เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรมผลิตสินค้า อุตสาหกรรมออกแบบ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดให้อยู่ในกลุ่มที่พบว่ามีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สูงจากสถิติที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจที่ถูกตรวจค้นในครั้งนี้ประกอบด้วยบริษัทรับเหมาก่อสร้าง พบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 47 เครื่อง และโรงงานสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนหลายสิบเครื่อง คิดเป็นมูลค่า 378,000 บาท องค์กรธุรกิจที่ถูกตรวจค้นนี้ มีรายรับเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 266.5 ล้านบาท ตามรายงานที่ปรากฏต่อสาธารณะ

จากสถิติของกองบังคับการปราบปรามและการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โรงงานผลิตสินค้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่พบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มากที่สุด ตามด้วยอุตสาหกรรมออกแบบและอุตสาหกรรมก่อสร้างและออกแบบ โดยในปีพ.ศ. 2553 อุตสาหกรรมโรงงานผลิตสินค้า มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 179.5 ล้านบาท
“ตำรวจกำลังเร่งตรวจค้นองค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์” นางสาว วารุณี รัชตพัฒนากุล โฆษกของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์กล่าว “เราเริ่มเห็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรมโรงงานผลิตสินค้า อุตสาหกรรมออกแบบ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตลอดจนกิจการอื่นๆ ด้วย นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม และเจ้าของธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรมที่สร้างธุรกิจให้เติบโตจากทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง

นวัตกรรมและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา คือ รากฐานสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งใช้นวัตกรรมเป็นตัวผลักดัน หรือสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน รวมถึงโอกาสในการเป็นเจ้าของกิจการ และการจ้างงาน

“แม้ว่าอาจมีเสียงบ่นบ้างในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ แต่ความเป็นจริงคือซอฟต์แวร์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ลองคิดดูว่าในแต่ละวันองค์กรธุรกิจใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมายขนาดไหน แล้วจะบอกว่าองค์กรธุรกิจในประเทศไทยไม่พร้อมที่จะลงทุนในซอฟต์แวร์ได้อย่างไร ในเมื่อซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายในองค์กรธุรกิจมากกว่าสิ่งอื่นๆ องค์กรธุรกิจไม่อาจดำเนินกิจการได้หากปราศจากซอฟต์แวร์ ไม่มีข้ออ้างใดๆ เลยที่องค์กรธุรกิจจะหยิบยกมาเป็นเหตุผลในการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนได้”

เจ้าหน้าที่ตำรวจบก. ปอศ. กล่าวว่าอุตสาหกรรมที่มีสถิติการ ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สูง คือ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ก่อสร้าง ออกแบบ จัดจำหน่าย ขายสินค้า และสถาปนิก ควรเร่งดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ากิจการของตนไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ตั้งแต่ต้นปีนี้ ตำรวจเข้าตรวจค้นโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนเกือบ 20 แห่ง ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนในการดำเนินกิจการ ในปีพ.ศ. 2553 ก็เช่นเดียวกัน โรงงานอุตสาหกกรมจำนวนเกือบ 50 แห่ง ถูกสอบสวนและถูกตรวจค้นในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ กิจการด้านออกแบบเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มาก ในปีพ.ศ. 2553 บริษัทออกแบบและสถาปนิกกว่า 40 แห่ง ถูกสอบสวนและถูกตรวจค้นในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ย้ำว่า องค์กรธุรกิจคือเป้าหมายหลักของการตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ที่มา – opensource2day

Canonical ประกาศปิดให้บริการ ShipIt โครงการส่งแผ่น Ubuntu ถึงบ้านฟรี โครงการนี้ส่งแผ่น CD Ubuntu มากกว่า 1 ล้านแผ่นทั่วโลก ซึ่งเป็นโครงการที่อำนวนความสะดวกมากกว่า 2 ปี ซึ่งการลดจำนวนแผ่นในการส่ง จำนวนแผ่นต่อคน เป็นมาตรการแรกๆ ในการลดรายจ่ายและเป็นยุทธศาสตร์ในการปิดบริการนี้อย่างเงียบๆ ซึ่ง Canonical จะไม่จัดส่ง Ubuntu โดยเริ่มที่รุ่น 11.04 นี้เป็นต้นไป ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บ Ubuntu หรือสั่งซื้อแผ่นรวมไปถึงเอกสารคู่มือต่างๆ ได้ที่เว็บ Ubuntu เช่นกัน

สำหรับการจัดสั่งแผ่น CD Ubuntu จากนี้ต่อไป Ubuntu วางแผนไว้ว่าจะจัดส่งให้เฉพาะ Ubuntu LoCos Team เท่านั้น โดย LoCo Team สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับ CD ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถทดลอง Ubuntu แบบ on-line ผ่าน Cloud Technology ได้เช่นกัน

Skype เป็นโปรแกรม P2P VoIP รวมไปถึง Video Chat และ Text Chat ได้ประกาศออกรุ่นล่าสุด 2.2 Beta สำหรับระบบปฏิบัติการ Linux แล้ว สำหรับรุ่น Beta นี้สนับสนุน Skype Access แล้ว โดยผู้ใช้จะได้รับเครดิตเพื่อเข้าใช้ Wifi Hotspot กว่า 200,000 จุด สำหรับผู้ใช้ Linux จะไม่ได้รับการปรับปรุง UI เหมือนกับ Mac รุ่น Beta นี้ยังปรับปรุงเสียงและภาพวิดีโอให้ดียิ่งขึ้นและสนับสนุน multiple call ที่สามารถรับสายที่สองได้อีกด้วย สำหรับรายละเอียดในการออกรุ่นสามารถดูได้ที่ release note

หลังจากประการ Fork โครงการ Mandriva ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โครงการ Mageia ก็ได้ออกรุ่น Beta 1 มาให้ได้ลองทดสอบกันแล้ว ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง 32 bit และ 64 bit ตั้งแต่รุ่น Alpha ที่ผ่านมาทีมพัฒนาโครงการ Mageia ได้เพิ่ม theme ใหม่รวมไปถึงซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ในคลังซอฟต์แวร์ สำหรับรุ่น Release จริงจะออกปลายเดือนมิถุนายน Mageia มาพร้อมกับ Linux kernel 2.6.38.2 และ KDE 4.6.1 สำหรับรุ่น Gnome จะเป็นรุ่น 2.3.2 นักพัฒนาหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้

หลังจากที่ค่ายผลิต Webbrowser ต่างๆได้ปล่อย Webbrowser ตัวใหม่ของตนออกมาให้ได้ใช้กันประมาณ 1 เดือน ก็ได้มีกราฟส่วนแบ่งทางการตลาดของ Webbrowser ต่างๆที่มีผู้ใช้ทั่วโลกออกมาให้ได้เห็นกันว่า Webbrowser ไหนคนใช้ทั่วโลกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม Internet Explorer มียอดผู้ใช้ต่ำลงประมาณ 0.85 % Firefox มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นประมาณ 0.06 % สำหรับ Chrome มีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 0.64 % ส่วน Safari เพิ่มขึ้นประมาณ 0.25 และ Opera มียอดผู้ใช้เท่าเดิม

ถึงแม้ว่า IE9 จะเปิดตัวออกมาก็ไม่สามารถทำให้ส่วนแบ่งของผู้ใช้เพิ่มขึ้นโดยมีผู้ใช้ IE9 เพียง 1.04 % ซึ่งผู้ใช้ IE8 ลดลงไป 0.54 % IE7 ลดลง 0.18 % และ IE6 ลดลง 0.36 %

ในส่วนของ Firefox มีส่วนแบ่งในเดือนมีนาคมอยู่ที่ประมาณ 21.08 % ซึ่งยังไม่ถึงจุดสูงสุดที่เคยทำได้ในปีก่อนอยู่ที่ 24.72 % ซึ่ง Firefox 4 มีผู้ใช้ประมาณ 1.68 % ส่วนผู้ที่ใช้ Firefox 3.6 ลดลง 0.64 % และ Firefox 3.5 ลดลง 0.22 %

มาถึง Chrome กันบ้าง มีส่วนแบ่งทางการตลาดในเดือนมีนาคม 11.57 % ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนนี้ของทุก Webbrowser สำหรับ Chrome 10 ตัวใหม่มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 6.38 % ส่วน Chrome 9 ลดลง 4.07 % และ Chrome 8 ลดลง 1.86 %

ที่มา – beta.i3.in.th

นิตยสาร OpenSource2Day นิตยสารโอเพนซอร์สรายเดียวในประเทศไทย และพัธมิตรซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจัดงานนี้ขึ้นจัดงานมหกรรม Linux ในชื่องาน Linux Day Bangkok 2011 รวบรวมนักพัฒนาผู้ใช้และผู้ที่สนใจ Linux เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน แสดงความคิดเห็น ความก้าวหน้าและอนาคตของทิศทางลินุกส์ในเมืองไทย เพื่อให้นักพัฒนารุ่นเก่าได้มาให้ความคิดเห็นนักพัฒนารุ่นใหม่และให้ผู้ที่ใช้งานลินุกส์ได้พบปะพูดคุยกัน โดยในงานจะมีการจัดแสดงความสามารถของลินุกส์จากผู้ใช้งานและนักพัฒนา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเครื่องแม่ข่ายในสายงานต่างๆ งานจะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2554 ที่ อโศกทาว์เวอร์ (โซนลานจอดรถ ชั้น 9)

วัตถุประสงค์การจัดงาน

  1. เพื่อเป็นการกลับมารวมกลุ่มของนักพัฒนาลินุกส์ในเมืองไทย
  2. เป็นงานแสดงความสามารถของลินุกส์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
  3. เป็นงานสัมนาเพื่อส่งเสริมการใช้งานลินุกส์ในประเทศไทย
  4. ให้ความรู้และแนวทางในการก้าวไปสู่การพัฒนาลินุกส์ต้นน้ำ

กลุ่มเป้าหมาย

  1. บุคคลทั่วไป
  2. ผู้ประกอบการเจ้าของกิจการ
  3. บุคลากรไอทีภาครัฐและเอกชน
  4. นักพัฒนารุ่นใหม่
  5. นิศิษย์นักศึกษา

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลินุกส์มากขึ้น
  2. เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในงาน
  3. ผู้ใช้งานเกิดความมั่นใจถึงความเป็นปึกแผ่นและอนาคตที่จะนำลินุกส์มาใช้งาน
  4. เสริมสร้างนักพัฒนาหน้าใหม่ให้พบกับนักพัฒนารุ่นพี่เพื่อประสานงานกันต่อไป