สรุป 4 ประเด็นร้อนจากคำให้สัมภาษณ์ของซีอีโอและผู้ก่อตั้งกูเกิลเกี่ยวกับโครงการ พัฒนาระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์พีซี "Google Chrome OS" โครงการล่าสุดที่จะทำให้กูเกิลเป็นคู่แข่งไมโครซอฟท์อย่างเต็มตัว
       
       1. อีริก ชมิดต์ ซีอีโอกูเกิลบอกว่า "ระบบปฏิบัติการใหม่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม"
       
       ชมิดต์ไม่ได้อธิบายว่าเกมจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ทุกคนรับรู้ได้ว่าโลกไซเบอร์จะต้องเปลี่ยนไปแน่นอนหาก Google Chrome OS เกิดขึ้นจริง เพราะผู้คนจะไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมระบบปฏิบัติการลงในเครื่อง แต่สามารถใช้งานได้ฟรีจากบนอินเทอร์เน็ตผ่านเบราว์เซอร์ Chrome ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Chrome OS
       
       แม้ว่าอีริกจะใช้ช่วงเวลา 6 ปีแรกของการเป็นซีอีโอ ร้องเพลงกล่อมแลร์รี่ เพจและเซอร์เกย์ บริน สองผู้ก่อตั้งกูเกิลให้เชื่อว่าการสร้างระบบปฏิบัติการขึ้นมาแข่งกับ ไมโครซอฟท์ไม่ใช่คามคิดที่ฉลาดเลยในขณะนั้น เพราะเขามองไม่เห็นหนทางที่กูเกิลจะชนะได้และยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ความคิดนี้เปลี่ยนไปหลังจากกูเกิลเติบใหญ่ต่อเนื่องตลอด 11 ปี ตอนนี้ชมิดต์เชื่อว่ากูเกิลคือคู่ชกฝีมือสูสีกับยักษ์ใหญ่ จึงไฟเขียวให้ทีมพัฒนาของกูเกิลพัฒนาหนทางที่จะทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถใช้ คอมพิวเตอร์ในราคาที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยระบบปฏิบัติการที่ผูกติดกับ "Chrome" โปรแกรมเบราว์เซอร์อายุ 9 เดือนของกูเกิล
       
       Chrome OS มีกำหนดออกตัวเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2010 ทุกฝ่ายมองว่า Chrome OS คือคำขู่จากกูเกิลที่ไมโครซอฟท์ต้องหวั่นใจว่ากำลังจะถูกแย่งส่วนแบ่งที่มี อยู่ในตลาดคอมพิวเตอร์ราคาประหยัด ซึ่งเรียกกันว่าคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก
       
       2. ผู้ก่อตั้งกูเกิลเดาใจชาวไซเบอร์ "บางทีคุณอาจไม่อยากได้ทุกอย่าง (บนคอมพิวเตอร์) ที่มาจากยุคของอีริก" (ฮา)
       
       แลร์รี่ เพจ ผู้ก่อตั้งกูเกิลวัย 36 ปีแอบเหน็บซีอีโออีริก ชมิดต์วัย 54 ปีได้อย่างเฮฮาในงานประชุมผู้สื่อข่าวที่กูเกิลจัดขึ้น การเหน็บครั้งนี้ไม่มีการเอ่ยชื่อไมโครซอฟท์ โดยเพจบอกว่าระบบปฏิบัติการที่หลายคนใช้กันอยู่นั้นล้าสมัยไปแล้วในยุคที่ ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์นานขึ้นเรื่อยๆ
       
       "ระบบปฏิบัติการจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรกำลังควบคุมคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้งานอยู่" เพจบอก
       
       3. นักวิเคราะห์เชื่อ กูเกิลอาจเป็นคู่แข่งกับแอปเปิล
       
       คอลลินส์ สจ็วต นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย Sandeep Aggarwal กล่าวว่า นักสังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมไอทีจำนวนไม่น้อยเชื่อว่ากูเกิลยังต้องใช้เวลา อีกหลายปีกว่า Chrome OS จะสามารถรุกฆาตระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ซึ่งถูกใช้งานบนคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 พันล้านเครื่องทั่วโลกได้ แต่เชื่อว่า Chrome OS จะทำให้กูเกิลกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแอปเปิล (Google) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แมคอินทอชซึ่งมีระบบปฏิบัติการมาตรฐานปิดของตัวเองเช่น กัน
       
       เรื่องนี้อาจทำให้การถือหุ้นแอปเปิลของอีริก ชมิดต์และผู้บริหารกูเกิลอีกรายอย่างอาเธอร์ เลวินสันมีปัญหา ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะกรรมการการค้ายุติธรรมสหรัฐฯหรือ FTC กำลังมุ่งตรวจสอบอยู่พอดี
       
       อย่าง ไรก็ตาม ชมิดต์มองว่าประเด็นที่กูเกิลสร้างแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ (Android) ระบบปฏิบัติการมาตรฐานเปิดสำหรับอุปกรณ์มือถือนั้นเป็นปัญหามากกว่า ซึ่งทำให้เขาต้องรีบชี้แจงตัวเองกับคณะผู้บริหารแอปเปิลรายอื่นให้เข้าใจ ระหว่างที่บอร์ดแอปเปิลกำลังสนทนากลยุทธ์การทำตลาดไอโฟน (iPhone)
       

       4. ชมิดต์และเพจยืนยันว่า การเติบโตของ Twitter และ Facebook ทำให้คนเสิร์ชข้อมูลมากขึ้น
       
       นอกจาก Chrome ผู้บริหารกูเกิลยังพูดถึงประเด็นอื่นๆเช่นการเติบโตของบริการเครือข่าย สังคมอย่างทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ก โดยบอกว่าการศึกษาภายในพบว่า ผู้ลงทะเบียนใช้งานเครือข่ายสังคมเหล่านี้มีการสืบค้นข้อมูลกับกูเกิลมาก ขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่กูเกิลจะทำต่อไปคือ การพยายามเข้าถึงคอนเทนท์บนเครือข่ายสังคมเหล่านี้เพื่อให้การสืบค้นทำได้ รวดเร็วกว่าเดิม

ที่มา : manager.co.th

Comments are closed.