Camino เป็นโครงการพัฒนาเว็บเบราเซอร์สำหรับ Mac ซึ่งใช้เทคโนโลยีจาก Mozilla เช่นเดียวกับ Firefox สำหรับในรุ่นใหม่นี้อัพเดทในส่วน HTTPS Certificate ชุดใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงการทำงานร่วมกับ Java Applet ใหม่ด้วย โครงการ Camino จะเหมือนกับ Firefox รุ่นเก่าใช้ Gecko เป็นตัว rendering engine สำหรับส่วนที่แตกต่างจาก Firefox คงเป็นในเรื่องของหน้าตาที่จะเข้ากับ Mac มากกว่าเพราะใช้ Cocoa แทน XUL นั่นเอง ข้อมูลเกี่ยวกับ Camino สามารถอ่านได้จากบันทึกการพัฒนา Camino สามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่เว็บไซต์โครงการ Camino เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ใช้สัญญาอนุญาติแบบ Mozilla Public License, LGPL และ GPL

หลายท่านที่กำลังละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยทางตรง, ทางอ้อม หรือโดยไม่รู้ตัว คุณกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และยังผิดกฏหมายอีกด้วย หากท่านทราบว่าท่านกำลังละเมิดลิขสิทธิ์ ท่านแก้ไขได้! ก่อนอื่นอยากให้อ่าน ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ดังลิงค์ข้างล่าง

 * ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา
 * รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ท่านสามารถแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ คือ

 1. ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ
 2. ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

ท่านที่มีงบประมาณเพียงพอสามารถจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก หากท่านที่ไม่งบประมาณสามารถใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ และท่านสามารถทำได้ด้วยตัวท่านเอง ดังนี้

ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ท่านสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra (จันทรา) ได้โดยตรง ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra แบ่งออกเป็น 8 หมวด ซึ่งครอบคลุมสำหรับการทำงานสำหรับสำนักงานและการใช้งานที่บ้าน คุณสามารถดาวน์โหลดชุดซอฟต์แวร์ Chantra ได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติ

ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ท่านสามารถสั่งซื้อ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ได้จากตัวแทนจำหน่าย หรือใช้ระบบปฏิบัติการเสรีอย่าง Suriyan (สุริยัน) หรือ ลินุกซ์ค่ายอื่นๆ เช่น Debian, Fedora, PCLinuxOS, Linux TLE, Ubuntu ซึ่งลินุกซ์ค่ายต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้งานภาษาไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดลินุกซ์ค่ายต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติเช่นกัน

ความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

1. เสี่ยงต่อการจ่ายต้นทุนระบบคอมพิวเตอร์สูงกว่าที่ควร

ต้นทุนของระบบคอมพิวเตอร์ มีทั้งจากฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ การสนับสนุนทางด้านเทคนิค การให้คำปรึกษาทางด้านการจัดการ และบริการอื่น ๆ การติดตั้ง และการบริหารระบบ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร จะทำให้ต้นทุนการจัดการระบบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์มักอยู่นอกกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทำให้ต้นทุนรวมของการบริหารระบบราคาแพงกว่าที่ควรในนะยะยาว

2. เสี่ยงต่อปัญหาไวรัส

ซอฟต์แวร์ทเป็นของปลอม หรือไม่มีลิขสิทธิ์ อาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจทำให้ข้อมูลทั้งฮาร์ดดิสก์สูญหายหมด ซื้อซอฟต์แวร์จากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันปัญหาไวรัส

3. เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

กฎหมายลิขสิทธิ์มีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งทางแพ่งและทางอาญา นอกจากบทลงโทษทางด้านกฎหมาย ด้วยการปรับ และการจำคุกแล้ว ผลที่ติดตามมา คือ ความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร ความยอมรับของลูกค้าและสาธารณชน รวมทั้งชื่อเสียง ในด้านลบของผู้บริหารอีกด้วย การใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า

ท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อาจต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ดังนี้

 1. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่สาธารณชน รวมทั้งการนำต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวออกให้เช่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์  : มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 2. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม คือ การกระทำทางการค้า หรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นโดยผู้กระทำรู้อยู่แล้ว ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ยังกระทำเพื่อหากำไรจากงานนั้น ได้แก่ การขาย มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ เสนอให้เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร : มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 * ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก จะต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
 * กรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
 * ค่าปรับที่ได้มีการชำระตามคำพิพากษานั้น ครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าวไรก็ดีการได้รับค่าปรับดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับไว้แล้วนั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
2. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
3. จะทราบได้อย่างไรว่าซื้อซอฟต์แวร์ของแท้

 

งานโอเพนซอร์สเวิร์ลฟอรัมที่ปารีส Matthew Aslett เป็นผู้บรรยายสถานการณ์ของ FOSS ในปี 2009 ได้เขียนบทความสรุปใจความสำคัญลงในบล็อกที่ 451 CAOS Theory เรื่อง FOSS: War is over (if you want it)  ซึ่ง Matt เองได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการหันมาใช้งาน FOSS เพิ่มมากขั้นทั่วโลก หลายบริษัทอย่าง Microsoft, IBM, SAP ต่างก็หาจุดยืนและเดินร่วม FOSS เพื่อความอยู่รอดในอนาคต บริษัทซอฟต์แวร์ต่างพยายามพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เป็นโอเพนซอร์สมากขึ้น ใช้สัญญาอนุญาติที่ได้รับการรับรอง OSI หรือสร้างสัญญาอนุญาติให้เอื้อต่อกลยุทธทางการตลาดในแนวทางขอว FOSS ทุกอย่างเปลี่ยนไป หากจะบอกว่า FOSS ชนะคงจะไม่ใช่ หากแต่เป็นการปรับตัวของธุรกิจและกลยุทธทางการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสียมากกว่า

สำหรับ Matt ได้ทิ้งท้ายลงในบทความในเรื่องข้อสังเกตของ Andrew Oliver ที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า "สงครามเป็นเพียงการรักษาความแตกต่างระหว่าง open source และ proprietary เท่านั้น" เมื่อต้นปี 2009 เราเห็นสัญญาจากความต้องการการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่างมาก แต่ความต้องการเหล่านี้เกิดขึ้นกับสัญญาอนุญาติแบบโอเพนซอร์สเช่นกัน ซึ่งสัญญาอนุญาติที่ได้รับการรับรองจาก OSI ถูกปรับแต่งให้เข้ากับโมเดลการพัฒนาซอฟต์แวร์ โมเดลธุรกิจ ตลอดจนสัญญาอนุญาติการใช้งานของผู้ใช้ โครงการซอฟต์แวร์อาจใช้สัญญาอนุญาติที่ผ่านการรับรองของ OSI แต่ 98% ของโครงการมีนักพัฒนาเป็นคนในองค์การนั้นเอง นี่จึงเป็นคำถามที่ว่า ซอฟต์แวร์นั้นเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจริงหรือเปล่า หากผู้ใช้ต้องการสัญญาอนุญาติแบบ proprietary ที่มีคุณสมบัติและฟังก์ชันของซอฟต์แวร์ที่มากกว่า ก็จะเป็นคำถามเช่นกันว่าซอฟต์แวร์ทั้งหมดนั้นเป็นยังจะเป็นซอฟร์แวร์โอเพนซอร์สอยู่มั๊ย กรณีนี้เป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง จนเกิดเป็น mixed model ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็น proprietary แต่พัฒนาโครงการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แต่การแก้ปัญหาแบบ mixed model แบบนี้มีความไม่แน่นอน ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ RedHat ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ได้ใช้ mixed model ของสัญญาอนุญาติทั้ง 2 แบบเลยแต่ประสบความสำเร็จได้ และอีกหลากหลายบริษัทที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน อย่างไรก็ตาม mixed model เป็นเพียงแค่ทางออกเท่านั้น แต่ FOSS อย่างไรก็ยังอยู่คู่กับซอฟต์แวร์แบบ proprietary อยู่ดี

แต่ก็ยังมีอีกหลากหลายกรณีอย่างเช่น Mark Taylor กล่าวว่า "ถึงโอเพนซอร์สจะชนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าโลกจะเปลี่ยน" ที่ Mark กล่าวมานั้นเป็นเรื่องที่เราๆ ทราบกันดี คือ นโยบายการจัดซื้อจันจ้าง ยังไม่มีการพิจารณา  FOSS มีแต่การพิจารณาซอฟต์แวร์แบบ proprietary เท่านั้น หลายประเทศก็ประสบปัญหานี้ บางประเทศก็ใช้กฏเหล็กในการบังคับใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในระดับนโยบาย โดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ อย่างเช่นในประเทศอังกฤษ แต่การจัดซื้อจัดจ้างกลับยังมีการตกลงกันเรื่อง สัญญาอนุญาติแบบ proprietary อยู่ดี ซึ่งนโยบายการจัดซื้อและการปฏิบัติไม่สอดคล้องกัน นั่นทำให้ใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นไปอีก แต่สนามสงครามแห่งใหม่ในปี 2010 อยู่เหนือกว่านั้นจากปัญหาเศรษฐกิจการขยับตัวไปที่ cloud computing ซึ่งเป็นที่ข้อมูลแบบเปิดและแพลตฟอร์มแบบเปิดยังถูกติดล็อกอยู่ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ยังเป็นเพียงข้อคิดเห็น แต่ในความเป็นจริงโอเพซอร์สเป็นกลไกหลักสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกสิ่งเหล่านี้ได้ตัวของมันเอง

ที่มา – 451 CAOS Theory

Debian Squeeze 6.0 ออกรุ่นอัพเดทแล้ว หลังจาก Squeeze ออกรุ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซอฟต์แวร์หลายตัวก็ได้รับการแก้บั๊กและช่องโหว่ต่างๆ และให้บริการผ่านคลังซอฟต์แวร์ของ Debian เอง ชื่อ security.debian.org ผู้ใช้สามารถอัพเดทผ่าน Software Center ได้โดยตรง แพคเกจที่มีการแก้ไขบั๊ก เช่น ClamAV, KDE, Linux Kernel และ Debian Installer สำหรับการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยได้แก่ PostgreSQL, Tomcat, Chromium, WordPress และซอฟต์แวร์อีกหลายตัว คุณสามารถดูรายละเอียดได้จาก ChangeLog

Mozilla Project ปล่อย Firefox 4 RC2 ออกมาแล้ว ซึ่งท่านที่ใช้ Firefox 4 รุ่นเก่าจะได้รับการแจ้งให้อัพเดทเป็นรุ่น RC2 ซึ่งในรุ่นนนี้มีการอัพเดท HTTPS Certificate พร้อมกับอัพเดทภาษาต่างๆ ที่จะถูกบรรจุลงใน Firefox 4 รุ่นจริง ซึ่งในรุ่น RC2 นี้เพิ่มภาษาเวียดนามเข้ามาทำทำให้ Firefox 4 สนับสนุนภาษากว่า 83 ภาษาแล้ว จากเหตุการณ์เลื่อนการออกรุ่น Firefox 4 ตั้งแต่ Beta 12 เป็นต้นมาทำให้การออกรุ่นเลื่อนมาจนถึงเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งถ้าเป็นไปตามกำหนดการ Firefox 4 จะออกรุ่นจริงในวันที่ 22 มีนาคมนี้

Firefox 4 เป็นเว็บเบราเซอร์โอเพนซอร์สใช้ Gecko 2.0 เป็นตัว rendering platform คุณสมบัติใหม่ๆ หลายตัวถูกเพิ่มเติมลงไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Add-on Manager ตัวใหม่ และ extension manager API นอกจากนี้ยังปรับปรุง UI อย่างใช้ Tab on top เป็นต้น สำหรับบันทึกการออกรุ่นสามารถอ่านได้ที่เว็บบล็อกของ Mozilla Firefox เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ส่วนซอฟต์แวร์ที่เป็นไบนารีใช้สัญญาอนุญาติแบบ Mozilla Firefox End-User Software License Agreement สำหรับ Source Code ของโปรแกรมใช้ 3 License ดังนี้ Mozilla Public License, GPLv2 และ LGPLv2.1

Google Chrome เป็นเว็บเบราเซอร์ของค่าย Google โดยใช้ WebKit เป็นตัว HTML Engine ใน Chrome รุ่น 11.0.696.12 มีคุณสมบัติใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากแต่ในรุ่นกำลังพัฒนา (Developer Channel) มีโลโก้ใหม่โผล่ออกมาด้วย ในรูปภาพ 2D แทนที่จะเป็นโลโก้ 3D เหมือนรุ่นก่อนๆ ซึ่งในโลโก้ใหม่ออกจะแบนๆ เป็นภาพ 2D ดังภาพข้างล่าง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว Google ก็เปลี่ยนโลโก้ของ Chromium ซึ่งเป็นเบราเซอร์โอเพนซอร์สเช่นกัน ซึ่งลักษณะก็เป็นภาพแบบ 2D เช่นเดียวกัน สำหรับ Chrome ในรุ่น 11.0.696.12 นอกจากโลโก้ใหม่ยังมีการแก้ไข Chrome App อย่าง New York Time, Status Bar, Tooltip และบั๊กอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้เบราเซอร์แครช

ทีมนักพัฒนา FreeNAS ออกรุ่น Release Candidate 3 สำหรับ FreeNAS 8.0 โครงการพัฒนา Network Attached Storage (NAS) บน FreeBSD สำหรับ FreeNAS มีตัวบริการจัดการที่เป็นเว็บทำให้คุณสมารถจัดการ NAS ของคุณได้อย่างง่ายๆ FreeNAS ยังสนับสนุน FTP, NFS, CIFS (Samba), AFP, rsync และ iSCSI และยังมี software RAID ที่จัดการ RAID0,1,5 ได้อีกด้วย จากการพัฒนาในรุ่นนี้มีการปรับปรุงเรื่องการใช้งานผ่าน Apple Filing Protocal (AFP), Common Internet File System (CIFS), iSCSI ให้ดีขึ้น, บริการจัดการผ่าน HTTPS FreeNAS พัฒนาส่วน GUI เป็นโมดูลใช้ภาษา Python และ Django Framework โดยยังคงวัตถุประสงค์ให้ใช้งานง่ายเหมือนเดิม

คุณสามารถอ่านข้อมูล FreeNAS 8.0 RC3 เพิ่มเติมได้ที่ release note และดาวน์โหลดเพื่อทดลองใช้งานได้ที่ Sourceforge.net สำหรับการอัพเกรดจาก 0.7.x ยังทำไม่ได้ FreeNAS เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สใช้สัญญาอนุญาติแบบ BSD License สนับสนุนการพัฒนาโดย iXsystem

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานักพัฒนาในโครงการ FFmpeg ยึดโครงการแล้วหาคนดูแลโครงการคนใหม่ หลังถอดผู้ดูแลโครงการคนเก่าออกเนื่องจากโดนข้อหาทำให้การพัฒนา Codec ล่าช้าโดยการไปทำ Codec ของ Video และ Audio กว่า 100 ตัวโดยไม่จำเป็นแถมไม่ปรึกษาว่าควรทำหรือไม่ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุให้ Michael Niedermayer โดนถอดออกจากตำแหน่ง สำหรับโครงการ FFmpeg ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Libav ใช้ชื่อเว็บโครงการว่า Libav.org แต่โครงการ FFmpeg เดิมจะยังคงอยู่ละมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ สำหรับ Libav เริ่มวางแผนการพัฒนาและกำหนดทิศทางการพัฒนา

GNU Project ออกมาประกาศแผนการพัฒนา GNU Free Call ซึ่งเป็นบริการการสื่อสารสำหรับสาธารณะและหวังว่าจะเป็นบริการที่มาแทน Skype ได้ ทีมนักพัฒนายังบอกอีกด้วยว่าบริการนี้ครอบคลุมในทุกๆ แพลตฟอร์ม ทั้ง PC และ Smartphone ตัวระบบจะไม่เหมือนกับ Skype นักเพราะว่าจะใช้ SIP Protocol ในการใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารอีกด้วย โครงการนี้พัฒนาต่อยอดจาก GNU SIP Witch ซึ่งเป็นระบบลงทะเบียนผู้ขอบริการโทรศัพท์ในรูปแบบ SIP Server แทนที่จะใช้เซิร์ฟกลางที่ใดที่หนึ่ง แต่ระบบนี้จะสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ ทำตัวเป็น meched calling network ได้โดยไม่ต้องมีเซิร์ฟเวอร์กลาง ไม่ต้องมีหน่วนควบคุมศูนย์กลาง ระบบจะยังทำงานได้สมบูรณ์ ขณะที่เซิร์ฟเวอร์บางส่วนใช้งานไม่ได้ โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก Haakon Eriksen และ Devid Sugar สำหรับเว็บไซต์โครงการดูได้จากเว็บ Wiki ของ GNU Telepony

ZFS สำหรับ Linux FUSE (File-system in User Space) 0.7.0 ออกแล้ว หลังจากการพัฒนากว่า 9 เดือนหลังจากออกรุ่น 0.6.9 มีคุณสมบัติใหม่ๆ ออกมาเพียบทั้งแก้ไขบั๊กที่มาจาก Sun, การกู้คืนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอื่นๆ ZFS ทดสอบกับ FUSE 2.8.0 เรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าท่านที่ใช้ Ubuntu 10.04 สามารถใช้งาน ZFS รุ่นใหม่ได้เลย สำหรับเอกสารการติดตั้งและการใช้งานสามารถอ่านได้ที่ เว็บโครงการ ZFS ZFS ใช้สัญญาอนุญาติแบบ CDDL