OpenOffice.org และ LibreOffice มีจุดเด่นที่หลายท่านไม่รู้ คือ ท่านสามารถเพิ่ม Extension ได้เหมือน Firefox ใช่ครับ เพิ่ม Extension ได้เหมือนเว็บเบราเซอร์ดีๆ อย่าง Firefox ซึ่งชุด OpenOffice.org/LibreOffice มี Extesion ให้เลือกใช้ ซึ่งแน่นอนว่าท่านที่ใช้ OpenOffice.org ในงานเอกสารภาษาไทยต้องมี Extension ติดเครื่องไว้บ้าง เพื่อการทำงานที่คล่องตัว สะดวกและรวดเร็ว วันนี้จะมาแนะนำ OpenOffice.org Extension ที่ควรมีไว้ติดเครื่องกันครับ

Thai Document Template

Thai Document Template เป็น Extension รวบรวมเทมเพลตเอกสารภาษาไทยไม่ว่าจะเป็นเอกสารราชการ เอกสารและแบบฟอร์มภาษาไทยอื่นๆ ใช้งานง่ายเพียงติดตั้ง Extension แล้วเลือกแม่แบบเอกสารใช้งานได้เลย :) ง่ายแบบนี้ไม่ติดตั้งไม่ได้แล้ว ดาวน์โหลดเลย

Garuda Gallery

Garuda Gallery เป็นสมุดภาพรวมตราครุฑในรูปแบบต่างๆ สามารถนำไปใช้กับเอกสารราชการได้ ด้วยลายเส้นที่สวยเรียบ คมชัด ทำให้งานเอกสารพิมพ์ออกมาได้สวยงาม หากท่านใช้ OpenOffice.org หรือ LibreOffice ที่ใช้ทำงานเอกสารราชการห้ามพลาด! ดาวน์โหลดเลย

Thai Number Converter

Thai Number Converter เป็น Extension สำหรับแปลงเลขอราบิกเป็นเลขไทย เพียงเลือกตัวเลขที่ต้องการเปลี่ยนแล้วคลิกปุ่มเปลี่ยนตัวเลข! ง่ายแบบนี้มีไว้ใช้ไม่เสียหาย ดาวน์โหลดเลย

ช่วงนี้มีกลุ่มคลั่งแอนิเมชั่นมาปรึกษาเยอะ แต่ผมไม่ค่อยชอบงานด้านมัลติมีเดียที่เกี่ยวกับภาพ เสียง วิดีโอ สักเท่าไร เคยพยายามทดลองศึกษาแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก ซึ่งคงยังไม่อาร์ตติสพอละมั๊งครับ ถ้าพูดถึงเรื่องซอฟต์แวร์ด้าน 3D แอนิเมชั่น ในกลุ่มโอเพนซอร์สจะต้องบอกว่า Blender! ผมเองไม่ค่อยจะซาบซึ้งกับ Blender เท่าไร ที่พอจะทำได้คือออกแบบ Render Farm เล็กๆ สำหรับไฟล์ .blend ครับ :) ซอฟต์แวร์ที่ผมเลือกมาใช้ทำ Render Farm ขนาดเล็กนี้ได้แก่

  • Debian/Ubuntu
  • Blender 2.5x
  • BRender
  • Apache2
  • PHP5
  • MySQL 5.x

Render Farm ที่เราจะสร้างกันนี้ ใช้แนวคิดแบบ out-of-box ซึ่งมีส่วน Interface บนเว็บสามารถสั่ง Render Job ต่างๆ ได้ง่าย และใช้ตัว Blender เป็นตัว Render Engine เอง ซึ่งหากคุณไม่ชอบ Blender คุณสามารถเปลี่ยน Render Engine เองได้ (แก้โค้ดในส่วน Client เองได้ง่ายๆ) มาดูโครงสร้าง Render Farm กันครับ

จากภาพ เท่าที่ศึกษาการทำงานของคนที่ทำงานด้านกราฟิกพบว่าชอบใช้ Share Storage กันมาก ไม่ว่าจะผ่าน CIFS หรือ SSH ซึ่งโครงสร้าง Render Farm จึงมีส่วน Share Storage สำหรับวางไฟล์ Projects/Senes/Shots (.blend) ซึ่งไม่ว่าจะเป็น Workstation แบบใดก็สามารถเข้าถึงเพื่อวางไฟล์สำหรับรอการ Render ได้ การสั่ง Render สามารถสั่ง Render ผ่านหน้าเว็บซึ่งเป็นตัวจัดการของ BRender ในขณะเดียวกันเราสามารถจัดการ Render Node ผ่านทางหน้าเว็บนี้ได้เช่นกัน มาลงมือกันเลย! ให้คุณติดตั้ง OS อาจจะเป็น Ubuntu หรือ Debian ในเครื่อง Front End และเครื่อง Node ให้เรียบร้อย

ติดตั้งเครื่อง Front End (BRender Server)

ติดตั้ง Apache2, PHP5, MySQL ให้เรียบร้อย

sudo apt-get install phpmyadmin mysql-server

จากนั้นใช้ PHPMyAdmin เพิ่มผู้ใช้ชื่อ brender ให้สามารถเชื่อมต่อเข้ามายัง MySQL จาก Host ใดๆ ได้ ดาวน์โหลด BRender จากเว็บไซต์ http://oenvoyage.github.com/brender/ แตกไฟล์ tar.gz หรือ zip ไปยัง /var/www/brender ตั้งค่า Document Root ไปยัง /var/www/brender

ดาวน์โหลด Render Engine ซึ่งก็คือตัว Blender เองจากเว็บ blender.org มาแล้วคลี่ไฟล์ลงไปที่ /var/www/brender/blender_bin/linux/ จากนั้นเริ่มติดตั้ง BRender กันได้เลย โดยเปิด Browser ไปยังเครื่อง Front End เช่น http://192.168.56.100 เป็นต้น เบราเซอร์จะเปิดโปรแกรมติดตั้ง BRender ดังภาพ

เลือกชนิด OS ให้ถูกต้อง ใส่ชื่อ Host หรือ IP Address ของ MySQL Server ในกรณีนี้เป็น localhost (ฐานข้อมูลอยู่ที่เครื่อง Front End) ใส่ Username และ Password ให้ถูกต้อง คลิกปุ่ม Install BRender โปรแกรมจะติดตั้งฐานข้อมูลที่ต้องใช้และสร้างไฟล์คอนฟิกให้ จากนั้นจะโปรแกรมจะพาเข้าหน้า Overview ดังภาพ

จากหน้า Overview คุณจะพบว่าโปรแกรมจะแจ้งว่า Server Render ตาย (มุมขวาบนตัวสีแดง) และไม่มี Render Node เชื่อมต่ออยู่ (โปรแกรมใช้คำว่า Client) ให้คุณเปิด terminal จากนั้นเข้าไปที่ /var/www/brender พิมพ์คำสั่ง

./brender_server.php

เพื่อเริ่มการทำงานของ Brender Server เมื่อ refresh หน้า Overview อีกครั้งจะไม่พบข้อความเตือนแล้ว

หากคุณใช้ Share Storage ให้คุณสร้าง Directory ชื่อ [ShareDir]/blender เอาไว้แล้วคัดลอก ไดเรคทอรี blend, render, thumbnails ไปยัง [ShareDir]/blender และชี้ลิงค์กลับไปยัง /var/www/brender เหมือนเดิม

ติดตั้งเครื่อง Render Node (ทำเหมือนกันทุกเครื่อง)

เมื่อติดตั้ง Ubuntu หรือ Debian เรียบร้อยแล้วให้ติดตั้ง PHP5, MySQL Client ให้เรียบร้อย จากนั้น mount ไปยัง Share Directory ที่เครื่อง Front End โดยให้ mount point ชื่อเดียวกันเช่น [ShareDir]/blender คุณจะพบไดเรคทอรี blend, render และ thumbnails อยู่ในนั้น จากนั้นให้คัดลอกไฟล์ brender จากเครื่อง Front End ที่ /var/www/brender ไปยังเครื่อง Render Node ตั้งค่าคอนฟิก /var/www/brender/connect.php ของ BRender ให้ถูกต้อง

เพิ่ม Render Node ให้ BRender Server

คลิกที่เมนู Client ของ BRender เพิ่ม Render Node (Client) คลิกปุ่ม Add New Client กรอกชื่อ Client เลือกระบบปฏิบัติการให้ถูกต้อง ดังภาพ

แล้วคลิกปุ่ม Add New Client โปรแกรมจะกลับมาที่หน้า Client พร้อมรายงานสถานะ Client ชื่อ Node01 ว่า not running แถบสถานะจะเป็นสีส้ม ดังภาพ

ให้เพิ่ม Client ไปจนครบตามจำนวนที่ต้องการ จากนั้นสั่งใช้ Brender Client ในทุกๆ Node ด้วยคำสั่ง ./brender_client.php <ชื่อ Client ที่เพิ่มลงใน BBrender Server> เช่น

./brender_client.php node01

ให้ refresh หน้า Client จะพบว่าสถานะ Client เป็น running แถบสถานะเป็นสีเขียว ถือว่าใช้ได้

ทดสอบการ Render จาก BRender Benchmark

คลิก Menu Setting คลิกปุ่ม New Project ใส่ชื่อ Project กำหนด path ของไฟล์ .blend และ path ของผลการ render ซึ่งก็คือ Share Storage ที่เราใช้นั่นเอง ของผมใช้ /blender/blend, /blender/render ครับ :)

เมื่อเพิ่ม Project เรียบร้อยแล้วจะพบว่ามีรายชื่อ Project ดังภาพ

เมื่อเพิ่ม Project เรียบร้อยแล้ว ให้คุณเพิ่ม job เพื่อสั่ง render ไฟล์ .blend ได้ดังนี้ คลิกไปที่เมนู New Job เลือก Project เลือก Scene และ Shot ที่ต้องการ render กำหนดรูปแบบไฟล์ output ค่าคอนฟิก เฟรมเริ่มต้น เฟรมสิ้นสุด ดังภาพ

จากนั้นคลิกปุ่ม Start job โปรแกรมจะกลับมาที่หน้า Overview อีกครั้งพร้อมรายการ job คลิกปุ่ม Play เพื่อเริ่มการ render สภานะจะเป็นสีฟ้า และมีภาพ thumbnails แสดง frame ที่ render ล่าสุดออกมาให้ดูดังภาพ

ผลลัพท์ที่ได้จากการ render จะได้ดังภาพ

ผลลัพท์เมื่อทำเป็นแอนิเมชันเรียบร้อยแล้ว

การพัฒนาซอฟต์แวร์บนระบบปฏิบัติการ Android 2 วัน 2,800 บาท

กำหนดการ

  • จัดอบรมที่ห้องอบรม SIPA ชั้น 9 ศูนย์ราชการอาคารบี
  • วันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2554 เวลา 9.00-16.00น.
  • วิทยากร : คุณกนธร จินดารักษ์
  • สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ email : anuradee@itbakery.net หรือ 089-0057505 www.itbakery.net

หลักสูตรการอบรม

วัตถุประสงค์

  1. เข้าใจภาพรวมการทํางานของระบบปฏิบัติการแอนดรอย
  2. สามารถพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เบื้องต้นบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยได้

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

  1. มีพื้นฐานการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ด้วยภาษา Java

เนื้อหา

  • วันที่ 1
    • แนะนําระบบปฏิบัติการแอนดรอย
    • การติดตั้งเครื่องมือ และชุดพัฒนา (Eclipse, ADT และ Android SDK)
    • การใช้งาน ADT และ Android Emulator
    • แนะนํา API Demos ของแอนดรอย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาแอพพลิเคชัน
    • ทดลองสร้าง Hello World Android Application และแนะนําโครงสร้างโปรเจก
    • การออกแบบ User Interface พื้นฐาน
    • การใช้งาน Resource ไฟล์ต่างๆ
    • ทดลองสร้าง My first android application (การพัฒนาโปรแกรมอย่างง่าย)
  • วันที่ 2
    • การใช้งาน Intent และ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Activity
    • การใช้งาน Context Menu, Pop-up Dialog, Toast
    • การพัฒนา List Activity
    • การพัฒนา Map Activity
    • Hardware Sensor และ Location Base Service
    • การเรียกใช้งานฟังก์ชันการทํางานอื่นๆที่นิยมใช้งาน
    • การ Publish application ไปยัง Android Market
    • แนวทางการนําความรู้ที่ได้ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์

พี่ที่ทำงานไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้ Linux สักทีเพราะเหตุผลหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือร้อง Karaoke ใช่ครับ ร้อง Karaoke เป็นชีวิตจิตใจ :) ซึ่งต่างจากเหตุผลของหลายๆ คน เช่น เล่นเกมส์ไม่ได้ เล่นโน่นนี่นั่นไม่ได้ ฯลฯ ซึ่งปัญหา Karaoke นี้แก้ไขได้หลายวิธีเช่น ใช้ Wine กรณีที่เป็นโปรแกรมเล่นบน Windows ใช้ DOS Box เล่น Karaoke บน DOS เป็นต้น แต่ในกรณีนี้ใช้วิธีข้างต้นได้ยากมาก เพราะหลายขั้นตอนทำให้การเปลี่ยนมาใช้ Linux ได้ยากมากขึ้นด้วย เพราะ Karaoke เป็นชีวิตจิตใจ :P จากการค้นหา (ขุด) จาก Web Board ก็พบว่ามีหลายวิธีมากและวิธีที่พบว่าดีที่สุดคือใช้โปรแกรม ncnp karaoke ของคุณ Dreamer จากเว็บ Ubuntu Club

วิธีการติดตั้งง่ายมากครับ เพียงแต่ดาวน์โหลด .deb ไฟล์จากเว็บข้างต้น

wget http://forum.ubuntuclub.com/forum?action=dlattach;topic=18825.0;attach=11765

จากนั้นสั่งติดตั้งด้วย gdebi

sudo gdebi ncnp_1.0.1_all.deb

gdebi จะดาวน์โหลด dependency อื่นๆ มาด้วย เมื่อติดตั้งเสร็จโปรแกรมจะอยู่ที่ Applications > Sound & Video > NCN Karaoke Player เปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วเริ่มตั้งค่ากันได้เลย ให้คลิกขวาที่พื้นหลังของโปรแกรม จะมี popup menu ขึ้นมาให้เราเลือกครับ

อันดับแรกตั้งค่า Song Directory กันก่อน Song Directory นี้คือ Directory ที่มี Directory ย่อยๆ อยู่ข้างในดังนี้ Song, Lylics, Cursor

โปรแกรมจะทะยอยสร้างรายการเพลง ใครมีเพลงมากหน่อยก็ใช้เวลานานสักหน่อยครับ เมื่อโปรแกรมทำรายการเพลงเสร็จ ก็มาตั้งค่า SoundFront Directory ดังภาพ (สำหรับท่านที่ใช้ NCN Karaoke จะมีมาให้อยู่แล้วในแผ่น)

เท่านี้ก็ใช้งานได้แล้ว มาร้องเพลงกันได้ โอ้ววววว เย้!

หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากในแวดวงคอมพิวเตอร์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้คงหนีไม่พ้น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ที่หลายๆ คน งงๆ อยู่ว่า มันคืออะไรแล้วมีผลกระทบกับเราอย่างไรบ้าง

เมื่อวานไปเดินเที่ยวเซ็นทรัลแล้วไปสะดุดกับเจ้าหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ชื่อหนังสือ “คำอธิบาย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550” เลยเอามาแนะนำครับ

IMG593

เนื้อหาภายในเล่ม

  • บททั่วไป
    • หมวดที่ 1 ฐานความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
    • หมวดที่ 2 พนักงานเจ้าหน้าที่
  • บทความ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
    • ที่มาและรายละเอียดของกฎหมาย
    • บทสรุป
  • บทความ มาตรฐานการปิดบล็อคเว็บไซต์ของกระทรวงไอซีที
    • สภาพปัญหาการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย
    • เหตุที่ พ.ร.บ. คอมฯ การปิดหรือบล็อคเว็บไซต์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือ

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวฝรั่งเศส Fabrice Bellard นำเสนอวิธีการใช้งาน JavaScript แบบใหม่ แทนที่จะใช้แสดงแอนิเมชั่นบนเว็บไซต์ แต่เขาใช้เป็น PC Emulator แทน เจ้า PC Emulator นี้พัฒนาโดยใช้ภาษาสคริปชื่อ JS/Linux สามารถจำลองระบบปฏิบัติการ Linux 32 bit, 64 bit ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้พัฒนาซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย สำหรับ CPU ที่จำลองขึ้นมาได้มีความฉลาดเทียบเท่ากับเครื่อง 486 ที่ไม่ที FPU อย่างไรก็ตามเจ้าตัวนี้ใช้ Linux Kernel 2.6.20 ซึ่งมี FPU จำลองไว้ด้วย

Bellard ได้ไอเดียจากงานพัฒนานี้มาจากโครงการ QEMU เจ้า Emulator ตัวนี้สามารถทำงานงานบน browser รุ่นใหม่ๆ เช่น Firefox 4 หรือ Chrome 11 หรือใหม่กว่า ได้เป็นอย่างดี

ที่มา – H-Online

ช่วงนี้มีงานโอเพนซอร์สที่น่าสนใจสองงานจัดขึ้นใกล้ๆ กันครับ เลยจับมาประชาสัมพันธ์สักหน่อย เผื่อใครอยากจะเข้าร่วม

Linux Day 2011

  • วัน : วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม – วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2554
  • เวลา : ตั้งแต่เวลา 8.30 น.-16.30 น.
  • สถานที่ : ห้องประชุม ศ. ดร. สุดใจ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(ประสานมิตร)

Open Office Day 2011

  • วันที่: 7 มิถุนายน 2011 9.00 – 16.00 น.
  • สถานที่: TBD (ห้องประชุม สวทช. โยธี)

รายละเอียดเพิ่มเติม Linux Day, Open Office Day

หลายคนอาจพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Plymouth เนื่องจากการใช้งานไดรเวอร์ nVidia หรือ ATI คือ หน้าจอ Plymouth แสดงผลไม่ได้หรือขนาดไม่ถูกต้อง ดูไม่สวยงาม วันนี้มีวิธีการปรับหน้าจอ Plymouth หลังจากติดตั้งไดรเวอร์การ์ดจอเอามาฝากกันครับ การแก้ไขปัญหานี้ทำได้ง่ายมาก ก่อนอื่นเปิด terminal ขึ้นมาแล้วใช้คำสั่งดังนี้

wget http://launchpadlibrarian.net/57638460/fixplymouth
chmod +x fixplymouth
./fixplymouth

คำสั่งนี้จะติดตั้ง package เพิ่มเติมจากนั้นจะให้คุณเลือก resolution ที่ต้องการดังภาพ

ให้พิมพ์ลงไป ของผมขอเป็นขนาด 1440×900 24 bits ละกันครับ ค่าที่พิมพ์ลงไปจะเป็น 1440×900-24 ครับ ลอง reboot เครื่องดูก็จะพบว่า Plymouth ออกมาสวยแล้ว

มีเหตุให้ต้องไปดูแลห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานฯ ซึ่งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มักจะเละโดยปกติ ทั้งในเรื่องความเรียบร้อยทางกายภาพ (เครื่อง เมาส์ คีย์บอร์ด) และทางด้านซอฟต์แวร์ (ปรับแต่งหน้าตากันจนดูไม่ได้) ซึ่งปัญหาพวกนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมันไม่ปกติก็ต่อเมื่อจะต้องมาดูแลเครื่องกว่า 40 เครื่อง โดยใช้แผ่น CD 1 แผ่นนั่งติดตั้ง Suriyan ไปทีละเครื่อง ซึ่งนั่นไม่ใช้ทางออกที่ดีเท่าไร จริงมั๊ย? ผู้จุดประกายเรื่องการ Clone เครื่องคอมพิวเตอร์ในไสตล์ Open Source มีหลายท่านจาก Ubuntu LoCo Team, มอ.หาดใหญ่, ม.สุรนารี ซึ่งก็มีเครื่องมือที่สุดอลังการในการจัดการเรื่อง Clone เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเน็ตเวิร์กซึ่งสามารถบริหารจัดการเครื่องได้กว่า 200 เครื่องเลยทีเดียว ซึ่งผมเองพยายามใช้งานเครื่องมือหลายตัวที่ท่านผู้รู้ได้แนะนำให้รู้จัก ทำให้พบว่าตัวผมเองไม่ค่อยมีความสามารถเท่าไรนักและใช้เครื่องมือเหล่านั้นไม่ถนัดมือเท่าไร ได้แต่ใช้ CloneZilla ผ่าน ssh อยู่ร่ำไป จนกระทั่งมีความพยายามอีกนิดหน่อยสละเวลาเพื่อศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ จนพบเครื่องมือที่เหมาะมือที่สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายและตรงความต้องการคือ Clone เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเน็ตเวิร์ก ด้วย DRBL และ CloneZilla!

จากปัญหาที่สาธยายไปข้างต้นเครื่องมือที่จะมาแนะนำกันวันนี้คือ DRBL (Diskless Remote Boot in Linux)) และ CloneZilla ซึ่งเครื่องมือ 2 ตัวนี้จะใช้ร่วมกัน DRBL ชื่อตรงตัวอยู่แล้วคือเป็น Remote Boot นั่นคือคุณสามารถใช้ DRBL ทำเป็น Diskless Server ได้โดยใช้ Client บูตระบบผ่านเน็ตเวิร์กเข้ามาและใช้งานในเครื่อง Server แต่ DRBL พัฒนาขึ้นมาเพื่อการติดตั้ง Linux ผ่านระบบเน็ตเวิร์กโดยเฉพาะ ผนวกกับเครื่องมือในการ Clone Disk และ Partition อย่าง CloneZilla ทำให้การ Clone เครื่องผ่านระบบเน็ตเวิร์กทำได้ง่ายมากขึ้น

สำหรับท่านที่ต้องการใช้งาน DRBL มี 2 ทางเลือก คือ
1. ติดตั้ง DRBL และ CloneZilla เพื่อใช้ทำเป็นเครื่อง Clone Server
2. ใช้ DRBL Live อยาก Clone ตอนไหนค่อยทำ

ในกรณีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานฯ มีการแก้ปัญหาขั้นต้นด้วย OFRIS เป็นโปรแกรมคล้าย Deep Freeze ที่จะคอยกู้ข้อมูลการตั้งค่าพื้นฐานและข้อมูลผู้ใช้ขึ้นมาทุกครั้งเมื่อ Boot เครื่องใหม่ (การเก็บไฟล์จะแยกเก็บอีกพาร์ทิชัน ชื่อ Data) หากมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้และต้องติดตั้งใหม่จริงๆ ก็ให้ Clone ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการลงไปใหม่อีกครั้ง :)

DOF หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Driver OFf-line เป็นโปรแกรมเล็กๆ สำหรับติดตั้ง Driver โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ Internet ซึ่งมาแก้ปัญหา Jockey ใน Ubuntu 11.04+ ที่ต้องเรียกใช้ผ่าน Internet ทุกครั้งที่ต้องการติดตั้ง Driver ซึ่งหากไม่มี Internet ก็ไม่สามารถติดตั้ง Driver เพิ่มเติมได้ ใน Suriyan รุ่น 53.04 และ 53.10 มี Local Repository ติดมาด้วยเสมอแต่การติดตั้งผ่าน Jockey ในโหมด Off-line ไม่สามารถทำได้ (เฉพาะ Suriyan 54.04) DOF จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้

มาดูวิธีการใช้งาน DOF อย่างถูกวิธีกัน

ปิดคลังซอฟต์แวร์ทั้งหมดเพื่อเลือกใช้คลังซอฟต์แวร์ภายในเท่านั้น

เปิด DOF ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบ

กด yes เมื่อโปรแกรมถามว่าเลือกใช้ Local Repository แล้ว

โปรแกรมจะตรวจสอบ Hardware และติดตั้ง Driver ให้อัตโนมัติ

หลังติดตั้งเสร็จให้ restart เครื่องเท่านี้ก็ใช้ได้แล้วครับ

หมายเหตุ DOF ไม่สามารถติดตั้ง Driver ได้ทุกตัว ในเบื้องต้นสามารถติดตั้ง Driver การ์ดจอ nVidia, การ์ดจอ ATI และ Wireless ของ Broadcom ได้เท่านั้น