebula โดยใช้ Ubuntu Server 10.04 LTS และใช้ KVM เป็น Hypervisor จากนั้นโปรแกรมจะถาม Network Address เพื่อกำหนดให้เครือข่ายใดเชื่อมต่อกับ NFS Server ได้ ให้ใส่ 192.168.2.0/24 จากนั้นรอติดตั้งจนเสร็จ

user@frontend:~$ sudo -iu oneadmin
oneadmin@frontend:~$ onevm list
ID USER NAME STAT CPU MEM HOSTNAME TIME

oneadmin@frontend:~$ onehost list
ID NAME RVM TCPU FCPU ACPU TMEM FMEM STAT

ถ้าได้ผลลัพท์ข้างต้น ถือว่าใช้ได้ครับ ;) ทีนี้ให้คัดลอกไฟล์ node-install.sh ไปยังเครื่อง Node แล้วสั่ง

./node-install.sh

เมื่อติดตั้งเสร็จ เครื่อง Node จะ mount ไปยัง NFS Server ที่เครื่อง Front-End ทีนี้ให้ Config Network Bridge ไปยัง eth0

แก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces แก้ไขในส่วน eth0 ให้เป็นดังนี้

# The primary network interface
auto eth0
iface eth0 inet manual

auto br0
iface br0 inet static
address 192.168.2.2
netmask 255.255.255.0
network 192.168.2.0
broadcast 192.168.2.255
gateway 192.168.2.1
bridge_ports eth0
bridge_fd 9
bridge_hello 2
bridge_maxage 12
bridge_stp off

ตอนนี้เราได้เครื่อง Node มาแล้ว 1 เครื่องสำหรับ Private Cloud ของเราแล้ว ทีนี้ให้คุณ copy ไฟล์ node-install.sh ไปยังเครื่อง Node เครื่องอื่นๆ และตั้งค่า Bridge ให้เรียบร้อย เมื่อได้เครื่อง Node ครบแล้ว ให้เพิ่ม Node ทั้งหมดลงใน Front End ดังนี้

oneadmin@frontend:~$ onehost create node01 im_kvm vmm_kvm tm_nfs
oneadmin@frontend:~$ onehost create node02 im_kvm vmm_kvm tm_nfs
oneadmin@frontend:~$ onehost create node03 im_kvm vmm_kvm tm_nfs
oneadmin@frontend:~$ onehost create node04 im_kvm vmm_kvm tm_nfs
oneadmin@frontend:~$ onehost list
ID NAME CLUSTER RVM TCPU FCPU ACPU TMEM FMEM STAT
0 node01 default 0 800 800 800 4057060 3916772 on
1 node02 default 0 800 775 700 4057060 3893936 on
2 node03 default 0 800 778 700 4057060 3893936 on
3 node04 default 0 800 800 800 4057060 3916772 on

ตอนนี้เราได้ Node เพื่อรองรับการ provisioning แล้ว แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ครับ เราต้องเพิ่ม Virtual Network และ VM image กันก่อน เพื่อความสะดวกให้เอาไฟล์ตัวอย่าง ซึ่งเป็น ttylinux มาทดสอบดังนี้ ที่เครื่อง Front End ให้ download ttylinux มาดังนี้

mkdir -p templates/ttylinux
cd templates/ttylinux/
wget http://dev.opennebula.org/attachments/download/170/ttylinux.tar.gz
tar xvzf ttylinux.tar.gz

ให้คุณสร้างไฟล์ template ชื่อ vmlan.net สำหรับ VMs ดังนี้

NAME = "VM LAN"
TYPE = RANGED
BRIDGE = br0
NETWORK_ADDRESS = 192.168.2.128
NETWORK_SIZE = 126
NETMASK = 255.255.255.0
GATEWAY = 192.168.2.1
NS = x.x.x.x

ตรง NS ให้กำหนด IP Name Server ที่คุณต้องการใช้ จากนั้น register virtual network ดังนี้

oneadmin@frontend:~$ onevnet create vmlan.net
oneadmin@frontend:~$ onevnet list
ID USER NAME TYPE BRIDGE P #LEASES
0 username VM LAN Ranged br0 N 0

เมื่อลงทะเบียน VM LAN แล้วให้คุณสร้างไฟล์ template ชื่อ ttylinux.one สำหรับ Virtual Machine ดังนี้

NAME = ttylinux
CPU = 1
MEMORY = 128

DISK = [
source = "/home/oneadmin/templates/ttylinux/ttylinux.img",
target = "hda",
readonly = "no" ]

NIC = [ NETWORK = "VM LAN" ]

FEATURES=[ acpi="no" ]

GRAPHICS = [
type = "vnc",
listen = "0.0.0.0",
port = "5902" ]

เมื่อได้ไฟล์ template แล้วคุณสามารถสั่ง start vm ได้เลย ด้วยคำสั่ง

oneadmin@frontend:~$ onevm create ttylinux.one

เมื่อสั่ง start vm แล้วให้ดูสถานะของ VM ด้วยคำสั่ง onevm list ดังนี้

oneadmin@frontend:~$ onevm list

ID USER NAME STAT CPU MEM HOSTNAME TIME
0 oneadmin ttylinux runn 0 0 node04 00 00:00:19

จากข้อมูลข้างต้น VM ชื่อ ttylinux มีสถานะกำลัง running และใช้ เครื่อง Node เครื่องที่ 4 (node04) เป็นตัวประมวลผลอยู่ คุณอาจสงสัยว่าทำไม OpenNebula เลือกเครื่อง Node04 แทนที่จะเป็น Node01 ที่เป็นเครื่องแรก ก็เพราะว่า OpenNebula จะเลือก Node ที่มี resource เหลือมากที่สุดในขณะนั้นก่อน นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องกำหนด Node ที่ต้องการ deploy VM เลย เพราะ OpenNebula จะเป็นผู้เลือกให้นั่นเอง

หากคุณต้องการเข้าใช้เครื่องให้คุณใช้ vncviewer ดังนี้

vncviewer node04:5902

สำหรับการติดตั้ง OpenNebula และการตั้งค่าพื้นฐานมีเพียงเท่านี้ ในตอนต่อไปจะเป็นการสร้าง VM Image เพื่อใช้งานใน Private Cloud ของเราครับ

Wildfire Games ประกาศการออกรุ่น Alpha 4 ของ 0 A.D. เกมส์ RTS สไตล์ Age of Empires ที่ให้ผู้เล่นเป็นผู้สร้างและบริหารจัดการเมืองกรีกโบราณ ปกป้องเมืองจากผู้รุกราน ตัวเกมส์เน้นไปที่ระยะเวลาช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล จนถึง 500 ปีหลังจากนั้น ซึ่งมีโหมดเล่นเกมส์กว่า 6 โหมด แถมระบบการเล่นแบบหลายผู้เล่น 0 A.D. รหัสพัฒนา Daedalus เริ่มมี AI ที่ให้ผู้เล่น ฝึกประชากรที่เป็นผู้หญิง เก็บผัก ล่าสัตว์ ทำเหมือง สร้างบ้าน ทำฟาร์ม ฝึกทหารและส่งไปรบ สำหรับสัตว์อย่างช้าง และสิงโตก็มีการตอบโต้กลับ แถมวิ่งหนีไปจากการล่าอีกด้วย สิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดได้แก่ texture ของเกมส์ที่ปรับปรุงได้ดีขึ้นมาก

0 A.D. Alpha 4 สำหรับ Windows, Linux, Mac พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วที่เว็บ Wildfire 0 A.D. เป็นเกมส์โอเพนซอร์ส ซอร์สโค้ดเกมส์ใช้สัญญาอนุญาติแบบ GNU General Public License (GPLv2) สำหรับเสียง ภาพ เพลง ที่อยู่ในเกมส์ใช้สัญญาอนุญาติแบบ Creative Commons License CC-BY-SA

Mozilla ประกาศให้ดาวน์โหลด Firefox 4 ในวันแรกที่เปิดให้ดาวน์โหลด 24 ชั่วโมง ยอดดาวน์โหลดกว่า 7 ล้านครั้ง มากกว่า Internet Explorer 9 ถึง 3 เท่า สัดส่วนการดาวน์โหลดเป็นดังนี้ Europe 45%, North America at 25%, Asia 20%, South America 7%, Oceania 2% และ Africa 2% Firefox 4 เป็นเบราเซอร์โอเพนซอร์สรุ่นล่าสุด ที่มี UI ใหม่ สนับสนุน HTML5 การจัดการ Tab แบบใหม่ มี Firefox Sync ทำให้ข้อมูล Bookmark ของคุณยังคงอยู่ แถมด้วย add-on อีกหลายพันตัวที่น่าสนใจ

ใครยังไม่มี Firefox 4 เอาไว้ใช้ดาวน์โหลดได้ที่เว็บ Mozilla ได้เลยครับ